บันทึกเทพสงคราม

    ตอนที่ 53 ราชันย์ผู้มาเยือน

            ตอนที่ 53 ราชันย์ผู้มาเยือน

            ภายใต้การเคลื่อนไหวของอู่หยางเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ต่างหันไปมองทางเจ้าสำนักที่ห้าเป็นตาเดียวกันที่ตอบกลับมาเป็นการสั่นหัวปฏิเสธ ทั้งหมดจึงหันไปมองครูฝึกลำดับที่ห้าที่นั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหวอันใด ราวกับกำลังชมดูความสนุกเจ้าสำนักที่หนึ่งทนไม่ได้หันไปทางเจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดซึ่งปกติจะออกหน้าเสมอแต่ครั้งนี้กลับเป็นผู้เดียวที่สงบนิ่งอยู่ได้อย่างประหลาดใจเจ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดตอบกลับมาเป็นการส่ายหัวเช่นกัน

            “เจ้าจะทำอะไร..” ประมุขพรรคปีกวายุเอ่ยเสียงเย็นออกมา

            “คารวะท่านประมุข การชุมนุมครั้งนี้ข้าอู่หยางแสดงความสามารถเหนือเจ้าขยะนั่นแต่ข้าไม่ได้ถูกเลือกรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอยู่บ้าง”อู่หยางผสานมือคารวะกล่าวอย่างนอบน้อม

            “เวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาคิดเช่นนั้นเจ้าก็เห็นอยู่ว่าเขาถูกทำร้ายจนบาดเจ็บอยู่ กลับฉกฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้อื่นเช่นนี้ไม่รู้สึกไร้ยางอายบ้างหรือ?”

            อู่หยางได้ยินถึงกับใบหน้าแดงวูบ อึกอักไม่อาจตอบคำยังดีที่ครูฝึกลำดับที่ห้าพลันกล่าวขึ้นว่า

            “ประมุขฮัว เรื่องนี้ปล่อยให้เด็กๆจัดการกันเองดีกว่าเฮงฉีเทียนคิดจะต่อต้านแนวคิดของโลก ภายใต้กฎจักรวรรดิใหม่อนาคตข้างหน้าย่อมต้องเจอเรื่องราวหนักกว่านี้อีกมากหากวันนี้ผ่านไปไม่ได้วันหน้ายิ่งยากก้าวผ่านท่านเองเป็นถึงประมุขพรรคใหญ่กว่าจะก้าว ถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่กฎผู้เข็มแข็งเป็นจ้าวหรอกรึ?”

            “ขอบคุณประมุขฮัว ข้าเฮงฉีเทียนยังรับได้อยู่”ขณะฮัวชิงหลันจะกล่าวแย้ง เด็กชายหินพลันเอ่ยขึ้นพร้อมหันกายกลับมาเผชิญหน้ากับอู่หยาง “หวังว่าเจ้าจะสมปรารถนานะ”เด็กชายหินกล่าวราวกับรู้เบื้องหลังดี 

            ความจริงอาการบาดเจ็บของเด็กชายหินครึ่งหนึ่งคือการแสดงเท่านั้นภายใต้เคล็ดวิชาโล่สวรรค์ ที่ใช้เวลาฝึกปรือในห้องนภาจากขั้นต้นสู่ขั้นกลางสำเร็จเพียงพอจะต้านรับระดับสรรพธาตุขั้นสามได้โดยไม่บาดเจ็บ ชั่วขณะที่พลังนิ้วที่แฝงพลังระดับสรรพธาตุขั้นห้าจะกระทบถูกร่างโล่สวรรค์ตอบสนองป้องกันลดสลายพลังทำลายไปกว่าสี่ส่วนจากนั้นเร่งเร้าเคล็ดวิชาพายุขั้นที่สี่ขึ้นในชั่วเสี้ยวพริบตาสลายพลังไปอีกสามส่วนปล่อยอีกสามส่วนกระแทกสู่ร่างแสร้งเป็นบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่คิดว่าครูฝึกลำดับที่ห้ายังไม่คิดปล่อยตนเองไปง่ายๆสร้างความหงุดหงิดอย่างมาก

