สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่หนึ่งร้อยสาม ใช้ชีวิตอย่างป่าเถื่อน

    ตอนที่หนึ่งร้อยสาม ใช้ชีวิตอย่างป่าเถื่อน

    เมื่อได้โอกาสทดสอบความอดทนของร่างกายตนเองแข่งกับสัตว์เทพและโอกาสเพิ่มทักษะอย่างนี้ดยุกอูลริกในฐานะ power player ย่อมไม่ปล่อยให้ผ่านไปอยู่แล้ว

     

    และผมได้เรียนรู้ว่าเก็นบุในร่างโลลิเอ๊ย“ร่างสะกดพลัง”นั้นคือร่างที่สามารถสัมผัสสิ่งต่างๆได้ง่ายดายมากกว่าแบบเดียวกับมนุษย์มากกว่าร่างสัตว์เทพที่ทรงพลัง

    ที่หากจะเรียกว่า”ร่างที่แท้จริง”น่าจะเรียกว่า”ร่างพลังงานธรรมชาติ”เสียมากกว่า

    น่าจะเป็นสาเหตุที่สัตว์เทพทั้งสี่กลายเป้นร่างพลังงานรวมพลังกันและสามารถสะกด”ท่านผู้นั้น”ลงได้นั่นเอง

    นั่นทำให้ผมคิดว่าไอเดียคร่าวๆของผมคิดออกมาได้ว่าตราบใดที่เราทำลายพิธีการปลุกชีพ”ท่านผู้นั้น”ในโลกของวัตถุ

    ต่อให้ร่างวิญญาณอยากจะคืนชีพแค่ไหนก็ยังคงลำบากนั่นเอง

    แต่ว่าหากทำลายของทางกายภาพไปความได้แปรียบของเราที่รู้อนาคตก็น้อยลงเรื่อยๆ

    ซึ่งหากถามผมผมไม่เอาชีวิตของประชาชนจำนวนมากไปเสี่ยงหรอกนะ

    เลื่อนเวลาคืนชีพ”ท่านผู้นั้น”ได้สักห้าสิบปีผมคงสามารถสร้างจรวดไปอวกาศได้จากเทคโนโลยีและเวทย์ของโลกนี้แล้วล่ะ

    ถึงตอนนั้นต่อให้”ท่านผู้นั้น”คืนชีพมาผมคงสร้างสถานีอวกาศเวทย์เล็งยิงเลเซอร์ลงพื้นเป่าจนเรียบแล้วล่ะ หึหึหึ

    มีวิทยาการโบราณต่างๆมากมายที่สามารถสร้างโกเล็มแบบหุ่นยนต์รบได้และมีบางฉากราวกับหลุดมาจากหนังไซไฟในด้านเทคโนโลยี

    ผมได้พยายามรวบรวมของพวกนี้มาแล้วแต่ยังต้องใช้เวลาสักพัก

    ตอนนี้แค่พยายามดัดแปลงสิ่งที่มีเข้ากับกองทัพเพื่อใช้ประโยชน์ขั้นพื้นฐานก่อน

    การที่เขาลองฝึกกับการตีกองทัพเล็กก่อนๆก็เพราะอย่างนี้เพื่อพยายามหาช่องว่างที่สามารถอุดช่องไว้ก่อนได้ก่อนจะเกิดสงครามใหญ่จริงๆ

    ทางที่ดีที่สุดของเราก็น่าจะเป็นการสร้างพันธมิตรไว้ให้มากขึ้นสร้างศัตรูให้น้อยลงนั่นเอง

    เราอาจจะต้องรับตัวฝ่ายที่น่าจะเป็นศัตรูมาเพิ่มขึ้นล่ะนะหากมันทำให้ฝ่ายตรงข้ามน้อยลงสักคนหนึ่งก็ถือว่าเราชนะแล้ว

    ผมดึงร่างที่อ่อนแรงของเก็นบุกออกมาจากตัวผมความหฤหรรษ์ทำให้เก็นบุแทบจะขขยับไม่ได้หรือพูดแบบไม่ได้ศัพท์

    ไม่มีส่วนไหนของเก็นบุที่ผมไม่ได้สัมผัสหรือประทับตราเอาไว้

    ร่างกายของดยุกหมูอ้วนนี่มันอย่างไรกันนะ?

