หลังจากเดินสำรวจเมืองมาทั้งวันจนเหนื่อยล้า แมวน้อยซานซานที่งีบหลับไปได้สักพักก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดท้อง
“ปวดท้องนิดหน่อยแฮะ สงสัยฉันจะเริ่มหิวอีกแล้ว” ซานซานตื่นขึ้น นอนหงายบิดตัวไปมาด้วยความี้เี ท้องก็เริ่มจะหิวแต่ร่างกายก็อยากจะนอนซะเหลือเกิน
“ั้แ่กลายเป็ลูกแมว ฉันหิวบ่อยมาก เดี๋ยวก็หิวเดี๋ยวก็ง่วง แต่ดีนะที่หาของกินไม่ค่อยได้ ไม่งั้นฉันคงโตมาเป็แมวอ้วนแน่ๆ” ซานซานนอนคิดพร้อมกับสูดกลิ่นหอมของปลาย่างที่ร้านขายของใกล้ๆ
“ไปขอโจ๊กคุณยายร้านเดิมดีกว่า” คิดได้แบบนั้นซานซานก็ลุกขึ้นเดินเตาะแตะไปตามตรอกเล็กๆด้วยความชำนาญเส้นทาง
สองข้างทางของทางเดินดินที่ทอดยาวไปมีร้านค้า โรงน้ำชา โรงเตี๊ยมรายล้อมอยู่ เมื่อดูดีๆสองข้างทางของทางเดินหลักยังมีตรอกเล็กๆมากมายที่มีทางเดินเชื่อมไปยังที่อื่นๆได้ ร้านค้าเล็กๆมักจะอยู่ในตรอกแคบๆที่มีคนผ่านไปมาน้อย ต่างกับร้านค้าใหญ่ๆที่มักตั้งอยู่บนถนนสายหลักของตลาด
“เมื่อวานตอนดึกฉันเพิ่งมาถึงที่นี่ เป็คนต่างถิ่นที่ไม่รู้จักที่ไหนเลย แต่เพียงแค่หนึ่งวันที่ฉันออกสำรวจ ฉันก็จำทางได้เยอะมาก คงเพราะฉันเป็แมวเลยมีประสาทััด้านนี้ดีสินะ ฮ่าๆๆ” ซานซานรู้สึกภูมิใจกับความสามารถใหม่ของตัวเอง
ระหว่างที่เดินคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้น แป๊บเดียวก็มาถึงหน้าร้านขายโจ๊กเ้าเก่าจนได้
“อ่าว ปิด แล้วฉันจะกินอะไรได้ ไปขอข้าวโรงเตี๊ยมเขาก็คงไล่ฉันออกมาแน่ๆ เฮ้อ” ซานซานที่อุตส่าห์แบกร่างอันหิวโหยมาถึงกับเซ็งจ๋อย
“ว่ายังไงจ๊ะแม่สาวน้อย มาเดินอยู่ตัวเดียว ไม่รีบกลับบ้านไปดูดนมแม่เหรอจ๊ะ เมี๊ยวว” เสียงประหลาดดังขึ้นแต่ทว่าเธอกลับเข้าใจ
“ใครอะ” ซานซานหันซ้ายหันขวาดูรอบตัวแล้วก็ต้องใเมื่อปรากฎร่างของแมวสีเทา หน้ากลมตัวโตกว่าเธอมาก
“ข้าเองแม่สาวน้อย” เ้าเทาพูดพลางย่างเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม
“นายเป็ใคร อย่าเข้ามานะ เมี๊ยว” ซานซานถอยหลังหนีเรื่อยๆจนหลังชิดกำแพง
“น้องสาวล่ะเป็ใคร กล้าเข้ามาเหยียบถิ่นของข้า” เ้าแมวเทาตัวใหญ่เข้าประชิดตัวซานซานพร้อมกับก้มหน้าลงมาใกล้ๆเพื่อสูดดมกลิ่น สายตาเ้าเล่ห์จ้องมองแมวตัวน้อยอย่างไม่วางตา