            ตลอดการงานชุมนุมเด็กชายหินที่มีแง่มุมความคิดที่แปลกแยกพยายามปกปิดฝีมือแท้จริงของตนมาตลอดยิ่งได้ฟังแนวทางความคิดของครูฝึกลำดับที่ห้ายิ่งไม่คิดแสดงฝีมือออกมา  จุดประสงค์เพียงประลองกับลู่ฟ่านตามสัญญา หากไม่ใช่โจวหังซานลงมือดุร้ายเกินไปเด็กชายก็คร้านที่จะลงมือความจริงเด็กชายหินไม่ใช่ไม่ยอมรับกติกาที่ผู้แข็งแกร่งเป็นจ้าวแต่ไม่ยอมรับวิธีกดคนด้อย ดันคนเด่น ละเลยคุณธรรมมากกว่า 

            “อู่หยาง ความจริงข้าไม่คิดจะเล่นกับเจ้าตอนนี้ แต่ในเมื่อเจ้าแส่หาเรื่องเองเช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว” เด็กชายหินย่อกายลงนิดหนึ่ง มือซ้ายกำหมัดยื่นออกมาฝ่ามือขวาสัมผัสที่ข้อพับศอกซ้ายสีหน้าราบเรียบแฝงความซีดเซียวจากอาการบาดเจ็บภายในที่ยังคงอยู่

            “หึ  ก่อนหน้ารีบยอมแพ้ครั้งนี้ยังกล้ากล่าววาจาโอ่อวดน่าขัน ข้าอู่หยางจะแสดงให้ท่านครูฝึกได้เห็นว่าผู้ใดกันแน่ที่คู่ควรกับการพากลับไป”อู่หยางวาดฝ่ามือทั้งสองเป็นวงสองวง รอบกายเห็นเงาเลือนรางของมังกรสัตว์อสูรที่ทรงพลังสูงสุดในโลกเทวะใบนี้

            “อย่างเจ้านี่นะ...” เสียงเด็กชายหินดังขึ้นอย่างขบขัน “เทียบกับโจวหังซานเจ้าด้อยกว่ามาก เปรียบกับพี่น้องข้าลู่ชางเจ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้  เพียงสามหมัดเพียงพอจะส่งเจ้าไปนอนสามตลบแล้ว”

            “เจ้าขยะ ตายไปซะ...” อู่หยางโกรธจนหน้าแดงซอยเท้าตามหลักวิชาพุ่งเข้ามา ฝ่ามือขวาตบฟาดลงมาด้วยหลักวิชาฝ่ามือธารมังกร พลังลมปราณระดับกำเนิดพลังขั้นห้ากลางๆสร้างเขตแดนพลังทำลายกว้างกว่าสิบห้าก้าวเงามังกรเลือนลางครอบคลุมใส่เด็กชายหินอย่างรวดเร็วประหนึ่งคลื่นโหมกระหน่ำลงมา

            “ มีเพียงเท่านี้ยังกล้าเสนอหน้า แม้แต่สำนึกฝ่ามือยังไม่อาจเข้าถึง”เด็กชายหินก้าวเท้าไปข้างหน้าครึ่งก้าว หมัดซ้ายดึงเข้าหาตัว ฝ่ามือขวาดันไปเบื้องหน้ากำเป็นหมัดกระแทกตึง...ออกไป

            พลังหมัดของเด็กชายหินดูไร้เรี่ยวแรงเมื่อเทียบกับฝ่ามือธารมังกรที่อู่หยางฟาดออกมา แต่เมื่อหมัดฝ้ามือกระทบกันเสียงเด็กชายหินเอ่ยเบาๆ “ทะลวงหลัง”

