"ไม่! "
เมื่อมองไปที่โต๊ะที่กำลังจะบดขยี้ศีรษะของเธอ เฉินเยี่ยนหนานได้กรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง น้ำตาใสระยิบระยับจากดวงตาของเธอไหลออกมาขณะที่ความรู้สึกผิดเอ่อล้นออกมาจากหัวใจของเธอ
เธอรู้ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากแรงกระตุ้นของเธอ แรงกระตุ้นของเธอได้สร้างหายนะที่ร้ายแรง เป็นเพราะเธอที่เพื่อนร่วมชั้นต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้ ถ้าเวลาสามารถย้อนกลับได้อีกครั้ง ถ้าสวรรค์ให้โอกาสเธออีกครั้ง เธอจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสืบสวนของพี่สาวของเธอ เธอจะไม่แอบติดตามผู้ต้องสงสัยด้วยตัวของเธอเอง
ในตอนแรกเฉินเยี่ยนหนานคิดว่าการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมากเกินไปและอยากจะสัมผัสกับบางสิ่งบางอย่างที่นำมาซึ่งรสชาติในชีวิตของเธอแต่เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะวิ่งเข้าไปในเจอกับของคดีที่พี่สาวของเธอได้สืบมาเกือบหกเดือน อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคิดว่าคนร้ายจะโจมตีเธอกลับแทนและคนร้ายนั้นก็กล้าที่จะทำร้ายเธอที่โรงเรียน
จากข้อมูลในบันทึกคดี เฉินเยี่ยนหนานรู้ว่าเธอล้มเหลวในการช่วยพี่สาวของเธอและอาจบังคับให้ตกไปอยู่ในตำแหน่งที่ย่ำแย่กว่าเดิม นอกเหนือจากนั้นแล้วเธอเองก็ได้ลากเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเธอไปสู่สถานการณ์ที่อันตรายมาก
ในขณะที่เฉินเยี่ยนหนานกำลังคิดว่าเธอจะต้องตาย อยู่ดีๆ เธอก็รู้สึกว่ามือของชายที่มีหนวดเคราที่กำลังคว้าร่างของเธอได้คลายออกมา ร่างของเธอค่อยๆตกลงไปที่พื้นขณะที่เธอเห็นว่าโต๊ะซึ่งเดิมกำลังจะฟาดเธอถูกอัดไปบนแก้มของชายมีเครานั้น
ในชั่ววินาทีเป็นตายนี้เองที่ถังซิ่วได้ยื่นมือเข้ามาช่วยในขณะที่ชายมีเครากำลังยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขาใช้มือทั้งสองข้างของเขาคว้าไหล่ของนักเลงมีเคราคนนั้น
ไม่แม้แต่วินาทีเดียวที่คนร้ายมีหนวดเคราจะสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันพลางมีเสียง “กร๊อบ” ดังขึ้นสองครั้งในตอนที่ถังซิ่วบีบกระดูกสะบักที่ไหล่ของอีกฝ่ายจนแหลกละเอียด
หลังจากที่กระดูกสะบักของนักเลงเคราถูกบดขยี้ ไม่เพียงแต่มือขวาของเขาจะไม่มีแรงพอที่จะยกเฉินเยี่ยนหนานขึ้นมาเพื่อป้องกันโต๊ะที่กำลังจะชนเขาเท่านั้น เขาไม่สามารถจับกริชในมือซ้ายที่กำลังจะแทงหยวนชูหลิงได้อีกต่อไปเช่นเดียวกัน เมื่อกริชหล่นลงกับพื้นก็ทำให้เขาได้แต่จ้องไปที่โต๊ะที่กำลังจะฟาดเข้าใส่ศีรษะของเขา
"ไอ้เด็กเหี้ยม...แกกล้าเหรอ!"
