บทที่ 83
ร้อยวันพันปีโอ๊ตไม่เคยสร้างปัญหาให้ใครต้องเดือดร้อนหรือเจ็บตัว (?) เขาเปิดประตูห้องนอนออกมากล่าวกับกิตติอย่างเหลืออด เขาต้องการออกตามล่าไอ้เวรนั่นด้วยตัวเอง“..ค่อยๆนะคะโอ๊ต..” ปิงปิงที่เห็นว่าโอ๊ตเดินออกมาจากห้องนอน เธอก็รีบเข้าไปพยุงตัวของโอ๊ตให้มานั่งที่โซฟา ท่ามกลางความสงสัยของหมอที่รักษาเติมน้ำเกลือให้กับโอ๊ต ทั้งๆที่ตอนแรกพวกเขาจะพยุงตัวของเจ้านายเหมือนกับที่เธอคนนี้ทำ แต่เขากลับไม่ยอมให้กระทำเช่นนี้ ‘สงสัยคุณชายอยากจะอ้อนแฟนแหละมั้ง..’ หมอทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน และพวกเขาก็น่าจะมีความคิดที่ใกล้เคียงกัน ก่อนจะเลิกสงสัยไป ส่วนโอ๊ตที่ได้ปิงปิงเข้ามาช่วยพยุงตัว เขาก็ไม่อาจจะปฏิเสธน้ำใจของเธอได้ โอ๊ตทำได้แต่พยักหน้า และค่อยๆจับมือของเธอมานั่งที่โซฟา “คุณชายพักก่อนก็ได้นะขอรับ.. เรื่องของคนร้ายนั้น ทางเราคาดว่าน่าจะจับได้ในเร็วๆนี้แน่นอน..” กิตติลุกขึ้นยืน และกล่าวกับโอ๊ตด้วยความเป็นห่วง ซึ่งโอ๊ตก็แสดงสีหน้าไม่พอใจกิตติเลยสักนิด เขาหันไปมองตาขวางกับกิตติก่อนจะพูดขึ้นมา..“ปากกา ดินสอ กระดาษ.. อย่าให้ต้องพูดซ้ำอีกรอบ..” โอ๊ตกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์“ขอรับคุณชาย.. ขออภัยที่เชื่องช้า” กิตติกล่าวพร้อมกับหยิบปากกาของตัวเอง กับกระดาษโน้ตที่เขาใช้ในยามปกติให้กับคุณชายของเขาไป ซึ่งเมื่อโอ๊ตได้รับแล้ว เขาก็ลงมือวาดรูปของคนร้ายตามภาพจำของตัวเอง การลงรายละเอียดของโอ๊ตค่อนข้างแม่นยำ เพราะเขาเคยเห็นหน้าจริงๆของมันมาแล้วครั้งหนึ่ง กิตติรับกระดาษที่โอ๊ตวาดมาก่อนจะเดินออกจากห้องไป มันเป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าห้องนั้นมีไอนะตัวน้อยยืนรออยู่ด้วยความเป็นห่วง หลังจากเหตุการณ์สงบลงแล้ว เธอก็อยากจะเข้าไปหาพี่ชายไอติมของเธอเพื่อดูอาการเหมือนกัน เพียงแต่บอดี้การ์ดไม่ให้เธอเข้าไป“พี่ชาย! ไอนะขอเข้าไปได้หรือเปล่า..” ไอนะตะโกนสวนเข้าไปเมื่อเห็นว่าประตูเปิดออกมา กิตติที่เห็นเธอเรียกตัวของคุณชายนั้นก็ไม่ค่อยชอบใจกับเธอคนนี้สักเท่าไร เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็ต้องยอมรับเลยว่าต้นเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากเธอ“เข้ามาสิ!..ไอนะ...” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นมา สำหรับไอนะแล้ว ตามความรู้สึกของเขา เธอคนนี้ไม่ต่างอะไรจากน้องสาวที่แสนจะน่ารักของเขาเลย มันไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปฏิเสธเธอ ปิงปิงที่ได้ยินว่าโอ๊ตให้ไอนะเข้ามา เธอก็หันไปจ้องตัวการเหตุที่ต้องทำให้โอ๊ตต้องมาเป็นอย่างนี้เช่นกัน ..