อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 35 เมื่อเสือคำราม



    “ปฏิเสธคำเชิญของกษัตริย์นั่นไปซะ บอกไปว่าพวกเรามาแบบส่วนตัว อย่าลืมปกปิดกำหนดการด้วยล่ะ” โดมินิคสั่งแจ็ค

    เพราะทันทีที่ลงจากเครื่องบินส่วนตัว ก็ได้มีคณะตำรวจและทหารของไซแอนมาคอยต้อนรับและตามอารักขาเพื่อความปลอดภัยให้เขาที่สนามบิน

    ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับผู้นำประเทศระดับโดมินิค

    ไม่มีทางเลยที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศแบบเงียบๆ ได้ เว้นแต่จะไปแบบผิดกฎหมายเท่านั้น

    เมื่อกษัตริย์เนโรที่ 13 รู้ว่าเขาจะมา จึงสั่งคนสนิทมาเชิญประธานาธิบดีเฒ่าไปพบ เพื่อร่วมงานเลี้ยงรับรองที่จัดขึ้นเพื่อโดมินิคโดยเฉพาะ

    แต่ในฐานะผู้นำของประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ชายชราจะไม่รู้ถึงความเน่าเหม็นของราชวงศ์เธเร่ได้อย่างไร?

    เผลอๆ จะรู้มากกว่าชาวไซแอนที่ถูกปิดหูปิดตาด้วยซ้ำ

    ถ้าเขามาในฐานะประธานาธิบดีก็คงต้องตอบรับคำเชิญตามมารยาททางการเมือง

    แต่การครั้งนี้โดมินิคมาในฐานะนักท่องเที่ยว

    ดังนั้น จึงสามารถปฏิเสธคำเชิญดังกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

    "ฉันไม่ไว้ใจพวกมัน หาทางสลัดไปซะ" โดมินิคกระซิบบอกแจ็ค

    เขาไม่ไว้ใจพวกตำรวจทหารที่ทางไซแอนส่งมาอารักขาเลยสักนิด ไปๆ มาๆ คนพวกนี้อาจเป็นมือสังหารเสียเองก็ได้

    ถึงจะมีฝูงผึ้งและหุ่นเอชคู่ใจตามมาด้วยก็ตาม แต่ไม่ประมาทไว้มันก็ดีกว่า

    ด้วยเหตุนี้ ตลอดการเดินทางรถของโดมินิคจึงหยุดจอดหลายต่อหลายครั้ง

    ถ้าดูเผินๆ ก็เหมือนแวะลงเที่ยวตามจุดต่างๆ ธรรมดาๆ ซึ่งทางพวกเจ้าหน้าที่ไซแอนก็ไม่ได้สงสัยอะไร

    ทว่า หลังจากการจอดแวะครั้งที่ 8 เมื่อบรรดาเจ้าหน้าที่ไซแอนได้พบว่าผู้ที่ลงจากรถมาไม่ใช่โดมินิคก็ถึงกับนั่งไม่ติดทันที

    พวกที่ทำงานเช้าชามเย็นชามกินเงินเดือนไปวันๆ แบบพวกเขา ไม่มีทางเลยที่จะสู้หน่วยอารักขาของไอโนว่าได้

    แผนการที่จะกันเจ้าหน้าที่พวกนี้ออกไปจึงสำเร็จได้อย่างง่ายดาย

    “พ่อพาพวกเรามาลำบากแท้ๆ” ภายในรถตู้โทรมๆ จอห์นที่ตอนนี้หน้าบึ้งราวกับตูดวัวขมิบบ่นใส่คุณพ่อตัวแสบ

    กึ่กๆ

    ทันใดนั้นรถปุโรทั่งก็ตกหลุมลึกบนถนนใหญ่ ซึ่งดูเหมือนจะถูกโกงงบประมาณในการซ่อมแซมไป คนในรถสะเทือนจนหัวแทบจะติดหลังคารถ

    [ลิงอย่างแก เสือกอาสามาขับรถ ควรจะไปร้องเจี้ยกๆ บนต้นไม้จะเหมะกว่านะ ชวนอีลิงป้านั่นไปด้วยสิ]

    เจ้าผึ้งปากจัดซึ่งเกาะอยู่บนหัวแจ็คที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อได้จังหวะก็ด่ากราดทันที ยิงครั้งเดียวได้ลิงสองตัวเลย ช่างเก่งจริงๆ (โรซี่ยังไม่ได้ทำไรแกเลยนะ ไอ้ผึ้ง)

    จากนั้นสงครามน้ำลายก็ได้เริ่มขึ้น เป็นครั้งที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่ทราบ

