บทที่ 2 ถ้าไม่ให้เงิน ก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่!
ซูเหวินยวนตัดบทพร้อมเสียงสะอื้น "ท่านบีบคั้นข้าหรือไม่ ท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจ ท่านไม่ชอบหน้าข้ามาแต่ไหนแต่ไร คนทั้งจวนใครบ้างจะไม่รู้?"
ซูหยวนมองนางด้วยความไม่พอใจ ก่อนหน้านี้แค่อาละวาดก็พอทน นี่ถึงขั้นบีบคั้นคนให้ฆ่าตัวตายแล้วหรือ?
นางร้อนใจจนแทบจะกระทืบเท้า ก่อกรรมทำเข็ญไว้มากเกินไป ตอนนี้อยากจะอธิบายก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
"ข้าไม่ได้บีบบังคับนะ นางอยากตายเอง!" นางหวังพูดวนเวียนอยู่แค่ประโยคเดียว
ซูเหวินยวนแสดงท่าทีสิ้นหวัง กดเสียงสะอื้นพลางกล่าว "หากข้าคิดจะตายจริง ๆ ป่านนี้คงตายไปนานแล้ว เหตุใดต้องมารอให้ตายตอนจะได้เป็พระชายาอ๋องด้วยเล่า?"
ซูหยวนรู้สึกว่ามีเหตุผล ถูกรังแกมานานหลายปียังไม่คิดจะตาย ตอนนี้กำลังจะได้เป็พระชายาแล้ว จะหาเื่คิดสั้นทำไม?
ต้องเป็ฝีมือฮูหยินเป็แน่
"เ้าก็ไสหัวออกไป!" ซูหยวนเอ่ยปากไล่อย่างเกรี้ยวกราด
นางหวังถูกใส่ร้าย แต่ก็จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บใจนี้ไป ก่อนจากไปนางยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตให้ซูเหวินยวน
ซูเหวินยวนหดตัวอยู่ข้างเตียง ทำท่าทีหวาดกลัวไม่กล้าสบตา ยิ่งเป็การตอกย้ำความผิดของนางหวังเข้าไปอีก
ซูหยวนมองบุตรสาวที่เขาไม่ได้ใส่ใจมานานแสนนาน ก็ไม่รู้จะเอ่ยคำปลอบใจใด ๆ ออกมา
"แม้เฉินอ๋องจะมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ แต่เ้าก็เป็คนที่ฝ่าาพระราชทานสมรสให้ อย่างไรเสียเขาก็ต้องไว้หน้าบ้าง"
ซูเหวินยวนก้มหน้าเงียบ ไม่ว่าเขาจะพูดจาสวยหรูเพียงใด ก็ไม่อาจปกปิดความจริงที่ว่าเฉินอ๋องเป็คนโเี้อำมหิตได้
"แต่งหน้าแต่งตัวก่อนเถอะนะ อีกเดี๋ยวเกี้ยวเ้าสาวก็มาถึงแล้ว" ซูหยวนกล่าวจบก็เดินจากไป
เมื่อทุกคนไปหมดแล้ว เยว่ซิ่วจึงมองผู้เป็นายอย่างไม่สบายใจ พลางเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
"คุณหนูไม่ใช่ว่าท่านยอมตายไม่ยอมแต่งหรอกหรือเ้าคะ?"
