บทที่ 27
ทะลวงระดับขอบเขตปราณ
วันเวลานั้นล่วงเลยผ่านไปสำนักกระบี่์แห่งนี้เริ่มมีการพูดถึงของผู้คนมากมาย ผู้คนไม่น้อยจากสำนักกระบี่์เล่าลือถึงพร์ของคุณชายหลัวที่ตอนนี้บ่มเพาะได้ขึ้นไปอยู่ในระดับจิตต่อสู้เรียบร้อยแล้ว
คนผู้นี้ในตอนที่กำลังจะเข้าสู่สำนักแน่นอนว่าระดับของมันอยู่ในระดับขอบเขตปราณขั้นปลายที่อีกเพียงก้าวเดียวก็ไปอยู่ในระดับจิตต่อสู้
ถึงแม้ว่าจะบอกว่าอีกเพียงก้าวเดียวก็ไปถึงระดับนั้นแต่การบ่มเพาะมันเองก็ไม่ได้ง่ายดายแม้จะเป็เพียงก้าวเดียวแต่คนธรรมดาทั่วไปที่ไร้ซึ่งพร์เกรงว่าคงจะต้องใช้เวลาหลายเดือน
คนผู้นี้เพียงเข้าสำนักมาเพียงแค่ 1 เดือนตอนนี้กลายเป็ว่าเข้าไปสู่ในระดับจิตต่อสู้ขั้นต่ำพร์เช่นนี้เป็ที่น่าจับตามองของผู้คน
ผู้คนต่างมองว่าคนผู้ดีอีกไม่นานพร์ของมันจะเบ่งบานมากกว่านี้กลายเป็หนึ่งในคนที่มีความสามารถของสำนักอย่างแน่นอน
ผู้คนต่างพากันเอ้ยชมเชยความสามารถที่ล้นเหลือของคุณชายหลัวโดยที่พวกมันไม่สามารถตระหนักรู้ได้เลยว่าตอนนี้มีอัจฉริยะผู้หนึ่งกำลังถือกำเนิดขึ้น
ภายในกระท่อมเล็กๆในยามราตรีบริเวณตีนูเากระบี่ออร่าพลังจำนวนมากเออล้นออกมาจากร่างกาย
จางอี้ทะลวงระดับขึ้นมาสู่ระดับขอบเขตปราณได้สำเร็จแล้วมุมปากปรากฏรอยยิ้มร่างกายที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยพลัง
ในตอนนี้ขึ้นมาอยู่ในระดับขอบเขตปราณขั้นต่ำ “ สำเร็จแล้ว ”
“ อีกห้าวันจะมีการพาเหล่าลูกศิษย์เดินทางไปยังถ้ำจิตกระบี่”
“ ยังพอมีเวลาการปรับตัว ”
จางอี้ใช้เวลาฝึกหลายวันจนสามารถทะลวงระดับนี้ได้ก่อนวันที่จะเดินทางไปถึงถ้่ำจิตกระบี่เหลือเวลาอยู่อีก 5 วันในตอนนี้ตัวเองทะลวงขึ้นมาสู่ระดับนี้ได้แล้วแน่นอนว่ามีเวลาในการปรับตัวกับพลังที่เพิ่งได้รับมา
ทะลวงระดับได้ใน่ยามราตรีเกาเทียนฉีนอนหันหลังให้แต่สามารถััได้ถึงพลังที่ทะลวงระดับ ได้แต่นึกคิดในใจ‘ ขอทานน้อยผู้นี้พร์นี่มันอะไรกัน ’
‘ ตอนแรกข้าคิดว่าจะให้เขาใช้โอสถพวกนั้นเพื่อทะลวงระดับแต่นี่ไม่จำเป็จะต้องใช้เลยไม่กี่วันถัดมาก็สามารถทะลวงระดับได้แล้ว ’
‘ น่าสนใจจริงๆอยากจะรู้แล้วว่าเมื่อเข้าไปภายในถ้ำจิตกระบี่จะได้อะไรกลับมา’
‘ ถ้าเกิดว่าได้แก่นทักษะกระบี่ดีๆก็คงจะดีสิ ’หลังจากนึกคิดถึงเื่สนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น ดวงตาทั้งสองของชายชราก็ค่อยๆพับปิดลงก่อนที่จะเข้าสู่การหลับใหล
ห้าวันต่อมา
ในตอนนี้เข้าสู่่ต้นเดือนเจ็ด
เหล่าศิษย์หน้าใหม่ของสำนักกระบี่์ตอนนี้นับดูแล้วเดินทางเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ร่วม 1 เดือนได้แล้ว
ใน่ 1 เดือนที่ผ่านมามีผู้คนมากมายออกไปจากสำนักแห่งนี้ไม่น้อยแต่ก็มีคนที่สามารถปรับตัวได้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน
เมื่อวันเวลานั้นเดินทางมาถึงการประกาศนั้นถูกป่าวประกาศออกมาเมื่อประมาณ3 วันก่อน ลูกศิษย์ของสำนักกระบี่์เตรียมตัวในการออกเดินทาง
จางอี้เดินทางขึ้นมาจากด้านล่างของูเาขึ้นมาถึง้าพบเจอว่าบริเวณลานกว้างของสำนักมีเหล่าลูกศิษย์หน้าใหม่ของสำนักที่เข้ามาภายในรอบเดียวกับเขากำลังยืนตั้งแถวอย่างเป็ระเบียบ
จางอี้เดินมาช้าสุดจึงต่อแถวด้านหลังพร้อมกับมองพวกมัน ‘ดูเหมือนว่าจะมีคนรอดมาได้เยอะพอสมควรเลยนะ ’
‘ อารามฝึกยุทธเหลือสมาชิกประมาณ 30 คนที่เป็หน้าใหม่ ’
‘ อารามกลั่นยาเองก็ถือว่ามีคนรอดไม่น้อยแต่ที่น้อยที่สุดก็คงจะเป็อารามค่ายกลส่วนอารามอื่นๆก็ยิบย่อยไป ’
‘ เอาเถอะไม่เกี่ยวอะไรกับข้าในตอนนี้เพียงแค่เดินทางไปที่สถานที่แห่งนั้นได้ก็พอ’ จางอี้ยืนอยู่ด้านหลังสุดแสดงใบหน้าเรียบเฉย
ดูเหมือนว่าหลังจากเข้ามาภายในสำนักตัวตนของเขาจะเริ่มจืดจางเข้าไปเรื่อยๆอาจจะเป็เพราะว่าเหล่าลูกศิษย์ภายในรุ่นเดียวกันที่เข้ามาพวกมันนั้นกำลังสนใจกับการบ่มเพาะของตนเอง
จนแทบจะไม่มีเวลามาสนใจเขาที่ตอนนี้ไปอยู่บริเวณด้านล่างของูเา เพราะเป็แบบนั้นมันเลยทำให้ตัวตนของเขาในตอนนี้จืดจางเป็อย่างมาก
กลายเป็ว่าแม้ว่าจะมายืนต่อแถวมันเองก็ไม่มีผู้ใดสังเกตเหลาลูกศิษย์ทำการเตรียมพร้อมก่อนที่จะมีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งทะยานมาภายในอากาศมาหยุดลงด้านหน้า
กระบี่เล่มนั้นปรากฏร่างของชายชรายืนอยู่บนตัวกระบี่ด้วยท่าทางองอาจคนผู้นี้คือหนึ่งในผู้าุโของสำนัก
ชายผู้นี้เป็ชายผมขาวตัวหนาเล็กน้อยท่าทางองอาจใบหน้าเกลี้ยงเกลาดวงตาดูสงบนิ่งมีท่าทางสุขุมแฝงเร้นเอาไว้
ที่แท้แล้วมันก็คือผู้าุโ 3ของสำนักที่มีนามว่าจ้าวอู่เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ยืนอยู่บนกระบี่กวาดสายตามองเหล่าลูกศิษย์ที่เตรียมตัวอยู่รอบนึง
“ ดูเหมือนว่าจะเตรียมตัวกันพร้อมแล้ว ”
“ พวกเ้าทั้งหมดเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้รู้ดีว่าข้านั้นจะพาพวกเ้าไปที่ไหนถ้่ำจิตกระบี่ถือว่าเป็หนึ่งในสมบัติของสำนักของพวกเรา ”
“ พาพวกเ้าไปในครั้งนี้แน่นอนว่าเพื่อที่จะคัดสรรผู้มีความสามารถที่จะได้รับแก่นทักษะ”
“ การเดินทางไปในครั้งนี้บางคนอาจจะไม่ได้ทักษะกลับมาแต่ก็ไม่จำเป็จะต้องน้อยใจไปแก่นทักษะภายในถ้่ำจิตกระบี่เป็สิ่งที่พิเศษเพราะแบบนั้นมีแต่คนที่มีความสามารถจริงๆเท่านั้นถึงจะได้รับการยอมรับจากพวกมัน”
“ แต่นี่เองก็เป็ธรรมเนียมและเป็พิธีที่สำนักของพวกเรานั้นจัดขึ้นมาั้แ่ในอดีตพวกเ้าจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าไปภายในถ้ำจิตกระบี่ทุกๆครั้งที่พวกเ้าเลื่อนระดับขั้นภายในสำนัก”