    แคโรไลน์ที่นั่งอยู่เบาะหลังดูพวกนั้นทะเลาะกันและหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างสนุกสนาน ซาร่าที่นั่งข้างๆ ก็เอาหูฟังมาสวมเพื่อปิดกั้นการรับรู้การมีอยู่ของพวกมันไป

    ส่วนจอห์นกับโดมินิคนั้นพวกเขากำลังมีสงครามน้ำลายเล็กๆ ของตัวเองอยู่ ไม่มีเวลาไปสนใจไอ้พวกปัญญาอ่อน 2 คนกับอีก 2 ตัวนั่น

    “บ่นๆๆ อะไรนักหนา ถ้าไม่ได้ฉันคนนี้ หน้าอย่างแกคงทำได้แค่กราบกรานอ้อนวอนไอ้หนุ่มนั่นให้มันรับแคโรไลน์เข้าเรียน ยังไม่สำนึกบุญคุณอีก”

    โดมินิคที่ตอนนี้สวมแว่นกันแดดไซส์ใหญ่เพื่อปลอมตัว ด่าลูกชายขี้บ่น จากนั้นทั้งสองเถียงกันไปมาโดยที่ไม่มีใครยอมใคร

    วุ่นวายกันมาตลอดทางบนรถปุโรทั่ง เวลา 1 ชั่วโมงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดคนทั้งหมดก็ได้มาถึงหน้าสถาบันศึกษา

    “เฮ้ พ่อ ดูเหมือนว่าเจ้าหนุ่มที่พ่อพูดถึงจะกลายเป็นผู้ร้ายไปแล้วล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” จอห์นแสยะยิ้มน่ารังเกียจเยาะเย้ยโดมินิคและชี้ไปที่ด้านหน้า

    “หุบปากเน่าๆ ของแกไปซะ ไอ้ลูกชั่ว” โดมินิคด่ากลับอย่างมีอารมณ์

    ที่ด้านหน้าสถาบันศึกษาตอนนี้มีตำรวจทหารและพวกสื่อมวลชนเต็มไปหมด แถมยังมีการประกาศให้เฟรีสมอบตัวเป็นระยะๆ อีกด้วย

    ทำให้ภาพลักษณ์ในสายตาคนเดินผ่านไปผ่านมาของชายหนุ่มเหมือนพวกโจรพวกฆาตรกรไม่มีผิด

    ‘นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย’ โดมินิครู้สึกปวดหัวจี้ดทันที กว่าตนเองจะได้หยุดงานเพื่อมาที่นี่ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

    นอกจากนั้นหลานตัวน้อยก็ลาออกจากโรงเรียนแล้วด้วย ไม่ได้! เขาจะไม่ให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด

    “เจ้าตัวเล็ก ติดต่อนายแกด่วนเลย” ชายชราสั่งเจ้าผึ้งคู่ใจที่กำลังด่าแจ็คไม่หยุด

    .....................................

    ภายในอาคารผึ้งยักษ์ (ผึ้งยักษ์ชื่อรอยัลบี) เฟรีสกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอยู่ คิ้วของเขาขมวดเป็นปมนิดๆ

    'อยู่เป็นเป้านิ่งอย่างนี้ไม่ดีแน่ คงต้องย้ายโรงเรียนออกไปก่อน' เขามีความคิดว่าจะย้ายโรงเรียนไปที่จุดดีปบลูก่อนชั่วคราว

    จากนั้นก็ค่อยมารับสองสามีภรรยาไปอยู่ด้วยภายหลัง

    แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากเลือกวิธีนี้ เพราะเฟรีสไม่รู้ว่าสองสามีภรรยาจะเต็มใจไปอยู่ด้วยไหม

    "รอยัลบี เรียกหุ่นทั้งหมดกลับมา แล้วเตรียมขึ้นบิ..."

    ทันใดนั้น ยังไม่ทันที่เฟรีสจะพูดจบประโยคก็มีสัญญานเตือนสายด่วนจากโดมินิคเข้ามาเสียก่อน

    เขาอดแปลกใจไม่ได้ เพราะตามที่เสือเฒ่านัดไว้คือเวลาค่ำ แต่นี่เพิ่งจะกลางวัน

    ‘ตาเฒ่านั่นคงกะมาเซอไพรส์สินะ’ เฟรีสคิด

    หลังจากนั้นก็แสยะยิ้มออกมา เพราะเพิ่งนึกวิธีแก้ปัญหาที่เจออยู่ได้แบบสดๆ ร้อนๆ

    วิธีที่ว่าก็คือการโยนไปให้ประธานาธิบดีเฒ่าจัดการแทนนั่นเอง

    "นี่มันเกิดอะไรขึ้น" เสียงห้วนๆ ยานๆ ของชายชราดังออกมาจากปลายสาย ดูเหมือนเสือเฒ่าจะหงุดหงิดไม่ใช่น้อย

