ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 34 สังหารเฝ่ยหลง

            “ปึง!”

            คลื่นพลังปราณสองคลื่นปะทะกันอากาศรอบๆ ปะทุเป็นแรงดันสั่นสะเทือนเกิดเป็นพายุเล็กๆพัดพาฝุ่นและเศษไม้ใบหญ้าที่อยู่บนพื้นกวาดหายจนโล่งความรุนแรงกระแทกจนหินแตกเป็นเศษ

            “ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐาน”

            บุรุษวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมแสยะยิ้มมีสีหน้าเย็นชาเขารับรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาเป็นเพียงผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานเท่านั้นแม้ว่าจะอยู่ในขั้นเบิกนภาทว่าก็แค่ระดับขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานเท่านั้นเอง ขั้นสร้างรากฐานขั้นสัมผัสพลังลี้ลับ ขั้นถึงฟากฝั่ง ขั้นสมบูรณ์ในสี่ระดับขั้นนี้อยู่ห่างเพียงขั้นหนึ่ง ความแตกต่างก็มากโขอยู่ระดับพลังของเขาอยู่ในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งแล้วสามารถปลิดชีพผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานได้อย่างง่ายดายต่างระดับขั้นระดับที่ต่ำกว่ายากที่จะเอาชนะผู้ที่ระดับขั้นเหนือกว่าจนไม่น่าเป็นไปได้

            “ขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่ง เฝ่ยหลงแห่งกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาว”

            ตู้เซ่าฝู่จ้องบุรุษวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านัยน์ตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย หยุดไม่เคลื่อนไหวหลายวันมานี้ระหว่างที่ฆ่านักล่าอสูรของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวก็ได้ยินเรื่องของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวมากมายจากปากพวกเขามาเรื่อยๆพอได้ประมือดูก็พอเดาออกได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นใคร

            “เจ้าหนูเดาถูกแล้ว ต่อจากนี้ก็ตายไปได้อย่างสบายใจแล้วนะ!”

            เฝ่ยหลงปล่อยพลังปราณอันเย็นยะเยือกออกมาแววตาเปี่ยมไปด้วยจิตอาฆาตกว่าจะไล่ตามเจ้าหนุ่มที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาคนนี้ได้ไม่ง่ายเลยจะปล่อยให้หนีไปได้อย่างไร เขาแสยะยิ้มให้จากนั้นก็ใช้เท้าย่ำกระแทกพื้นอย่างรุนแรง มีพลังปราณไหลเวียนเป็นคลื่นจากนั้นชายอ้วนท้วมคนนั้นก็กระโจนไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างพลิ้วไหวและรวดเร็วมากอ้าขาถีบไปตรงบริเวณอกของตู้เซ่าฝู่

            “บาทาพิพากษา!”

            บนฝ่าเท้ามีพลังปราณไหลอยู่รอบพลังรุนแรงดุดันราวกับสามารถผ่าอากาศได้พลังพุ่งไปถึงบริเวณหน้าอกของตู้เซ่าฝู่ได้ในพริบตา

            สีหน้าแน่วแน่ของตู้เซ่าฝู่สะดุ้งเล็กน้อยทว่าเขาไม่คิดจะหลบ ฝ่ามือรีบรวบรวมพลังปราณจากนั้นพลังปราณก็พลุ่งพล่านออกมาในชั่วพริบตา ทำให้อากาศบริเวณรอบๆเกิดแรงดันไอน้ำขึ้นเป็นคลื่นๆ ท่าทางของเขาดูแล้วดุดันน่าเกรงขามราวกับอสูรที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล พลังรุนแรงจนน่าประหลาดใจ

            “หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”

            เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าตู้เซ่าฝู่ปล่อยพลังหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังออกไปเห็นคลื่นพลังลูกใหญ่ถูกส่งกระจายออกไป ปะทะกับพลังฝ่าเท้าที่เตะมาอย่างรวดเร็วคลื่นพลังที่รุนแรงดั่งคลื่นยักษ์ซัดโถมกระหน่ำรับการโจมตีของกระบวนท่านั้นไว้ได้

            “โครม!”

