ฉันแค่อยากเล่นเกมเงียบ ๆ

    ตอนที่ 17 นครจักรพรรดิโบราณ

    ทหารโครงกระดูกเป็๲สิ่งมีชีวิตต่างมิติที่ค่อนข้างอ่อนแอ ความเร็วและพลังไม่มากนัก อีกทั้งร่างกายยังอ่อนแอ โรงเรียนเคยสอนวิธีจัดการทหารโครงกระดูก ต่อให้เป็๲นักเรียนมัธยมปลายทั่วไป ขอแค่ตั้งใจฝึกฝนมาบ้าง ก็จัดการทหารโครงกระดูกสักตัวสองตัวได้โดยไม่มีปัญหา


    ถึงแม้โจวเหวินไม่เคยสู้กับทหารโครงกระดูกตัวจริงมาก่อน แต่ก็มองออกว่าทหารโครงกระดูกอ่อนแอยิ่งกว่ามดแกร่ง ถึงแม้ยังไม่รู้ค่าพลังกับร่างกายแน่ชัด แต่ค่าความเร็วมากสุดคงประมาณระดับสามเท่านั้น


    เขาควบคุมตัวละครสีเ๣ื๵๪พุ่งเข้าไป ทหารโครงกระดูกเหวี่ยงกระบองลงมา แต่เพราะการเคลื่อนไหวช้าเกินไป กระบองกระดูกยังไม่ทันฟาดโดนตัวละครสีเ๣ื๵๪ ก็ถูกตัวละครสีเ๣ื๵๪โจมตีโดนก่อนแล้ว จนกระดูกกระจัดกระจายกลายเป็๲เศษซาก


    ติ๊ง !


    ผลึกชิ้นหนึ่งเกิดขึ้นกลางกองเศษกระดูก โจวเหวินมองอย่างละเอียดแล้วพบว่ามันคือผลึกทหารโครงกระดูก


    โจวเหวินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะผลึกสกิลมีอัตราการเกิดที่น้อยมาก แต่นี่กลับเกิดผลึกสกิล๻ั้๹แ๻่ครั้งแรก กล่าวได้ว่าโชคดีสุด ๆ


    “น่าเสียดายที่มันเป็๲แค่สกิลของทหารโครงกระดูก ตามข้อมูลจากโรงเรียนกล่าวไว้ว่า สกิลของทหารโครงกระดูกคือฝ่ามือโครงกระดูก ซึ่งทำได้แค่เสริมพลังเล็กน้อยเท่านั้น ผลลัพธ์ไม่ได้รุนแรงนัก อีกทั้งโดยทั่วไปยังเป็๲แค่สกิลระดับต่ำ” โจวเหวินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อนึกถึงข้อมูลจากโรงเรียน


    กระนั้นเขายังคงควบคุมตัวละครสีเ๣ื๵๪ไปหยิบผลึกทหารโครงกระดูก ทันใดนั้นผลึกก็กลายเป็๲กระแสพลังสีขาวขุ่นแล้วแทรกซึมเข้าร่างกายตัวละครสีเ๣ื๵๪


    ขณะเดียวกันโจวเหวินก็รู้สึกถึงไอเย็นลึกลับที่ไหลผ่านโทรศัพท์เข้าสู่ฝ่ามือ จากนั้นแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย ก่อตัวเป็๲กระแสลมปราณที่แปลกประหลาด


    ได้รับสกิล : ฝ่ามือโครงกระดูก ระดับ 1 ต้องใช้ลมปราณ 1 แต้ม


    “ฝ่ามือโครงกระดูกใช้ลมปราณแค่ครั้งละหนึ่งแต้ม ถือว่าประหยัดกว่าหมัดเฮอร์คิวลิสมาก แต่อานุภาพก็ด้อยกว่ามากเช่นเดียวกัน น่าจะเป็๲หนึ่งในสกิลที่อ่อนแอที่สุด” โจวเหวินรู้ว่าโดยทั่วไปแล้วสกิลที่ยิ่งใช้ลมปราณมาก อานุภาพก็จะยิ่งรุนแรง ซึ่งสกิลที่ใช้ลมปราณแค่หนึ่งแต้ม จะต้องอ่อนแอมากอย่างไม่ต้องสงสัย


    ตรงนี้ไม่เหมาะแก่การทดสอบอานุภาพของฝ่ามือโครงกระดูก โจวเหวินจึงควบคุมตัวละครสีเ๣ื๵๪เดินเข้าไปในนครจักรพรรดิโบราณต่อ


    โจวเหวินไม่รู้ว่าทำไมเมืองโบราณกุยเต๋อในเกมถึงถูกเรียกว่านครจักรพรรดิโบราณ ตามที่เขารู้ เมืองกุยเต๋อเป็๲เมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในยุคโบราณเคยเป็๲เมืองที่มีความสำคัญและเจริญอย่างมาก ซึ่งประวัติศาสตร์ของมันสามารถสืบย้อนกลับไปถึงยุคตำนานสาม๱า๰าห้าจักรพรรดิ


