ต่างโลก กับเทพบริหาร [ฉบับใหม่] [จบ]

    ตอนที่ 185 ส่วนแบ่ง

    ตอนที่ 185  ส่วนแบ่ง “99.9%” หลังจากไมล์พูดจบออดโต้ก็แสดงสีหน้าสงสัยกับสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ‘อะไรมันกำลังพูดเรื่องอะไรของมัน???’ ออดโต้ทำหน้าสงสัยมองไมล์ที่นั่งอยู่ “ท่านบารอนท่านหมายความว่าอะไรครับ” “ส่วนแบ่งไงละ ส่วนแบ่งที่ข้าต้องการจากเจ้าก็คือ 99.9% ของกำไรทั้งหมดเป็นเวลา 5 ปี” ไมล์ชูนิ้วในมือขวาขึ้นมา “เอ่ะ?!?!?!” ใบหน้าของออดโต้แสดงออกถึงความตกใจทันทีเมื่อได้ฟัง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติที่ออดโต้จะแสดงออกมาแบบนี้ ก็สิ่งที่ไมล์กำลังพูดอยู่ตอนนี้มันไม่ได้ต่างอะไรกับการขู่เอาเงินทั้งหมดเลยสักนิด กับการที่ต้องการส่วนแบ่งทั้งหมด 99.9% ที่เป็นกำไรทั้งหมดของสมาคมการค้าโอทอน ในปกติแล้วออดโต้เมื่อทำสัญญากับขุนนางก็จะแบ่งเพียง 50% หรือไม่ก็ถ้าเยอะสุดคือ 60% เพียงเท่านั้นเอง ‘นี่มันเอาจริงเหรอเนี่ย ถ้าแบบนั้นก็หมายความว่าเราทำงานให้มันฟรีทั้งหมดห้าปีเลยไม่ใช่หรือไง ชิ!’ ออดโต้กัดฟันด้วยความรู้สึกเจ็บใจ แต่ใบหน้ากับกำลังยิ้มอยู่แบบปั้นยิ้ม “ตกลงหรือไม่ตกลง” “ท่านบารอนถ้าท่านต้องการส่วนแบ่งทางข้าสามารถแบ่งท่านได้แน่นอนครับ เพียงแต่ว่าจำนวนที่ท่านบอกมามัน-” “หูไม่ดีหรือสมองมันไม่ทำงาน ข้าถามว่า ตกลงหรือไม่ตกลง!” ไมล์ย้ำอีกครั้งระหว่างที่ออดโต้กำลังพูดด้วยน้ำเสียงแข็ง หลังจากที่ย้ำใบหน้าของออดโต้ก็เต็มไปด้วยความกดดันอีกครั้ง ‘ถ้าตกลงตอนนี้คนที่ลำบากมันก็ฉันนะสิ ชิ!’ ไม่ต้องคิดอะไรมากมายออดโต้ก็รู้ผลที่จะตามมาว่าถ้าตอบตกลงมันจะเกิดอะไรขึ้นกับตนและสมาคมการค้าโอทอน เพราะถ้าตกลงรับข้อเสนอแบ่งส่วนแบ่งจำนวน 99.9% ตามที่ไมล์ได้เสนอมา ตัวเองก็ต้องทำงานฟรีห้าปี ดีไม่ดีสมาคมการค้าโอทอนอาจล่มสลายเลยด้วยซ้ำถ้าไม่มีกำไรจากการค้าขาย ‘นั่นแหละสีหน้าของแกแบบนั้นแหละที่ฉันอยากเห็น หึหึ! การกระทำอย่างการเพิ่มราคาอาหารของพวกแกมันทำให้คนมากมายนับล้านคนต้องได้รับความเดือดร้อน เพียงเท่านี้ยังถือว่าน้อยไปด้วยน้ำ’ ไมล์รู้สึกชอบใจกับท่าทางของออดโต้ที่กำลังแสดงออกมามาก เพราะทุกอย่างเป็นไปแบบที่คิดเอาไว้ “เอายังไง มันเสียเวลา!” “ตะ ตกลงครับ” ออดโต้ตอบเสียงอ่อย แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อปิดบังใบหน้าของตัวเองเอาไว้ เพราะรู้ตัวดีว่าใบหน้าของตัวเองตอนนี้ไม่สามารถปั้นยิ้มเอาไว้ได้แน่นอน ‘ถึงทำแบบนี้มันจะเป็นผลเสียก็ตาม แต่ถ้าไม่ตกลงตามสิ่งที่มันขอมามันจะทำอะไรกับพวกเราบ้างก็ไม่รู้ เพราะงั้นไม่มีทางเลือกทางอื่นแล้ว’ ออดโต้เข้าใจดีว่าตอนนี้ตัวเองไม่มีทางเลือกอะไรมากนักจึงตอบออกมาแบบที่ไมล์ต้องการ เพราะเมื่อคิดถึงพวกที่ต่อต้านไมล์ในอดีตแล้ว มันก็ไม่มีใครจบสวยเลยกันสักคนเดียว จึงเลือกที่จะยอมแทนการต่อต้าน ‘เท่านี่ก็เรียบร้อย’ ทุกอย่างได้เป็นไปตามแผนที่ไมล์ได้คิดเอาไว้ เพราะถ้าจัดการโดยการทำลายสมาคมการค้าก็เท่ากับว่าไม่ได้อะไร แต่เป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าได้ทั้งเงินและได้ช่วยเหลือชาวบ้านไปในตัว “ถ้าตกลงแล้วก็เอาตามนั้น นับจากวันนี้ไปออกคำสั่งไปยังพวกพ่อค้าด้วยว่าให้ขายของในราคาปกติ ถ้าเจอใครขายไม่ปกติหรือพยามอัพราคาข้าจะมาเอาชีวิตของเจ้าเป็นคนแรก” “ครับท่าน” เมื่อสามารถคุยเรื่องราคาและส่วนแบ่งเรียบร้อยไมล์ก็เดินทางกลับพระราชวังทันทีโดยไม่ได้แวะที่ไหนต่อ แล้วในวันนี้เอง ราคาอาหารที่เกินจริงก็ลดลงมาเหลือในราคาปกติทำให้ผู้คนทั่วเมืองหลวงต่างก็ดีใจกันอย่างมาก ทางสมาคมการค้าโอทอนเองหลังจากที่ออดโต้บอกส่วนแบ่งของไมล์ไปก็เริ่มมีคนแยกตัวออกจากสมาคมเป็นจำนวนมาก และเดินทางออกไปประเทศอื่นเพื่อทำธุรกิจต่อ เพราะพวกที่ออกจากสมาคมต่างก็รู้ดีว่าถ้าอยู่ชีวิตอาจเกิดอันตรายได้ แล้วก็พากันเดินทางออกไปแบบเร่งรีบ ยกเว้นแต่เพียงตัวของออดโต้ที่โดนทหารคุ้มตัวเอาไว้ไม่ให้เดินทางออกจากเมืองหลวงได้ จึงต้องมีแต่จำใจทำงานต่อไปแบบแทบไม่ได้รับผลประโยชน์อะไร ตามระยะเวลาที่ได้ตกลงเอาไว้กับไมล์ ############# ณ ทางเดินของพระราชวัง เมื่อไมล์เดินทางกลับมาจากสมาคมการค้าโอทอนก็ตรงไปยังห้องของราชาทันที โดยมีดัสเดินตามด้านหลัง ทางเดินที่ไมล์กำลังเดินอยู่ตอนนี้ถูกปูไปด้วยพรมสีแดงสด ผนังทั้งสองข้างของทางเดินก็มีรูปวาดและอาวุธหลายชนิดติดผนังเอาไว้อยู่แล้วก็มีชั้นวางที่ไม่มีของอะไรว่างอยู่ ซึ่งพวกชั้นวางตามทางเดินตอนนี้เมื่ออดีตมันคือมีของมีค่าเช่นเครื่องประดับ หรือของราคาแพงมากมายวางเอาไว้เพื่อความสวยงามของพระราชวัง แต่ทว่าช่วงที่สหราชอาณาจักรบุกเข้ามามันก็โดนกวาดเอาไปจนหมด ทำให้มีสภาพอย่างที่เห็น “ท่านไมล์ข้ามีเรื่องสงสัยอยู่ครับ” ดัสเอ่ยระหว่างกำลังมองไปตามชั้นวางของที่ว่างเปล่าตามทางเดิม “มีอะไร” ไมล์หยุดเดินแล้วหันไปถามดัสด้านหลัง “ก็ของมีค่าที่โดนสหราชอาณาจักรเอาไปไงครับ ทางอาณาจักรไม่ทำอะไรเลยเหรอ เห็นบอกว่าจะเรียกเพียงแค่ค่าเสียหายหนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง ซึ่งนั่นมันต้องให้ท่านเพียงคนเดียวไม่ใช่หรือไง?” ดัสชี้นิ้วตรงไปยังชั้นวางตามทางเดินระหว่างพูด แล้วพรางคิดในใจไปด้วย ‘อย่างน้อยก็ต้องเรียกเอาเงินมาซ่อมประเทศบ้างสิ?’ “เรื่องนั้นข้าเอง-” “มันต้องเอาคืนอยู่แล้วสิ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง” เสียงตอบดังออกมาก่อนที่ไมล์ยังพูดไม่จบ ซึ่งคนที่ตอบก็คือเวโรนิก้าที่ยืนอยู่ด้านหน้าของทั้งสองคนด้วยท่าทางกอดอกเอาไว้แน่น และหลับตาอยู่ “แต่เรื่องของพวกนั้นช่างมันก่อน” เวโรนิก้าลืมตาขึ้นมองไปทางไมล์ “ท่านบารอนท่านว่างไหม ตอนนี้ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านมันเป็นเรื่องจำเป็นมาก” “ตอนนี้เลยเหรอครับ…” ไมล์ตอบแบบเสียงแผ่ว เพราะตอนนี้ไมล์อยากจะไปคุยเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจกับพวกปีศาจมากกว่า และเรื่องนี้ต้องได้รับอนุญาตจากราชาเท่านั้น ‘ยัยนี่จะมาทำให้เราเสียเวลาเรื่องอะไรอีกละ เฮ้อ~’ ไมล์รู้สึกเหนื่อยใจกับเวโรนิก้าด้านหน้า เพราะถึงจะไม่อยากคุยเท่าไหร่ก็ตามแต่ด้วยสถานะของตนและองค์หญิงมันก็ยากที่จะเลือกปฏิเสธ “ข้าต้องคุยกับท่านตอนนี้ เพราะนี้เป็นเรื่องที่ท่านพ่อตัดสินใจมาแล้วเช่นกัน” ‘ราชาตัดสินใจงั้นเหรอ??? เรื่องอะไร?’ ไมล์แสดงใบหน้าแปลกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะตัวเองยังไม่ได้คุยอะไรกับราชาเลยสักอย่าง ทั้งเรื่องธุรกิจค้าขายและเรื่องหลายต่อหลายอย่าง “ตกลงครับ ถ้าอย่างงั้นคุยกับท่านก่อนก็แล้วกัน!” “อ่า ถ้างั้นก็ตามมาเพราะเรื่องที่พวกเราจะคุยกันมันไม่ใช่เรื่องที่จะมาคุยกันตรงทางเดินแบบนี้ได้” เวโรนิก้าพยักหน้าตอบรับแล้วหันหลังเดินไป ส่วนทางไมล์กับดัสก็เดินตามทันที         

    คล้ายกับเรื่องต่างโลก กับเทพบริหาร [ฉบับใหม่] [จบ] ที่คุณอ่าน