ย้อนกลับไป 20 นาทีก่อน..“บู้วววว ไอนะจะเอาไอศกรีมไปกินกับพี่ชาย..” ไอนะหลังจากที่โดนลากกลับห้องมา เธอก็มุ่งตรงไปยังตู้เย็น เพื่อที่จะหยิบไอศกรีมไปทานกับพี่ชายไอติมของเธอ ซึ่งความตกใจของเธอจะใช้ไอศกรีมในการเลี้ยงฉลองให้กับพี่ชายที่ย้ายเข้ามาในคอนโดใหม่แห่งนี้ และยังเป็นเพื่อนบ้านของเธออีก“ไม่ได้นะไอนะ... คุณชายท่านมีธุระอย่างอื่นต้องจัดการต่อ เอาเป็นพรุ่งนี้ๆ..” มีนกล่าวพร้อมกับเหงื่อที่ไหลตกเป็นทาง ถ้าดูจากสถานการณ์ในห้องของคุณชายแล้ว เธอเห็นว่ายังมีผู้หญิงอีกคน ซึ่งน่าจะเป็นคนรักของท่าน หลังจากย้ายคอนโดมา พวกเขาก็คงจะ... ดังนั้นเธอจึงห้ามไอนะเอาไว้ก่อน“งั้นเหรอๆ.. แต่ว่าไอนะไม่สนใจหรอกนะ.. ไม่มีธุระไหนสำคัญกว่าการฉลองด้วยไอศกรีมอีกแล้ว...บู้ววว” ไอนะกล่าวเสร็จก็เร่งฝีเท้าของตัวเองไปทางประตูทันที แน่นอนว่ามีนพยายามที่จะกันไอนะอย่างสุดชีวิต การที่ไปขัดอารมณ์ของคุณชายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง พวกเธอสองคนพยายามยื้อแย่งพื้นที่ของประตูตามประสาไอดอล และผู้จัดการส่วนตัวคนสนิท แต่ทว่าพวกเธอก็ได้ยินเสียงอะไรแปลกๆจากนอกห้อง พวกเธอจึงหันมามอง และแง้มเปิดประตูออกมาดู และภาพที่เธอกำลังเห็นนั้นก็คือชายคนหนึ่งที่ถือมีดกำลังไล่แทงประตูอย่างบ้าคลั่ง“เกิดอะไรขึ้น!...” ไอนะกล่าวออกมาได้แค่นั้น ผู้จัดการมีนก็รีบปิดปากของเธอ และปิดประตูลงในทันที ก่อนที่เธอจะอุ้มไอนะกลับไปที่โซนห้องรับแขกในทันที ความปลอดภัยถือว่าสำคัญที่สุด“คนคนนั้น.. เขาเหมือนกับแฟนคลับของไอนะเลย แต่ว่าเขามาทำอะไรที่หน้าห้องของพี่ชายกัน” ไอนะที่เห็นแวบเดียวก็สามารถระบุตัวได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร มันอาจจะเป็นเพราะว่าเขาคนนั้นเป็นแฟนคลับตัวยงเพียงไม่กี่คนของเธอก็ได้ เธอถึงสามารถบอกได้ทันที“คงจะเป็นแค่การขู่กันหรือเปล่า..” ผู้จัดการมีนกล่าวพร้อมกับใช้ความคิด สิ่งที่พวกเธอเห็นคือแฟนคลับคนนั้นกำลังใช้มีดฟันประตูอยู่ บางทีอาจจะขู่ให้อีกฝ่ายเลิกยุ่งกับไอดอลของตัวเองก็เป็นไปได้ ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์เช่นนี้เหมือนกัน เพื่อความปลอดภัย และผลกระทบที่อาจจะตามมา เธอจึงคิดจะโทรหาผู้จัดการคอนโดเอาไว้ก่อน“...