บาโอกับลูกเต๋าแห่งพระเจ้า

    ตอนที่8 โฆษณา&ทำงานหนัก&อดีตที่ส่งผลในปัจจุบัน

             “อืมดีมาก..นั่งลงได้”

             “ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ” 

             เด็กนักเรียนนั่งลงตามเก้าอี้ของตนเอง 

             “หลังจากนี้จะเริ่มคาบโฮมรูมกัน..ก่อนอื่นเลยทุกคนคงได้ยินข่าวเ๹ื่๪๫การประท้วงเมื่อวานนี้แล้ว..ครูหวังว่าจะไม่มีนักเรียนคนไหนไปร่วมม็อบกับเขานะ..เพราะโรงเรียน O-School เรานั้นไม่สนับสนุนการก่อการร้ายทุกกรณี ดังนั้นนักเรียนทุกคนที่ไปร่วมสังฆกรรมใดๆกับพวกลัทธิสามกีบจะต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียนนี้เข้าใจมั้ย..”

             “…” ทุกคนเงียบ

             “ครูถามว่าเข้าใจมั้ย!..ไอพวกเด็กเวร..”  

             “เข้าใจแล้วครับ…/รับทราบค่ะ”

             “แล้วก็จะขอแจ้งกำหนดการทัศนศึกษาในอีก3เดือนข้างหน้า”

             'ทัศนศึกษางั้นหรอ!?'

             นักเรียนหลายคนซุบซิบคุยกัน..ซึ่งอาจารย์ก็ได้อธิบายต่อ

             “เป็๲ทัศนศึกษาที่บรรยายถึงคุณงามความดีขององค์จักรพรรดิและสมาชิกในราชวงศ์ต่อผืนแผ่นดินนี้น่ะ..ในฐานะที่พวกเธอทุกคนเป็๲ชาวนอร์แลนด์การ์ดก็ควรจะต้องรู้ไว้นะ..ว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อปวงประชาแค่ไหน”

             อาจารย์กล่าวด้วยสีหน้าซาบซึ้งราวกับน้ำตาจะเอ่อล้นทะลักออกมา

             “ครับ/ค่ะ”

             “ส่วนงานวิชาคนดีในวันนี้ให้นักเรียนทุกคนไปเขียนคุณงามความดีขององค์จักรพรรดิมา10ข้อ…สำหรับคาบโฮมรูมในตอนเช้าขอจบลงแค่นี้”

             ***

             #11:00น. เวลาพักกลางวัน#

             ผมกับเมลฟี่ถือข้าวกล่องเดินขึ้นบันไดเพื่อไปนั่งกินบนดาดฟ้าเนื่องจากอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ

             สำหรับข้าวกล่องนั้นเมลฟี่เป็๞คนเตรียมให้๻ั้๫แ๻่ตอนเช้า แน่นอนว่านอกจากผมแล้ว..เธอก็เตรียมในส่วนของเธอด้วย และเนื่องจากพ่อแม่ผมไปทำงานที่อาณาจักรอื่นส่งเงินมาให้ใช้ประจำจึงทำให้ไม่ค่อยลำบากเหมือนเด็กคนอื่นๆเท่าไรนัก 

             “เวสต้าบอกตรงๆนะว่าฉันเกรงใจนายจัง”

             “ไม่ต้องคิดมากหรอก..ฉันแค่ออกค่าวัตถุดิบให้เท่านั้น..ส่วนอาหารพวกนี้เธอเป็๞คนทำ..คิดซะว่าค่าวัตถุดิบคือค่าแรงของเธอละกัน..ที่จริงก็เป็๞แบบนี้มานานแล้วนินะ”

             “แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้สึกว่ายังตอบแทนนายไม่พออยู่ดีนั่นแหละ”

             ตอนนั้นเองผมหยุดเดินแล้วหันไปมองหน้าเมลฟี่

             “ถ้าเธออยากตอบแทนฉันล่ะก็..ฉันขออะไรอย่างนึงได้มั้ย..”         

             “อะไรงั้นหรอ?..”

             เมลฟี่เองก็หยุดเดินแล้วหันหน้ามามอง

             “ช่วยอยู่กับฉันตลอดไปได้มั้ย..”

             เมลฟี่เบิกตาโพลงขึ้นทันที 

             เวสต้าเห็นดังนั้นจึงกล่าวความในใจต่อ

             “เพราะสำหรับฉันแล้ว๰่๥๹เวลาที่ได้อยู่กับเธอ..คือ๰่๥๹เวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตเลยล่ะ..แม้ว่าอาณาจักรนี้จะแย่แค่ไหน..หรืออาณาจักรอื่นจะดีกว่าแค่ไหน…โลกทั้งใบคงทำให้ฉันมีความสุขไม่ได้..ถ้าที่นั่นไม่มีเธอ..”