    “โชคดีจริงๆ ที่ปู่มาตอนนี้พอดี คือว่าผมโดนปล้นน่ะ แถมยังโดนยัดข้อหาซะด้วยสิ”

    พร้อมๆ กันนั้น เฟรีส (ร่างอวตาร) ก็ส่งไฟล์วีดีโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้โดมินิคผ่านทางเจ้าผึ้ง

    “ปู่คงไม่อยากให้หลานตัวน้อยเรียนกับอาชญากรหรอกจริงไหม?” เฟรีสอดยิ้มออกมาไม่ได้

    ชายชราช่างกะเวลามาเซอร์ไพรส์ได้อย่างเหมาะเจาะเสียจริงๆ

    โดมินิคเมื่อดูคลิปจบก็ขบกรามแน่นจนเป็นสัน

    ‘เจ้าหนุ่มนั่นเป็นขุมทรัพย์เดินได้ชัดๆ ไอ้กษัตริย์โง่กำลังจะฆ่าห่านทองคำเพื่อเอาไข่ไม่กี่ฟองในท้อง น่าสมเพชในความโง่เง่าเสียจริงๆ’

    ชายชราอดสมเพชในความโง่ของกษัตริย์เนโรไม่ได้

    ถ้ามีคนอย่างเฟรีสอยู่ประเทศตนเอง โดมินิคจะไม่มีทางทำให้เขาขุ่นเคืองใจเด็ดขาดมีแต่ต้องรักษาไว้ ยกเว้นแต่ว่าทำเรื่องผิดกฎหมายแหละนะ

    "แจ็ค ให้คนของเราล้อมพวกซื่อบื้อกลุ่มนี้ไว้ และจอห์น แกไปหาวิธีติดต่อไอ้กษัตริย์ปัญญาอ่อนนั่นด่วน"

    "ซาร่าฝากดูแคโรไลน์ด้วยนะ อย่าลงจากรถเด็ดขาด" โดมินิคออกคำสั่งอย่างคล่องแคล่ว

    “หยุดตรงนั้น! พวกแกเป็นใคร” ใครคนหนึ่งในบรรดาตำรวจและทหารตวาด

    พร้อมกันเจ้าหน้าที่ทุกคนก็เล็งปืนมายังหน่วยอารักขาของโดมินิคทันที

    “ถ้าพวกคุณยิงคนของผม รับรองได้เลยว่าจบไม่สวยแน่นอน”

    ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นมาจากด้านหลังของหน่วยอารักขาประธานาธิบดีไอโนว่า

    “แกเป็นใคร” รองหัวหน้าตำรวจพิเศษฯพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด พร้อมกับสั่งลูกน้องให้เล็งปืนไปที่โดมินิค (แขนหักไปแล้ว ถือปืนเองไม่ได้)

    วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่เรื่องติดขัดไปเสียทุกอย่าง แขนก็ยังมาหักอีกด้วย โชคดีที่หน่วยแพทย์เข้าเฝือกไว้ให้ชั่วคราว

    อันที่จริงตอนนี้ท่านรองหัวหน้าฯอยากกลับไปพักรักษาตัวมากที่สุด แต่เขาไม่สามารถไปได้

    เพราะถ้าทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าไม่เสร็จล่ะก็....ไม่รู้ว่าจะต้องโดนอะไรบ้าง

    แต่มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าหนักแน่นอน เผลอๆ อาจได้ไปอยู่ในคุกขี้ไก่ใต้วัง

    “หืม น่าแปลกใจมาก ที่เจ้าหน้าที่ยศสูงอย่างคุณไม่รู้จักผม ดูท่าตำแหน่งนี้คงซื้อมาสินะ คนโง่อย่างคุณมันไม่น่าจะได้เป็นระดับหัวหน้าคนได้”

    โดมินิคที่โดนเล็งปืนใส่พูดกับท่านรองฯด้วยน้ำเสียงสบายๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร

    เจ้าหน้าที่ของเขาเองก็ไม่ได้กังวลเช่นกัน เพราะด้านข้างของประธานาธิบดีเฒ่ามีเจ้าผึ้งกับหุ่นเอชขนาบอยู่ด้วย

    สิ่งที่ทำให้โดมินิคกังวลมากกว่าพวกตำรวจทหารไซแอนก็คือไอ้ตัวจ้อยกับหุ่นข้างๆ เขานี่แหละ