สายไม่ว่างอย่างนั้นเหรอ” มีนกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะลองกดไปอีกรอบหนึ่ง“สวัสดีค่ะผู้จัดการปลา พอดีฉันบังเอิญเห็นเหตุการณ์ก่อความไม่สงบหน้าห้องของไอนะน่ะค่ะ.. เลยคิดว่าจะโทรมาหวังว่าคุณจะจัดการให้กับเราได้..” มีนกล่าวเข้าประเด็นในทันที หลังจากที่อีกฝ่ายรับสาย“ฉันทราบแล้วค่ะคุณมีน ตอนนี้ฉันกำลังมุ่งหน้ากลับคอนโดให้เร็วที่สุดค่ะ พวกคุณควรหลบอยู่แต่ภายในห้องนะคะ” ปลาที่ขับรถไปด้วย คุยสายไปด้วยเอ่ยเตือน ตอนนี้สภาพของเธอคือทุลักทุเลมาก“..หืออ มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอคะ พอจะบอกรายละเอียดให้ทราบสักหน่อยได้ไหมคะ”มีนเข้าใจดีเรื่องของการหลบอยู่แต่ภายในห้อง เพียงแค่รอสักพักให้สถานการณ์คลี่คลายลง ให้รปภ.มาจัดการก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่เธอก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่าห้องที่กำลังเกิดเหตุนั้น เป็นของคุณชายตระกูลใหญ่ บางทีเขาอาจจะไม่พอใจจนต้องเรียกผู้จัดการปลามาเพื่อจัดการปัญหานี้ก็เป็นไปได้ เธอจึงกล่าวด้วยความเป็นห่วงถึงสถานการณ์นี้ที่มันอาจจะบานปลายทันที“เฮ้ออ ผู้จัดการมีนคะ เรื่องนี้ถ้าฉันบอกกับคุณ คุณไม่ควรจะเอาไปบอกกับใครต่อนะคะ.. คือว่า..ท่านชายถูกคนร้ายทำร้าย เห็นว่าคนร้ายใช้อาวุธเป็นมีด และท่านชายเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน.. เรายังไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร ดังนั้นพวกคุณก็ควรหลบอยู่แต่ภายในห้องนะคะ..” ผู้จัดการปลากล่าว มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่เธอต้องแจ้งกับลูกบ้านว่าคอนโดที่เธอดูแลนั้นมีคนร้ายบุกโจมตี และเธอก็ยังไม่รู้เลยว่าอนาคตของเธอจะเป็นเช่นไรหลังจากนี้“ท่านชายถูกคนร้ายใช้มีดแทง?...” มีนกล่าวทวนพร้อมกับรีบหันไปมองหน้าของไอนะด้วยความตกใจ มันเป็นเรื่องที่เหนือความคิดมากกว่าเดิมเสียอีก มันไม่ใช่แค่การขู่หรือก่อกวนธรรมดา แต่มันกลับเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างเรื่องของการทำร้ายกัน และยิ่งไอนะได้ระบุตัวของคนร้ายนั้นแล้วว่าเป็นหนึ่งในแฟนคลับของเธอ ก็ยิ่งทำให้เธอร้อนใจมากกว่าเดิมเสียอีก“ใช่ค่ะ..