"ทำไมข้าต้องเป็คนตาย? คนพวกนั้นใครบ้างที่ไม่สมควรตายยิ่งกว่าข้า?" ซูเหวินยวนเอ่ยอย่างเฉยชา
เมื่อครู่นี้นางไม่มีทางเลือก แต่กว่าจะถึงตอนจบในนิยายก็ยังอีกนาน
เฉินอ๋องคงยังไม่ตายในเร็ว ๆ นี้แน่ การไปอยู่จวนเฉินอ๋องย่อมปลอดภัยกว่าการอยู่ที่จวนอัครมหาเสนาบดีมากนัก
นางหวังส่งหมัวมัวคนหนึ่งมาช่วยนางแต่งตัว
เฉินอ๋องไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้ จึงบอกแก่คนนอกว่าร่างกายไม่สู้ดี ไม่อยากจัดงานใหญ่โต แค่รับคนเข้าจวนก็พอ แต่จะมีชีวิตรอดหรือไม่ต้องแล้วแต่วาสนา นับเป็คำขู่ที่ชัดเจนโจ่งแจ้ง
ดังนั้นฝั่งจวนอัครมหาเสนาบดีจึงประหยัดเื่ไปได้มาก ไม่มีการจัดเลี้ยงแเื่ใด ๆ
ตอนที่หมัวมัวหวีผมให้ ไม่รู้ว่านางไปเก็บความแค้นมาจากไหน ท่วงท่าจึงหยาบกระด้าง กระชากจนซูเหวินยวนเจ็บศีรษะ
"คุณหนู เมื่อครู่ท่านเพิ่งจะยั่วโมโหฮูหยิน ตอนนี้นายท่านต้องไปปลอบนางอยู่ จึงไม่มีใครมาส่งท่านขึ้นเกี้ยว ก็ทน ๆ ไปหน่อยเถอะเ้าค่ะ"
หมัวมัวกล่าวด้วยท่าทีรำคาญเต็มทน
ซูเหวินยวนส่งสายตาเ็าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ฝีมือหวีผมของหมัวมัวช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก วันหน้าข้าจะเรียนท่านอ๋อง ให้เ้าย้ายไปปรนนิบัติที่จวนเฉินอ๋องก็แล้วกัน"
มือของหมัวมัวสั่นสะท้าน นางกล่าวด้วยใบหน้าตื่นตระหนก "คุณหนูอย่าได้ล้อบ่าวเล่นเลยเ้าค่ะ"
จวนเฉินอ๋องนั่นเป็ที่ที่คนธรรมดาจะเข้าไปได้หรือ? เผลอเพียงนิดเดียวอาจถูกเลาะกระดูกโปรยเถ้าธุลีได้เลยนะ!
"เ้าดูหน้าข้าตอนนี้สิ มีอารมณ์จะล้อเล่นอยู่หรือ?" ซูเหวินยวนทำหน้าเคร่งขรึม
หมัวมัวพลันเข้าใจในทันที ท่วงท่าหลังจากนั้นจึงทั้งอ่อนโยนและระมัดระวังเป็พิเศษ
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม เกี้ยวเ้าสาวจากจวนเฉินอ๋องก็มาถึง นางถูกประคองเดินออกจากประตู ในจวนเงียบเชียบวังเวง บ่าวรับใช้ยังคงกวาดลานเรือนอย่างเคย
ครั้นออกจากประตูจวน ซูเหวินยวนก็เห็นเพียงเกี้ยวเ้าสาวหนึ่งหลัง กับคนหามเกี้ยวและองครักษ์ไม่กี่คนเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าเฉินอ๋องมีท่าทีขอไปที จนี้เีจะเสแสร้งด้วยซ้ำ
ซูเหวินยวนกลับรู้สึกว่าดีแล้วเช่นกัน ค่อยสะดวกให้นางใช้ชีวิตหาเลี้ยงปากท้องในจวนเฉินอ๋องหน่อย
ไม่เช่นนั้นหากถูกคนโรคจิตจ้องจับผิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ช้าก็เร็วคงได้ใจนตาย
แต่มีอยู่เื่หนึ่งที่ไม่ดีเอาเสียเลย...สินสมรส! ซูหยวนไม่เตรียมไว้ให้นางเลยสักชิ้นเดียว?
ปีก่อนที่ซูหยวนยอมเก็บมารดาของนางไว้เป็อนุ ก็เพื่อสินสมรสของมารดานาง นึกว่าพอตนแต่งงาน ซูหยวนจะยอมแบ่งให้บ้างสักเล็กน้อยพอเป็พิธี
ไม่ต้องเยอะ ขอแค่พอให้นางมีเงินทุนเริ่มต้นก็พอ แต่นี่ซูหยวนไม่คิดจะให้เลยสักแดงเดียว!
หากไม่มีเงิน นางไปอยู่ที่จวนเฉินอ๋องไม่ต้องอดตายหรอกหรือ?