            ตูม...จู่ๆพลังหมัดพลันไปปรากฏที่หน้าอกอู่หยางราวกับอีกห้วงมิติหนึ่งทั้งพลังหมัดยังเพิ่มพูนขึ้นอย่างฉับพลันทันด่วนกระทบหน้าอกอย่างจังก่อนพลังฝ่ามือจะถึงเป้าหมายอู่หยางรู้สึกเหมือนหน้าอกถูกพะเนินเหล็กหนักหนึ่งตันกดทับลงมา ลมหายใจแทบขาดห้วงความรู้สึกอึดอันสุดบรรยายพุ่งจากภายใน ก่อนจะพ่นเลือดสีแดงสดออกมาคำใหญ่พลังฝ่ามือสลายหายไปก่อนถึงเด็กชายหินเพียงหนึ่งนิ้วร่างโซซัดโซเซถอยหลังราวกับร่ำสุราเมามายจนไร้สติไปนับสิบก้าวค่อยหยุดลงดวงตามองไปเบื้องหน้าจนแทบถลนความไม่เข้าใจ มึนงงผุดขึ้นในหัวมากมาย  แต่ยังไม่ทันย่อยสลายความคิดเด็กชายหินก้าวเท้ายาวๆเข้ามาหาพริบตาเดียวเข้ามาถึง หมัดเล็กๆที่ดูไร้พลังต่อยออกมาอีกครั้งอู่หยางกัดฟันดังกรอด ฝ่ามือธารมังกรผุดออกมา หากแต่พลังฝ่ามือเพิ่งปรากฏหมัดที่ทรงพลังพลันปรากฏที่ชายโครงด้านขวาประหนึ่งข้ามช่องว่างมากระแทกใส่อย่างแรง

            ตูม... อู่หยางถึงตัวงอไปตามแรงหมัด เสียงกระดูกซี่โครงแตกหักติดๆกันพร้อมกับร่างลอยละลิ่วไปไกลหลายสิบก้าว ร่วงกระแทกพื้นสองสามรอบค่อยหยุดทรงกายในท่านั่งคุกเข่าเพิ่งเงยหน้าขึ้นมองไปทางเบื้องหน้า ด้านพลังมีเสียงเด็กชายหินดังขึ้นว่า

            “นี่ไงกฎที่เจ้าบูชา ผู้เข้มแข็งเป็นจ้าว ส่วนเจ้าเป็นขยะ”

            “เจ้าขะ....” อู่หยางเบิกตาโพล่ง ดีดร่างเหวี่ยงตัวฟาดฝ่ามือใส่ทางเบื้องหลัง

            หมับ... ข้อมือถูกเด็กชายหินครากุมพลังฝ่ามือที่ผนึกขึ้นถูกพลังสายหนึ่งแทรกเข้าไปตามชีพจรจนแขนอ่อนล้าจนสลายไปก่อนที่เท้าข้างหนึ่งจะกระแทกใส่ที่หน้าขาจนกระดูกแตกหักร่างดีดถอยหลังใบหน้ากระตุกขึ้นอย่างเจ็บปวด

            กร๊อบ...อ๊ากกก.... อู่หยางเปล่งเสียงโหยหวนอย่างเจ็บปวดเมื่อแขนที่ถูกจับอยู่ถูกบีบจนแหลกทั้งยังถูกพลังสายหนึ่งบ่นกระดูกแขนตั้งแต่หัวไหล่ลงมาอย่างอำมหิต “จำเอาไว้หากคิดจะซ้ำเติมผู้อื่น ต้องเตรียมตัวถูกผู้อื่นซ้ำเติมเช่นกัน”

            เด็กชายหินเหวี่ยงอู่หยางขึ้น เท้าสะบัดเตะไปที่ใบหน้าอย่างแรงปัง...หัวอู่หยางบิดเหวี่ยงกระดูกคอแตกร่างร่วงสู่พื้นราวกับผักเน่าส่งเสียงครืดคราดในลำคอแม้ไม่ตายแต่ไม่ห่างเท่าใดนัก ประมุขพรรคปีกวายุฮัวชิงหลันต้องเม้มปากจนเป็นเส้นตรงรีบเข้าไปใช้ลมปราณช่วยเหลือเบื้องต้นจนปลอดภัย  ภายในใจรู้สึกเด็กชายหินกระทำรุนแรงไปแต่นึกดูเป็นเด็กชายหินที่ถูกท้าทายก่อน จึงได้แต่สงบปากลง