            เฝ่ยหลงเบนตัวหนีเขาม้วนตัวงอเท้าหมุนตัวสามร้อยหกสิบองศากลางเวหาราวกับก้อนลูกชิ้นที่หมุนได้ขณะที่เหยียบพื้น ก็โซเซถอยหลังสามสี่ก้าวถึงทรงตัวและยืนมั่นคงได้

            ตู้เซ่าฝู่เองก็โซเซถอยหลังไปสองก้าวเช่นกันเขามีสีหน้าประหลาดใจ เขาคิดว่าเขาอยู่ในขั้นเบิกนภาได้แล้ววิชาหมัดคลื่นซัดสะท้าน กลับทำอะไรชายคนนั้นไม่ได้เลยตอนนั้นที่เขายังไม่บรรลุฌานขั้นใดๆก็ใช้หมัดคลื่นซัดสะท้านจัดการศิษย์แนวหน้าของสำนักอสรพิษสวรรค์ที่อยู่ในขั้นสดับเวหาในระดับขั้นเก้าได้แล้วทำให้เขาตระหนักได้ว่าขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งและขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานมีความต่างชั้นกันมาก

            “ถือว่าพอมีฝีมือบ้าง มิน่าถึงฆ่าหัวหน้ากลุ่มสามได้”

            เฝ่ยหลงมองไปที่ตู้เซ่าฝู่อีกครั้งสีหน้าเคร่งเครียด เขาหรี่ตากลบความรู้สึกประหลาดใจระดับฌานของเขาอยู่ในขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งจึงรับมือกระบวนท่าของหนุ่มน้อยคนนั้นได้โดยไร้บาดแผลใดๆ หลังจากหายตกใจแรงอาฆาตของเขาก็ยิ่งมาคุขึ้น เขาหรี่ตาเพ่งมองเด็กหนุ่มอย่างอาฆาตยิ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกล่าวว่า “เจ้าหนู ต่อให้เจ้าพอมีฝีมือบ้างนิดหน่อยแต่ว่าเจ้าต้องมาต่อสู้กับข้า ยังไงก็คงไม่รอดแล้วล่ะ ได้ตายด้วย ‘หมัดระเบิดปราณ’ ของข้า นับว่าเป็นบุญของเจ้าแล้ว!”

            เมื่อพูดจบพลังปราณรอบกายของเฝ่ยหลงเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้อุณหภูมิโดยรอบจู่ๆก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ร้อนแรงราวกับว่าอยู่ในบริเวณเกิดเพลิงไหม้เขารวบรวมพลังฝ่ามือจากนั้นรอบหมัดของเขาก็ปกคลุมด้วยผืนชั้นความร้อนเป็นเพลิงไฟชั้นหนึ่งพร้อมกับมีอักษรยันต์วิ่งแล่นอยู่โดยรอบ

            “หมัดระเบิดปราณ เอาไปกินซะ!”

            พอรวบรวมพลังฝ่ามือแล้วสีหน้าของเฝ่ยหลงยิ่งดูก้าวร้าวมากขึ้นพลังหมัดก้อนเพลิงนั้นถูกส่งไปหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็ว กระแทกไปอย่างจังเขาปล่อยพลังไปสุด ไม่คิดรั้งพลังไว้แม้แต่น้อย

            ในความคิดของเฝ่ยหลงราวกับว่าเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นร่างแตกเป็นเสี่ยงๆ ไปแล้วหมัดระเบิดปราณคือวิทยายุทธขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสมบูรณ์แล้วเกือบจะสามารถเทียบกับวิทยายุทธขั้นพลิ้วเหาะได้แล้วและนี่ก็คือท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของเขา ในแนวเขาอสุรกายมีนักล่าอสูรขั้นเบิกนภาที่ระดับขั้นฌานเท่ากับเขา ยังเคยพ่ายแพ้ให้กับหมัดระเบิดปราณของเขาไปแล้ว

            “เป็นวิทยายุทธขั้นเบิกนภาที่ใช้ได้เลย”

            ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานจู่ๆ ตู้เซ่าฝู่ก็ยิ้มออกมา เขารวบรวมพลังปราณในรูปแบบเดียวกับเมื่อสักครู่นี้มีร่างของเขาเป็นศูนย์กลาง คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวโถมออกมาไม่หยุด วงรอบๆ กายเขามีพลังฟ้าดินไหลออกมาห่อหุ้มเขาไว้และมีอักษรยันต์เปล่งแสงไหลว่อนออกมา ลมปราณที่ปล่อยออกมาดูน่าหวาดกลัวรุนแรงดุดันราวกับภูเขาไฟกำลังจะปะทุ

            “กระตุ้นชีพจรลมปราณ ฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหว”

            เมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่จู่ๆก็มีพลังรัศมีที่น่ากลัวและยันต์เปล่งแสงปล่อยออกมารูม่านตาของเฝ่ยหลงก็หดเล็กลงด้วยความตกใจอีกฝ่ายมีกิริยาท่าทางของการกระตุ้นชีพจรลมปราณ การกระตุ้นชีพจรลมปราณแบบนั้นมีเพียงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวจึงจะทำได้ทว่าเห็นได้ชัดว่าฌานของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่แค่ถึงขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสร้างรากฐานเหตุใดเขาจึงสามารถกระตุ้นชีพจรลมปราณแบบนั้นเองได้ล่ะ

            ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากพลังหมัดของทั้งสองปะทะกันแล้ว

            “หมัดคลื่นซัดสะท้าน!”