ต่อให้เฉินอ๋องจะยอมให้นางกินข้าวสักมื้อ แต่บ่าวรับใช้ในจวนก็ต้องใช้เงินซื้อใจไม่ใช่หรือ!
พอคิดถึงตรงนี้ ซูเหวินยวนก็หมุนตัวกลับเข้าจวนทันที ปากก็ยังพึมพำด่าทอไม่หยุด
"เป็ถึงอัครมหาเสนาบดี ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"
นางเดินกลับไปทั้งอย่างนั้น ทำเอาคนที่มารับตัวเ้าสาวแตกตื่น รีบกลับจวนไปรายงานทันที
…
ณ ห้องอักษร จวนเฉินอ๋อง
เซิ่งจิ่งอวี้สวมอาภรณ์ขาว รูปร่างผอมบาง โครงหน้าเห็นกระดูกชัดเจน เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็คนป่วยที่ล้มหมอนนอนเสื่อมาเนิ่นนาน
ใบหน้าขาวซีดไร้สีเื ข้อมือที่โผล่พ้นแขนเสื้อออกมานั้นก็เล็กบางเป็พิเศษ ราวกับมีเพียงหนังหุ้มกระดูก
เขากำลังคัดอักษร ดวงตาทั้งสองกลับสุกสกาวเปี่ยมพลัง หลังจากจรดพู่กันเสร็จก็ยังพิจารณาอย่างละเอียดอีกรอบ
"ท่านอ๋อง ทางฝั่งจวนอัครมหาเสนาบดีเกิดเื่ไม่คาดฝันขอรับ" องครักษ์เมิ่งฉีรายงาน
"เข้ามาพูดข้างใน" เซิ่งจิ่งอวี้ไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
ด้วยชื่อเสียงของเขาในตอนนี้ ไม่ว่าจะแต่งกับใครก็ล้วนทำให้ฝ่ายตรงข้ามใกลัวจนแทบสิ้นสติได้ทั้งนั้น
ซูเหวินยวนก็เคยฆ่าตัวตายมาแล้วหนหนึ่ง จะตายอีกสักรอบก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
"คุณหนูซูเดินออกมาแล้ว แต่พอเห็นเกี้ยวเ้าสาวก็เดินกลับเข้าไปขอรับ"
เซิ่งจิ่งอวี้รอให้เขาพูดต่อ แต่เขากลับพูดจบแล้ว เพราะเื่ที่เขารู้มีเพียงเท่านี้
เซิ่งจิ่งอวี้กวาดตามองเขาอย่างไม่พอใจ พลางตำหนิว่า "เื่เพียงเท่านี้ก็ควรค่าแก่การรายงานรึ? ไปสืบหาสาเหตุให้แน่ชัดแล้วค่อยกลับมารายงาน"
เมิ่งฉียังเยาว์วัย เื่ราวทุกอย่างล้วนต้องค่อย ๆ สอน แต่ข้อดีคือเชื่อฟัง เขารีบพยักหน้ารับคำเป็การบอกว่าตนเข้าใจแล้ว
…
ทางฝั่งซูเหวินยวนกำลังต่อสู้เรียกร้องสินสมรสอย่างถึงที่สุด
ไม่ว่านางจะทั้งขู่ทั้งปลอบอย่างไร นางซื่อก็ยืนกรานคำเดียวว่าไม่มี ไม่ยอมให้แม้แต่ขนเส้นเดียว
แถมยังบอกว่าไม่กลัวนางอาละวาด ถ้าแน่จริงก็ให้เฉินอ๋องมาหนุนหลังให้สิ
ซูหยวนเอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จาราวกับคนตาย แต่ท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขายิ่งทำให้นางซื่อได้ใจ
"สินสมรสนั้นแน่นอนว่าไม่มี! เ้าจะขึ้นเกี้ยวไปเอง หรือจะให้ข้าตีขาเ้าจนหักแล้วโยนขึ้นไป!" นางซื่อเท้าสะเอว ทำท่าทีดุร้ายน่ากลัว
ซูเหวินยวนนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหัวเราะออกมา
"ได้! ไม่เอาก็ไม่เอา!" นางตอบอย่างเด็ดขาด
นางหวังรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง ส่วนซูหยวนก็ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
ซูเหวินยวนกล่าวต่อ "ข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ รออีกไม่กี่ชั่วยามก็จะเข้าหอ ข้าตั้งใจจะลอบสังหารท่านอ๋อง จากนั้นก็ป้ายความผิดว่าพ่อข้าเป็คนสั่ง เขาแค้นเคืองท่านอ๋อง แค้นเคืองฝ่าา! มีใจคิดฏมานานแล้ว"
ซูเหวินยวนบ้าไปแล้ว!
