เมื่อทุกคนถอนกำลังออกจากคลินิกไป
ฉินลู่ก็หันไปหัวหน้าทีมและกล่าวว่า“จุดประสงค์ของเขาในตอนนี้คือผ่าตัดเอากระสุนออกให้เสร็จเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะต้องออกมาแน่นอน เมื่อมีพื้นที่มากพอเราก็จะช่วยเหลือตัวประกันได้ง่ายขึ้น”
“อืม” หัวหน้าทีมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำแนะนำของฉินลู่
“โอ๊ะ...อ๊าก... โอ๊ย...”
เสียงคร่ำครวญจากด้านในคลินิกดังออกมาถึงข้างนอก
เห็นได้ชัดว่าฉินเทียนอวี๋ไม่ใช้ยาสลบแต่ผ่าตัดเอากระสุนออกสดๆ เลยเพื่อความปลอดภัย
“ช่างเป็นคนที่น่ากลัวจริงๆ” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดด้วยความตกใจ
ยี่สิบนาทีต่อมา ในที่สุดฉินเทียนอวี๋ก็ผ่าเอากระสุนออกเรียบร้อยและประตูคลินิกก็ถูกเตะให้เปิดออก
มือซ้ายของฉินเทียนอวี๋ยังคงบีบคอนางพยาบาลและมือขวาบีบคอหมออยู่เขาเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอันเยือกเย็น
“แก...แกบอกว่าจะปล่อยฉันหลังจากผ่าตัดให้แกเสร็จไม่ใช่เหรอ” หมอที่ถูกบีบคออยู่ดิ้นรนกรีดร้อง
“หุบปาก!” ฉินเทียนอวี๋ตะคอก มือขวาค่อยๆ ออกแรงบีบ
“อึก...” หมอคนนั้นหายใจติดขัดทันที เขาไม่กล้าขยับตัวอีก
“ปล่อยตัวประกันซะ! แกถูกล้อมไว้หมดแล้ว!” เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามเล็งกระบอกปืนไปที่ฉินเทียนอวี๋และตะโกนเสียงดัง
ฉินเทียนอวี๋หัวเราะอย่างดูแคลนจากนั้นก็มองไปที่ฉินลู่และพูดว่า “คิดไม่ถึงจริงๆว่าฉันฉินเทียนอวี๋จะตกอยู่ในเงื้อมมือแกอย่างน่าสังเวชอย่างนี้”
“แกฆ่าคนที่ไม่ควรฆ่าไปตั้งมากมายก็น่าจะคาดเดาชะตากรรมตอนนี้ของตัวเองได้อยู่แล้วนี่” ฉินลู่พูดนิ่งๆ
“คนที่ควรถูกฆ่า? คนที่ไม่ควรถูกฆ่า?แกคิดว่าใครควรถูกฆ่าใครไม่ควรถูกฆ่า!”ฉินเทียนอวี๋หัวเราะเยาะ ยกตัวประกันที่อยู่ในมือขึ้น แล้วหันไปตะโกนใส่เหล่าตำรวจปราบปรามและตำรวจติดอาวุธเสียงดัง“ถอยออกไป! เดี๋ยวนี้!เตรียมรถที่มีน้ำมันเต็มถึงให้ฉันหนึ่งคัน ฉันจะให้เวลาพวกแกแค่สิบนาทีเท่านั้นมิฉะนั้น ตัวประกันสองคนนี้จะต้องตาย”
“อย่าทำอะไรบ้าๆ ตอนนี้แกทำได้แค่ปล่อยตัวประกันและอย่าขัดขืนถึงจะมีทางรอด!” หัวหน้าทีมก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้น
“มีทางรอด?! ฮ่าๆๆ” ฉินเทียนอวี๋หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“แกกำลังหลอกเด็กสามขวบอยู่เหรอไง อย่าพูดอะไรที่มันไร้สาระพวกนั้นเลยรีบไปเตรียมรถให้ฉันหนึ่งคัน ไม่งั้นฉันจะบีบให้ตายไปเลยคนนึง!”
