เกมชีวิตลิขิตตาย [นิยายแปล]

    บทที่ 50 โดดออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

    ภาพถ่าย

            สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าผมไม่ใช่เอกสารลับใดๆ และก็ไม่ใช่ข้อมูลวงในที่ทำให้ผมตกตะลึงแต่เป็นภาพถ่ายระยะใกล้ของผู้หญิงคนหนึ่งที่กอดแฟ้มไว้แนบอก

            ชัดเจนเสียจนสามารถมองเห็นทุกอณูรูขุมขน

            สวยเหรอ เหมือนจะใช่นะ

            เธอมีใบหน้าที่โดดเด่นกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็น ที่สำคัญคือแม้หมวกจะบดบังเค้าโครงบางส่วนของเธอไว้แต่ก็ยังไม่อาจปิดบังความมีเสน่ห์ของเธอได้ และยิ่งไปกว่านั้นใบหน้านั้นช่างคล้ายคลึงอย่างน่าทึ่ง

            เซี่ยหลิง

            ผมย้อนนึกถึงคำพูดของเธอ เคยพูดถึงพี่สาวคนหนึ่งนี่นา

            ถ้าไม่ใช่ฝาแฝดก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความคล้ายคลึงกันถึงขนาดนี้แม้แต่เสน่ห์และแววตาก็ยังสะท้อนกันราวกับว่าทั้งสองคนเติบโตมาในสภาพแวดล้อมเดียวกันทำให้ผมอดนึกไม่ได้เลยว่าพ่อแม่ของพวกเธอจะต้องเป็นคนแบบไหนกันถึงได้อบรมเลี้ยงดูให้มีน้องสาวพี่สาวที่มีบุคลิกพิเศษแบบนี้

            ที่ผมมั่นใจว่าเป็นพี่สาว ก็เพราะ...มุมปากของเซี่ยหลิงมีไฝเม็ดเล็กๆ อยู่ถึงมันจะไม่ค่อยชัดมาก แต่ก่อนเธอตายผมก็เห็นมัน และจากในภาพถ่ายนี้ตรงนั้นกลับขาวสะอาด ไม่มีแม้ร่องรอยการตัดต่อเลย

            เหมือนว่าตระกูลของพวกเธอคงไม่จำเป็นต้องใช้การปรับแต่งอะไรพวกนี้

            เป็นอย่างที่ผมคาดไว้จริงๆ เธออาจกำลังผสมสองเรื่องเข้าด้วยกันนี่เป็นสิ่งที่คนมีไอคิวสูงมักทำ บางทีพี่สาวของเธออาจต้องการความช่วยเหลือด้วยซ้ำ

            แม้ผมจะยังไม่สามารถตัดสินความจริงได้อย่างชัดเจนแต่ผมก็ยังเชื่อมั่นว่า แม้เกมของเราจะเกี่ยวข้องกับบุคคลปริศนา เราอาจไม่ได้พบพี่สาวของเธอจริงๆ

            ความขัดแย้งในจิตใจช่างมากมายผมอยากให้ทุกอย่างง่ายดายและจัดการทุกเรื่องให้เรียบร้อยได้ในคราวเดียว

            แต่ผมก็เข้าใจเช่นกันว่าคนที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเครื่องบินลำนั้นคงไม่ปล่อยให้เราหลุดรอดไปง่ายๆ แน่

            ไม่มีทางเด็ดขาด

            จากความเงียบสงัดรอบตัว เหมือนว่าในระหว่างที่ผมกำลังพิจารณา คนอื่นๆ ก็คงไม่ได้อยู่เฉยๆเช่นกัน

            “ทำไม เห็นเรื่องอะไรที่บอกคนอื่นไม่ได้เหรอ”

            น้ำเสียงของซางจื้อหย่วน แม้จะไม่มีเสียงฟังดูเร่งรีบแต่ผมก็สัมผัสได้ว่ามีความกระหายที่จะโจมตีผมมากที่สุด

            คำพูดและการกระทำแบบนี้ไม่ถึงกับทำให้ถึงตาย แต่อย่างน้อยก็น่ารำคาญไม่น้อยจะดีมากถ้ารักษาหลักการกันสักหน่อย ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเรายังอยู่ในระดับ “เพื่อน” แต่ถ้าหากเกิดความขัดแย้งขึ้นโดยไม่ตั้งใจผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น

            สมดุลอันละเอียดอ่อนนั้นถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงหลังจากการเสียชีวิตครั้งล่าสุด

            “เฮ้ ไอ้หนุ่ม ถือว่าโชคดีนะนายยังได้รับการโอบกอดจากเธอทั้งที่เธอจากไปแล้ว จะว่าไปทำไมไม่จัดการให้เสร็จไปเลยล่ะ พวกเราไม่ถือหรอก”

            เฉียนตัวตัวยืนคาบบุหรี่ด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ แน่นอนว่าในที่นี้เขาสูบบุหรี่จริงไม่ได้แต่แค่ท่าทางก็คงพอให้หายอยากไปได้บ้าง

