ตั่งตัวใหญ่ตรงส่วนขาทั้งสี่สลักเป็รูปหัวสิงห์ซึ่งตั้งเอาไว้บนบ้านเรือนไทยไม้สักทองหลังใหญ่มีร่างอรชรผิวเนื้อนวลใยนั่งอยู่ด้วยมาดนางราชสีห์ผู้สง่างาม ใบหน้ารูปไข่รับกับผมสยายตกถึงกลางหลังคิ้วโก่งเรียวดำขึ้นอย่างเป็ระเบียบ ดวงตาคมกลมโตวาววับแพขนตายาวงอนดำหนาเพิ่มเสน่ห์ให้ชวนมอง จมูกโด่งได้รูปสวย ริมฝีปากรูปกระจับอวบอิ่มระเรื่อด้วยสีเืฝาดของผู้ที่อยู่ดีมีสุข
สไบสีไพลถูกปล่อยชายยาวจนถึงข้อแขนตวัดเฉียงพาดบ่าทางด้านซ้ายผ้าถุงยกดอกพื้นเขียวหัวเป็ดเพิ่มความโดดเด่นด้วยเข็มขัดพลอยสีลำคอระหงนั้นสวมใส่สายสร้อยยาวตกมาถึงกลางอกมีจี้พลอยซีกรูปหยดน้ำคล้องอยู่ส่วนปลายสุดเครื่องประดับบนเรือนกายเฉดสีเข้ากับกำไลทองรูปพญานาคั์ตาทำด้วยทับทิมสยามสีแดงเข้มตามลำตัวฉลุด้วยลวดลายวิจิตรมีพลอยซีกต่าง ๆ ประดับตกแต่งได้ลงตัวอย่างสวยงามใกล้กันนั้นลดหลั่นลงมาที่พื้น ร่างของหญิงวัยใกล้เคียงกันแต่ความสวยด้อยกว่าตัดผมทรงดอกกระทุ่มกับใบหน้าค่อนข้างแป้น นุ่งห่มแค่เพียงผ้าแถบคาดอกสีน้ำตาลกับผ้าซิ่นสีเขียวเข้มั์ตาวาวจับจ้องอยู่ที่นวลจิตด้วยความรักเทิดทูน ห่างจากกันไปอีกสองวา บ่าวหญิงหน้าตาเข้าทีสองคนนุ่งผ้าแถบสีคล้ำกับผ้าโจงกระเบนสั้นเสมอเข่านั่งก้มหมอบคอยให้การรับใช้จากนายหญิง
“วันนี้น้องนวลจิตของพี่สวยเป็พิเศษเชียวนะ”
จรวยหญิงผมทรงดอกกระทุ่มมีศักดิ์เป็ญาติผู้พี่เอ่ยขึ้นหลังจากพิจารณาการแต่งตัวของญาติผู้น้องที่แต่งงานออกเรือนกับหลวงราชศักดิ์ จรวยยังคงติดตามมาดูแลไม่ห่างเพราะเป็คำสั่งของคุณหญิงเนื้อนวลผู้เป็ป้ามอบหมายให้มาอยู่เป็เพื่อน เธอจึงเป็ทั้งพี่และญาติสนิทในเวลาเดียวกัน
“เ้าค่ะพี่จรวยน้องต้องแต่งตัวรอรับคุณหลวงจักกลับมาจากการทำา น้องเป็ห่วงเหลือทนเกือบเดือนแล้วกินไม่ได้นอนไม่หลับ ได้แต่สวดมนต์ภาวนาให้คุณพระคุณเ้าช่วยคุ้มครองท่านให้ปลอดภัยจากอริราชศัตรู”
ไม่เพียงแค่น้ำเสียงหวานกังวานเท่านั้นนวลจิตยกมือทั้งสองข้างขึ้นพนมมือไหว้เหนือหน้าผาก จั่นกับน้อยพร้อมใจกันยกมือขึ้นไหว้เหมือนนายหญิงจรวยต้องไหว้ตามอีกคน ภริยาหลวงราชศักดิ์ผู้งดงามหัวเราะเบา ๆ
“น้องนวลจิตขันสิ่งใดรึจ๊ะ”
จรวยข้องใจที่จู่ๆ นวลจิตหัวเราะออกมา นานแล้วไม่ได้ยินเสียงแห่งความรื่นสำราญของญาติผู้น้องนับั้แ่สามีออกรบกับพม่าซึ่งเป็หน้าที่ไม่มีใครหลบหลีกได้
“น้องขันนี่เ้าคะพอน้องยกมือพนมไหว้ เ้าสองคนนั่นก็ทำตามรวมทั้งพี่จรวยด้วยความจริงไม่ต้องก็ได้ให้น้องทำผู้เดียวเถอะ ว่าไงเ้าจั่นเ้าน้อยดีใจไหมคุณหลวงจักกลับมาแล้ว พนมเพิ่งส่งม้าเร็วมาบอกข้าเมื่อเช้านี้เอง”
สตรีผู้งดงามหันไปถามสาวใช้ทั้งสองซึ่งเป็เมียบ่าวของหลวงราชศักดิ์เช่นกันสองบ่าวเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน น้อยกล้ากว่าจั่นรีบตอบเสียงดังฟังชัดขึ้นว่า
“ดีใจที่สุดเ้าค่ะคุณหลวงปลอดภัยกลับมา บ่าวสวดมนต์ไหว้พระทุกคืนเลย”
น้อยพูดออกมาจากใจจริงแม้เป็เพียงเมียบ่าวแต่ก็มีสิทธิ์เป็ห่วงและเคารพเทิดทูนหลวงราชศักดิ์ไปด้วยในเวลาเดียวกันความเมตตาของนวลจิตที่มีต่อบ่าวไพร่ในเรือนสร้างความจงรักภักดีให้แก่ทุกคนถึงขั้นยอมตายแทนได้ทั้งน้อยและจั่นยกนวลจิตเอาไว้เหนือหัวไม่กำแหงเทียบเท่า ต่างสำนึกตัวดีว่าเป็แค่เมียบ่าวเท่านั้น
“พอแล้วย่ะนังน้อยเอ็งกับนังจั่นเข้าไปในครัวได้แล้ว ช่วยนังตุ่มเตรียมสำรับกับข้าวเอาไว้ต้อนรับคุณหลวงท่านกลับมาจักได้กินได้ทันท่วงที”
จรวยออกคำสั่งเพราะกลัวว่าคำพูดซื่อๆ ของน้อยจะกระทบกระเทือนจิตใจของนวลจิตเพราะมีผัวคนเดียวกัน เื่นี้นวลจิตรู้ดีได้ยิ้มให้กับญาติผู้พี่ความใจดีของเธอในบางครั้งจรวยต้องท้วงติงกลัวว่าบ่าวไพร่จะหย่อนความเคารพ
“ถ้าคุณหลวงมาถึงพี่จรวยต้องอยู่กินข้าวด้วยกันนะเ้าคะ”
นวลจิตเอ่ยชวนให้จรวยอยู่ร่วมสำรับด้วยแต่หญิงหน้าแป้นส่ายไปมาก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเกรงใจเป็ที่สุด
“ไม่ดีกว่าน้องนวลจิตนาน ๆ ผัวเมียเจอกันทีพี่้าให้อยู่ด้วยกันตามลำพังดีกว่า น้องนวลจิตจ๊ะพี่ขอท้วงสักนิดเถอะ อย่าถือโทษโกรธพี่เลยนะ”
จู่ ๆจรวยเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักพร้อมกับกวาดตาเหลียวมองไปทั่วตัวเมื่อไม่พบใครจึงหันมามองใบหน้าแจ่มจรัสเบื้องหน้าซึ่งมีสีหน้าแปลกใจไม่น้อย
“มีอะไรหรือจ๊ะพี่จรวย”
“เื่นังจั่นนังน้อย พี่ว่าอย่าใจดีกับมันมากนักเดี๋ยวจะเหลิง หมดความยำเกรงในตัวน้องยกตนเทียบเท่า คราวนี้ล่ะน้องจักยุ่งยากใจ”
สิ้นคำเตือนจากญาติผู้พี่นวลจิตแย้มยิ้มอีกครั้งช่วยให้ใบหน้างามเด่นขึ้นกว่าเดิมแม้จรวยเป็ผู้หญิงด้วยกันยังมีความรู้สึกเพลินเมื่ออยู่ใกล้ ด้วยเหตุนี้หลวงราชศักดิ์ทั้งรักและเกรงใจภรรยาเอกมากเสียจนใครๆ พากันพูดว่าหลง ไม่ว่านวลจิตออกความเห็นในเื่ใดเป็ต้องคล้อยตาม รวมทั้งเื่มีเมียบ่าวเพื่อช่วยกันดูแลหลวงราชศักดิ์ให้มีสุขเพิ่มขึ้น