            หมัดคลื่นซัดสะท้านดังเดิมทว่าอานุภาพของมันไม่เหมือนเดิมครั้งนี้คือหมัดคลื่นซัดสะท้านที่ตู้เซ่าฝู่พัฒนาให้สมบูรณ์แล้ว ก่อนหน้าที่ใช้เป็นเพียงหมัดคลื่นซัดสะท้านฉบับดั้งเดิม

            “โครม!”

            พลังโจมตีของหมัดคลื่นซัดสะท้านที่พัฒนาสมบูรณ์แล้วทำให้เกิดเสียงระเบิดโครมครามออกมาพลังคลื่นยักษ์ซัดกวาดทำลายพุ่งอัดไปที่พลังหมัดติดเพลิงของชายที่อยู่ตรงหน้ารัวๆ

            “ปึง!”

            พลังปราณที่ซัดออกไปกระแทกก่อให้เกิดเสียงสะท้อนเสียงดังไปทั่วแนวเขาจากนั้นก็ได้ยินเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบจากหมัดของเฝ่ยหลงสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด และกระอักเลือดพ่นโลหิตสาดกลางอากาศจากนั้นร่างอ้วนท้วมของเขาก็กระเด็นถอยหลังไป

            “แกร๊ก!”

            เฝ่ยหลงกระเด็นถอยหลังไปประมาณสิบเมตรจากนั้นร่างก็ไปกระแทกหินยักษ์ก้อนหนึ่ง ทำให้หินก้อนนั้นเกิดรอยร้าวและหักลงมา

            “ไม่ได้การละ เจ้าหนูนี่แข็งแกร่งเกินไป”

            เฝ่ยหลงที่ล้มลงพื้นลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วเขาไม่สนใจเลือดที่ไหลกบปากของตนเองเลย การเผ่นหนีคือสิ่งที่เขาต้องการทำเพราะเขามีประสบการณ์อยู่ในแนวเขาอสุรกายมานานเขาจึงมีทักษะการหนีเอาชีวิตรอดที่ยอดเยี่ยมและทำได้อย่างรวดเร็ว

            “เจ้าคิดว่าเจ้าจะตามข้าทันหรือ ข้าแค่รอให้เจ้าตามข้าทันเท่านั้นเอง”

            ในขณะนั้นเองตู้เซ่าฝู่ก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า เฝ่ยหลงที่กำลังคิดจะจรลีหนีไปถูกเงาของชายหนุ่มคนหนึ่งกระโจนมาตะครุบไว้เป็นเงาของคนกางแขนสองข้างทว่าราวกับกำลังสยายปีกท่าทางดั่งเหยี่ยวที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ!

            และขณะนั้นเฝ่ยหลงที่หายใจเหนื่อยหอบรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังถูกเหยี่ยวยักษ์กระโจนมาขย้ำร่างพลังอันดุดันน่าเกรงขามนั้น ทำให้รู้สึกถึงเหยี่ยวยักษ์จริงๆไม่ใช่แค่รูปร่างคล้าย แต่จิตที่ส่งออกมาก็เหมือนเหยี่ยวมาก

            “โครม!”

            การโจมตีนี้ราวกับเป็นของอสูรเหยี่ยวยักษ์ไม่ปานเฝ่ยหลงถูกตะครุบไว้อย่างแรง จากนั้นร่างของเขาก็ถูกพาเหินไปบินฟ้าสูงประมาณสิบเมตรจากนั้นก็ถูกทุ่มปล่อยตกลงมาที่ยอดของต้นไม้ที่สูงใหญ่ต้นหนึ่งต้นไม้ต้นนั้นหักร้าวแยกเป็นท่อนๆบริเวณรอบต้นไม้ก็ได้รับแรงกระแทกไปด้วยจนเกิดรอยร้าวพลังอานุภาพร้ายแรงนี้ราวกับพายุหมุนซัดใส่โดยตรง

            “ซู่ๆ!”

            ในบริเวณแนวเขาด้านหลังกลุ่มคนที่ตามไล่ฆ่ามาที่อยู่ด้านหลังทั้งกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวและนักล่าอสูรอื่นๆ จำนวนไม่น้อยก็สะดุ้งหยุดฝีเท้าไม่กล้าก้าวต่อไปข้างหน้าร่างของเฝ่ยหลงที่ฌานอยู่ถึงขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งตกลงสู่พื้นชายหนุ่มคนนั้นช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน

            “ปึง!”