“สวยดีนี่ สนใจมาอยู่กับพวกข้าไหมล่ะ อยู่กับข้าเ้าจะไม่ต้องอด ข้าจะขุนเ้าเอง โตมาก็เป็เมียข้า สบายไปทั้งชาติ ฮ่าๆๆๆ”
“ทุเรศ ถึงฉันจะอดตายก็ไม่ยอมอยู่กับแมวหน้าชั่วแบบนายหรอก” ซานซานตอกกลับเ้าแมวเทาที่ยื่นข้อเสนอหื่นกาม
“พูดแบบนี้ก็สวยสิน้องสาว เมี๊ยววววว” แมวเทาร้องขู่ซานซานด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“โฮ่งๆๆ พวกเ้าทำอะไรกันน่ะ” สุนัขหนุ่มสีน้ำตาลขาวตัวหนึ่งเดินเข้ามาร่วมแจม
“อาฟง เ้าไม่ต้องมายุ่ง ข้ามีเื่ต้องสะสางกับลูกแมวปากดีตัวนี้” เ้าแมวเทาหันมาห้ามเ้าหมาอาฟงก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้าไปหาซานซาน
“บรู โบร๊วๆ”เสียงข่มเล็กน้อยเล็ดลอดออกมาเป็การเตือน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเห่ากังวานที่ถูกเค้นออกมาจากช่องท้องและลำคอ สายตาจับจ้องไปยังศัตรู หูตั้ง ขาหลังถ่างจังก้าพร้อมพุ่งไปจัดการศัตรูได้ทุกเมื่อ ทำให้แมวเทาที่มุ่งมั่นจะจัดการเ้าแมวน้อยชะงักไป
“ฝากไว้ก่อนเถอะ เ้าขาว ถ้าข้าเจอเ้าอีก เ้าเจอดีแน่” แมวเทาหันกลับมาส่งสายตาอาฆาตและทิ้งคำขู่ไว้ให้เ้าแมวน้อย ก่อนจะจากไป
“เ้าาเ็ตรงไหนหรือไม่” เ้าหมาตัวใหญ่เอ่ยถามพร้อมยื่นจมูกใหญ่ๆเข้ามาดมเพื่อดูอาการ
“ฮือๆๆ ฉันกลัว ฉันอยากกลับบ้าน ฮือๆๆ”
“บ้านเ้าอยู่ที่ใดเล่า นี่ หยุดร้องไห้ก่อน” เ้าหมานั่งมองลูกแมวร้องไห้อย่างงงๆโดยไม่รู้ว่าจะปลอบใจยังไงดี
“ฉันไม่มีบ้าน”
“เ้าเป็ลูกแมวกำพร้านี่เอง ไม่ต้องร้องไห้แล้ว แมวน้อยตามข้ามา“ เ้าหมาเอาขาหน้าเขี่ยแมวน้อยเบาๆอย่างเป็มิตร ก่อนจะเดินนำไป
“ข้าชื่ออาฟง อยู่บ้านหลังหัวมุมถัดไปอีกสองตรอก เ้านายข้าทำอาชีพขายผักสด ถึงจะไม่ร่ำรวยแต่ก็มีอาหารให้ข้ากินอิ่มหนำ มื้อนี้ข้าจะแบ่งให้เ้า”
“ฉันชื่อซานซาน ขอบใจนายมากนะ ที่มาช่วยฉัน”
“ไม่เป็ไร เ้าแมวนั่นน่ะ ชื่อซีห่าว ชอบทำตัวเป็อันธพาลคุมซอย คอยรังแกหมาแมวจรจัดที่ผ่านมาแถวนี้เสมอ ต่อไปถ้าเ้าเห็นก็รีบเลี่ยงๆซะ ข้าคงไม่ว่างช่วยเ้าทุกครั้งหรอกนะ”
“อือ เข้าใจแล้ว”
“ถึงแล้วล่ะบ้านข้า เ้ารอเดี๋ยวนะ” อาฟงเดินเข้าไปในบ้านทิ้งซานซานให้นั่งรอข้างตั่งไม้ไผ่ที่วางอยู่หน้าตัวบ้าน