“โถคิดว่าเื่ใด พี่จรวยเ้าคะ ไม่ต้องห่วงเื่นังสองคนนั่นดอก น้องรู้ดีว่ามันไม่กล้าเพราะเป็บ่าวติดสอยห้อยตามน้องมาจากบ้านคุณแม่เห็นกันมาั้แ่แบเบาะ”
“นั่นแหละน้องก็อย่าใจดีมากนักข่มเอาไว้บ้างมันจักได้ไม่กล้ากำเริบ พี่กลัวซะจริงว่าความใจดีของน้องจักสร้างความทุกข์มาให้ภายหลัง”
ความหม่นหมองในใบหน้าของจรวยแสดงออกมาถึงความเป็ห่วงที่มีต่อญาติผู้น้องซึ่งให้ความเมตตาปรานีแก่เมียบ่าวของสามีมากเกินไปจนต้องเตือนนวลจิตขยับเข้ามาจับมือนุ่ม ๆ ของจรวยเอาไว้แน่น ริมฝีปากสวยแย้มยิ้มก่อนเอื้อนเอ่ย
“อย่ากังวลใจไปเลยหากว่าจะเป็เช่นนั้นจริง ๆ ล่ะก็ น้องจักยอมรับในชะตากรรมของตนเอง พี่จรวยเราเดินไปดูสวนหน้าบ้านดีกว่าเมื่อเช้าน้องสั่งอ้ายแดงตัดริดแต่งต้นไม้ให้ดูสวยไม่รู้ว่าป่านนี้ไปถึงไหนแล้ว”
นวลจิตดึงมือญาติผู้พี่ลุกขึ้นยืนโดยเร็วจรวยรีบเดินตามข้างหลัง แม้ว่าเป็ญาติกัน แต่ไม่กล้าทำตัวเทียบเสมอ สำนึกว่าตนเป็บ่าวคนหนึ่งต้องคอยดูแลนวลจิตให้ได้รับความสุขตรงข้ามกับนวลจิตพยายามดึงจรวยให้เทียบเสมอตัวเองเพราะคิดว่าเป็พี่ เธอต้องให้ความเคารพยำเกรงพร้อมกับแนะนำผู้ชายที่ดีให้เป็คู่แต่จรวยไม่สนใจแม้แต่คนเดียว
ณ บริเวณหน้าบ้านมีพื้นที่กว้างดารดาษด้วยไม้ดอกไม้ประดับจัดสรรจำแนกการแต่งเอาไว้เป็อย่างดีจึงลดหลั่นสวยงามชัดตาไม้ยืนต้นถูกตัดเป็พุ่มได้สัดส่วนพอเหมาะ เบื้องล่างส่วนตรงโคนปลูกไม้ดอกเล็ก ๆ เอาไว้และแซมแทรกด้วยหินกลมสีขาวมีตุ๊กตาสัตว์หินสลักวางไว้เพื่อความสวยงาม จรวยปรายตามองไปที่ซุ้มกระดังงามีชิงช้าสายเถาวัลย์ตรงพื้นเป็กระดานไม้มะค่าขึงโยงเอาไว้สองตัว
ถัดไปอีกนิดใต้ต้นมะม่วงเปรี้ยวมีโต๊ะหินสกัดหนักแ่าพร้อมกับเก้าอี้หินชุดเดียวกันวางเอาไว้ทั้งสองจุดนี้เป็มุมโปรดของหลวงราชศักดิ์ ทำเอาไว้พักผ่อนและทำงานใน่เย็น ๆห้ามมิให้บ่าวคนไหนขึ้นมานั่ง เื่นี้ทุกคนต่างรู้กันดี ได้แต่เช็ดทำความสะอาดแม้แอบลูบคลำด้วยความชื่นชมบ้างก็ไม่ว่ากัน
“เป็สวนที่งามนักพี่เคยไปเรือนของผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาหลายที่ไม่เคยเห็นสวนใดงามเท่าที่เรือนของน้องพี่”