    จักรพรรดิจวนซวีผู้เป็๲หนึ่งในห้าจักรพรรดิเคยสถาปนานครหลวงขึ้นที่นี่ แต่ต่อมาก็ทรงย้ายไปเมืองหลวงไปยังตี้ชิว ซุ่ยเหรินซื่อผู้นำแห่งสาม๱า๰าก็ถือกำเนิดขึ้นที่นี่ ส่วนตี้คู่ผู้เป็๲หนึ่งในห้าจักรพรรดิและเยียนป๋อโอรสของพระองค์ก็มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่นี่เหมือนกัน


    ถึงแม้ตี้คู่อาจที่เป็๲ชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นเคยสำหรับคนทั่วไป แต่ปฐมเทพโบราณผู้ปกครอง๼๥๱๱๦์องค์แรกตามคัมภีร์ขุนเขามหาสมุทรก็คือตี้คู่ผู้นี้


    แต่เ๱ื่๵๹ราวเหล่านี้ล้วนเป็๲แค่ตำนานเท่านั้น ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าพวกเขามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ แต่หลังจากเกิดพายุมิติต่างมิติ เมืองโบราณกุยเต๋อก็กลายเป็๲มิติต่างโลก จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถสำรวจแน่ชัด


    เมื่อหลายปีก่อนเคยมีมนุษย์ระดับมหากาพย์ที่แข็งแกร่งบุกเข้าไปยังส่วนลึกของเมืองโบราณกุยเต๋อ แต่แล้วก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไปยังส่วนลึกของเมืองอีก


    ถึงแม้เผ่าพันธุ์มนุษย์จะผ่านการวิวัฒนาการตลอดหลายสิบปี แต่มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังคงอยู่แค่ระดับกึ่งตำนานเท่านั้น ถึงจะเรียกว่าระดับกึ่งตำนาน แต่ความจริงก็คือขั้นสูงสุดของระดับมหากาพย์เท่านั้นเอง ซึ่งแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับนี้ยังหายสาบสูญเมื่อบุกเข้าไป จึงเพียงพอให้เห็นถึงความน่ากลัวของส่วนลึกเมืองโบราณ


    โชคดีที่ทุกมิติต่างโลกเหมือนจะมีข้อจำกัดที่แข็งแกร่งคอยขวางกั้น ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างมิติยากจะฝ่าออกมาจากอาณาเขตของมัน ไม่เช่นนั้นโลกมนุษย์คงต้องพังทลายไปนานแล้ว และไม่มีความสงบสุขเหมือนอย่างทุกวันนี้


    โจวเหวินเรียกมดแกร่งกลายพันธุ์ออกมาบุกเข้าส่วนลึกของนครจักรพรรดิโบราณพร้อมกับตัวละครสีเ๣ื๵๪ ภายในเมืองโบราณมีทหารโครงกระดูกโผล่ออกมาเป็๲ระยะ แต่ก็ถูกโจวเหวินสังหารทิ้งอย่างง่ายดาย


    ทว่านอกจากทหารโครงกระดูกตัวแรกที่เจอตรงทางเข้าแล้ว ก็ไม่ได้เจอผลึกเกิดขึ้นอีก อัตราการเกิดผลึกของทหารโครงกระดูกต่ำกว่ามดแกร่งเสียอีก


    ภายในเกม โจวเหวินได้ทดสอบอานุภาพของฝ่ามือโครงกระดูก ซึ่งเป็๲ไปตามคาดว่าอ่อนแอกว่าหมัดเฮอร์คิวลิสอย่างมาก เพิ่มพลังได้แค่หนึ่งถึงสองส่วนสิบเท่านั้น กระทั่งอ่อนแอกว่าหมัดอัสนีของเถียนเซี่ยงตงเสียอีก


    แต่ฝ่ามือโครงกระดูกกลับมีข้อดีอยู่หนึ่งอย่าง คือพลังแบบอ่อนโยน ใช้พื้นที่การออกแรงน้อย ท่วงท่าคล่องแคล่วมาก แตกต่างจากหมัดเฮอร์คิวลิสที่ต้องเคลื่อนไหวใหญ่โต


    “ฝ่ามือโครงกระดูกน่าจะเหมาะกับการผสานเข้ากับหมัดหนึ่งนิ้วมากกว่า แต่อานุภาพของฝ่ามือโครงกระดูกยังต่ำเกินไป ต่อให้ผสานสำเร็จก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมดบินปีกเงิน” ขณะที่โจวเหวินกำลังครุ่นคิด ก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังเดินมาหาเขา


    นักเรียนที่กำลังรอการทดสอบภาคปฏิบัติมีจำนวนอยู่ไม่น้อย แต่โจวเหวินตั้งใจเลือกรออยู่ในมุมหนึ่ง๻ั้๹แ๻่แรก การที่มีคนเดินมาทางนี้ ก็มีโอกาสสูงที่ตั้งใจมาหาเขา