นักเลงเคราดูเหมือนจะเดือดดาลอย่างถึงที่สุด เขารีบยกเท้าขึ้นเพื่อเตะเฉินเยี่ยนหนานที่ร่วงหล่นลงมาที่พื้นใส่ทางหยวนชูหลิง ในเวลาเดียวกันนี้เองที่นักเลงมีเคราได้หันศีรษะของเขาและชกกำปั้นของเขาเพื่ออัดใส่ถังซิ่ว
เมื่อเห็นว่านักเลงเคราคนนี้ได้ลืมความเจ็บปวดเฉียบพลันที่กระดูกสะบักแตกหักแถมยังสามารถที่จะตอบโต้กลับเขาได้ก็ทำให้เกิดความรู้สึกประหลาดใจขึ้นในแววตาของถังซิ่ว ถ้าเป็นคนปกติทั่วไป ใบหน้าของพวกเขาอาจเละหลังจากที่โดนของหมัดนักเลงไว้เครานี้และสูญเสียกำลังความสามารถในการต่อสู้
คนร้ายที่เครานี้ไม่เพียงแต่สามารถจัดการกับภัยคุกคามที่อยู่เบื้องหลังของเขาแต่ยังสามารถหลีกเลี่ยงภัยคุกคามของหยวนชูหลิงให้น้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าเป็นความโชคร้ายของอีกฝ่ายที่ได้เผชิญหน้ากับเขาผู้ซึ่งเพิ่งจะเสร็จสิ้นการหลอมรวมพลังฉีและหล่อหลอมร่างกายของเขา
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างรวดเร็วและดุร้ายของนักเลงหนวดเครา ถังซิ่วได้รีบคว้าคอของอีกฝ่ายและยกร่างทุ่มอัดลงถังขยะหลังห้องเรียน ในระหว่างการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเขาเหยียดแขนออกและคว้าโต๊ะก่อนที่มันจะโดนเฉินเยี่ยนหนานและประคองตัวเธอเอาไว้
แต่ในตอนนี้ความสนใจของทุกคนไม่ใช่โต๊ะที่แตกออกเป็นชิ้นๆหรือหนังสือกระเจิงบนพื้น ดวงตาของพวกเขาจดจ่ออยู่กับร่างของชายที่มีหนวดเคราบนกองขยะ
จุดที่เขายืนอยู่ที่ด้านหลังของห้องเรียนซึ่งที่เก็บกองขยะอยู่ห่างออกไปเกือบสิบเมตรแต่ถังซิ่วกลับโยนนักเลงคนนั้นทิ้งได้อย่างง่ายดาย มองไปที่ชายที่มีหนวดเคราสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรและกล้ามใหญ่โตเหมือนหมีแล้วก็มองกลับไปที่ถังซิ่วที่มีความสูงน้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร นักเรียนห้องสิบทุกคนต่างขยี้ตาของพวกเขาอย่างต่อเนื่องพลางสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไป
นักเรียนห้องสิบอาจจะเชื่อว่าหยวนชูหลิงเป็นคนโยนชายที่มีหนวดเคราแต่พวกเขาไม่เคยอยากที่จะเชื่อว่ามันเป็นถังซิ่วที่โยนเขาออกไป แต่หลังจากที่ได้เห็นภาพลักษณ์ที่ตกใจและมึนงงของหยวนชูหลิงต่อถังซิ่ว ทุกคนต่างตระหนักว่าเถังซิ่วเป็นคนนั้นและคนเดียวที่ได้โยนคนร้ายที่มีเคราและไม่สามารถเป็นหยวนชูหลิงได้
หลังจากถูกบดอัดเข้าไปภายในถังขยะโดยถังซิ่ว ร่างกายของนักเลงที่มีหนวดเคราถูกทุบอย่างรุนแรงทำให้อวัยวะภายในของเขาถูกบดขยี้พร้อมกับกับกระอักเลือดสีดำออกมาจากปากของเขา
"กะ...แก...!"
นักเลงมีเคราจ้องมองออกไปทางถังซิ่วด้วยท่าทางไม่เต็มใจขณะที่เขาพูดด้วยเสียงอ่อนแอและจากนั้นก็หมดสติอยู่กับพื้น
เมื่อเห็นว่านักเลงมีเคราหมดสติก็ทำให้นักเรียนในห้องต่างรู้สึกโล่งใจ ห้องเรียนเงียบๆก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันและมีเสียงดังส่งออกมาราวกับตลาดสด นักเรียนบางคนร้องไห้ออกมาดังๆขณะที่บางคนวิ่งออกจากห้องเรียนเพื่อแจ้งตำรวจขณะที่นักเรียนคนอื่นร้องไห้
"ถังซิ่ว ทั้งที่นายมีพลังมากขนาดนั้นทำไมนายถึงไม่ช่วยพวกเราไว้ก่อนหน้านี้ล่ะ? นายต้องการให้เราถูกเหยียบย่ำไปสู่ความตายโดยคนร้ายคนงั้นรึ? "
ตอนที่ถังซิ่วกำลังจะปล่อยเฉินเยี่ยนหนานออกจากอ้อมแขนของเขาแล้ว เสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจก็ดังขึ้นนั่นทำให้ใบหน้าเขาบึ้งตึงทันที เขากำลังที่จะอธิบายเพื่อแก้ตัวแต่ไม่เคยคาดคิดว่าเสียงของนักเรียนคนอื่นๆจะตะโกนออกมาอย่างดังทำให้เขาไม่มีเวลาเปิดปากของเขา
"ใช่! เห็นได้ชัดว่าเขามีพลังที่แข็งแกร่งแต่เขาก็ตั้งใจจะปิดบัง เขาต้องการเห็นเราถูกทุบตี แกมีความคิดต่ำช้าแบบนี้ได้อย่างไรกัน?"