ไม่มีเงินแล้วจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร? ในเมื่อนางอยู่ไม่ได้ เช่นนั้นไม่ว่าใครก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่กันทั้งนั้น!
ซูหยวนลุกขึ้นพรวดพราดอย่างตื่นตระหนก เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว
ซูเหวินยวนกล่าวต่อ "พวกท่านก็รอรับโทษปะาล้างโคตร เชื่อมโยงเก้าชั่วโคตรได้เลย! ไม่ต้องพูดถึงคนเป็ ๆ กระทั่งเศษกระดูกในหลุมศพยังต้องถูกขุดขึ้นมาบดเป็ผง!"
เฉินอ๋องทำได้แน่!
ใบหน้าของนางซื่อพลันซีดเผือด นางแผดเสียงอย่างร้อนรน
"เ้าหุบปากเดี๋ยวนี้! คำพูดเช่นนี้หากแพร่งพรายออกไปมีแต่ตายกับตายเลยนะ!"
ปีนั้นตระกูลของมารดานางถูกปะา ก็เพราะต้องโทษสถานฏ ตอนนี้หากจะบอกว่าซูหยวนมีใจคิดฏด้วย ก็ฟังดูสมเหตุสมผล!
ซูเหวินยวนแค่นหัวเราะอย่างเกรี้ยวโกรธ "พวกท่านก็รู้ว่าหลายปีมานี้ข้าใช้ชีวิตอย่างไร หากวันนี้พวกท่านยอมจ่ายเงินสักเล็กน้อย ข้าก็ยินดีจะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ถ้าไม่ให้... ก็ตายด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ! ข้าไม่มีอะไรจะเสีย หากพวกท่านกล้าตาย ข้าจะมีอะไรให้เสียดายอีก!"
เสียงของนางดังขึ้นเรื่อย ๆ จนบ่าวรับใช้ในจวนหันมามองอยู่บ่อยครั้ง
ในที่สุดซูหยวนก็พุ่งเข้าไปจับนางไว้ เขาใช้มือปิดปากนางแน่น พลางกระซิบเตือนเสียงต่ำ
"อย่าพูดจาเหลวไหล แค่สินสมรสไม่เท่าไหร่ ข้าให้เ้า!"
ซูเหวินยวนกลอกตา เป็สัญญาณให้ซูหยวนปล่อยมือ
ซูหยวนปล่อยแขนออกอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นนางไม่พูดจาไร้สาระอีก เขาก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
"ก็แค่นี้ เื่มากจริง!" ซูเหวินยวนดึงเก้าอี้ข้าง ๆ มานั่งลงอย่างหงุดหงิด
ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยของนาง ไม่มีใครคาดคิดได้เลยว่าเมื่อครู่นี้นางเพิ่งจะวางแผนลอบสังหารท่านอ๋อง
และช่างบังเอิญเหลือเกินที่องครักษ์จากจวนเฉินอ๋องนามเมิ่งฉี จะได้ยินประโยคที่ว่า 'นางจะลอบสังหารท่านอ๋อง' พอดิบพอดี จากนั้นเขาก็รีบวิ่งกลับไปรายงานทันที…
…
เซิ่งจิ่งอวี้เห็นเขากลับมาเร็วถึงเพียงนี้ ก็รู้สึกประหลาดใจ
"ซูเหวินยวนตายแล้วรึ?"
เมิ่งฉีส่ายหน้าพลางตอบ "ไม่ขอรับ นางยังมีชีวิตอยู่ดี แต่ว่า... นางจะสังหารท่านอ๋อง คืนนี้ขอรับ"