ปกรณัมของเหล่านักเรียน ม.ปลาย ผู้ปฏิวัติโลก (Midnight High-School)

    ตอนที่ 31 : ค่ำคืนแห่งจุดพลิกผัน (เริ่มบทที่ 1)

     

    ตอนที่ 31 : ค่ำคืนแห่งจุดพลิกผัน

    (เริ่มบทที่ 1)

     

              ภายในห้องอันมืดมิดเกือบปิดตาย ความเงียบงันภายในทำเอารู้สึกขนลุก

              แสงจากหน้าจอขนาดใหญ่ส่องกระทบใบหน้าคนในห้อง

              เด็กผู้หญิงร่างเล็กบอบบางผมยาวสีดำสลวย เธอนั่งบัลลังก์กลางห้องเผชิญหน้ากับแสงจากจอ ส่วนที่ล้อมรอบอยู่คือบุคคลปริศนาผู้สวมหน้ากากหนู วัว และมังกร

              หน้ากากของทั้งสามคนถูกวาดด้วยลายเส้นพู่กันจีน หากคนปกติยืนอยู่ท่ามกลางคนพวกนี้เห็นทีจะไม่พ้นขนหัวลุกไปสามวันเจ็ดวัน

     

    “โหวยังไม่ติดต่อมาอีกเหรอ?”

              เด็กสาวขมวดคิ้วมองจอ เธอเคาะนิ้วกับที่วางแขนดูร้อนรน

              บนหน้าจอไม่ได้มีอะไรมากกว่าแผนที่เชิงยุทธศาสตร์ ตำแหน่งบนแผนที่แสดงจุดสำคัญสามจุด

              มีสองจุดอยู่ด้วยกัน และตำแหน่งดังกล่าวถูกระบุชื่อว่าเป็น ‘Angry Crown’ และ ‘Skull’

              ส่วนอีกหนึ่งจุดก็คือผู้สังเกตการณ์ที่เธอรอฟังข่าวอยู่อย่าง ‘Monkey’

     

              ทว่า... หลังจากได้รับรายงานว่าสคัลใช้พลังสร้างเขตแดนขึ้น ขังตัวเองกับแองกริคราวน์ไว้ในนั้น โหวก็ไม่ได้ส่งข่าวอะไรมาเพิ่มอีกเลย

              เรื่องความปลอดภัยของพวกพ้องก็ส่วนนึง แต่ที่ทำให้เด็กสาวหรือ ‘ท่านฮ่องเต้’ คนนี้กังวลที่สุดก็คงเป็นผลการต่อสู้ของสองคนนั้นนั่นแหละ

              ไม่สิ... ทั้งหน้ากากมังกรที่กอดอก หรือหน้ากากหนูที่เคาะปลายเท้าตัวเองกับพื้นต่างก็อยากรู้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน

              และสุดท้าย ชายสวมหน้ากากวัวก็ทนความร้อนใจไม่ไหว

     

    “เดี๋ยวผมลองติดต่อโหวดูนะครับท่านฮ่องเต้”

    “ด่วน ๆ เลย”

              เด็กสาว... ฮ่องเต้พูดไม่สบอารมณ์ เธอเริ่มกัดเล็บตัวเองด้วยสีหน้าหงุดหงิดสุดขีด

     

    “สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง”

              ชายสวมหน้ากากวัวเลยรีบสัมผัสเครื่องติดต่อสื่อสารที่ข้างใบหูตัวเองทันที

              แต่สุดท้ายเสียงที่สื่อสารไป รวมถึงเสียงที่ฝั่งนู้นติดต่อมาก็ส่งต่อไปที่หน้าจอทำให้ทุกคนได้ยินอยู่ดี

     

    ‘สถานการณ์ยังเหมือนเดิ——ดะ เดี๋ยวก่อนนะ!’

              เด็กสาวอีกฟาก... โหวผู้สวมหน้ากากลิงชะงักปากตัวเองเพราะข้อมูลเพิ่งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทำทุกคนเปลี่ยนท่าทางกันหมด

              เด็กสาวฮ่องเต้เองก็ถึงกับเหยียดหลังตรงรอฟัง

              แต่... โหวกลับไม่ได้พูดอะไรต่อ

     

    “เกิดอะไรขึ้น?” ชายสวมหน้ากากวัวถามย้ำกระตุ้น

              ถึงแบบนั้น... ก็ต้องใช้เวลาถึง 3 วินาทีกว่าที่โหวจะตอบกลับ

     

    ‘ยะ ยืนยันข้อมูล... แองกริคราวน์โค่นสคัลได้แล้ว...’