หัวหน้าทีมกังวลเล็กน้อย เขามองไปที่ฉินลู่เพื่อขอความช่วยเหลือ“หมอฉิน สถานการณ์ตอนนี้เราควรทำอย่างไร ถ้ามีพลแม่นปืนยิงไปที่หัวคนร้ายก็ช่วยตัวประกันได้แต่ด้วยตำแหน่งที่เขายืนอยู่ตอนนี้ พลแม่นปืนไม่สามารถเล็งไปที่เขาได้เลยคุณมีวิธีอื่นไหม”
“มี” ฉินลู่พยักหน้า แล้วพูดว่า “ให้ตำรวจปราบปรามและตำรวจติดอาวุธเตรียมตัวให้พร้อมฉันจะทำให้เขาเสียสมาธิไปชั่วขณะหนึ่งแล้วช่วยตัวประกันออกมา จากนั้นก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้ว”
“อะไรนะ!” หัวหน้าทีมมองฉินลู่อย่างไม่อยากจะเชื่อ“คุณช่วยตัวประกันได้?”
“ครับ”
“จะไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหมนี่อันตรายถึงชีวิตเลยนะ” หัวหน้าทีมกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“ถ้าเขาหนีไปจะอันตรายยิ่งกว่าอีกนะ” ฉินลู่ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มแล้วก็เดินเข้าไปหาฉินเทียนอวี๋ทีละก้าว
“แกจะทำอะไร! ถอยออกไป!” ฉินเทียนอวี๋เห็นฉินลู่เดินเข้ามาก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเขาจ้องฉินลู่อย่างระมัดระวัง และพูดเสียงดัง “ถ้าแกกล้าเข้ามาอีก ฉันจะฆ่าพวกมัน”
ฉินลู่หยุดเดินรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาหยิบหยกพลังวิญญาณที่อยู่ตรงหน้าอกออกมาวางไว้ในมือแล้วพูดว่า“นี่คือสิ่งแกต้องการมาตลอดไม่ใช่เหรอ”
ฉินเทียนอวี๋มองไปที่หยกในมือฉินลู่แววตาแห่งความโลภก็แสดงออกมาให้เห็น “แกต้องการจะพูดอะไรหรือว่าแกต้องการแลกหยกนี่กับชีวิตคนธรรมดาสองคนนี้งั้นเหรอ”
ฉินลู่พยักหน้าและพูดต่อ “ใช่นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ ถ้าแกปล่อยสองคนนี้ไป ฉันจะให้หยก เป็นยังไงล่ะ”
หัวหน้าทีมที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลพูดกับชุยฮุ่ยฮุ่ยที่อยู่ข้างๆเขา “หินหยกนั้นคืออะไรกันแน่”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยส่ายหน้าและพูดว่า“ไม่แน่ใจเหมือนกันแต่ฉินลู่เคยบอกว่าสำหรับคนอย่างพวกเขาแล้วเป็นเหมือนสมบัติล้ำค่า”
“อ้อ”หัวหน้าทีมพยักหน้าแล้วถอนหายใจยาว “พวกฝึกตนเหล่านี้เป็นคนประเภทไหนกันแน่นะ...”
“จะแลกกับคนสองคนนี้?” ฉินเทียนอวี๋หัวเราะออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของฉินลู่“ฉันเป็นคนโง่หรือไง ถ้าให้ตัวประกันกับแก ฉันจะหนีได้ยังไงล่ะ”
ฉินลู่ส่ายหัวและพูดว่า“ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกจะไม่เห็นด้วย ฉันจึงเลือกที่จะแลกกับตัวประกันหนึ่งคน”
“ตัวประกันหนึ่งคน!” ฉินเทียนอวี๋อึ้งเขามองไปที่ตัวประกันสองคนที่อยู่ในมือ และพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “หมายความว่าแกจะใช้หยกที่อยู่ในมือแลกกับตัวประกันหนึ่งคน?”