"ถังซิ่ว คนร้ายที่เข้าห้องเรียนมาเกือบจะเข้ามาในเวลาเดียวกันกับนาย นายเป็นคนที่พาเขามาโรงเรียนใช่หรือเปล่า? หรือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเพียงแค่การละครที่แกวางแผนขึ้นกัน?"
เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนร่วมชั้นของเขา ถังซิ่วก็ได้แต่มึนงงเพราะเขาไม่เคยคิดว่าการกระทำของเขาจะได้รับการตอบแทนเป็นคำสาปแช่งที่น่าทุเรศเช่นนี้ พวกเขาไม่เพียงแต่เป็นพวกน่ารังเกียจพวกเขาก็โทษและตั้งคำถามกับเขา ไม่นานเขาก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก
“เฮ้! พวกนายเข้าใจเขาผิดไปแล้ว ถ้าพวกนายให้ความสำคัญกับข่าวประจำวันของฉวนฉิง พวกนายจะพบว่าคนร้ายคนนี้เป็นคนร้ายที่ต้องการโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เขาได้ก่ออาชญากรรมทั่วประเทศและเป็นอาชญากรที่มีการค้าอวัยวะมนุษย์ เขาได้กระทำการฆาตกรรมแล้วกว่าสามสิบครั้ง...”
เมื่อเห็นว่าถังซิ่วถูกกล่าวหาอย่างผิดๆ เฉินเยี่ยนหนานก็งงทันทีพร้อมกับก้าวออกมาปกป้องเขา
"เยี่ยนหนาน อย่าถูกหลอกโดยไอ้บ้าคนนั้น ตั้งแต่เธอรู้เกี่ยวกับรูปลักษณ์ของนักเลงนั่น เขาก็ต้องรู้เรื่องเขาอย่างแน่นอน เขาต้องมองหาคนที่มีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับคนร้ายและให้แกล้งแสดงตัวเป็นอีกฝ่ายใช่มั้ย?"
“ร่างกายของเขาอ่อนแอเสมอ เขามักจะเป็นลมอยู่ตลอด ฉันไม่เคยเห็นเขาผ่านการสอบกีฬาของโรงเรียนแม้แต่ครั้งเดียว เธอคิดว่าเขาสามารถสู้แรงของฆาตกรได้งั้นหรอ?”
“เขาต้องการที่จะจีบเธอ! แต่เขากลัวว่าคุณจะปฏิเสธเขาและสร้างสถานการณ์ที่จะเล่นเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม เขาต้องการให้เธอหลงรักเขา”
ไม่เพียงแต่คำอธิบายของเฉินเยี่ยนหนานจะไม่ทำให้ทุกคนเชื่อแต่ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกเดือดดาลมากยิ่งขึ้น
"พี่ชาย เห็นได้ชัดว่านายถูกกล่าวหาว่าผิด ทำไมนายถึงไม่พูดอะไรออกไปบ้างล่ะ?"
หลังจากที่ได้เผชิญหน้ากับประตูแห่งความตาย ใบหน้าของหยวนชูหลิงยังคงแน่นิ่งอยู่กับความรู้สึกกลัวแต่หลังจากที่เห็นความเข้าใจผิดที่สมบูรณ์จากเพื่อนร่วมชั้นของเขาที่มีต่อถังซิ่ว เขาได้แต่พูดออกมา
"ถ้าพวกเขาต้องการที่จะเชื่อ พวกเขาก็จะเชื่อมัน แต่ถ้าพวกเขาไม่อยากเชื่อแม้ว่านายจะถ่มน้ำลายหลายพันคำ พวกเขาก็จะไม่เชื่อนายอยู่ดี"
ถังซิ่วกวาดตามองไปที่นักเรียนด้วยท่าทางไม่แยแส เขาไม่ได้พูดมากและค่อยๆ เดินไปที่โต๊ะของเขาและนั่งลง
ถังซิ่วอาจจะสงบและไม่ต้องกังวลแต่นักเรียนห้องสิบไม่สามารถเป็นเหมือนเขาได้ อันที่จริงคนที่ตั้งคำถามกับเขาเป็นเพียงนักเรียนจำนวนน้อย นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้พูดอะไร อย่างไรก็ตามการกระทำและความโหดเหี้ยมของอันธพาลนั้นไม่ได้ดูเหมือนเป็นการแสดงแม้แต่น้อย
เสียงตะโกนที่ตื่นตระหนกตกใจของหยวนชูหลิงในช่วงเวลาสำคัญนั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกจัดฉากขึ้นมา นอกจากนั้นรอยฟกช้ำบนข้อมือเฉินเยี่ยนหนานและชายไว้เคราที่พ่นเลือดออกมาเต็มพื้นก็ดูเหมือนจะไม่ใช่การแสดง
ถังซิ่วไม่ได้พูดอะไรต่อ เฉินเยี่ยนหนานเองก็ยืนอย่างมั่นคงข้างๆเขา นักเรียนส่วนใหญ่ต่างนิ่งเงียบและไม่ได้ทำอะไร บรรดาผู้ที่กล่าวหาเขาก็ค่อยๆเงียบหายกันไปเรื่อยๆ