              ข้อมูลที่โหวยืนยันทำให้ทุกคนในห้องเบิกตาโพลงกันหมด

              แม้แต่ท่านฮ่องเต้เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เธอถึงกับเหงื่อตกเสียด้วยซ้ำไป

     

    ‘เขาโค่น... ขุนพลอันดับหนึ่งของรัสซาเรียลงแล้วค่ะ’

              โหวย้ำเป็นหนที่สองราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เสียงกลืนน้ำลายของเธอดังผ่านเข้ามาในช่องสื่อสารจนสมาชิกในห้องตัวเกร็งไปตาม ๆ กัน

     

    “ชิ!”

              เด็กสาวผู้รอฟังข่าวดีได้แต่เดาะลิ้นเจ็บใจ นอกเหนือจากความหงุดหงิดแล้วก็คงเป็นความกังวลนี่แหละที่ทำให้ภายในอกเธอร้อนรุ่มไปหมด

     

    “ทุกคนออกไปก่อน”

              เด็กสาวออกคำสั่งกะทันหัน เหล่าข้ารับใช้มังกร หนูและวัวต่างก็มองกันด้วยความสับสนครู่นึง แต่ก็รีบก้มหน้าให้แล้วออกจากห้องไปแต่โดยดี

              ภายในห้องจึงเหลือแต่เด็กสาวเพียงคนเดียว เธอยืนขึ้น เดียวดายในความมืดมิด

     

    “อ้ากกกกก!!!!!”

              เด็กสาวตะโกนลั่นพร้อมกับใช้มือเปล่าอัดเก้าอี้บัลลังก์ตัวเองอย่างพิโรธสุดขีดจนมันแหลกละเอียด

              เสียงที่เค้นออกมาราวกับต้องการระบายความร้อนระอุในทรวงอกออกมา

     

    “เวรเอ้ย! เวรเอ้ย! ไอ้เวรเอ้ย!!!”

              เด็กสาวกระทืบชิ้นส่วนบัลลังก์ที่แตกหักซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงตะโกนเธอดังลั่นทะลุประตูจนข้ารับใช้เหงื่อตกไปตาม ๆ กัน

     

    “ทำไม! ทำไม! ทำไมต้องตอนนี้ด้วย!!!”

              ชิ้นส่วนไม้แตกหักละเอียดเฉกเช่นความมั่นใจที่เธอเคยมี

     

              การปรากฏตัวของแองกริคราวน์ทำให้แผนการที่ใครหลายคนวางไว้ต้องพังทลายลง

              ไม่ว่าจะทั้งอัลเฟรด ราชาอันดับ 1 แห่งรัสซาเรีย หรือแม้แต่ท่านฮ่องเต้แห่งประเทศฉินผู้นี้ก็ตาม

              ความแข็งแกร่งของแองกริคราวน์เป็นที่โจษจันชัดแจ้ง แม้แต่สคัลที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดจนอาจโค่นได้แม้กระทั่งราชา เขาผู้นั้นยังแพ้พ่ายให้กับแองกริคราวน์จนต้องทิ้งตรา ‘ผู้แกร่งที่สุด’ ไว้เป็นอดีต

              ความแข็งแกร่งของแองกริคราวน์ไม่ใช่ข่าวลือ... นั่นแหละความเป็นจริงอันน่าพรั่นพรึงที่เหล่าราชาทุกคนได้ตระหนักในวันนี้ เขาคือมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกของจริง

     

    ไม่ไหว... ความคิดรวนไปหมดแล้ว

              เด็กสาวหายใจหอบ ความเหนื่อยล้าช่วยดึงสติของเธอให้กลับมา

              เธอเดินไปที่หน้าต่างห้องแล้วเปิดมันออก ลมเย็นผ่านเข้ามาทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น ถึงแบบนั้นความกังวลก็ไม่ได้มีทีท่าลดลงเลย

              ลมยังแรงเกินไปจนพัดจี้ห้อยคอหยกมรกตของเธอ เด็กสาวรีบคว้าไว้อย่างหวงแหน ความเครียดส่งให้เธอลูบมันไปมาอย่างอาวรณ์

     

    เวลาแบบนี้... ถ้าเป็นคุณจะทำยังไง

              เด็กสาวสูญเสียความเยือกเย็น ดวงตาเหม่อมองแสงจันทร์ ถามคำถามที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีวันได้คำตอบ

              ดวงตาเธอเกือบจะรื้นชื้นน้ำตาเพราะความเศร้าโศก

     

    ไม่ได้... นี่ไม่ใช่เวลา

              แต่เธอก็กลั้นใจไว้ก่อน เด็กสาวฮ่องเต้ไม่ยอมให้ตัวเองอ่อนแอถึงขั้นนั้น

     

    ขืนทำตัวเหยาะแหยะแบบนี้ คุณคงจะเป็นห่วงซะเปล่า

              เด็กสาวฮ่องเต้กำจี้หยกสีเขียวมรกตในมือแน่น ตั้งปณิธานว่าจะเดินหน้าต่อ

     

              ...แต่ใครเล่าจะรู้ ว่าโชคชะตานั้นช่างเล่นตลกเหลือหลาย

     

    ‘ท่านชงหยวนคะ!!!’