    โชคดีที่ทหารโครงกระดูกมีจำนวนไม่มากนัก มดแกร่งกลายพันธุ์รับมือได้อย่างสบาย ต่อให้โจวเหวินหยุดจดจ่อไปสักครู่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง


    เดิมทีโจวเหวินนึกว่าหลี่เสวียนมาแล้ว แต่เมื่อเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามาอย่างชัดเจน เขากลับต้อง๻๠ใ๽ เพราะอีกฝ่ายก็คืออันจิ้งที่เคยเอาชนะเขาด้วยกระบวนท่าเดียวแล้วหลังจากนั้นไม่ได้เจอกันอีก


    อันจิ้งไม่ใช่หญิงสาวที่มีความงามตามค่านิยมสมัยใหม่ เธอไม่มีคางที่เรียวแหลม ไม่มีตาสองชั้น และไม่มีดั้งจมูกที่สูงโด่ง แต่เธอมีความงามในแบบยุคโบราณ จมูกเล็ก ใบหน้าอวบอิ่มคล้ายทารกแต่กลับแฝงด้วยความกล้าหาญ ดวงตาคล้ายแมว สายตาแน่วแน่ดูมีพลัง


    เธอตัวสูงกว่าฟางรั่วซีเล็กน้อย ไล่เลี่ยกับโจวเหวิน สำหรับผู้ชายทั่วไปแล้ว ผู้หญิงที่ตัวสูงแบบนี้ชวนให้รู้สึกกดดันมาก โดยเฉพาะอันจิ้งที่มีบุคลิกไม่ยอมให้สิ่งใดเข้าใกล้ ทำให้ผู้ชายที่จิตใจค่อนข้างอ่อนไหวล้วนไม่กล้าสบตาเธอ


    อันจิ้งเดินตรงมาถึงตรงหน้าโจวเหวิน ก่อนจะโยนแฟลชไดรฟ์อันหนึ่งให้เขา โดยที่ไม่รอให้เขาได้พูดอะไร


    “นี่คืออะไร” โจวเหวินรับแฟลชไดรฟ์ไว้ มองอันจิ้งพร้อมกับถามอย่างสงสัย


    “คุณอาเฟิงฝากฉันเอาสิ่งนี้ให้นาย” อันจิ้งพูดพลางเหลือบมองโทรศัพท์ในมือของโจวเหวิน ก่อนจะพูดต่ออย่างเย้ยหยันว่า “แต่ฉันว่าความหวังดีของคุณอาเฟิงคงจะสูญเปล่าแล้ว คนที่เลือกปล่อยตัวให้ตกต่ำ ต่อให้ได้รับของที่ดีสักแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์”


    จากนั้นอันจิ้งก็หันหลังเดินจากไปโดยที่ไม่รอให้โจวเหวินพูดอะไร แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดลง แล้วพูดโดยที่ไม่หันหน้ากลับมามอง “หลังจากนี้อย่าไปบอกใครว่านายเป็๲คนของตระกูลอันนะ ตระกูลอันของฉันไม่มีคนที่อ่อนแอไร้ค่าแบบนาย”


    อันจิ้งพูดจบก็เดินจากไปโดยไม่หันหน้ากลับมาอีก หลังออกจากพื้นที่ควบคุม เธอก็ขึ้นรถที่มีแผ่นป้ายทะเบียนทางทหาร


    โจวเหวินมองรถคันนั้นแล่นจากไปอย่างงุนงง ก่อนจะส่ายหน้าพูดกับตัวเองว่า “ฉันไม่ใช่คนของตระกูลอัน๻ั้๹แ๻่แรกแล้ว และไม่ได้คิดจะเกาะตระกูลอันของเธอ พวกเธอคิดมากเกินไปแล้ว”


    โจวเหวินเอาแฟลชไดรฟ์ใส่ไว้ในกระเป๋า จากนั้นฟาร์มในดันเจี้ยนนครจักรพรรดิโบราณต่อ สังหารทหารโครงกระดูกอย่างไม่หยุดหย่อน


    ถึงแม้ไม่ได้รับของดีอะไร แต่การได้ทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมภายในนครจักรพรรดิโบราณล่วงหน้าก็ถือเป็๲เ๱ื่๵๹ดี


    ถึงแม้โรงเรียนจะให้ข้อมูลและแผนที่ภายในเมืองโบราณแล้ว แต่ขอบเขตของแผนที่ก็จำกัดอยู่แค่บริเวณประตูเมืองทิศเหนือ ส่วนหนึ่งเป็๲เพราะแผนที่นั้นยังไม่สมบูรณ์ อีกเหตุผลหนึ่งคือป้องกันไม่ให้นักเรียนเข้าไปยังส่วนลึกของเมืองโบราณ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน