4
หลุดพ้นขุมนรก
ซ่งชิงสือเห็นภาพเด็กน้อยผู้มีไฝน้ำตาสีแดงในความทรงจำซ้อนทับกับยอดโฉมสะคราญบนคอนนกทองคำในที่สุด
มีคนสอดรู้ได้ยินบทสนทนาก็ตบมือหัวร่อกล่าว“เซี่ยเชวียเล่นลูกไม้พรรค์นี้ช่างไร้คุณธรรมโดยแท้ยามศิษย์น้อยรู้ความจริงเข้าคงจะน่าดูชมทีเดียว”
ั้แ่จินเฝ่ยเริ่นบำเพ็ญเพียรมาเขาเคยรับคนงามมานับไม่ถ้วนทว่าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ตอนเยวี่ยอู๋ฮวนเข้าเรือนก็ยังประทับใจไม่รู้ลืม “ปีนั้นวันครบรอบอายุแปดร้อยปีของข้า มีแขกมาร่วมยินดีมากมายข้าจึงจัดงานเลี้ยงใหญ่ขึ้นในหอมรกต เชิญเหล่าสหายฉลองพร้อมหน้ากันเซี่ยเชวียก็พาอู๋ฮวนมาด้วยเหมือนจะบอกเขาว่าพามากราบอาจารย์เรียนกระบี่ที่เคหาสน์หงส์ทองคำ อู๋ฮวนดีใจยกใหญ่กระทั่งยามเซี่ยเชวียหยิบประคำออกมา เชิญข้าตรวจดูทาสกลางงานเลี้ยงสีหน้าเหลือเชื่อของเขาในตอนนั้นช่างน่ารักเสียจริง ๆ ...”
จินเฝ่ยเริ่นเล่นผมเด็กหนุ่มชุดขาวจนยุ่งอย่างสบายอารมณ์บังคับให้เด็กหนุ่มมองไปยังคนงามที่เป่าขลุ่ยบนคอนนกทองคำก่อนจะเล่าความหลังในตอนนั้นให้ทุกคนฟังโดยละเอียด
เวลานั้นเยวี่ยอู๋ฮวนเพิ่งจะโตเป็หนุ่มสวมชุดคลื่นจันทร์ที่นิยมกันในหมู่ศิษย์สำนักบำเพ็ญเพียร พกกระบี่วิเศษไว้ข้างเอวเกล้าผมด้วยกวาน[1]หยกขาวอย่างเรียบง่าย ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายบริสุทธิ์ผุดผ่องเครื่องหน้าประณีต ตาหงส์แจ่มใส ท่วงทีภูมิฐาน ไม่เหมือนปุถุชนสามัญกลับเหมือนคุณชายน้อยจากตระกูลเซียนใหญ่
เขาคำนับผู้าุโในงานเลี้ยงทีละคนอย่างเป็การเป็งานจากนั้นก็บอกกับจินเฝ่ยเริ่นด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยมว่าเขาสำเร็จขั้นจู้จีระดับกลางแล้ว ภายหน้าจะตั้งใจเรียนกระบี่ที่เคหาสน์หงส์ทองคำไม่ทำให้อาจารย์ต้องผิดหวัง และกลายเป็ผู้ฝึกกระบี่ที่เก่งกาจเฉกเช่นม่อซียามนั้นผู้คนในงานเลี้ยงต่างหัวเราะท่ามกลางเสียงหัวเราะยังแฝงไว้ซึ่งนัยคลุมเครือเยวี่ยอู๋ฮวนตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลจึงอยากถอนตัวกลับทว่าจินเฝ่ยเริ่นเดินลงมาฉวยมือของเขาเอาไว้ พลิกดูอย่างพินิจก่อนยิ้มกล่าว“มือสวย ๆ อย่างนี้ไม่เหมาะฝึกกระบี่หรอก เหมาะปรนเปรอคนเสียมากกว่า”
เยวี่ยอู๋ฮวนพลันหน้าซีด พยายามชักมือกลับสุดชีวิต
จินเฝ่ยเริ่นยอมคลายมือ เอ่ยกลั้วหัวเราะ“ผู้าุโเซี่ย ในเมื่อท่านนำของดีมาฝาก ก็ให้ข้าตรวจดูหน่อยแล้วกัน”
บรรดาแเื่พากันโห่ฮาดังลั่นยุยงให้ตรวจสินค้าเสียที่นี่เลย
เยวี่ยอู๋ฮวนมองดูอาจารย์หยิบลูกประคำสีแดงขึ้นมาต่อหน้าต่อตาครั้นส่งกระแสจิต ร่างกายก็สูญเสียการควบคุมเขาพยายามหยุดสองมืออันสั่นเทาไม่ให้เอื้อมไปที่เอวปลดกระบี่แสนรักแสนหวงของตนทิ้งราวกับเป็ขยะ แต่แล้วสายคาดเอวก็ร่วงตกชุดคลื่นจันทร์ร่นหลุดทีละชั้น เกียรติศักดิ์ศรีพินาศหมดสิ้นเบื้องหน้าฝูงชนความใฝ่ฝันเล็ก ๆ ถูกบดขยี้จนแหลกสลาย
เสียงโหวกเหวกทั่วบริเวณพลันเงียบลง สายตาทุกคนล้วนจับจ้องภาพอันงดงามนี้ด้วยความตะลึงลาน
จินเฝ่ยเริ่นเหยียดกายนั่งตรงอย่างห้ามมิได้เช่นกัน
เยวี่ยอู๋ฮวนขัดขืนต่อต้านจิติญญาที่ถูกควบคุมนึกอยากตายไปซะเดี๋ยวนั้น เขาหันมองอาจารย์อย่างเ็ปพยายามขยับริมฝีปากสวยอ้อนวอนโดยไร้สุ้มเสียง สุดท้ายเซี่ยเชวียก็เดินมาหาเขา ค่อยๆ ยื่นมือออกมา คล้ายดั่งในวันวานที่เคยลูบหัวชื่นชมเขาอยู่ทุกวัน
เซี่ยเชวียถอดกวานหยกขาวของเขาออกอย่างอ่อนโยน
กวานหยกขาวตกพื้นจนแตกเป็เสี่ยง ๆ ผมยาวหยักศกแผ่สยายปรกลงถึงเอวดุจธารน้ำตก ปิดบังรอยตราร่วมเริงรมย์อันยวนใจบนแผ่นหลังขาวผ่อง
ความอับจนสิ้นหวังที่ฉายอยู่ในดวงตาหงส์สีทองหม่นเพียงพอจะกระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนให้แล่นพล่านไฝน้ำตาสีแดงเย้ายวนจนใจหวามไหว เด็กหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามแต่เดิม กลับถูกบงการจนกลายเป็สมบัติหายากชวนให้ลุ่มหลงมัวเมา
เยวี่ยอู๋ฮวนฝืนต่อสู้ก้มหน้าหวังหลบซ่อนความอัปยศของตนในเงามืด
เซี่ยเชวียคว้าผมยาวของเยวี่ยอู๋ฮวนแล้วกระชากไปข้างหลังบังคับเด็กหนุ่มที่อับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีให้แหงนหน้าขึ้นเพื่อทุกคนจะได้ยลโฉมงามล่มเมืองผู้นี้อย่างเต็มตา
เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “สายตาข้าไม่เคยมองคนผิด”
-----------------------------------
เสียงขลุ่ยยิ่งซาบซึ้งเท่าใดความโศกเศร้ายิ่งหยั่งรากลึกเท่านั้น
ลำคอของซ่งชิงสือจุกแน่นด้วยความปวดร้าวชักจะหายใจไม่ทั่วท้องเขาเข้าใจความหมายในคำพูดของเยวี่ยอู๋ฮวนที่ริมลำธารมากขึ้นเรื่อย ๆราวกับมองเห็นตัวเองซึ่งถูกคุกร่างกายกักขังไว้ในอดีต ทุกวันเขาเอาแต่ร้องะโทว่าไม่มีใครได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากเขาเลย
เขาไม่คิดใคร่ครวญอะไรอีก คำตอบถูกกาเลือกในหัวแล้ว
เขาต้องช่วยนกน้อยแสนสวยที่าเ็สาหัสตัวนี้
ซ่งชิงสือเริ่มเค้นสมองอย่างหนักต้องทำอย่างไรถึงจะพาเยวี่ยอู๋ฮวนหนีโดยไม่ผิดสังเกตได้
บทเพลงสิ้นสุด เสียงขลุ่ยหยุดลง ท่วงทำนองแว่วกังวาน
บรรดาแเื่ถูกปลุกปั่นจนใจร้อนรุ่มบางคนถึงกับเผลอทำเื่ขายหน้า
จินเฝ่ยเริ่นยืนขึ้น ประกาศก้องว่า“เคหาสน์หงส์ทองคำขอส่งมอบของเล่นแก่สหายทุกท่านในคืนนี้ เชิญสนุกกันให้เต็มที่”
ซ่งชิงสือสะดุ้งใ หันไปมองอย่างเป็ห่วงแต่เยวี่ยอู๋ฮวนทำเพียงเลิกคิ้วขึ้น ประหนึ่งว่าเคยชินกับสถานการณ์เช่นนี้เขาส่งสายตาหวานให้ผู้าุโด้านข้างโดยไม่ทุกข์ร้อนน่องขาเรียวงามโผล่พ้นจากใต้กระโปรงขนนก เขย่ากระพรวนบนตรวนทองคำที่ข้อเท้าและกวัดแกว่งต่อหน้าฝูงชนราวกับเชิญชวนให้ลิ้มลอง
ประมุขน้อยสำนักเร้นจันทรามองจนรุ่มร้อนยกมือคว้าเท้าข้างนั้นไว้หมายฉุดดึงกระโปรงขนนกแล้วลากออกไปเล่นสนุก
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากนอกวิหารเหล่าบ่าวรับใช้พากันหลบหนี จู่ ๆ ก็มีปีศาจพยัคฆ์ตัวหนึ่งบุกเข้ามาดวงตาทั้งคู่ของมันแดงก่ำจดจ้องเยวี่ยอู๋ฮวนพลางขู่คำรามไม่หยุดดั่งเห็นเหยื่ออันโอชะเยวี่ยอู๋ฮวนกลับเริ่มแววตาเลื่อนลอยคล้ายถูกวางยา ไม่หวาดกลัวสิ่งใดทั้งสิ้นเขาเยื้องย่างเข้าไปหาปีศาจพยัคฆ์ทีละก้าว เสมือนไม่รับรู้ว่ามันคือตัวอะไร...
ปรมาจารย์หลิงเป่าอุทาน“นี่ก็การแสดงที่สหายเตรียมไว้สำหรับคืนนี้หรือ ช่างบรรเจิดยิ่งนัก!”
บรรดาแเื่กำลังเมามายได้ที่ต่างโห่ร้องยินดีด้วยความคึกคักตื่นเต้น
ในที่สุดเด็กหนุ่มชุดขาวก็ลุกขึ้นยืนอย่างทนไม่ไหวผลักจินเฝ่ยเริ่นออกพลางะโว่า “พอที! อย่าทำเช่นนี้! นี่มัน...เกินเหตุไปแล้ว!”
จินเฝ่ยเริ่นงุนงงเล็กน้อยคืนนี้เขาเตรียมการแสดงปีศาจพยัคฆ์ล่าสังหารทาส แต่ก็ใช้เพียงทาสธรรมดาทั่วไปไหนเลยจะยอมใช้ยอดโฉมงามเช่นเยวี่ยอู๋ฮวน ทว่ายามนี้แเื่กำลังสนุกสนานเยวี่ยอู๋ฮวนเองก็รู้งาน จะทำเสียบรรยากาศเอาตอนนี้ก็คงไม่เหมาะนักหนำซ้ำเด็กหนุ่มข้างกายยังกล่าวประณามจนเขารู้สึกเสียหน้า จึงแค่นหัวเราะเอ่ย“ไฉนจะทำไม่ได้? เ้าจงเบิกตาดูเสียให้ดี ๆหากกล้าขัดคำสั่งข้าอีก ข้าจะให้เ้าได้ลองของแบบนี้เช่นกัน”
เด็กหนุ่มชุดขาวถึงกับหน้าถอดสี เขาอ้าปากจะพูดแต่ไม่กล้าเปล่งเสียงออกมาอีก
ปีศาจพยัคฆ์เห็นคนเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งคลุ้มคลั่งสูญเสียสติสัมปชัญญะ มันตะปบไหล่เยวี่ยอู๋ฮวนแล้วกัดขย้ำลงไป่ไหล่ของเยวี่ยอู๋ฮวนถูกฉีกกระชากจนเกิดแผลเหวอะหวะโชกเืท้ายที่สุดเขาก็ฟื้นสติจากห้วงภวังค์จึงรีบถอยกรูดปีศาจพยัคฆ์ยังตามราวีตะปบกัดต่อไม่เลิกหมายฉีกทึ้งสิ่งที่วิ่งหนีอยู่ตรงหน้าให้แหลกเป็ชิ้น ๆ
ซ่งชิงสือค้นเจออาคมโจมตีที่เข้าท่าจากความทรงจำเ้าของร่างในที่สุดเขาเปลี่ยนเพลิงิญญาปรภพให้เป็เข็มเล่มเล็กเท่าขนวัวก่อนจะยิงเข้าใส่ร่างของปีศาจ ปีศาจพยัคฆ์แหงนหน้าคำรามเข็มที่เล็งบริเวณลำคอไว้พลาดเป้าไปโดนท่อนขา
เคราะห์ดีว่าพิษร้ายของเพลิงิญญาปรภพแพร่ไปทั่วร่างปีศาจพยัคฆ์อย่างรวดเร็วปีศาจพยัคฆ์พลันตัวแข็งทื่อ โอนเอนล้มคะมำ ครู่ต่อมาก็ละลายเป็ซากศพเละ ๆก่อนสลายหายไป
ซ่งชิงสือลุกขึ้นเดินไปทางเยวี่ยอู๋ฮวนที่นอนจมกองเืผนึกปากแผลไว้โดยเร็ว พร้อมสกัดจุดหลายแห่งเพื่อช่วยห้ามเืในทันที
เยวี่ยอู๋ฮวนเจ็บจนสั่นเทิ้มไปทั้งกาย หอบหายใจถี่รัวใบหน้างดงามอาบเต็มไปด้วยคราบเื ดูคล้ายิญญาอาฆาตสายตาที่มองซ่งชิงสือไร้ซึ่งแววยินดีที่ได้รับการช่วยเหลือมีเพียงความเคียดแค้นและความสิ้นหวังอย่างลึกล้ำ สุดท้ายก่อนจะหมดสติไปเขากล่าวด้วยเสียงอันเบาจนแทบฟังไม่ได้ยินว่า “ข้ามันตาบอดเอง...”
ซ่งชิงสือสอดเม็ดยาปราณแท้เข้าปากของเขาเพื่อรักษาชีพจรและพลังชีวิตเอาไว้
จินเฝ่ยเริ่นเดินเข้ามา กล่าวอย่างไม่พอใจ“ท่านปรมาจารย์ซ่ง ไฉนถึงสังหารปีศาจพยัคฆ์ของข้า”
ปีศาจพยัคฆ์ตนนี้เป็สมบัติรักของเขา ฉลาดแสนรู้ปกป้องเ้าของ มีค่ามากกว่าทาสที่เล่นจนเบื่อหลายขุมนัก
ซ่งชิงสือระลึกถึงน้ำเสียงพูดยามปกติของเ้าของร่างแล้วเอ่ยอย่างเ็า “ข้า้าเขา”
จินเฝ่ยเริ่นแสร้งทำหน้ายิ้มแย้ม“ท่านปรมาจารย์คงมิได้หวั่นไหวกับคนสำส่อนนี่หรอกกระมัง”
ซ่งชิงสือตอบ “ข้า้าใช้เขาทดลองยา”
เขา้าให้เยวี่ยอู๋ฮวนลองยาวิเศษทุกชนิดรักษาสุขภาพของเขาให้กลับเป็เหมือนแต่ก่อน!
จินเฝ่ยเริ่นถูกซ่งชิงสือจงใจชี้นำจนคิดไปคนละเื่รากปราณธาตุไม้มีข้อดีอยู่ที่พลังฟื้นฟูร่างกายแข็งแกร่งโดยกำเนิดเป็ตัวเลือกชั้นดีของนักหลอมยาปรมาจารย์แห่งหุบเขาเ้าโอสถมักกระทำเื่อัศจรรย์พันลึกสุดคาดเดาในเมื่อปีศาจพยัคฆ์ตายแล้ว ถือสาหาความไปก็ไร้ความหมายกลับมิสู้ถือโอกาสนี้สร้างบุญคุณกับซ่งชิงสือดีกว่า
ซ่งชิงสือล้วงเอายาหลอมเซียนขวดหนึ่งจากถุงเอกภพยังไม่ทันนับจำนวนก็ยื่นส่งให้จินเฝ่ยเริ่นเป็ค่าทำขวัญยาหลอมเซียนมีประโยชน์ต่อผู้ฝึกตนอย่างมาก แค่วัตถุดิบก็ล้ำค่ายิ่งยวดผลผลิตจึงน้อยนิด หากปรมาจารย์แห่งหุบเขาเ้าโอสถหลอมเองกับมือยิ่งประเมินค่ามิได้ด้วยโอสถนี้ ถ้านำมาชดเชยแทนปีศาจพยัคฆ์ต่อให้อีกฝ่าย้าทาสที่เล่นด้วยจนเบื่อ อาการปางตายและไม่รู้ว่าจะช่วยได้ทันการณ์หรือไม่ นั่นก็ถือว่าจริงใจมากแล้ว...
ซ่งชิงสือกลัวเขาไม่ยินยอมครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็กล่าว “พยัคฆ์ตัวนี้ถูกวางยา จึงอาละวาดสูญสิ้นสำนึกกู่ไม่กลับแล้ว”
จินเฝ่ยเริ่นรีบปรี่ลงมาจากบันไดลบล้างจิตสำนึกจากประคำของเยวี่ยอู๋ฮวนก่อนยกให้ซ่งชิงสือทั้งยังขอบคุณเขาที่ฉุกใจสังหารปีศาจพยัคฆ์ได้ทันท่วงทีช่วยให้แเื่ในงานรอดพ้นอันตรายพร้อมสั่งให้คนไปตรวจสอบเื่ปีศาจพยัคฆ์ถูกวางยาจนคลั่งอย่างเข้มงวด
ซ่งชิงสืออำลาประมุขเคหาสน์ตามมารยาทพลางปฏิเสธน้ำใจของเขาที่อยากมอบคนงามให้อีกหลายคน
เขาอุ้มเยวี่ยอู๋ฮวนที่เจ็บหนักจนหมดสติด้วยตนเองย่างเท้าเดินออกจากขุมนรกอันโอ่อ่าโอฬารแห่งนี้
ในขุมนรกยังมีดวงิญญาอีกมากมายถูกกลืนกินโดยไม่อาจหลุดพ้น...
ด้านหลัง เสียงสรวลสันเริงรมย์ห่างไกลออกไปทุกที
คราบเืบนหน้าเยวี่ยอู๋ฮวนถูกเช็ดออกแล้วแพขนตาดุจปีกกาปิดสนิท กระพือไหวแ่เบา เปราะบางและงดงาม
ซ่งชิงสือจ้องมองเขา ค่อย ๆ รู้สึกมั่นใจขึ้นมา
เขาพลันนึกถึงนิทานที่แม่เคยเล่าให้ฟังตอนยังเด็ก
มีปลามากมายถูกคลื่นพัดมาเกยตื้นอยู่ในแอ่งน้ำบนชายหาดจวนเจียนจะสิ้นใจ
เขาไม่สามารถช่วยชีวิตปลาทุกตัวได้เขาทำได้แค่ปล่อยปลาที่ใกล้ตายในมือตัวนี้กลับลงสู่ทะเลแห่งอิสรภาพ
“เพราะปลาตัวนี้ยังดิ้นอยู่”
[1]กวานคือเครื่องประดับศีรษะสำหรับสวมครอบมวยผมเพื่อแสดงถึงการบรรลุนิติภาวะ