อย่างนั้นฉันขออนุญาตวางสายก่อนนะคะ ถ้ามีเรื่องคืบหน้าอะไรเพิ่มเติม ดิฉันจะแจ้งกับพวกคุณอีกครั้งหนึ่งค่ะ..” ผู้จัดการปลากล่าวพร้อมกับเร่งตัดสายไป ไอนะที่ได้ยินว่าพี่ชายไอติมของเธอถูกแฟนคลับของเธอทำร้าย เธอก็รีบลุกขึ้นยืน และหวังที่จะไปดูอาการของเขา แต่มีนก็ได้วิ่งเข้ามาขวางเอาไว้ก่อน“ไม่ได้นะไอนะ.. เรื่องนี้มัน..” มีนกล่าวพร้อมกับยกมือห้ามไม่ให้ไอนะออกไป“ได้ยังไงกันมีน.. พี่ชายถูกแฟนคลับของไอนะทำร้ายเลยนะ ไอนะต้องไปดูอาการของพี่ชาย บางทีพี่ชายอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่ก็ได้..” ไอนะกล่าว พร้อมกับใช้แรงอันน้อยนิดของเธอพยายามผลักผู้จัดการมีนออกไป“แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ.. แต่คนร้ายคือแฟนคลับของไอนะเลยนะ ถ้าไอนะไปตอนนี้ไม่คิดเลยเหรอว่าพี่ชายไอติมของไอนะจะโกรธไอนะเอาได้นะ..” มีนกล่าว“พี่ชายจะโกรธไอนะเหรอ.. ถ้าอย่างนั้นไอนะจะเอาไอติมไปง้อพี่ชาย..” ไอนะกล่าวก่อนที่เธอจะหันไปหยิบไอศกรีมที่วางอยู่ติดมือไปด้วย และทั้งสองก็ยื้อแย่งพื้นที่ประตูกันอีกครั้ง เป็นเวลากว่า 10 นาทีจนในที่สุดไอนะก็หลุดออกมาจากด่านกำแพงมนุษย์ผู้จัดการมาได้ ด้วยท่าไม้ตายอย่างการโจมตีจุดจี้ของผู้จัดการมีน ก่อนที่เธอจะต้องมาพบกับด่านถัดไปนั้นก็คือบอดี้การ์ดหน้าห้องพี่ชาย“ไอนะจะเข้าไปหาพี่ชาย..” เธอกล่าวพร้อมกับทำปากจู๋ และมันเป็นจังหวะที่ประตูนั้นเปิดขึ้นมาพอดี เธอจึงเธอถือโอกาสนี้ตะโกนเรียกพี่ชายไอติมของเธอไป แน่นอนว่าโอ๊ตก็อนุญาตให้เธอเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม แม้ว่าคนอื่นจะรู้สึกนึกคิดไม่ดีกับไอนะในเวลานี้ก็ตาม แต่พวกเขาก็ห้ามอะไรไม่ได้เช่นกัน เพราะมันเป็นคำสั่งโดยตรงจากคุณชายที่ให้เธอคนนี้เข้าไปพบ“พี่ชายยยย.. ไอนะเอาไอติมมาง้อพี่ชายแล้วนะ อย่าโกรธไอนะเลยนะ..” ไอนะที่เข้ามาภายในห้องได้ เธอก็วิ่งตรงเข้ามาอยู่ที่ตรงหน้า และกล่าวกับโอ๊ตเลยในทันที“ฮ่าๆ เธอนี่รู้จักแต่ไอศกรีมหรือยังไงกัน.. พี่ชายไม่โกรธไอนะหรอกนะ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับลูบหัวไอนะที่กำลังทำหน้างอนๆเหมือนกับเด็ก ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ย้ำบอกกับโอ๊ตเสมอว่าเธอไม่เด็กแล้ว แต่สำหรับโอ๊ตแล้ว มองยังไงไอนะก็ยังคงเป็นเด็ก ก่อนที่เขาจะได้ทานไอศกรีมที่ไอนะนำมาง้อ และกำลังตักป้อนเขาอย่างมีความสุขต่อไป แต่ในระหว่างที่ทั้งสองพี่น้องกำลังง้อกันอยู่นั้น ปิงปิงก็หรี่ตามองพวกเขาทั้งสองคนอยู่เช่นกัน ในหัวของเธอในตอนนี้มันมีความรู้สึกบางอย่างเข้ามาก่อกวนจิตใจ หัวใจของเธอรู้สึกโกรธ รู้สึกเศร้า และเสียใจในเวลาเดียว แต่เธอก็เหมือนจุกอยู่ลำคอ มันเป็นอะไรที่พูดออกไปได้อยากลำบากจริง ‘ฉันเองก็อยากป้อนนายเหมือนกัน... เป็นฉันไม่ได้เหรอ เป็นฉันได้ไหมที่จะเป็นคนทำอย่างนั้น..’