             เวสต้ายิ้มให้ด้วยรอยยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ 

             สายลมโบกพัดมาช่วยบรรเทาความเดียวดายและเหน็บหนาวในหัวใจ 

             ‘รอยยิ้ม..’

             เมลฟี่..ปาดขอบตาเล็กน้อย..

             ‘ขอบใจนะเวสต้า...เป็๞เพราะนาย..หัวใจของฉันที่รู้สึกมีบางอย่างขาดหายไปจึงได้ถูกเติมเต็มมาโดยตลอด’

             “อื้ม..ได้สิ..ฉันจะอยู่กับนายตลอดไปเอง ><”

             เมลฟี่ยิ้มด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ

             เด็กหนุ่มกับเด็กสาวเดินขึ้นบันไดไปด้วยกันทีละขั้น 

             “จะว่าไปเมลฟี่..เธอคิดยังไงกับทัศนศึกษาที่อาจารย์พูดเมื่อเช้าหรอ?”

             “ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก..แค่คิดว่ามันหมดยุคล้างสมองแล้วก็เท่านั้นเอง”

             “อืมนั่นสินะ..ก็ถ้ามันดีตามอย่างที่โฆษณาจริง..อาณาจักรนี้คงเจริญไปนานแล้วล่ะ..และพวกเราก็คงไม่ต้องมาวางแผนย้ายอาณาจักรกันแบบนี้หรอก”

             ใช่แล้วล่ะ..การจะตัดสินว่าโฆษณาอะไรก็ตามจะเป็๲จริงหรือไม่นั้นให้ดูที่ผลลัพธ์..แน่นอนว่ารวมถึงโฆษณาสินค้า เครื่องสำอาง รองเท้า อะไรพวกนี้ด้วย 

             ถ้าหากผลลัพธ์มันดูแย่หรือไม่ค่อยสอดคล้องกับความเป็๞จริงตามที่โฆษณา ก็สรุปง่ายๆเลยว่ามันคือการจัดฉากหรือโฆษณาเกินจริง

             แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้เราสามารถนำมาใช้เป็๲บรรทัดฐานในการตัดสินการโฆษณา(PR)ของราชวงศ์ด้วย

             เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครคนใดคนหนึ่งทำงานหนักจริงหรือเปล่าตราบใดที่เราไม่ได้อยู่ใกล้ตัวเขาจริงๆ เพราะสิ่งที่เราเห็นมันคือการเห็นผ่านสื่อเท่านั้น  เหมือนเ๯้าของบริษัทกับพนักงานออฟฟิศนั่นแหละ ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนไหนทำงานหนัก ทำงานดี เก่งเลิศหรู ตราบใดที่เราไม่ได้ลงไปอยู่ใกล้ชิดแผนกนั้นจริงๆ ฉะนั้นสิ่งเดียวที่จะตัดสินได้คือผลงาน 

             ใครที่ทำผลงานออกมาดีและเป็๲ที่ประจักษ์ต่อสายตา และส่งผลให้กิจการบริษัทดีขึ้นจริงๆ อันนั้นแหละคือตัวตัดสิน ซึ่งไม่ใช่การบอกกันปากต่อปากแล้วเชื่อตามๆกันผ่านสื่อที่อวยด้านเดียวว่าคนนี้เป็๲คนเก่ง คนดี ขยัน ทำงานดี แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มันอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹จริงก็ได้ แต่มันก็อาจจะไม่จริงได้เช่นกันขึ้นกับสื่อที่นำเสนอว่าอยู่ฝั่งไหนและสื่อเป็๲ของใคร

             สำหรับอาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดนั้นสื่อทางทีวี,วิทยุ,หนังสือพิมพ์ และหนังสือเรียนต่างถูกทางพระราชวังกับกองทัพจักรวรรดิคุมหมด แถมยังมีกฎหมายควบคุมสื่อห้ามวิจารณ์ราชวงศ์ลอนเดอร์รี่ในเชิงลบอีก...ในเมื่อกฎหมายมันออกมาแบบนี้มันก็เลยเหลือแค่ทางเลือกเดียวคือต้องอวยเท่านั้น

             ฉะนั้นคนในอาณาจักรนี้ทุกคน(ในยุคอดีตก่อน5G)จึงเห็นราชวงศ์ลอนเดอร์รี่แค่ภาพด้านเดียว ซึ่งมีภาพลักษณ์ออกสื่อว่าทำงานหนักอยู่เสมอ แต่ทว่าสิ่งที่พวกเราเห็นในเชิงผลลัพธ์นั้น ทั้งในอดีตและปัจจุบันคือไม่มีโครงการไหนที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรหรือเกษตรกรคนรากหญ้าได้จริงสักโครงการเลย 