    หรือว่ามันเป็นฟรีซเซอร์จริงๆที่ร้อยวันพันปีไม่เคยฝึกฝนอย่างลำบากเกิดมาก็เก่งเลย?

    “นายท่านไม่ไหวแล้ว”

    เก็นบุกล่าวเสียงอ่อยร่างกายสั่นไหวแม้จะพยายามขยับก็ไม่สามารถขยับได้

     ผมจูบเก็นบุเพื่อปลอบใจและกอดเธอเอาไว้สักพัก

    เธอก็ใช้เวลานั้นกอดผมกลับเช่นกัน

    ราวกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเจ้านาย

    ฮืม

    ผมสัมผัสพลังเวทย์ที่เข้ามาใกล้ตนเองได้

    เมื่อมองเห็นว่ามาเรียและมารีอาและบรรดาสาวๆอโคก็คอยผมอยู่เช่นกัน

    “เข้ามาสิ”

    ผมถอนหายใจก่อนที่จะต้องออกแรงอีกครั้งการมีสาวๆในฮาเร็มมันลำบากอย่างนี้นี่เอง

    ....

    บุคคลผู้นั้นร่างใหญ่ทรงพลังราวกับกอริลล่ารวดเร็วราวกับเสือดำ แววตาไม่เป็นมิตร

    บุคคลนั้นคือโคแนน ยอดคนเถื่อนผู้ซึ่งสามารถยึดครองอาณาจักรของตนเองได้ด้วยสองมือและดาบของเขาจะไปถึง

    ได้เผชิญหน้ากับศัตรูทุกรูปแบบและเผชิญหน้ากับชีวิตด้วยการไร้ความศิวิไลซ์ป่าเถื่อนมากที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะกระทำได้

    พวกคนเถื่อน บาบาเรี่ยน มีแนวคิดว่าหลักการของชาวศิวิไลซ์นั้นกัดกร่อนให้คนอ่อนแอลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ

    มองชาวบ้านในเมืองอย่างดูถูกว่ามือช่างละเอียดอ่อนอ่อนแอเสียจนไม่น่าจะฆ่าหมูป่าด้วยมือตนเองได้

    คนเถื่อนบาบารัสก็คือคนหนึ่งในนั้นเช่นกันเขาคิดว่าบรรดาคนเถื่อนที่กลายเป็นลูกน้องดยุกอูลริกจะเสียความป่าเถื่อนไปแล้วแต่ทว่า

    ปึก

    Tackle

    พุ่งชน

    ร่างที่ใหญ่โตของบาบารัสไม่สะเทือนแม้จะโดนพี่กล้ามลูกน้องของดยุกอูลริกพุ่งชนเข้ามา

    ปึก

    หมัดอันใหญ่โตของบาบารัสพุ่งเข้าไปที่หน้าพี่กล้ามที่พุ่งเข้าชนมา

    หมัดของบาบารัสสามารถสังหารลิงยักษ์ได้ภายในทีเดียวแต่พี่กล้ามลูกน้องดยุกอูลริกก็ยังทนไว้ได้จนบาบารัสแปลกใจที่ต้องชกซ้ำอีกครั้ง

    ปึง

    พี่กล้ามคราวนี้ลอยไปตามแรงหมัดของบาบารัส

    หงายท้องลงกับพื้น

    แต่ก็ยังลุกขึ้นมาได้ จนบาบารัสเลิกคิ้ว

    “ฮา ฮา ฮามูมักไมเนอร์ยังโจมตีแรงกว่าเจ้าอีก ข้าเห็นเจ้าขัดตามามากแล้ว”

    พี่กล้ามลูกน้องของดยุกอูลริกกล่าว

    เขาไม่ค่อยพอใจที่จะมีพี่กล้ามเพิ่มขึ้นมาที่จะมาแย่งตำแหน่งแบกบัลลังก์ทองคำของตนเองไป

    คนที่แบกบัลลังก์ทองคำได้คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น!!!

    ...

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน