“พี่อยากให้ฉันเสียชื่อหรือไง ทำอย่างนั้นชาวบ้านเขาก็นินทาว่าฉันหนีตามพี่ไปนะสิ พี่รอเก็บเงินให้ได้แล้วค่อยไปสู่ขอฉันไม่ได้หรือไง”
ทิมได้ฟังอย่างนั้นถึงกับดีใจจนหัวใจพองโต ต่อให้เขาต้องทำงานหนักจนสายตัวแทบขาดเขาก็พร้อมที่จะสู้ เพื่อหาเงินไปแต่งงานกับหญิงคนรัก
“ได้สิจันทร์ พี่จะรีบทำงานหาเงินให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไปสู่ขอจันทร์ จันทร์สัญญาน่ะว่าจะรอพี่”
ดวงจันทร์พยักหน้ารับส่งเดช ไม่สนใจท่าทางดีอกดีใจของทิม และเมื่อเขาเข้ามาหอมแก้มเธออีกครั้งเท่านั้น หญิงสาวก็รีบคว้าเอาเสื้อของเขามาสวมใส่อย่างรวดเร็ว เพราะขืนยังนั่งต่อไปเธอคงเก็บความรู้สึกขยะแขยงเขาเอาไว้ไม่มิดแน่
.....................................
ดวงจันทร์พาร่างอันมอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิงของตนขับรถกลับมาจนถึงบ้าน และเป็ดวงดาวที่วิ่งออกมารับถึงที่โรงจอดรถ
“ไปทำอะไรอยู่พี่จันทร์ เลยเวลามามากแล้วน่ะ ป้ารจบ่นอยู่เลย”
“แกเอาของเข้าไปให้ป้ารจก่อนไป ฉันจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”
ดวงจันทร์บอกโดยที่ไม่กล้าสู้สายตาน้องสาวนัก
“พี่จันทร์ไปมัวทำอะไรอยู่”
น้องสาวยังอดซักถามไม่ได้
“ทำอะไรก็ช่างฉันเถอะน่า”
ดวงจันทร์ทำท่าทางฉุนเฉียวกลบเกลื่อน
“แล้วนี่ไปเอาเสื้อของใครมาใส่”
“ก็เสื้อของฉันนั้นแหละ”
พี่สาวกระแทกเสียงตอบก่อนเดินอ้อมไปเข้าห้องทางหลังบ้าน
ดวงดาวมองตามอย่างแปลกใจ เธอจำได้ว่าตอนพี่สาวออกไปซื้อของนั้นไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้ เสื้อแต่ละตัวของพี่จันทร์มีแต่สีสดๆจำพวกฟ้า ส้ม ชมพูทั้งนั้น ไม่มีวันที่พี่สาวของเธอจะซื้อเสื้อสีหม่นๆอย่างนี้มาใส่แน่นอน แล้วก็ตัวออกหลวมโคร่งและเก่าออกอย่างนั้น
พี่จันทร์ไปเอาเสื้อของใครมาใส่ ?
.....................................
หลายวันแล้วที่ลุฟพักอาศัยอยู่บ้านไร่โกสุม ดูเหมือนธรรมชาติ และความสงบ เรียบง่ายของที่นี้จะเป็ยาช่วยรักษาแผลใจสดๆร้อนๆของเขาให้แห้งตกสะเก็ดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ....ชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทุกครั้งที่นึกถึงผู้หญิงคนที่เคยรัก ภาพของเธอจึงดูจางลงไปมาก ในขณะเดียวกันก็มีภาพของผู้หญิงอีกคนที่ซ้อนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว แต่ดูเหมือนว่าจะแจ่มชัดขึ้นทุกขณะ ภาพของเด็กสาวผิวสีแทน ผมหยิกหย่อย และพูดจ๋อยๆได้ทั้งวัน
ขณะนี้ชายหนุ่มกำลังนั่งทอดอารมณ์อยู่คนเดียวที่ริมสระขนาดใหญ่ท้ายไร่ ในน้ำใส่แจ๋วมีบัวหลายชนิดกำลังออกดอกบานสะพรั่งน่าตื่นตา แมลงเล็กๆบินหยอกเย้ากันอย่างร่าเริง แสงแดดยังไม่แรงกล้าพอที่จะขับไล่น้ำค้างให้เหือดหาย อารมณ์ของชายหนุ่มเบิกบานไปกับธรรมชาติที่แสนงดงาม
เสียงฝีเท้าของม้าดังกระทบพื้นใกล้เข้ามา ลุฟเผลอยิ้มกับตัวเอง เขาเริ่มคุ้นเคยกับเสียงนี้จนไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าเป็อะไร ครู่เดียวเสียงใสใสก็ดังขึ้น
“พี่ลุฟหลบมาอยู่นี่เอง เงาะตามหาเสียทั่วไร่”
“พี่อยากมานั่งดูอะไรเงียบๆ”
ชายหนุ่มตอบโดยที่ยังนั่งชันเข่ามองไปในสระน้ำอยู่ท่าเดิม