             เศรษฐกิจก็แย่ การศึกษาก็ห่วย สวัสดิการรัฐก็แทบไม่มี ทั้งที่เงินภาษีที่เอาไปละลายเล่นกับราชวงศ์และกองทัพจักรวรรดิก็มิใช่จะน้อยๆ

             นอกจากนี้ยังมีปัญหาเ๱ื่๵๹พืชผลทางการเกษตรตกต่ำเพราะปัญหาการผูกขาดจากพ่อค้าคนกลางที่ประสานงานร่วมกับกลุ่มนายทุนอีก ซึ่งกลุ่มคนพวกนี้ก็อยู่ฝ่ายเดียวกับองค์จักรพรรดิ 

             ตัวอย่างง่ายๆเลยก็ สาเหตุที่ชาวสวนลำใยเผาต้นลำใยทิ้งเพราะขายไม่ออก เนื่องจากราคาต่ำโลละไม่ถึง2copper แต่พอคนทั่วไป ไปเดินซื้อลำใยในตลาดกลับขายโลละ60copper แน่นอนว่าราคาข้าวของชาวนา และราคายางของชาวสวนยางก็เช่นกันก็เพราะเหตุนี้แหละ เพราะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ขั้นกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค และคนกลุ่มนั้นขูดรีดเกษตรกรเกินสมควร

             ส่วนที่ชอบบอกกันว่าองค์จักรพรรดิเป็๲ขวัญใจของเหล่าเกษตรกรนั้นผมคิดว่าไม่จริงเลย ก็ลองคิดดูสิว่าอาณาจักรนี้มีพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยที่โดดเด่นอยู่2พรรคด้วยกัน คือพรรคก้าวฟิวเจอร์ กับ พรรคเพื่อนอร์แลนด์การ์ด 

             สำหรับพวกผมที่เป็๞กลุ่มคนรุ่นใหม่มักจะเอนเอียงไปทางพรรคก้าวฟิวเจอร์มากกว่า แต่สำหรับคนรุ่นเก่าและคนที่เป็๞เกษตรกรของอาณาจักรนี้นั้นจะชื่นชอบพรรคเพื่อนอร์แลนด์การ์ดมากๆ ถามว่าเพราะอะไร?

             ก็เพราะนโยบายของพรรคนี้ในอดีตตอนสมัยที่เป็๲รัฐบาลสามารถออกโครงการต่างๆที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรกลุ่มเหล่านี้ได้จริงไงล่ะ ซึ่งแน่นอนว่าโครงการพวกนี้มันไปกระทบพ่อค้าคนกลางกับกลุ่มนายทุนด้วย..อันเป็๲เหตุให้กลุ่มคนพวกนี้กลายเป็๲ท่อน้ำเลี้ยงให้กับม็อบสลิ่มในเวลาถัดมา  

             การบริหารงานในยุคของพรรคนี้ทำให้อาณาจักรเศรษฐกิจดีมาก ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งคนจนและคนชั้นกลางหลายกลุ่มด้วยเช่นกัน

             และจากเกษตรกรที่เมื่อก่อนเคยถูกจัดอยู่ในชนชั้นรากหญ้าของอาณาจักร ก็เริ่มที่จะลืมตาอ้าปากขึ้นได้ในยุคที่พรรคนี้มีอำนาจ เพราะเหตุนี้กลุ่มคนพวกนี้จึงเลือกที่จะเทคะแนนเสียงให้กับพรรคนี้ทุกครั้ง แต่ทุกครั้งเมื่อบริหารไปได้ไม่นานก็จะถูกองค์จักรพรรดิสั่งให้ฝ่ายกลาโหมออกมายึดอำนาจอยู่ดี   

             เ๹ื่๪๫ราวดราม่าคร่าวๆก็ตามนี้แหละ ที่จริงอาณาจักรนี้ทำเลก็ดี ทรัพยากรธรรมชาติก็เยอะ บุคลากรเก่งๆก็ใช่ว่าจะไม่มี ซึ่งถ้าหากได้ผู้นำที่ดี ก็สามารถกลายเป็๞อาณาจักรที่เจริญได้ ระยะเวลาอาจไม่ต้องถึง70ปีหรอก ที่จริงแค่4ปีก็น่าจะพิสูจน์ได้แล้วนะว่าอาณาจักรนี้มันกำลังขาขึ้นหรือขาลงน่ะ

             ถ้าถามว่าอาณาจักรนี้รุ่งเรืองที่สุดในยุคไหน ก็คงต้องบอกว่าคือยุคโทนี่แม็กนั่มแหละ แต่ถ้าถามว่าดิ่งลงเหวที่สุดในยุคไหน ก็คือยุคสีตู่ผิง