“ เอาล่ะข้าอธิบายทั้งหมดเรียบร้อยแล้วถ้าเช่นนั้นก็เตรียมตัวยืนให้มั่นคง ” ผู้ที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าจริงจัง
าุโท่าทางองอาจผู้นี้ยกฝ่ามือข้างขวาของตนเองขึ้น ทันทีที่ฝ่ามือข้างขวานั้นถูกยกขึ้นมีออร่าพลังบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมา
พวกเหล่าลูกศิษย์ที่กำลังยืนอยู่ดวงตาในตอนนี้กำลังแปรเปลี่ยนไปพวกมันสามารถััได้ถึงพลังที่เปลี่ยนแปลงบริเวณรอบๆ
ก่อนที่มันจะมีแสงสว่างวูบนึงสว่างขึ้นบริเวณเท้าของพวกมันที่พวกมันกำลังยืนอยู่ลวดลายอักขระค่ายกลปรากฏขึ้นตรงเท้าของพวกมันเป็รัศมีกว้างเป็วงกลม
จางอี้ขมวดคิ้วก้มใบหน้าของตนเองมองดูบริเวณเท้า ‘วิชาค่ายกลดูเหมือนว่าจะเป็การเคลื่อนย้าย ’
หลังจากนั้นไม่นานแสงสว่างวูบหนึ่งปรากฏขึ้นรอบๆกระจ่างจ้าจนดวงตานั้นต้องพับปิดลงดวงตาทั้งสองข้างพับปิดพร้อมกับร่างกายที่ราวกับโดนดึงดูดด้วยห้วงอากาศบางอย่าง
หลังจากนั้นพริบตาเดียวบรรยากาศรอบๆนั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปิัสามารถััได้ถึงไอเย็นที่กระทบที่ิั
เหล่าลูกศิษย์ของสำนักกระบี่์ดวงตาทั้งหมดเปิดขึ้นพร้อมกันพบเจอภาพที่ตกตะลึงทัศนียภาพบริเวณรอบร่างกายนั้นเปลี่ยนไป
ตอนนี้พวกมันนั้นถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาภายในป่าแห่งหนึ่งที่ไม่รู้จักดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนี้จะอยู่ไกลจากสำนักกระบี่์พอสมควร
“ นี่มันอันใดกันนี่มันที่ไหน ”
“ นั่นสิโดนเคลื่อนย้ายมาอย่างนั้นหรือเป็ฝีมือของผู้าุโ? ” เสียงมากมายดังขึ้นอย่างแตกตื่น
จากนี้ที่ยืนอยู่อย่างสงบนิ่งดวงตาประเมินรอบกายอย่างสุขุม
ในขณะที่เหล่าลูกศิษย์ของสำนักกระบี่์ที่โดนเคลื่อนย้ายมากำลังตื่นตระหนกเสียงของผู้าุโดังขึ้นด้านหน้า “ อยู่ในความสงบ ”
เสียงนั้นดูทรงพลังในขณะเดียวกันนั่นเองก็เต็มไปด้วยอำนาจแห่งคำสั่งพวกที่อยู่ด้านหน้าได้ยินเสียงเช่นนั้นหยุดชะงักดวงตาของพวกมันมองตรงไปพบเห็นผู้าุโสามที่ยืนอยู่บนตัวกระบี่
พวกมันกลับมาอยู่ในท่าทางสงบนิ่งยืนเข้าแถวเช่นเดิมท่าทีที่กำลังตื่นตระหนกก่อนหน้านี้ก็หายไปเมื่อพบเจอกับผู้าุโ
“ พวกเรามาถึงแล้วสถานที่แห่งนี้คือถ้ำจิตกระบี่ ” ผู้าุโสามผายมือไปด้านหลังแนะนำสถานที่ที่อยู่ด้านหน้าให้กับเหล่าลูกศิษย์ใหม่ได้ชม
ดวงตาของพวกเขามองตรงไปยังจุดที่มือข้างนั้นชี้ไปพบเห็นกับปากถ้ำแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ด้านในนั้นเต็มไปด้วยความมืดมิด
ิักลับสามารถััได้ถึงพลังที่ถูกผนึกและปลดปล่อยออกมาเป็จังหวะจางอี้ทันทีที่เห็นถ้ำที่อยู่ด้านหน้าบางอย่างภายในอกก็สั่นสะท้าน
รู้สึกเหมือนว่าแก่นกระดูกของตนเองที่เป็กระดูก์นิรันดร์กำลังร้อนขึ้น‘ มีบางอย่าง มีบางอย่างอยู่ในนั้นแน่ ’
จบบท