“หงิ๋งๆ” เ้าหมาอาฟงเดินเข้าไปในบ้านและส่งเสียงออดอ้อนเ้าของ เสียงพูดคุยหยอกล้อของเ้าของบ้านดังออกมาจนซานซานต้องหันไปดู เห็นอาฟงนอนหงายให้เ้านายเล่นพุง ลูบตัวด้วยความรัก
“ฉันอยากมีชีวิตแบบนั้นบ้างจัง ชีวิตที่มีบ้านอยู่มีข้าวกิน ได้รับความรักบ้างสักนิดก็ยังดี ฉันไม่อยากเป็แมวจรจัดอีกแล้ว”
“มาแล้ว ปลาย่าง เ้ากินไปก่อน ข้ารู้ว่าเ้าคงยังไม่มีฟันสักซี่ แต่ก็ฝืนกินหน่อยนะ” อาฟงคาบปลาย่างตัวโตมาวางตรงหน้าซานซาน
“ขอบใจนะ” ตอนนี้ไส้จะขาดอยู่แล้ว ให้อะไรมาฉันก็กินทั้งนั้นล่ะ ขอเพียงอิ่มท้อง
เนื้อปลาแม้จะนิ่มแต่เมื่อใช้เหงือกเคี้ยวก็รู้สึกว่าแข็งอยู่ดี หลังจากก้มหน้าก้มตาพยายามกินอยู่พักใหญ่ในที่สุดก็อิ่ม
“ฉันผ่านไปได้อีกมื้อเพราะนายเลย” หลังกินอิ่มพุงกางเ้าหมาเ้าแมวสองตัวก็ได้นั่งสนทนากันอย่างจริงจัง
“ข้าได้ยินหลายครั้งแล้ว เ้าพูดจาแปลกๆ อย่างเช่นฉัน นาย ถึงจะพอเข้าใจได้ก็เถอะ เ้ามาจากเมืองใดกันแน่” อาฟงถาม
“ถ้าฉันบอกว่าฉันมาจากโลกอื่น และความจริงแล้วฉันเป็คน ไม่ใช่แมว นายจะเชื่อไหม”
“งั้นเหรอ“ อาฟงทำหน้าครุ่นคิด ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็รู้สึกว่าเ้าแมวน้อยนี่ไม่ได้พูดโกหก”
“ข้าเชื่อเ้า”
“จริงดิ ง่ายจัง ฮ่าๆๆ”
“แล้วเ้าไม่กลับโลกของเ้ารึ จะมาทนลำบากที่นี่ทำไม” อาฟงถามต่อ
“ฉันกลับไม่ได้ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงมาโผล่ที่นี่ แล้วต้องทำยังถึงจะกลับไปได้” ซานซานตอบอย่างหงอยๆ
“งั้นถ้าเ้าจะอยู่ที่นี่ ข้าขอเตือนให้เ้าเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่ เลิกแทนตัวเองว่าฉันได้แล้ว ฟังดูทะแม่งหูพิกล ถ้าเจอพวกแบบซีห่าวอีก มันจะรู้ว่าเ้าไม่ใช่แมวที่นี่ มันจะหาเื่เอาได้”
“อืม นั่นสินะ ฉันลืมคิดไปเลย เอ้ย ข้าลืมคิดไปเลย ต่อไปข้าจะระวัง”
“เ้าเป็เพื่อนกับข้าได้ไหม” ซานซานเอ่ยถามตาใส
อาฟงหมาใหญ่ใจดีตัวนี้ เป็มิตรและแสนดีมาก นับเป็โชคดีของข้าจริงๆที่วันนี้ได้เจอเ้า
“ได้สิ ต่อไปนี้เ้าเป็เพื่อนตัวน้อยและพี่น้องของข้า” อาฟงกล่าว
“ข้าเคยดูละครมา ไว้เราไปกรีดเืร่วมสาบานกันนะอาฟง” ซานซานหยอกล้อเพื่อนใหม่ตัวโตของเธอ
“ฮ่าๆๆ แค่ข้ากัดเ้าเืออกก็ร่วมสาบานได้แล้ว” สองสหายคุยเล่นกันจนดึกดื่น