“ถูกต้อง” ฉินลู่พยักหน้า “ช่วยได้สักคนก็พอ”
ฉินเทียนอวี๋ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีเรื่องดีๆอย่างนี้ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พยักหน้าและพูดว่า “โอเค ฉันจะแลกแกจะแลกกับใคร”
“แลกกับฉัน! แลกกับฉันสิ! ได้โปรด! แลกกับฉัน!” หมอผู้ชายที่อยู่ในมือขวาของฉินเทียนอวี๋ดิ้นและตะโกนใส่ฉินลู่
“ช่วยฉันด้วย! ฮือๆๆ ช่วยฉัน...”พยาบาลหญิงที่อยู่ในมือซ้ายก็ร้องคร่ำครวญ
ฉินลู่ไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไรจากนั้นเขาจึงพูดขึ้นอย่างไม่เจาะจง “ใครก็ได้ แกเลือกเองเลย”
ฉินเทียนอวี๋บิดคอแล้วพูด“ถ้าอย่างนั้นแกก็โยนหยกมาให้ฉัน แล้วเดี๋ยวฉันจะปล่อย”
“ได้” ฉินลู่ไม่พูดพร่ำทำเพลงโยนหยกออกไปทันที
“อะไรกัน! ให้ฉันจริงๆ เหรอ” ดวงตาของฉินเทียนอวี๋เป็นประกายด้วยความประหลาดใจเขาโยนพยาบาลหญิงที่อยู่ในมือซ้ายออกไปอย่างไม่ลังเลทันทีแล้วยื่นมือซ้ายออกไปรับหยกไว้
ตอนที่ฉินเทียนอวี๋จับหยกสายตาของเขาก็สบเข้ากับดวงตาของฉินลู่พอดี
และในเสี้ยววินาทีนั้นฉินลู่ก็ใช้โอกาสในตอนที่อารมณ์ของฉินเทียนอวี๋กำลังไม่คงที่นั้นใช้เนตรวงแหวน
“ฟึ่บ...”
ในดวงตาของฉินเทียนอวี๋ฉายวาบการดิ้นรนสายหนึ่งแต่จากนั้นเขาก็ตกอยู่ในความงุนงง
ช่วงเวลาที่ฉินลู่สะกดจิตเขาได้สำเร็จก็รู้สึกว่าพลังวิญญาณภายในร่างลดลงอย่างรวดเร็ว
เขาไม่กล้าเสียเวลาไปมากกว่านี้ รีบก้าวไปคว้าคอหมอผู้ชายเอาไว้จากนั้นก็เตะฉินเทียนอวี๋ออกไปอย่างแรง
การเตะครั้งนี้ทำให้ฉินเทียนอวี๋ได้สติกลับมาเขาพยายามจะลุกขึ้น แต่ฉินลู่ไม่ยอมให้โอกาส หลังจากปล่อยหมอผู้ชายเสร็จเขาก็รีบพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ใช้เท้าซ้ายเหยียบที่หน้าอกของฉินเทียนอวี๋ไว้!
“เร็ว! เร็วเข้า!” เมื่อหัวหน้าทีมเห็นฉากนี้ เขาก็ดีใจมากและรีบตะโกนขึ้นมา
ตำรวจปราบปรามและตำรวจติดอาวุธที่เตรียมการไว้แล้วก็รีบกรูเข้าไปล็อกทั้งสองมือของฉินเทียนอวี๋ไว้
“ล็อกอันเดียวไม่ปลอดภัยล็อกเพิ่มไปอีก” ฉินลู่แนะนำ
ตำรวจปราบปรามตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ใส่กุญแจมือสี่ตัวบนข้อมือของฉินเทียนอวี๋
“เวรเอ้ย!” ฉินเทียนอวี๋แค้นฉินลู่มาก
“ควรล็อกเท้าไว้ด้วยนะ” ฉินลู่พูดอย่างเฉยเมย
“กร๊อบ!”
ข้อเท้าของฉินเทียนอวี๋ก็ถูกใส่กุญแจมือด้วยเหมือนกัน
“ฉันจะฆ่าแก!” ฉินเทียนอวี๋คำราม อยากจะกระโจนใส่ฉินลู่ แต่ฉินลู่ก็ใช้เท้าถีบเขาลงไปที่พื้นอย่างไร้ความปรานีอีกครั้งจากนั้นก็หยิบหยกพลังวิญญาณที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา