“เหลวไหล!” แม้กู้ชิงเฉิงจะเป็คนใจเย็นและควบคุมสีหน้าได้ดีอยู่บ้างแต่ในยามนี้นางกลับตื่นตัว ท่าทางราวกับแมวที่ถูกเหยียบหางแทบจะขนลุกชันด้วยความใ
เมื่อเห็นสีหน้าของกู้ชิงเฉิงเปลี่ยนไปกู่จื่อก็รีบปิดปากเงียบ ไม่กล้าเอ่ยอันใดอีก
แม้ในใจของนางยังคงรู้สึกประหลาดใจอยู่เล็กน้อยเหตุใดคุณชายถึงคล้ายองค์รัชทายาทได้ถึงเพียงนี้?
นางไม่ได้ฉุกคิดเลยว่านายหญิงของนางจะมีความสัมพันธ์อันใดกับองค์รัชทายาท
“นายหญิงอย่าโกรธไปเลยเ้าค่ะ กู่จื่อไม่กล้าแล้ว” กู่จื่อรีบเอ่ยปากกล่าวอย่างร้อนรนพร้อมกับสีหน้าสำนึกผิด
“เ้าต้องไปที่สวนหรูอี้ องค์รัชทายาทเพิ่งตรัสถึงสวนหรูอี้หากเขาทราบเื่ คุณหนูกู้ก็คงจะรู้เื่นี้ในไม่ช้าเช่นกันเ้าจงไปแจ้งแก่หยวนจิ่ว ว่าไม่ว่าจะเป็ผู้ใด หากบังอาจคิดร้ายต่อเซวียนเอ๋อร์แม้จะต้องสละสวนหรูอี้ทั้งสวนก็จงกำจัดมันทิ้งเสีย หากสวนหรูอี้พินาศข้าจะชดเชยให้เขาใหม่” กู้ชิงเฉิงยังคงกังวลนางครุ่นคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงตัดสินใจเช่นนี้
“แต่ทางนายหญิงเองก็อันตรายนะเ้าคะ กองทัพตระกูลกู้อยู่ในเมืองอีกทั้งสตรีผู้นั้นยังมีองครักษ์เงาอีกด้วย” กู่จื่อยังคงเป็ห่วงกู้ชิงเฉิง“ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเช่นนี้นี่เ้าคะ”
จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้ล้วนมาพร้อมกับตั๋วเงินของตระกูลกู้จากเมืองหลวง
“เ้าไปเถิด” กู้ชิงเฉิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดมากนักแต่คำกล่าวของนางไม่อาจโต้แย้งได้ ทำให้กู่จื่อไม่กล้าขัดขืน ได้แต่รับคำว่า“นายหญิงโปรดระวังตัวด้วยนะเ้าคะ”
“เ้าต้องหลีกเลี่ยงสายตาของทุกคนให้ดี” กู้ชิงเฉิงกำชับอีกครั้งแววตาของนางแฝงไปด้วยความกังวลเล็กน้อย
นางเชื่อมั่นในความสามารถของกู่จื่อเพราะกู่จื่อก็เป็คนไหวพริบดีและเฉลียวฉลาดเสมอมา
โม่อวี้เฉินยังคงรออยู่ที่ลานเรือนจนกระทั่งอันอี้ฝานและคนอื่นๆ ออกมาจากห้อง
“คนเจ็บเช่นนี้ไม่ควรถูกเคลื่อนย้ายให้กระแทกหรือสั่นะเืควรพักฟื้นที่อันหยวนถังจะดีกว่า อย่าวิ่งวุ่นไปมาเลย” โม่อวี้เฉินสั่งการกู้ไต้“และใน่นี้ เ้าต้องดูแลนายของเ้าให้ดี”
ข้อนี้ไม่จำเป็ต้องเตือนเขายินดีจะดูแลเ้านายของเขาอยู่แล้ว
ครั้งนี้กู้ไต้เองก็ใกลัวไม่น้อยเขากลัวว่าคุณหนูใหญ่จะไม่มีชีวิตรอดกลับไป หากเป็เช่นนั้น เขาก็คงจะจบสิ้นและไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
กู้ไต้พยักหน้าพลางกำหมัดแน่น แววตาของเขาแฝงไปด้วยความเกลียดชังเล็กน้อย
คนของอันหยวนถังช่างหารนที่ตายเสียจริง
“สืบทราบที่ตั้งของสวนหรูอี้แล้วหรือไม่?” โม่อวี้เฉินไม่คิดจะหยุดพักที่อันหยวนถังในเวลานี้จึงเอ่ยถามเฟิงเจ๋อ
“กระหม่อมไร้ความสามารถ ตอนนี้ยังสืบอะไรไม่ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ” เฟิงเจ๋อโน้มศีรษะลง แม้จะทราบเื่สวนหรูอี้แต่ก็ไม่สามารถสืบหาเบาะแสใดๆ ได้
“ได้สืบเื่หมอกู้ว่าเป็ผู้ใดแล้วหรือไม่?” โม่อวี้เฉินถามอีกครา
ในครานี้เฟิงเจ๋อแทบจะก้มศีรษะลงถึงพื้น
่นี้เขาก็รู้สึกท้อแท้ไม่น้อยเขาคิดว่าตนเองเป็ถึงองครักษ์ข้างกายองค์รัชทายาท เป็ผู้สืบข่าวที่เก่งกาจที่สุดแต่กลับต้องมาพ่ายแพ้ที่เมืองอี๋สุ่ยแห่งนี้เขาสืบหาอะไรก็ไม่พบเบาะแสเลยแม้แต่น้อย
“สืบต่อไป” โม่อวี้เฉินไม่ได้ตำหนิเขาเพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
แน่นอนว่าต้องสืบให้รู้ว่าสตรีโอหังผู้นี้มาจากที่ใด!เพราะนางไม่เห็นเขาซึ่งเป็องค์รัชทายาทอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
………..
คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้กู้ตงหลิงฟื้นคืนสติในคืนนั้นเมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเ็ปไปทั่วร่างกายยิ่งกว่าเดิม
ข้างกายของนางไร้ซึ่งสาวใช้สักคนนางรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างในทันที ยิ่งกว่านั้นยังรู้สึกโศกเศร้าอีกด้วย
สิ่งนี้ทำให้นางหวนนึกถึงเื่ราวในชาติก่อนยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว
นางพร่ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะต้องแข็งแกร่งนางจะต้องแข็งแกร่งให้มากพอ เพื่อให้ได้มาซึ่งทุกสิ่งที่นางปรารถนา
“เหตุใดพวกเรายังอยู่ที่นี่ ที่นี่เป็ลานของอันหยวนถังไม่ใช่หรือ?”กู้ตงหลิงกล่าวด้วยความตื่นตระหนก
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
กู้ไต้จึงเข้าไปกระซิบเบาๆเพื่อเล่าเื่ทั้งหมดให้นางฟัง
“ข้า...” กู้ตงหลิงทราบดีว่าาแของนางสาหัสยิ่งนักความเกลียดชังยิ่งล้ำลึก นางอยากฆ่าทุกคนที่นี่ให้สิ้นซากแต่เวลานี้ไม่อาจขยับเขยื้อน ไม่อาจให้ร่างสั่นะเืและไม่อาจปล่อยใจให้ฟุ้งซ่านเกินไปได้
ยามนี้กู้ตงหลิงทั้งขุ่นเคืองทั้งจนตรอกโดยแท้ นางไม่มีทางเลือกใดเลย
นางไม่อยากตายนางอยากมีชีวิตอยู่ให้ดี เพื่อเหยียบย่ำกู้ชิงเฉิงให้จมดินและทำให้กู้ชิงเฉิงตายอย่างอนาถ ไม่มีแม้แต่ที่กลบหน้าดิน
หมอหญิงกู้ปล่อยกู้ตงหลิงทิ้งไว้ในลานเรือนและให้อันอี้ฝานเป็ผู้ดูแลาแของนางทุกวัน
สำหรับาแกระดูกหักเส้นเอ็นขาด หรือนิ้วด้วน อันอี้ฝานนั้นสามารถรับหน้าที่ได้เป็อย่างดี
อีกทั้งาแของกู้ตงหลิงยังสามารถทำให้อันอี้ฝานฝึกฝนวิชาแพทย์ของตนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีกขั้นและอันอี้ฝานยังมีวิชาแพทย์อันยอดเยี่ยม ยากนักที่จะหาผู้ใดเทียบได้ในยุคสมัยนี้
แต่หากเทียบกับกู้ชิงเฉิงผู้มาจากยุคสมัยใหม่ ผู้เป็สุดยอดแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านยาพิษแล้วช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
ด้วยเหตุนี้อันอี้ฝานจึงเต็มใจที่จะเป็ศิษย์ของนางโดยไม่ลังเลและยกอันหยวนถังทั้งหมดให้กับนางโดยให้อันหยวนถังอยู่ภายใต้ชื่อของกู้ชิงเฉิงทั้งหมดและยังเชื่อฟังคำสั่งของกู้ชิงเฉิงทุกประการ
อันอี้ฝานนับถืออาจารย์กู้ชิงเฉิงจากใจจริงนับถืออย่างถึงที่สุด
“จินซาน เป็อย่างไรบ้าง?” กู้ชิงเฉิงให้เวลาคนของตนสามวันเพื่อสืบจำนวนคนที่กู้ตงหลิงซ่อนอยู่ในเมืองอี๋สุ่ย
“นายหญิงขอรับ ครั้งนี้เป็ทัพหน้าภายใต้บัญชาการของบุตรชายคนโตตระกูลไป๋นำโดยหลิวผิง นำกำลังพลมาทั้งหมดสองพันนายขอรับ!” จินซานประสานหมัดคำนับ“นายหญิงโปรดวางใจ กำลังพลเพียงเท่านี้ ข้าจะจัดการกวาดล้างให้สิ้น”
บุตรชายคนโตตระกูลไป๋ย่อมหมายถึงพี่ชายของไป๋ซิน
กองทัพของเขานั้นขึ้นชื่อเื่ความกล้าหาญมาโดยตลอดอีกทั้งยังเป็ทัพหน้า กำลังพลสองพันนายสามารถต้านกำลังพลหมื่นนายได้สบายๆ
กู้ตงหลิงผู้นี้นับว่ามีฝีมือไม่น้อยนางฆ่าไป๋ซินไปแล้ว แต่ยังสามารถทำให้คนตระกูลไป๋เต็มใจรับใช้ได้อีก
“เ้าอย่าได้ประมาทไป” กู้ชิงเฉิงโบกมือ
นางย่อมรู้ดีว่ากองทัพตระกูลไป๋นั้นน่าเกรงขามเพียงใดไม่อาจประมาทได้เป็อันขาด
อีกทั้งกู้ตงหลิงยังฉลาดแกมโกงทำให้คนตระกูลไป๋เชื่อฟังคำสั่งของนางส่วนหลิวผิงนั้นก็ภักดีต่อกู้ตงหลิงอย่างสุดใจ
“คุณหนูใหญ่กู้ผู้นี้้าที่จะกวาดล้างเมืองอี๋สุ่ยเป็แน่หากไม่ใช่เช่นนั้น ก็คงไม่ให้หลิวผิงนำทัพสองพันนายมาด้วยตนเองถึงที่นี่” ดวงตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าของกู้ชิงเฉิงหรี่ลงเล็กน้อย “ช่างอำมหิตนัก”
จินซานพลันเดือดดาลขึ้นมาทันที“นายท่าน ข้าจะไปสังหารหลิวผิงเสียก่อนดีหรือไม่!”
“องค์รัชทายาทยังอยู่ที่นี่ ไม่ควรลงมือ” กู้ชิงเฉิงโบกมือปฏิเสธ
นางรู้จักโม่อวี้เฉินดีด้วยความเป็องค์รัชทายาทแห่งต้าฉิน ย่อมยึดถือผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็สำคัญ
หากกู้ชิงเฉิงจัดการทัพตระกูลไป๋ทั้งหมดเขาย่อมไม่อาจอยู่เฉยได้เป็แน่ ดังนั้นนางจึงต้องรอให้องค์รัชทายาทจากไปเสียก่อน
“องค์รัชทายาทผู้นี้ตาบอดไปแล้วกระมัง” จินซานกัดฟันพูด“คุณหนูใหญ่กู้ผู้นี้ช่างไร้ยางอายนักแต่เขากลับจะเลือกนางมาเป็พระชายา!”
แค่เื่ของกู้ตงหลิงก็ทำให้ภาพลักษณ์ของโม่อวี้เฉินในสายตาของจินซานย่ำแย่ลงมาก
ชื่อเสียงของกู้ตงหลิงในเมืองอี๋สุ่ยนั้นย่ำแย่ถึงขีดสุดแล้วชาวเมืองทุกคนล้วนไม่พอใจในตัวนาง
นางไม่เพียงแต่จะหยิ่งยโสและเอาแต่ใจเท่านั้นแต่ยังโเี้อำมหิตอีกด้วย คนเช่นนี้ ไม่รู้ว่าไปเข้าตาฝ่าาได้อย่างไร
“ข้าไม่คิดว่าตนเองตาบอดเลยแม้แต่น้อย!” โม่อวี้เฉินผลักประตูออกและก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วเขากวาดสายตาไปมองจินซาน “อย่าได้พูดพร่ำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่เช่นนั้นอาจเสียหัวได้ง่ายๆ!”
ทั่วร่างของเขามีกลิ่นอายสังหารแผ่ออกมาเขาเดินตรงไปหากู้ชิงเฉิง “วางใจได้ข้าจะไม่ยอมให้ทัพตระกูลไป๋ทำอันตรายเมืองอี๋สุ่ยเด็ดขาด”
เขาเองก็โกรธเช่นกันเขาไม่คาดคิดว่ากู้ตงหลิงจะโเี้อำมหิตถึงเพียงนี้
ดูท่าที่ผ่านมานางคงจะเสแสร้งได้แเีมากทีเดียวทว่าเมื่อมาถึงเมืองอี๋สุ่ย ทุกสิ่งทุกอย่างก็เผยออกมาหมดสิ้น
โม่อวี้เฉินได้รับความประหลาดใจที่คาดไม่ถึงครั้งแล้วครั้งเล่า
โชคดีที่ดวงตาของเขาไม่บอดจึงหลีกเลี่ยงกู้ตงหลิงมาโดยตลอด และเื่ตำแหน่งพระชายา เขาเองก็ไม่เคยตอบตกลง
เขามักจะใช้ชื่อของพระชายากู้ชิงเฉิงผู้ล่วงลับเป็ข้ออ้างต่อหน้าฮ่องเต้เพื่อเลื่อนเื่นี้ออกไปเพราะเขาไม่ชอบคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ผู้นี้
กู้ชิงเฉิงเลิกคิ้วมองโม่อวี้เฉิน“แต่… หญิงสามัญอย่างข้าไม่รู้เลยว่าองค์รัชทายาทจะเชื่อถือได้หรือไม่”
นางไม่กล้าเชื่อโม่อวี้เฉิน เพราะไม่ว่าจะอย่างไร โม่อวี้เฉินก็อยู่ฝ่ายเดียวกับกู้ตงหลิง