    เมื่อครู่ถ้าไม่รีบสั่งหยุดไว้ พวกที่เล็งปืนมายังเขาคงกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

    ถ้าพวกนั้นเงยหน้ามองขึ้นไปนิดนึงก็จะเห็นว่าที่เหนือหัวมีผึ้งฝูงใหญ่บินฉวัดเฉวียนอยู่

    “ผมคือโดมินิค โซรอส ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐไอโนวา ว่ายังไงล่ะ? ยังคิดจะยิงผมอีกไหม คุณเจ้าหน้าที่”

    โดมินิคพูดด้วยใบหน้านิ่งสนิทพร้อมกับถอดแว่นตาดำออก

    จากนั้นก็เดินช้าๆ เข้าไปหาเจ้าหน้าที่ไซแอนคนที่อยู่ใกล้ที่สุดจนหน้าผากห่างจากปากกระบอกปืนแค่ฟุตเดียว

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ถ้าไอ้แก่อย่างแกเป็นประธานาธิบดี ฉันก็คงเป็นพ่อประธานาธิบดีแหละ” รองหัวหน้าฯเยาะเย้ยพร้อมกับหัวเราะร่วน

    ประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 จะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

    ปกติผู้นำระดับนี้มาต้องมีขบวนรถและหน่วยอารักขาอย่างต่ำก็เป็นร้อยคนแล้ว ดังนั้น เขาไม่เชื่อเด็ดขาด

    "แกเป็นพวกเดียวกับไอ้ (-_-) นั่นสินะ พวกเราจับมันไปสอบสวน"

    รองหัวหน้าฯสมองน้อยผู้นี้คิดว่าโดมินิคเป็นพวกเดียวกับเฟรีส และก็มาแกล้งทำเป็นถ่วงเวลาเพื่อให้คนในสถาบันหลบหนี เขาจึงไม่รอช้า รีบสั่งลูกน้องให้จับกุมทันที

    "....."

    ทว่า คำสั่งของท่านรองหัวหน้าตำรวจฯนั้นไม่ได้รับการตอบสนองแต่อย่างใด

    บรรดาลูกน้องต่างก็พากันยืนนิ่งไม่ขยับ กระทั่งปืนที่ยกขึ้นเล็งเมื่อครู่ก็ลดลงแล้ว

    เมื่อครู่ประธานาธิบดีเฒ่าสวมแว่นกันแดดขนาดใหญ่ พวกเขาจึงมองหน้าชายชราไม่ชัด

    แต่พอถอดแว่นออกมาเท่านั้นแหละ แม้แต่ตำรวจยศต่ำๆ ก็ยังรู้จักชายชราตรงหน้าดีทุกคน

    ใครมันจะไม่รู้ได้ล่ะ เพราะสื่อใหญ่ๆ ทั้งในและนอกประเทศแทบจะลงข่าวของประธานาธิบดีเฒ่าทุกวันเลยก็ว่าได้

    ยิ่งพอมีข่าวกฎหมายสิทธิมนุษยชนตัวใหม่จะถูกบังคับใช้กับประเทศเซเซียร์เป็นประเทศแรก สื่อก็ยิ่งประโคมข่าวหนักขึ้นไปอีก

    บรรดาตำรวจทหารต่างก็เหงื่อแตกพลั่ก เมื่อกี้พวกเขาเพิ่งเล็งปืนใส่ประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่ง

    และพอได้ยินหัวหน้าโง่ๆของตนเองบอกว่าเป็นพ่อของประธานาธิบดี จากตอนแรกเหงื่อแตกเฉยๆ ก็กลายเป็นมีอาการตัวสั่นร่วมด้วย

    จะพากันซวยเพราะไอ้โง่นี่แหละ (ผนงรจตกม ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด)

    รองหัวหน้าฯบัดซบนี่ไม่เคยดูข่าวหรือไงวะ ลูกน้องหลายคนอดคิดอย่างนี้ไม่ได้

    ถึงจะทราบดีว่าเจ้าโง่ตรงหน้าซื้อตำแหน่งมาก็เถอะ แต่ไม่มีใครคิดว่าเซลล์สมองเขาจะน้อยแบบนี้ คงน้อยกว่าแมลงสาบเสียอีก

    “ท่านครับ เขาเป็นประธานาธิบดีจริงๆ” ลูกน้องคนหนึ่งตัดสินใจเอ่ยเตือนหัวหน้าสมองสุนัข ก่อนที่เจ้านั่นจะพาพวกเขาซวยมากไปกว่านี้

    “ผมละทึ่งกับตำรวจประเทศนี้จริงๆ ตราที่อกนั่น....เป็นตำรวจของกษัตริย์ใช่ไหม? เนโรสั่งพวกคุณมาไถเงินหรือ?"

    โดมินิคมองไปยังรองหัวหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบพร้อมกับพูดเสียงดัง

    เขาตั้งใจให้สื่อต่างๆ ได้ยิน ทั้งยังสื่อเป็นนัยๆ ว่าเรื่องชั่วๆ นี้เกี่ยวกับกษัตริย์เนโร

    วันนี้เขาต้องมาเสียเวลา เสียอารมณ์กับไอ้สุนัขรับใช้พวกนี้ คงต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกเสียบ้าง...รวมถึงเจ้าของมันด้วย

    ทันทีที่คำพูดร้ายๆ เกี่ยวกับกษัตริย์หลุดออกจากปากประธาธิบดีเฒ่า

    สื่อในประเทศรีบปิดกล้องวีดิโอทันที พวกเขายังไม่อยากโดนคนของกษัตริย์ชั่วมาปิดสำนักข่าวหรอกนะ

    ส่วนสื่อต่างประเทศนั้นกลับกันโดยสิ้นเชิง นอกจากไม่ปิดกล้องแล้ว ยังขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมด้วยอีกต่างหาก

    "ปะ เป็นไปไม่ได้"

    รองหัวหน้าตำรวจพิเศษฯถึงกับเข่าอ่อนและทรุดลงไปกับพื้น

    ความซวยยังไม่จบเท่านี้ ตีงูต้องตีหัว ตีตำรวจต้องตีมันหน้าสื่อ

    โดมินิคกระซิบบางอย่างกับเจ้าผึ้งตัวจ้อยแล้วก็เดินเข้าไปกลางกลุ่มสื่อมวลชน

    ชายชราสั่งให้เจ้าผึ้งเปิดคลิปที่พึ่งได้รับมาจากเฟรีส โดยฉายออกมาในรูปแบบโฮโลแกรมขนาด 3 เมตร เพื่อให้เห็นกันแบบทั่วๆไปเลย

    บริเวณนั้น นอกจากจะมีบรรดานักข่าวจากสื่อสำนักต่างๆ แล้วก็ยังมีพวกไซแอนมุงเป็นจำนวนมากรวมอยู่ด้วย

    และมันก็มีหลายคนที่กำลังไลฟสด ดังนั้น ถึงสื่อในประเทศจะไม่ลงข่าวเรื่องนี้ แต่ก็ไม่สามารถปิดข่าวได้อยู่ดี

    “พวกคุณคงรู้ต้นสายปลายเหตุแล้วสินะ มิสเตอร์ฟีเรสเพียงแค่เพียงป้องกันตัวจากพวกโจรที่จะมาปล้นเขาเท่านั้นเอง”

    โดมินิคพูดเสียงดัง พร้อมกับปรายมองไปยังรองหัวหน้าฯตัวต้นเหตุ

    “นอกจากนั้น...เมื่อกี้ตำรวจและทหารไซแอนได้เล็งปืนมาที่ผมซึ่งไม่มีอาวุธ ประเทศไซแอนต้อนรับผู้นำรัฐจากต่างประเทศแบบนี้หรือ?" โดมินิคพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

    "ผะ ผม"

    รองหัวหน้าตำรวจพิเศษฯดูเหมือนจะสติหลุดไปเรียบร้อย ไม่สามารถแม้แต่จะแก้ตัว ความกร่างก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น

    สถานการณ์ในตอนนี้ยกระดับเป็นความขัดแย้งระดับประเทศไปแล้ว เพราะเขานี่เอง งานนี้ต่อให้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

    “เจ้าหน้าที่! ติดต่อไปยังหน่วยข่าวกรองของเรา ให้สืบประวัติทุกคนที่เล็งปืนมายังผมทันที สืบดูว่ามันทำงานให้ใคร และเรียกนายกรัฐมนตรีของไซแอนมาพบผมด่วน”

    ประธานาธิบดีเฒ่าแกล้งพูดเสียงดัง แต่ยังไม่ทันที่พวกตำรวจและทหารสุดกร่างเมื่อครู่จะกลัว เขาก็พูดต่อทันที

    และประโยคนี้นี่แหละที่ทำให้บรรดาตำรวจและทหารที่อยู่ตรงนั้น โดยเฉพาะรองหัวหน้าฯแทบจะเป็นลม

    “ติดต่อไปที่กลาโหม ให้ส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษมาที่นี่ ใครมีส่วนเกี่ยวข้องให้จับมันไปทั้งหมด”


    คล้ายกับเรื่องอัจฉริยะพลิกโลก ที่คุณอ่าน