จรวยเอ่ยชมจากใจจริงหลังจากแลไปรอบๆ สวนสวย เห็นบ่าวผู้ชายหุ่นล่ำแข็งแรงคนหนึ่งกำลังพรวนดินถอนหญ้าอยู่ไม่ห่างจากกันสักเท่าไหร่นวลจิตทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้หินสกัด วางมือนุ่มสวยจับทับกัน พลัน ! ดอกลั่นทมสีนวลปลิวหมุนคว้างตกลงมาบนโต๊ะโดยเร็ว จรวยเห็นเข้าสะดุ้งโหยงเพราะเชื่อว่าเป็ดอกไม้ไม่ดีไม่นิยมปลูกเอาไว้ในบริเวณเรือน
“ต๊าย ! ดอกลั่นทม มาจากที่ใดกัน ทำไมถึงมาตกหล่นอยู่ที่นี่ ดอกพรรค์งี้ใครเขาจักปลูกให้เป็ที่สิงสู่ของภูตผี”
จรวยตั้งท่ารังเกียจดอกลั่นทมสีขาวพร้อมกับใบหน้าแป้นกวาดตามองไปรอบๆ หาแหล่งที่มาของดอกไม้ที่ใคร ๆ พากันพูดว่าเป็ดอกไม้ผี และเป็ที่รู้กันว่าต้นลั่นทมจะปลูกอยู่ในวัดเท่านั้นนวลจิตเพ่งมองกลีบดอกด้วยความสนใจ
“ความจริงลั่นทมเป็ดอกไม้ที่สวยกลิ่นก็หอม น้องแปลกใจเสียจริงทำไมต้องเอาไปปลูกในวัดด้วยนะน้องคิดว่าคนเรานั่นแหละเป็ผู้กำหนดว่าต้นไม้ดอกไม้ชนิดใดเป็มงคลหรืออัปมงคล”
“อ๊าว ! น้องนวลจิตนี่ช่างมองโลกในแง่ดีเสียจริง ตั้งกะพี่จำความได้ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังว่า ต้นลั่นทมห้ามปลูกในเรือนเพราะจักทำให้เกิดความระทมทุกข์แก่ผู้ที่อยู่อาศัยก็ต้องเอาไปปลูกในวัดแทน บางคนก็เล่าว่าวันดีคืนดีเห็นผู้หญิงผมยาวยืนอยู่ใต้ต้นลั่นทมมันก็เท่ากับว่าเป็ต้นไม้ผี น้องนวลจิตอย่าจับเชียวนะ”
จรวยห้ามไม่ให้นวลจิตจับต้องดอกไม้ไม่เป็มงคลเกรงว่าจะทำให้ชีวิตระทุมทุกข์เศร้าไปกับสิ่งไม่ดี นวลจิตจึงไม่กล้าแตะต้องได้แต่นั่งมองนิ่งเฉยจรวยะโเรียกบ่าวคนสวนเสียงดัง
“อ้ายแดงอ้ายแดง เอ็งมานี่สักประเดี๋ยว”
“ขอรับคุณจรวยมีอันใดจักใช้บ่าวขอรับ”
อ้ายแดงบ่าวในเรือนเบี้ยคุกเข่าลงกับพื้นด้วยท่าทางนอบน้อมน้ำเสียงแหบพร่าชวนหัวเสียจนนวลจิตแอบยิ้ม สายตามองไปที่ญาติผู้พี่อยากจะรู้ว่าจะให้แดงไปทำอะไรจรวยขยับกายเล็กน้อยสายตาคมวาวตวัดมองบนโต๊ะ จับจ้องมองอยู่ที่ดอกลั่นทมสีขาวสะอาดตาสลับกับบ่าวชายที่มีเพียงผ้าเตี่ยวสีน้ำตาลนุ่งเพียงผืนเดียว
“อ้ายแดงหยิบดอกลั่นทมดอกนี้ไปทิ้งเสีย ให้พ้นหูพ้นตาคุณนวลจิตทางที่ดีเอาไปฝังนอกเรือนเสียเลย”
“โอพี่จรวยไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้เ้าค่ะ แค่เพียงเอาไปทิ้งก็พอไม่ต้องฝังดอก”