              อยู่ ๆ เสียงสื่อสารจากในจอก็ดังขึ้นอีกครั้ง

              พอโดนเรียกชื่อจริงก็ทำเอาเด็กสาวฮ่องเต้ถึงกับไหล่กระตุกเลยทีเดียว

     

    “บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกชื่อน่ะ มันอันตรายไม่ใช่รึไง”

    ‘คะ ขอโทษค่ะ! พอดีมัน...’

              โดนติติงด้วยความเย็นยะเยือกทำเอาสาวน้อยสวมหน้ากากลิงปลายสายหงอยไป

              ถึงแบบนั้นท่านฮ่องเต้... ชงหยวนก็น่าชื่นชมที่สามารถเปลี่ยนอารมณ์เป็นปกติได้ในชั่วพริบตา เรียกว่าสมแล้วที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้มีสิทธิปกครองโลก

     

    “แล้วมีเรื่องอะไรเหรอ โหว” ชงหยวนถามต่อ แน่นอนว่าเรียกอีกฝ่ายด้วยโค้ดเนม

    ‘คือว่า...’

              แต่อีกฝ่ายกลับอ้ำอึ้ง น้ำเสียงลำบากใจส่งผ่านมาทางลำโพงจนสังเกตได้

     

    ‘ฉันว่าท่านฮ่องเต้ดูเองน่าจะดีกว่าค่ะ’

              โหวพูดอย่างไม่แน่ใจ ทำชงหยวนสงสัยว่าข้อมูลอะไรจะน่าตกใจไปกว่าเรื่องของแองกริคราวน์วันนี้อีก

     

              ภาพบนหน้าจอแสดงประโยคว่ากำลังโหลดภาพจากที่หญิงสาวลิงส่งมาให้

              ชงหยวนรู้สึกแปลกใจยิ่งกว่าว่าทำไมข้ารับใช้ของตนถึงไม่ยอมบอกเสียก่อนจะส่งการยืนยัน เพราะเธอก็ใช่ว่าจะใจร้ายใจจืดไม่เชื่อข้อมูลปากเปล่าเสียหน่อย

     

              ทว่า... ในพริบตาที่ภาพถูกโหลดเสร็จสิ้นและแสดงผลบนจอ ชงหยวนก็เบิกตาโพลงขึ้นทันควัน

     

    “เป็น... ไปไม่ได้...”

              ร่างกายของชงหยวนแข็งตึง นิ่งประหนึ่งถูกลวดยึดไว้ทุกทิศ

              ภาพที่ลูกน้องเธอส่งมายากแก่การทำความเข้าใจ

     

              ถึงแบบนั้น... มือของเธอกลับเลื่อนไปหยิบคลำจี้หยกที่สวมคอตนเองอีกครั้ง

     

    “โหว... ไม่ว่าจะได้ข้อมูลนี้มาจากไหน แต่รีบยืนยันข้อมูลให้ฉันเดี๋ยวนี้เลย”

    ‘รับทราบค่ะ!’

              ลิงสาวรับคำสั่งอย่างว่าง่ายเสียงแข็ง เธอไม่สนใจว่าเสียงเจ้านายตัวเองกำลังสั่นแต่อย่างใด เพราะเธอเป็นคนที่สนิทพอจะเข้าใจเรื่องส่วนตัวของท่านฮ่องเต้เป็นอย่างดี

     

              จากนั้นสัญญาณเสียงของโหวก็ตัดขาดไป เหลือเพียงความเงียบอีกครั้ง

     

              แต่ความรู้สึกที่เหลือทิ้งไว้นั้นไม่เหมือนเดิม

              ความกังวล ร้อนรุ่มและความเครียดที่ทำเอาหัวหมุนแน่นหน้าอกจนอยากอาเจียน

              ความรู้สึกเหล่านั้นกลับหายไปหมดเมื่อได้เห็นภาพที่อยู่บนหน้าจอ

              หรือกล่าวอีกนัยนึงคือ ภาพของใครคนนึง

     

    หวังว่านี่จะไม่ใช่ภาพหลอนนะ

              ชงหยวนคาดหวังจากก้นบึ้งของหัวใจ

     

    แต่ว่า... ถึงมันอาจจะเป็นแค่ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ

    แต่ก็ขอให้ฉันหวังหน่อยเถอะ

              ชงหยวนคาดหวังจากก้นบึ้งของหัวใจ

     

              ...ต่อภาพของชินในชุดนักเรียนเบื้องหน้าของเธอ

     

    ❖❖❖❖❖