            ตู้เซ่าฝู่เดินไปข้างๆกายของเฝ่ยหลงที่บาดเจ็บสาหัส เหลือเพียงลมหายใจแผ่วเบา เขาปล่อยหมัดใส่อีกครั้งทำให้เฝ่ยหลงไม่หลงเหลือแรงที่จะดิ้นรนขัดขืนอีกต่อไปเขาลงมือได้รุนแรงและเฉียบขาดพวกกลุ่มคนที่ตามมาราวีตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ไม่ไกลต่างก็ทำสีหน้าตะลึง ขนาดหัวหน้ากลุ่มสองของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวเฝ่ยหลงที่มีฌานถึงขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งกลับถูกเด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าเขาสังหารได้พ่ายแพ้อย่างยับเยิน

            เสียงโห่ร้องตะโกนขู่ไล่ฆ่าหายไปบริเวณโดยรอบเงียบกริบ นัยน์ตาของแต่ละคนสั่นไหวเบาๆ นักล่าอสูรของกลุ่มเสือดาวขาวที่ไล่ตามมาทั้งหมดเมื่อได้เห็นหัวหน้ากลุ่มสองเฝ่ยหลงถูกเด็กหนุ่มคนนี้สังหารได้อย่างเลือดเย็นก็ไม่กล้าเดินหน้าต่อไปอีก อยากหลบก็แทบจะหลบไม่ทัน

            ตู้เซ่าฝู่ค้นตัวของเฝ่ยหลงสักครู่นำของทั้งหมดที่เขานำไปได้ใส่เข้าไปในเสื้อกลางอก

            “อยากตายก็เข้ามาได้”

            ตู้เซ่าฝู่พูดจบก็มองทุกคนที่ล้อมรอบด้วยสายตาดุดัน เปี่ยมไปด้วยจิตอาฆาตดูแล้วน่าหวาดกลัวชวนขนหัวลุก

            “แววตาน่ากลัวเหลือเกิน ราวกับเป็นอสูรร้ายไม่ปาน”

            เมื่อเห็นสายตาโหดเหี้ยมของตู้เซ่าฝู่หลายคนก็ถอยหลังด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เห็นภาพเหตุการณ์ที่เฝ่ยหลงถูกปลิดชีพแล้วทุกคนก็แสดงสีหน้ากลัวและประหม่า จ้องหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าสบตาตู้เซ่าฝู่เลย

            ตู้เซ่าฝู่กวาดสายตาขู่คนรอบๆอีกครั้ง จากนั้นก็หมุนตัววิ่งออกไปจากตรงนั้น ทว่าไม่มีใครกล้าขัดขวางเขาเลยสภาพร่างอันยับเยินของเฝ่ยหลงเป็นสิ่งที่ขู่ให้กลัวได้มากที่สุดแล้วที่นั่นจึงไม่มีใครกล้าผลีผลามไปมีเรื่องกับชายหนุ่มที่น่าขนลุกขนพองคนนั้น

            หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่จากตรงนั้นไปสีหน้าก็เริ่มซีดเผือด แม้ว่าเอาชนะเฝ่ยหลงได้ทว่าตู้เซ่าฝู่ใช้พลังทั้งหมดของเขาไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อใช้หมัดคลื่นซัดสะท้านฉบับปรับปรุงสมบูรณ์ไปแล้วก็ราวกับว่าพลังปราณที่สะสมในจุดเสินเชวี่ยถูกใช้ไปจนหมดเขาจำเป็นต้องปลีกตัวไปที่ไกลๆ และปลอดภัยเพื่อฟื้นฟูพลังกลับมา

            “เมื่อครู่อันตรายมากเลย เกือบไปแล้ว”

            ตู้เซ่าฝู่พูดกับตัวเองในใจเมื่อสักครู่หากทำให้คนของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวและนักล่าอสูรคนอื่นๆตกใจกลัวกันไม่ได้ ผลลัพธ์ที่ตามมาน่าจะแย่ พลังใช้ไปหมดแล้วเขาเหลือแรงสู้ต่อเพียงน้อยนิดดีที่พวกเขาเห็นร่างของเฝ่ยหลงที่ยับเยินแล้วเสียขวัญกันไปหมด

            ตู้เซ่าฝู่ยิ้มออกมาการสังหารเฝ่ยหลง คือหนึ่งในสิ่งที่ตู้เซ่าฝู่วางแผนไว้แล้ว แม้เฝ่ยหลงจะมีวิทยายุทธวิชากายและเป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นถึงฟากฝั่งทว่าตู้เซ่าฝู่ได้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเหยี่ยวยักษ์ปีกทอง และวิชาฝึกฌานของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองมาแล้วทำให้เขาได้ประโยชน์จากเรื่องความไว เฝ่ยหลงไม่สามารถไล่ตามเขาได้ง่ายๆ หรอก

            เห็นเพียงเฝ่ยหลงตามมาทันเพียงคนเดียวรอบๆ ก็ไม่ได้มียอดฝีมือคนอื่น ดังนั้นระหว่างที่ตู้เซ่าฝู่หลบหนีจึงคิดจะสังหารเฝ่ยหลงอยู่แล้ว และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ต่างจากที่เขาคาดไม่เท่าไร

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948