สิบนาทีต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งเมืองได้เดินทางมาถึง ทีมตำรวจนำโดยคนที่เป็นคนรู้จักของเขานั่นคือเฉิงเสวี่ยเหม่ย
เขากำลังเตรียมที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อทักทายเฉิงเสวี่ยเหม่ยแต่เฉิงเยี่ยนหนานกลับก้าวไปข้างหน้าก่อนที่เขาจะทำได้พลางรีบเดินต่อไปหน้าเฉิงเสวี่ยเหม่ยก่อนเขา อย่างไรก็ตามเฉิงเยี่ยนหนานยังไม่ทันได้พูดอะไรแต่กลับมีฝ่ามือของเฉิงเสวี่ยเหม่ยตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างรุนแรง
"เฉิงเยี่ยนหนาน! ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาแทรกแซงการสืบสวนของฉันกัน? ใครให้สิทธิ์เธอในการดำเนินการที่ไม่ได้รับอนุญาตกัน? ทำไมเธอไม่รายงานเรื่องนี้ในทันทีที่เธอพบเบาะแสกัน?"
หลังจากที่ตบเฉิงเยี่ยนหนาน เฉิงเสวี่ยเหม่ยสอบปากคำเธอด้วยเสียงที่เข้มงวด
"ฉัน....ฉัน...พี่ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันผิด..."
เฉิงเยี่ยนหนานกำลังรอพี่สาวของเธอมาปลอบโยนเธอแต่ในทางตรงข้ามกันพี่สาวของเธอตบหน้าเธอ เธอกำลังจะร้องไห้เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองถูกทำร้าย แต่เมื่อเธอเห็นดวงตาของพี่สาวของเธอแดงก่ำด้วยความรู้สึกเป็นห่วงและความรักบนใบหน้าก็ทำให้เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลั้นน้ำตาไว้และขอโทษด้วยเสียงนุ่มนวล
ตอนแรกเมื่อถังซิ่วเห็นเฉิงเสวี่ยเหม่ยตบหน้าเฉิงเยี่ยนหนานก็ทำให้เขารู้สึกรังเกียจและโกรธมาก เขาแทบที่จะทนไม่ได้ที่จะหักข้อมือของเฉิงเสวี่ยเหม่ย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ฟังบทสนทนาระหว่างพวกเธอแล้ว เขาก็ได้แต่แอบดีใจที่เขาไม่รีบร้อนที่จะลงมือด้วยแรงกระตุ้นพวกนั้น
ขณะที่เฉิงเสวี่ยเหม่ยและเฉิงเยี่ยนหนานยังคงสนทนากันอยู่นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาชญากรรมได้ตรวจสอบสภาพการบาดเจ็บของนักเลงมีเคราส่วนบางคนยังสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนชั้นอื่นอีกด้วย
“หัวหน้า ผู้บาดเจ็บโอหยางไฮ่เฟิงนั้นอาการสาหัสมาก อวัยวะภายในของเขาไม่เพียงแต่เสียหายอย่างหนัก กระดูกซี่โครงสองสามซี่แหลกละเอียดและหนึ่งในนั้นยังเจาะทะลุหัวใจของเขา มีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่เขาจะมีชีวิตรอดต่อไปได้"
ตำรวจที่กำลังรายงานได้แต่หันไปมองที่เขาอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากที่ได้สอบถามจากนักเรียนในห้องคนอื่นๆ แล้วฮูเหวินซูก็ได้คำตอบเดียวกันก็คือผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บของโอหยางไฮ่เฟิงนั้นคือถังซิ่ว แต่เมื่อเขานึกถึงตอนที่เขาจัดการกรณีของถังซิ่วในช่วงก่อนหน้านี้ ร่างของถังซิ่วอ่อนแออย่างมากและอีกฝ่ายเองก็เป็นลมล้มพับไปจึงทำให้เขารู้สึกว่าเรื่องในวันนี้มันแปลกมาก
เขาไม่สามารถแม้แต่จะเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาได้ยินแต่หลังจากที่เขายังคงถามต่อไปอีกสักสองสามครั้งและพบว่าคำสารภาพทั้งหมดสอดคล้องกันก็ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการเชื่อว่า คนผอมแห้งอย่างถังซิ่วได้จัดการกับโอหยางไฮ่เฟิง