จารึกที่ 22 : ตลาดราตรีร้อยอสูร : นครแห่งความโลภและเงามายา
แสงสุดท้ายของดวงตะวันลาลับขอบฟ้าทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่ค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมหุบเขาไร้นามทว่าเบื้องล่างของหุบเขานั้นกลับสว่างไสวไปด้วยโคมไฟหลากสีนับหมื่นดวงที่ห้อยระย้าอยู่ตามโครงกระดูกั์ เสียงจอแจของผู้คนและเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่ทั้งคึกคักและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
อาเจียและหลินชิงเสวี่ยยืนอยู่บนหน้าผาสูง มองลงไปยัง "ตลาดราตรีร้อยอสูร" ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่าง มันคือเมืองเถื่อนที่ไร้กฎหมาย แหล่งรวมของพ่อค้าตลาดมืด นักฆ่า และจอมยุทธ์นอกรีต
"สวยงาม..." อาเจียรำพึงออกมา ดวงตาเป็ประกายวาววับเมื่อเห็นแสงไฟ "นี่ไม่ใช่แค่ตลาด... นี่มันคือขุมทรัพย์! ดูนั่นสิ! ร้านขายสมุนไพรพิษ! โรงประมูลทาสอสูร! บ่อนพนันศิลาิญญา!"
"ข้าเห็นแต่ความเสื่อมทราม..." หลินชิงเสวี่ยขมวดคิ้ว มือกระชับด้ามกระบี่แน่น "กลิ่นอายปีศาจคละคลุ้งไปหมด เราแน่ใจหรือที่จะลงไปที่นั่น?"
"แม่นางหลิน... ในโลกของพ่อค้า 'เงิน' ไม่มีกลิ่นหอมหรือเหม็นหรอกนะ มีแต่ 'มาก' หรือ 'น้อย' เท่านั้น" อาเจียหันมาฉีกยิ้มกวนประสาท "อีกอย่าง เรามีตั๋วฟรีอยู่แล้ว จะทิ้งไปก็เสียดายแย่"
เขาชู "ป้ายหยกสีเื" ที่ยึดมาจากนักฆ่าขึ้นมา แล้วเดินนำลงไปสู่ประตูเมืองที่ทำจากกะโหลกัดินขนาดั์ ยามเฝ้าประตูเป็ชายร่างั์สองคนที่มีิัแข็งเหมือนหิน ซึ่งน่าจะเป็ลูกผสมเผ่าศิลา พวกเขายืนขวางทางเข้าด้วยแววตาดุร้าย
"ค่าผ่านทางคนละ 50 ตำลึงทอง! หรือไม่ก็ทิ้งแขนไว้ข้างหนึ่ง!"
"โฮ่... ราคาดีดตัว ขึ้นตาม ยุคเข็ญ สินะ" อาเจียไม่สะทกสะท้าน เขาโยนป้ายหยกสีเืให้ยามรับไว้ "ข้ามาในนามของ 'หน่วยล่าเงา'... คงไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางกระมัง?"
ยามร่างั์รับป้ายไปดู พอเห็นสัญลักษณ์หน้ากากทมิฬบนป้าย ก็รีบเปลี่ยนท่าทีจากดุร้ายเป็นอบน้อมทันที "ข...ขออภัยนายท่าน! เชิญด้านในขอรับ! ตลาดราตรียินดีต้อนรับคนของ หอการค้าทมิฬ เสมอ!"
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในตลาด สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงลอยที่วางขายของแปลกประหลาด มีั้แ่ "หัวใจอสูรไฟที่ยังเต้นตุบๆ", "คัมภีร์ยุทธ์เปื้อนเื", ไปจนถึง "ชิ้นส่วนศัสตราโบราณ" สนิมเขรอะ
"อาเจีย... เราจะเอายังไงต่อ? จะเอา 'ดวงตา' นั่นไปขายที่ไหน?"