“ไม่ได้ดอกน้องนวลจิตดอกไม้ไม่เป็มงคลเยี่ยงนี้อย่าให้ตกอยู่ภายในพื้นเรือนเราเลยจ้ะ มันจักนำพาความทุกข์รวมทั้งผีร้ายเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้ไม่รู้จักจบจักสิ้นเร็วเข้าอ้ายแดงรีบจัดการบัดเดี๋ยวนี้เลย”
“ขอรับคุณจรวยขอประทานอภัยขอรับ”
เ้าบ้านและญาติผู้พี่พากันลุกยืนอย่างไว้ตัวให้บ่าวเก็บดอกลั่นทมออกไปอ้ายแดงเดินจากไปทางหน้าบ้าน ยังไม่ทันถึงประตูทางเข้าก็ต้องทรุดตัวลงนั่งก้มหน้าเมื่อร่างสูงใหญ่หน้าตาคมเข้มในชุดนักรบนั่งอยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลตัวอ้วนพ่วงพีข้างกันด้านหลังมีทหารรับใช้ชื่อพนมตามติดมาด้วย ส่วนทหารคนอื่น ๆพากันแยกย้ายกลับเรือนไปแล้ว
“คุณหลวงมาแล้ว”
อ้ายแดงยกมือไหว้หลวงราชศักดิ์ด้วยความดีใจเมื่อรู้ว่ากลับมาด้วยความปลอดภัยพนมทหารคนสนิทได้ดึงเชือกม้าให้หยุดและจับมือหลวงราชศักดิ์ให้ลงมายืนกับพื้นหญ้าสีเขียว
“อ้ายแดงเอาม้าไปผูกไว้ที่คอก หาหญ้าสดกับน้ำให้มันกินด้วย”
“ขอรับ”
อ้ายแดงรับคำแล้วจูงเชือกม้าไปทางคอกด้านหลังเรือนพนมมองเพียงชั่วครู่จึงเดินตามหลวงราชศักดิ์ขึ้นไปบนเรือนเพราะรู้ว่าเวลานี้เ้านาย้าพักผ่อนหลังจากเหนื่อยล้ารอนแรมอยู่ในป่าเป็เวลานานยังไม่ทันเหยียบย่างขึ้นบันไดหลวงราชศักดิ์ชะงักเท้าไว้เมื่อได้ยินเสียงทักทายอ่อนหวานดังขึ้น
“คุณพี่กลับมาแล้วน้องดีใจเหลือเกิน”
นวลจิตปราดเขามายกมือไหว้สามีแล้วจับต้องเนื้อตัวด้วยความดีใจพนมถอยห่างออกมาเมื่อรู้ว่าเ้านาย้าอยู่ด้วยกันตามลำพังเช่นเดียวกับจรวยรีบเข้าไปในครัวสั่งการให้เตรียมยกสำรับกับข้าวมาวางที่ห้องกลาง
หลวงราชศักดิ์จับมือภรรยาไว้แแ่สายตาที่มองเต็มไปด้วยความรัก อยากจะกอดจูบให้สมกับความคิดถึงแต่ทำไม่ได้เกรงจะเป็ที่ครหาแก่บ่าวไพร่ว่าไม่รู้จักสำรวม
“นวลจิตของพี่พี่ก็คิดถึงเ้าเหลือเกิน ในป่ามันยากลำบากไม่ว่าจักเป็อาหารการกิน อยู่หลับนอนถ้าไม่ได้เ้าพนมคอยหาสมุนไพรมาป้ายทาตัว พี่ก็คงถูกยุงป่าเล่นงานจนจับไข้ไปแล้ว”
“โถคุณพี่ น้องสงสารคุณพี่เหลือเกิน คุณพี่เ้าขาเจอพวกศัตรูบ้างไหมเ้าคะ”
“ไม่เจอแม้แต่คนเดียวสงสัยไปคนละทาง พอดีเ้านายสั่งให้รีบกลับเข้ามาก่อน กลัวว่าพวกมันจะยกพลเข้ามาตีกรุงศรีฯ เราต้องเตรียมตัวตั้งมั่นเอาไว้ให้พร้อม”