            “แกนี่สกปรกใช้ได้เลยนะสงสัยวิถีชีวิตของพวกรวยก็คือจีบสาวสินะ”

            หลิวเนี่ยนพยายามช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นแต่ความโกรธของผมไม่ได้บรรเทาลงเพียงเพราะคำพูดหนึ่งคำ

            “ฮึ! ผมไม่เสียเวลามาพูดเล่นกับพวกปากดีหรอก ลองดูฐานะที่บ้านตนเองด้วยสิคุณชายหลิว ไว้ลงจากเครื่องไปแล้วเราออกไปหาอะไรสนุกๆ ทำด้วยกันหน่อยเป็นไงอยากเห็นเหมือนกันว่าใครจะรู้จักสนุกกว่ากัน”

            คำพูดของเฉียนตัวตัวก็ถือว่าเป็นการเตือนสติให้คนอื่นๆ รับรู้ว่าทั้งเขาและหลิวเนี่ยนนั้นก็ไม่ต่างอะไรกันนักหรอกนอกจากหลิวเนี่ยนที่ไม่ได้ใช้คำพูดที่รุนแรงขนาดนั้น แต่ทั้งคู่ก็ถือว่าเป็น “ศัตรูทางชนชั้น”ได้เหมือนกัน

            ความรู้สึกอิจฉาริษยาต่อคนรวยนั้นเป็นอะไรที่ประชาชนธรรมดายากจะหลีกเลี่ยงได้

            “พอเถอะ”

            ผมหลับตาลงเงียบๆ ปิดภาพนั้น และมองไปที่โฟลเดอร์ไฟล์ข้างๆ ภาพนั้นซึ่งแสดงชื่อไว้ชัดเจนตอนนั้นเองผมถึงเข้าใจว่าด้วยความรู้สึกแบบไหนที่ทำให้เซี่ยหลิงเลือกฝากข้อมูลสุดท้ายนี้ไว้กับผม

            สตาร์โคร์วตัวจริง

            นี่คือสิ่งที่ถูกทิ้งไว้เป็นคำลงท้ายเป็นเรื่องที่แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าทั้งสองพี่น้องมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรนั้นอยู่จริงๆมันจะลึกลับแค่ไหนผมไม่รู้ แต่บางประเทศหรือบางพื้นที่องค์กรพวกนี้กลับดูเป็นเรื่องปกติ

            เหมือนกับ มาเฟีย ที่ถึงแม้จะเป็นอาณาจักรที่ดำเนินการแบบลับๆ แต่ก็ไม่เคยหายไปจากโลกใบนี้ในโลกที่เหมือนสงบสุขนั้น แท้จริงแล้วกลับยังต้องพึ่งพาอำนาจพิเศษเหล่านี้เพื่อจัดสรรปันส่วนโครงสร้างและทรัพยากรของโลกอยู่

            ที่แห่งนั้นก็คงเป็นสถานที่แบบนั้นสินะ

            แต่เบาะแสเกี่ยวกับจุดยืนที่แท้จริงของพี่น้องสองคนนี้ผมไม่มีทางที่จะเปิดเผยออกไปได้ง่าย ๆ

            นี่เป็นโอกาสที่เซี่ยหลิงใช้ชีวิตของเธอแลกมา...

            “ตอนนี้พวกนายไม่มีสิทธิ์จะมาซักถามการตัดสินใจของผมแล้วถ้าอยากรู้เหตุผลละก็ จงลืมตาให้กว้างแล้วดูให้ดีๆ เถอะ”

            ผมตัดสินใจทำบางสิ่งที่แม้แต่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจในกฎที่ทุกคนยอมรับกันนี้ การกระทำของผมถือเป็นพื้นที่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

            ผมเข้าใจดีว่า ตั้งแต่การตัดสินใจนี้เป็นต้นไปผมคงจะกลายเป็นกัปตันของเที่ยวบินที่แปลกและพิเศษที่สุดเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน

            “เห็นไหมล่ะ ตอนนี้ฉันกำลังจะตัดสินใจเปิดเผยตัวตนของคนต่อไป เพื่อค่อยๆ จบเกมที่น่าเบื่อนี้ให้สิ้นซาก”

            น่าเบื่อหรือ? บางทีผมอาจชอบความรู้สึกนี้ไปแล้วก็ได้ความรู้สึกที่สามารถควบคุมชะตากรรมได้ด้วยจังหวะของตนเอง

            ผมเลือกที่จะแสดงมือถือของตนเองให้ทุกคนเห็นเปิดให้เห็นกระบวนการใช้งานหน้าจอค้นหาของกัปตันบนแอปในโทรศัพท์

            ตัวเลือกการทำงานเสริมนี้เป็นสิ่งที่บทบาทอื่นไม่สามารถทำได้เลย แม้ผมยังไม่เข้าใจนักว่ากวนหลิงรู้วิธีใช้งานได้อย่างไร แต่คนที่สามารถแสดงสิ่งนี้ได้ก็มีแค่ผมเท่านั้น

            “นาย...”

            ซางจื้อหย่วนเห็นสิ่งที่เขาเฝ้ารอมานาน สิ่งที่เขาอยากจะยืนยันแต่ตอนนี้เขาก็ทำได้แค่มองเท่านั้น เหมือนกับที่ผมทำมาตลอด

            ผมเปิดเผยสถานะกัปตันของตนเองออกมาแล้ว เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เกมนี้อาจจบลงเพราะความใจร้อนของผมและอาจนำไปสู่การสังเวยผู้เล่นฝั่งผู้โดยสารทั้งหมด

            แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ได้ปิดโอกาสสู่ชัยชนะไปเสียทีเดียวทุกวิธีที่เลือกเสี่ยงสุดขั้วมักจะมีความหวังและโอกาสอันยิ่งใหญ่แฝงอยู่เสมอ

            “ช่างโง่เขลาอะไรเช่นนี้รีบร้อนขนาดนี้จะมารับผิดชอบหน้าที่กัปตันได้ยังไงนี่ทำให้พวกเราผู้โดยสารต้องผิดหวังจริงๆ”

            ซางจื้อหย่วนพูดขึ้น เหมือนเขาจะใช้แผนให้คนอื่นๆที่โกรธและไม่พอใจผมมาทำร้ายผมแทนตัวเขาเอง การยืมมือฆ่าคนแบบนี้นับว่าเป็นกลยุทธ์ที่ไม่เลวเลย

            “ที่ผิดหวังคือคุณเองต่างหาก กัปตันซางหรือควรจะเรียกว่ากัปตันคนเก่าดีล่ะ ตอนนี้คุณก็สวมบทผู้โดยสารไปอีกครั้งสิใครจะรู้ล่ะ บางทีอีกไม่นานคุณอาจมีเครื่องหมายสีแดงสองตัวติดอยู่ที่ตัวคุณก็ได้นะ”

            ประโยคเดียวก็ทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าทั้งหมดไม่สามารถพูดประโยคต่อไปได้ผมเลื่อนหน้าจอสัมผัสไปยังโปรไฟล์ของเขา ทุกคนล้วนกลั้นหายใจรอเพียงให้ผมกดปุ่มลงไป ในไม่กี่วินาที ก็จะเปิดเผยตัวตนของเขาออกมา

            การเสี่ยงโชค ชีวิตก็เหมือนการเล่นพนัน เมื่อผมเลือกวิธีสุดโต่งนี้เพื่อเร่งกระบวนการก็ยิ่งยืนยันว่าผมกำลังรู้สึกบ้าคลั่งเพราะการตายของเซี่ยหลิง

            พี่สาวของเธอเป็นใครกันแน่ เธอคือสตาร์โครว์จริงเหรอหรือเขารู้จักบุคคลสำคัญคนนี้ หมอนิติเวชหญิงเลยบอกใบ้ให้ผมรู้

            จะต้องออกจากที่นี่ถึงจะหาตัวเธอเจอ? หรือเธออาจอยู่บนเครื่องบินนี้แล้วกำลังปลอมตัวเป็นคนอื่น?

            หากเป็นพี่สาวของหมอนิติเวชหญิงที่ปลอมตัวเป็นผู้หญิงคนอื่นการปลอมตัวนั้นเป็นไปได้อย่างแน่นอน แต่ผิ่นชวนเซี่ยกลับให้ลางสังหรณ์กับผมว่าเธอที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

            บางทีอาจต้องรอผมชนะในรอบนี้และยุติความทรงจำอันเจ็บปวดเหล่านี้เสียก่อนถึงจะเข้าใจ

            “กดสิ ในเมื่อนายมั่นใจว่าเป็นผมขนาดนี้ ในเมื่อนายอยากเสียโอกาสอันล้ำค่านี้ผมก็ไม่มีปัญหา”

            ท่าทางที่ไม่แยแสของซางจื้อหย่วนนั้นทำให้เข้าใจผิดได้มากจริงๆมีหลายคนที่มองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกประหลาดที่ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน

            แน่นอนว่าพวกเขากำลังคิดว่าผมที่มีอำนาจมากขนาดนี้ทำไมถึงเอาโอกาสไปไว้กับคนที่ไม่น่าสงสัย

            ช่างตลกเสียจริง มีแค่พวกคุณที่คิดว่าไม่ค่อยน่าสงสัย

            ซางจื้อหย่วนถูกขึ้นบัญชีดำที่ฝั่งผมมาโดยตลอด

            “ขอโทษ ไม่ว่าคุณจะวิธียั่วยุหรือวิธีใดๆแต่ผมตัดสินใจแล้วและไม่มีใครหยุดผมได้”

            ภายใต้ความตื่นตระหนก ความโกรธ หรือสายตาที่หม่นหมองจากคนอื่นๆ

            ผมก็กดยืนยันการตรวจสอบในโทรศัพท์ด้วยความแน่วแน่