Evolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 เงาดำอันน่าสะพรึงกลัว

            ขณะเดียวกัน ณอีกทวีปหนึ่งที่ห่างออกไปคนละซีกโลก จุดสูงสุดแห่งอำนาจ นั่นคือ‘ทำเนียบขาว’

            “พระเจ้า ใครก็ได้บอกผมทีว่าทำไมเรื่องบัดซบแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้!”

            ฝ่ามือสองข้างตบลงบนโต๊ะที่เย็นเฉียบผู้นำสูงสุดแห่งสหพันธรัฐอิสระจ้องมองด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยโทสะ

            เมืองที่เคยมั่งคั่งรุ่งเรืองกลับต้องล่มสลายไปเกือบทั้งหมดในการโถมกระหน่ำของคลื่นสัตว์กลายพันธุ์ครั้งนี้

            ยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับไม่ถ้วน

            เมื่อมองไปยังตัวเลขสีเลือดที่เลขาทำการนำเสนออยู่ชายชราผมทองคนนั้นก็ถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากว่า

            “ตอนนี้ ผมไม่สนขั้นตอน ผมสนแค่ผลลัพธ์!ไปสืบมาให้ได้ว่าทำไมถึงเกิดคลื่นสัตว์กลายพันธุ์...”

            “แล้วหน่วยเฝ้าระวังกำลังทำอะไรกันอยู่?หน่วยรบเหนือธรรมชาติพวกนั้นไปอยู่ที่ไหนกันหมด?”

            ......

            เสียงตวาดก้องกังวานซ้ำแล้วซ้ำเล่าใบหน้าของชายชราผมทองบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ

            ถึงแม้จะไม่สามารถพูดอะไรไปมากกว่านี้อีกแต่ในฐานะผู้นำสูงสุดของสหพันธรัฐอิสระคนปัจจุบันเขาย่อมตระหนักว่าได้กลายเป็นอาชญากรในสายตาประชาชนไปแล้ว

            และเขาก็ยอมรับโทษทัณฑ์นั้นโดยดี!

            หลังจากจัดการเรื่องราวทั้งหมดนี้เสร็จสิ้นเขาก็จะลาออกด้วยความสมัครใจ

            ทว่าก่อนหน้านั้นเขาจำเป็นต้องรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของคลื่นสัตว์กลายพันธุ์นี้อย่างชัดเจน...รวมถึงเจ้าของเสียงคำรามก้องกังวานนั้นด้วย

            เมื่อคิดได้ดังนั้นชายชราผมทองก็หันสายตาไปมองหญิงสาวผมทองที่ดูคล่องแคล่วในชุดสูททางการทันที

            “ไอรีนตอนนี้เราได้เบาะแสของอสูรทะเลกลายพันธุ์ตัวนั้นแล้วใช่ไหม?”

            “ค่ะ”

            หญิงสาวนามว่าไอรีนพยักหน้าก่อนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และโบกมือขวา

            ภาพโฮโลแกรมสามมิติก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

            “นี่คือภาพจำลองของอสูรทะเลกลายพันธุ์ที่สร้างขึ้นจากการบันทึกของกล้องวงจรปิดในซากปรักหักพังบางส่วนและภาพที่จับได้จากดาวเทียม”

            ขณะที่ภาพเคลื่อนไหว ไอรีนก็อธิบายเสริมว่า

            “ตามรายงานจากผู้เชี่ยวชาญอสูรทะเลกลายพันธุ์ตัวนี้น่าจะเป็นงูยักษ์ที่ย้อนสายเลือดบรรพกาลขนาดตัวของมันน่าจะยาวประมาณหนึ่งร้อยเมตร และมีน้ำหนักถึงเจ็ดหมื่นตัน...ส่วนค่าพลังวิญญาณนั้น...”

            ไอรีนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันพูดออกมา

            เธอเงยหน้าขึ้นมองสายตาที่ทุกคนจับจ้องก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า

            “ค่าพลังวิญญาณของมันในช่วงที่คลื่นพลังวิญญาณสูงสุดนั้นสูงถึงสองแสนสองหมื่นหน่วยหากในสภาวะปกติก็อาจมีถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นโดยประมาณค่ะมันคือสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับเหนือธรรมชาติขั้นที่สองอย่างแท้จริง...”

            “...”

            ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทำเนียบขาวราวกับไร้ซึ่งเสียงใดๆ

            พลังวิญญาณสองแสนสองหมื่นหน่วยนั้นหมายถึงอะไรน่ะหรือ?

            มันคือสิ่งมีชีวิตระดับภัยพิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเนื่องจากมันเป็นงูยักษ์ขนาดใหญ่ดัชนีพลังรบที่แท้จริงของมันอาจจะสูงกว่านั้นอีก

            ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ชายชราผมทองถอนหายใจแผ่วเบาพลางเอ่ยว่า

            “นั่นหมายความว่ามันน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมาตั้งแต่ยุคฟื้นคืนพลังวิญญาณใช่ไหม?”

            “ประมาณนั้นค่ะ”

            ไอรีนพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะเสริมว่า

            “หากไม่มีอะไรผิดพลาดพลังรบของงูยักษ์ตัวนี้น่าจะติดอันดับหนึ่งในสามของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติสิบอันดับแรกของโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”

            “หนึ่งในสาม...”

            ชายชราผมทองถึงกับสูดหายใจเข้าลึกริมฝีปากของเขากระตุกรุนแรง

            การจัดอันดับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติสิบอันดับแรกของโลกนั้นเป็นการจัดอันดับที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินขึ้นโดยพิจารณาจากพลังรบที่แท้จริงและพลังทำลายล้างของสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข...

            ค่าพลังวิญญาณเป็นเพียงปัจจัยรองสิ่งสำคัญคือพลังรบของตัวมันเอง

            เช่นเต่ายักษ์ที่มีค่าพลังวิญญาณสูงกว่าสามแสนกลับไม่มีคุณสมบัติที่จะติดอันดับด้วยซ้ำ

            เพราะเหตุใด?

            เป็นเพราะเต่าไม่ถนัดการต่อสู้แต่ถนัดการป้องกันมากกว่า

            สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติเช่นนี้ในสายตาของมนุษย์ เปรียบเสมือนขุมทรัพย์เคลื่อนที่

            และเมื่อมีสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ไม่ถนัดการต่อสู้ย่อมต้องมีตัวตนที่ถนัดการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว

            และการมีอยู่ของตัวตนเช่นนี้หากเป็นศัตรูกับมนุษย์ ย่อมกลายเป็นฝันร้ายอย่างแน่นอน

            เช่นเดียวกับตอนนี้งูยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวตัวนี้ที่คาดว่ามีพลังรบอยู่ในอันดับสามยังไม่ทันได้เผยโฉม มันก็สามารถทำลายล้างเมืองครึ่งหนึ่งของสหพันธรัฐอิสระไปแล้ว

            เรื่องแบบนี้ใครจะกล้าคิดในยุคก่อนเกิดวิวัฒนาการ?

            ต้องบอกไว้ก่อนว่าสหพันธรัฐอิสระคือหนึ่งในมหาอำนาจไม่กี่แห่งในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการทหาร

            การเสียชีวิตเพียงไม่กี่คนในยามปกติก็เพียงพอที่จะสร้างความปั่นป่วนครั้งใหญ่ไปทั่วโลก

            แต่ตอนนี้ เมืองเกือบทั้งเมืองถูกลบหายไป...

            ไม่แปลกเลยที่เหตุการณ์นี้จะสั่นสะเทือนไปทั้งโลกและได้รับการขนานนามว่า ‘ปฐมบทแห่งยุคมืด’

            ......

            ในเวลานั้น ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ชายชราผมทองก็ถอนหายใจยาว ก่อนหันไปมองเลขาสาวไอรีนและถามว่า

            “ตอนนี้เราสามารถระบุพิกัดของงูยักษ์กลายพันธุ์ตัวนั้นได้ไหม?”

            เมื่อได้ยินคำถามจากผู้นำสูงสุดแห่งสหพันธรัฐอิสระไอรีนก็พยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า

            “เบื้องต้นเราได้ยืนยันแล้วว่าสัญญาณชีพของงูยักษ์ตัวนี้อ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเราก็ได้ยืนยันว่าสัญญาณชีพของมันต่ำกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด...”

            มาถึงจุดนี้ใบหน้าของไอรีนก็เผยความรู้สึกสิ้นหวังออกมา

            “ทว่าหลังจากที่มันรับอาวุธนิวเคลียร์ไปหนึ่งลูกมันก็รีบหลบหนีกลับสู่ส่วนลึกใต้มหาสมุทรทันทีทำให้เรายากที่จะระบุตำแหน่งของมันค่ะ...”

            “เฮ้อ...”

            ชายชราผมทองถอนหายใจออกมาอย่างเข้าใจ

            ปัจจุบันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนมหาสมุทรทั้งผืนได้กลายเป็นเขตหวงห้ามครึ่งหนึ่งสำหรับมนุษย์

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลลึกซึ่งเปรียบเสมือนพื้นที่ห้ามเข้าสำหรับสิ่งมีชีวิต...

            หากงูยักษ์กลายพันธุ์ตัวนั้นล่าถอยกลับไปสู่ส่วนลึกของมหาสมุทรจริงๆต่อให้เป็นสหพันธรัฐอิสระที่ทรงพลังก็ยังหมดหนทาง

            ......

            ในขณะเดียวกันสิ่งที่สหพันธรัฐอิสระไม่รู้ก็คือ ที่ทะเลลึกห่างไกลจากพวกเขาออกไปหลายพันลี้

            ภายในร่องลึกใต้ทะเลแคบยาวหลายร้อยเมตร

            “ฮู่... ฮู่... ฮู่...”

            เสียงหายใจถี่กระชั้นปนกับกระแสน้ำทะเลพุ่งกระจายออกไปทุกทิศทาง

            ในขณะเดียวกันความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่บ่งบอกถึงสถานะผู้ล่าบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารก็แผ่ไปตามกระแสน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง

            ขณะนั้น เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปก็จะพบกับภาพอันน่าตกใจ เงาดำขนาดมหึมาที่ยากจะพรรณนาได้ยืดตัวขึ้นมาในร่องลึกใต้ทะเลแคบยาวนั้นแล้ว

            “กรรรร..”

            ได้ยินเพียงเสียงคำรามต่ำยาวลึกที่ก้องกังวานราวกับทั้งห้วงสมุทรลึกสั่นสะเทือนไปพร้อมกัน

            จากนั้น น้ำทะเลมากมายก็ไหลบ่ารวมกันเป็นสายพุ่งเข้าสู่ปากของเงาดำมหึมานี้ โดยมีฝูงปลามากมายนับไม่ถ้วนปะปนอยู่ด้วยแม้แต่ฉลามซึ่งเป็นจ้าวแห่งท้องทะเลก็ยังหนีไม่พ้น

            ทว่า หากมองอย่างละเอียดในตอนนี้จะพบว่าสิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวตัวนี้ สูญเสียร่างกายไปครึ่งซีก

            การที่มันเสียครึ่งร่างไปทำให้รูปลักษณ์ที่ดุร้ายอยู่แล้ว ดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า

            และบาดแผลเหล่านั้นก็ยังคงมีเลือดสีแดงฉานซึมออกมาไม่นานก็ย้อมน้ำทะเลลึกเป็นสีแดงจางๆ

            แต่ที่น่าเหลือเชื่อก็คือขณะที่มันกลืนกินอย่างต่อเนื่อง บาดแผลของมันก็ดูเหมือนกำลังเยียวยาตัวเองและขยับเขยื้อนไปมาอย่างต่อเนื่อง

            เพียงครู่ใหญ่หลังจากนั้น

            “กรรรร...”

            เสียงคร่ำครวญเจ็บปวดดังขึ้นอย่างกะทันหันเงาดำมหึมาตัวนี้ดูเหมือนจะทนไม่ไหวแล้ว มันทรุดลงสู่ร่องลึกใต้ทะเล...

            เหลือเพียงดวงตาที่เต็มไปด้วยความดุร้ายและโหดเหี้ยมจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่งอย่างไม่ลดละ ด้วยความบ้าคลั่งที่ไม่อาจบรรยายได้

             

    คล้ายกับเรื่องEvolution the Big Tree เกิดใหม่ทั้งทีกลายเป็นต้นไม้วิวัฒนาการไปซะแล้ว ที่คุณอ่าน