หลวงราชศักดิ์เล่าพลางจูงมือภรรยาก้าวขึ้นมายืนบนไม้ฐานก่อนขึ้นบันไดบ่าวคนหนึ่งตักน้ำในตุ่มราดหลังเท้าของหลวงราชศักดิ์และนวลจิตจนสะอาดปราศจากฝุ่นผงแล้วเหยียบลงบนผ้าเช็ดเท้าซับจนแห้งจึงพากันขึ้นบันไดไปนั่งบนตั่งเคียงคู่กันหลวงราชศักดิ์เห็นอาหารหวานคาวพร้อมผลไม้วางไว้ตรงหน้า รู้สึกหิวขึ้นมาทันที
“พี่จรวยช่างรู้ใจพี่จริงๆตระเตรียมของโปรดเอาไว้ตั้งมากมายหลายอย่าง พี่อยู่ในป่ากินแต่ข้าวตากแช่น้ำกับเนื้อเค็มย่างเบื่อเต็มทนวันนี้ขอกินให้อร่อยสักมื้อเถิด”
“เชิญตามสะดวกเถอะเ้าค่ะล้างมือก่อนนะเ้าคะ”
นวลจิตเลื่อนอ่างดินเผาใส่น้ำเปลือกมะนาวฝานไปตรงหน้าหลวงราชศักดิ์ล้างมือจนสะอาดแล้วเช็ดกับผ้าเนื้อนุ่มจากนั้นรับประทานอาหารจนอิ่มหนำนวลจิตรู้ดีว่าจะต้องเตรียมน้ำให้อาบยังไม่ทันจะสั่งสิ่งใด น้อยเมียบ่าวคลานเข้ามาแล้วหมอบนิ่ง
“มีอะไรนังน้อย”
หลวงราชศักดิ์ถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มรู้ดีว่าคืนพรุ่งนี้จะเรียกน้อยเข้ามาปรนนิบัติรับใช้แต่คืนนี้ขออยู่กับนวลจิตให้นานที่สุด
“บ่าวเตรียมน้ำเอาไว้แล้วเ้าค่ะเป็น้ำเย็นโรยดอกมะลิ บ่าวตักใส่ตุ่มเอาไว้จนเต็ม จักให้บ่าวช่วยขัดเนื้อตัวให้ไหมเ้าคะ”
“ไม่ต้องข้าไม่ได้อยู่กับนวลจิตตั้งหลายวัน นวลจิตพี่ขอให้น้องช่วยทำหน้าที่นี้ให้พี่ได้หรือไม่”
ไม่เพียงแค่ถามยังมีแววตาเว้าวอนอีกด้วยนวลจิตหน้าแดงซ่านด้วยความอาย น้อยรู้ตัวรีบคลานเข่าออกไปโดยเร็ว
“คุณพี่พูดอันใดไม่รู้น้องอายบ่าวไพร่เหลือเกิน เ้าพวกนี้ก็รู้สิเ้าคะว่าน้องจักต้องอยู่กับคุณพี่ในห้องอาบน้ำตามลำพัง”
“ไม่เห็นจักเป็อันใดเลยเราเป็ผัวเมียกันเื่เยี่ยงนี้ก็ต้องเกิดขึ้นบ่าวอยู่ส่วนบ่าวมันไม่กล้าสอดรู้เื่ของเราดอก หลังอาบน้ำแล้วพี่ขออยู่กับน้องทั้งวันทั้งคืนขอชื่นใจให้หายคิดถึงหน่อยเถอะ”
ไม่เพียงแค่พูดยังกอดตวัดรัดร่างแน่งน้อยเข้าหาตัวโดยเร็วจนหน้าอกปะทะกันนวลจิตซบหน้าลงกับอกกว้าง โอบกอดหลวงราชศักดิ์เอาไว้แน่นตลอดเวลานับเดือนที่ห่างกัน นวลจิตได้แต่เฝ้าคิดถึงจนแอบร้องไห้โหยหา
“ขอบพระคุณที่คุณพี่ยังเมตตาน้อง”
“อะไร้ทำไมพูดเยี่ยงนั้นเล่า เ้าเป็เมียพี่ถ้าไม่เมตตาเ้า พี่จักเมตตาใคร นังเมียบ่าวสองคนนั้นหรือมันก็แค่เป็ที่ปลดเปลื้องอารมณ์เท่านั้น ไม่มีใครสำคัญเท่าเ้าอีกแล้ว”
หลวงราชศักดิ์เชยคางภรรยาคู่ชีวิตขึ้นพร้อมกับจูบประทับบนริมฝีปากนุ่มสวยความอบอุ่นแผ่ซ่านทั้งตัว นวลจิตรู้ว่าอีกไม่ช้าไม่นานความสุขที่โหยหาจะได้รับอย่างเต็มอิ่ม