"ของระดับนี้... วางขายแบกะดินไม่ได้หรอก" อาเจียกวาดสายตาคมกริบมองไปจนสะดุดตากับอาคารไม้สักทองสูงสามชั้น ป้ายหน้าร้านเขียนด้วยอักษรทองคำว่า
『โรงรับจำนำิญญา』
ทั้งสองเดินเข้าไปในร้าน ภายในมีกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ หลังเคาน์เตอร์ไม้เนื้อแข็ง มีชายชราหลังค่อมสวมแว่นตาข้างเดียวนั่งขัดลูกคิดอยู่ ชายชราเอ่ยโดยไม่เงยหน้า "จะจำนำอะไร? ทรัพย์สิน? อวัยวะ? หรือ... อายุขัย?"
"ข้ามีของเล่นชิ้นเล็กๆ มาให้ท่านตีราคา"
อาเจียล้วง "เนตรอสูรา" ออกมา แต่ก่อนจะวางลง เขาแอบใช้นิ้วตวัดวาด วงล้อสูญตา (O) กลางอากาศ แล้วประทับลงไปบนเปลือกนอกของดวงตาอสูรอย่างแเี
วูบ!
อักขระหลิง (零) ไหลซึมผ่านรอยแตกเข้าไป "เขียนทับ" กฎเกณฑ์ภายใน ตัดขาดการเชื่อมต่อของจิติญญามาร ทำให้มันกลายเป็เพียงวัตถุไร้ กลิ่นอาย ชั่วคราว เพื่อป้องกันมิให้มันแผลงฤทธิ์หรือส่งตำแหน่งให้เ้าของเดิมรับรู้... จากนั้นเขาจึงวางมันลงบนโต๊ะดัง ตึ้ง!
ชายชราชะงักมือที่ดีดลูกคิด เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองวัตถุสีแดงก่ำนั้น แล้วหยิบแว่นขยายส่องดู ทันใดนั้น ดวงตาที่ฝ้าฟางของเขาก็เบิกโพลง
"นี่มัน... เนตรอสูรา ของยุคหมื่นปี!" ชายชราเสียงสั่นเครือ "เ้าหนู... เ้าไปได้สิ่งนี้มาจากไหน?"
"ความลับทางการค้า" อาเจียยิ้มกริ่ม "ข้าอยากรู้แค่ว่า... มันแลกเป็ทองได้เท่าไหร่? หรือแลกเป็ 'เบาะแส' ได้ไหม?"
ชายชราลดแว่นลง จ้องมองอาเจียด้วยสายตาเ้าเล่ห์ "ทองน่ะมีแน่... แต่ถ้าเ้าอยากปล่อยของชิ้นนี้ เ้าต้องระวังตัวหน่อยนะ เพราะตอนนี้... มีคนกำลังประกาศรับซื้อมันในราคาสูงลิบ... และคนผู้นั้นก็กำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่ชั้นสองของร้านข้าพอดี"
[อาเจีย...] มู่เฉิน เตือนเสียงเครียดจนิญญาสั่นสะท้าน [ข้าััได้... กลิ่นอายบนชั้นสองนั่น... มันคุ้นมาก... มันคือกลิ่นอายเดียวกับ 'คนทรยศที่ฆ่าข้า'!]
อาเจียหุบยิ้มทันที ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขามองขึ้นไปที่บันไดชั้นสอง ความรู้สึกเหมือนหนูที่เผลอเดินเข้ามาในรังงูจงอางเริ่มเกาะกุมหัวใจ
"เอ่อ... เถ้าแก่ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าขอไปดูราคาที่อื่นก่อนนะ!" อาเจียคว้าดวงตาเก็บเข้าอกเสื้อเตรียมจะชิ่ง
"ช้าก่อน..."
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังลอยลงมาจากชั้นสอง พร้อมกับแรงกดดันิญญามหาศาลที่กดทับลงมาจนอาเจียก้าวขาไม่ออก ราวกับมีขุนเขาหล่นทับบ่า
"ในเมื่อมาแล้ว... จะรีบไปไหนเล่า? สหายตัวน้อยผู้กุญแจ..."