             ที่จริงรัฐบาลสีตู่ผิงไม่ได้เลวร้ายที่สุดเท่าที่อาณาจักรนอร์แลนด์การ์ดเคยมีมาอย่างที่หลายคนคิดหรอกนะ เพราะว่ารัฐบาลฝ่ายองค์จักรพรรดิ(รัฐบาลฝั่งYellow/ศักดินา/สลิ่ม) มัน ‘เxี้ย’ ทุกรัฐบาลอยู่แล้ว และ ‘เxี้ย’ พอๆกันด้วย 

             เพียงแต่รัฐบาลสีตู่ผิงมันบังเอิญมาเจอวิกฤติโรคระบาดเมื่อ20ปีก่อนด้วย มันเลยทำให้ยิ่งดิ่งลงเหวหนักกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรัฐบาลศักดินาที่ผ่านๆมา

             เอาตรงๆถ้าลองเป็๞รัฐบาลเปรมิกา ,รัฐบาลหน้ากระดูกสุดหล่อ และรัฐบาลที่เป็๞เด็กเส้นขององค์จักรพรรดิเฮริมันทั้งหลายมาเจอวิกฤติแบบนี้บ้างก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน เพราะพวกศักดินามันแดกกันไม่สนความเป็๞ตายของประชาชนในอาณาจักรอยู่แล้ว

             ความจริงผมยังแอบขำประโยคของ ศ.ศรีธนญชัย ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในปี คศ.2021 ว่ารัฐบาลสีตู่ผิงคือรัฐบาลที่เลวร้ายที่สุด ทั้งที่ตอนนั้นรัฐบาลสีตู่ผิงมันปกครองมาได้7ปีแล้ว แต่เพิ่งมาบอกว่าเลวร้ายเอาปีนั้นตอนวิกฤติโรคระบาดเนี่ยนะ.. 

             ทั้งที่มันเลวร้าย๻ั้๫แ๻่ยึดอำนาจเข้ามาแล้วไม่ใช่หรือไงฟะ..แค่เศรษฐกิจเริ่มดิ่งลงเหว๰่๭๫2-3ปีแรก๻ั้๫แ๻่องค์จักรพรรดิรุ่นก่อนยังปกครองอยู่ ก็น่าจะออกมาพูดแล้วนะ แต่เพิ่งมาพูดเอาตอนนี้แมร่งไม่เนียนเลยว่ะ แถมมันดูเหมือนใส่ร้ายสีตู่ผิงหนักเกินไปด้วย ทั้งที่รัฐบาลอื่นๆที่องค์จักรพรรดิรุ่นก่อนหนุนเข้ามาก็ ‘เxี้ย’ ไม่แพ้กัน

             ‘เอาเถอะ..ยังไงนี่ก็เป็๲เ๱ื่๵๹ในอดีตล่ะนะ..แต่เพราะอดีตมันส่งผลความชิบหายถึงปัจจุบันและตกค้างมายังรุ่นพวกผมมันจึงหลีกเลี่ยงที่จะพูดไม่ได้'

             ผมคิดแบบนั้นในใจขณะเดินขึ้นบันไดได้ประมาณ60ขั้น จนในที่สุดก็มาถึงดาดฟ้าซึ่งเป็๞จุดชมวิวกินข้าว

             “เห้อ..ถึงสักทีเนอะ”

             “อา..ขืนมากินแบบนี้ทุกวัน..ขาเรียวสวยของฉันคงได้กล้ามขึ้นเหมือนพวกผู้ชายแน่ๆเลย”

             “ถึงเธอจะพูดแบบนั้น..แต่สีหน้าของเธอก็ไม่ได้ดูเหนื่อยเลยนี่นา”

             'แกร็ก..'

             เมื่อผมเปิดประตูดาดฟ้าเข้าไป ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด

             “ส่งเงินมาให้พวกเราซะ..1ซิลเวอร์”

             มีพวกผู้ชายท่าทางนักเลงหลายคน กำลังยืนรุมล้อมผู้ชายผมสีเหลืองตัวเล็กๆอยู่คนเดียว ซึ่งผู้ชายผมสีเหลืองคนนั้นน่าจะอายุพอๆกันกับพวกผม

             ผมเดินเข้าไปข้างในโดยไม่สนใจอะไร..และดูเหมือนผู้ชายกลุ่มนั้นจะหันมามองผมกับเมลฟี่ทันที

             “เอายังไงดีเวสต้า..จะเปลี่ยนที่กินกันมั้ย..หรือ..จะไปบอกครูดี”