            ความจริงเด็กชายหินไม่ใช่ผู้ที่นิยมความรุนแรงแต่ครั้งนี้หากยังไม่แสดงความโหดเหี้ยมออกมาเสียบ้างต่อไปคงต้องมีเรื่องวุ่นวายไม่จบ ทั้งยังช่วยคลายความอึดอัดออกมาบ้าง

            “ยังมีผู้ใดข้องใจอีกหรือเปล่า หากไม่มีข้าขอตัวก่อนแล้ว” เด็กชายหินกล่าวถามแต่สายตาจ้องไปทางครูฝึกลำดับที่ห้าอย่างไม่วางตาราวกับจะถามว่ายังมีลูกไม้อันใดอีกหรือไม่

            “มี...” เสียงเด็กหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้นไม่ใช่ดังจากเหล่าเด็กที่ร่วมชุมนุม หากดังมาจากกลุ่มชาวเมืองที่มารับชมการประลองยุทธ์คนผู้นั้นยืนขึ้นเผยให้เห็นร่างผอมสูงในชุดชาวบ้านธรรมดามีหมวกปีกกว้างสวมใส่ปิดบังใบหน้าส่วนหนึ่ง จนยากมองออกว่าเป็นผู้ใด“เมืองเริ่มต้นนับว่าน่าสนใจกว่าคำรำลือจริงๆ “

            ภายในคนนับแสนที่มาชมการประลอง คนธรรมดาผู้หนึ่งย่อมไม่เป็นที่สนใจแต่เมื่อคนผู้นี้ลุกขึ้นยืน ย่อมเรียกความสนใจของทั้งหมดเช่นกันดูจากลักษณะภายนอกกับน้ำเสียงคาดว่าน่าจะมีอายุไม่เกินสิบเจ็ดสิบแปดปีเท่านั้น

            “ภายใต้พื้นฟ้าแห่งทวีปตระวันออก สามจักรวรรดิยิ่งใหญ่ได้ล้วนมาจากผู้เข้มแข็งที่ก่อร่างสร้างดินแดนที่มั่นคงให้พวกมดปลวกอย่างพวกเจ้าได้อยู่สุขสบายสัตว์อสูรดุร้ายมากมายถูกพลักดันเข้าไปส่วนลึกหากแต่วันนี้กลับมีคนผู้หนึ่งกล้าที่จะต่อต้าน น่าสนใจ น่าสนใจ” เสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมาปรากฏกายห่างจากเด็กชายหินไม่เกินสิบก้าว นับเป็นการเคลื่อนไหวภูตผีอย่างหยั่งคำนวณจริง

            “ระดับราชันย์ !!! เจ้าหนูอย่าได้แข็งขืนเกินไป ไม่งั้นข้ากับเจ้าคงต้องกอดคอกันลงนรกแล้ว”เสียงเทพอสูรมีสัมผัสที่เฉีบคมดังขึ้นในจิตของเด็กชายอย่างกระตุ้นเตือน ด้วยพลังของเด็กชายหากจะรับมือระดับสรรพธาตุยังพอกล้ำกลืนฝืนรับได้สักสองสามกระบวนท่าแต่หากเป็นระดับราชันย์ที่สูงขึ้นไปอีกสองขั้นอย่าว่าแต่จะขัดขืนแค่ลมหายใจเป่ามาก็สลายเป็นผุยผงได้

            เด็กหนุ่มสวมหมวกปีกกว้างปรากฏเสี้ยววินาทีทางเบื้องหลังมีสองชายหนึ่งหญิงวัยกลางคนอีกสามคนปรากฏกายขึ้นจากลักษณะการยืนแสดงว่าเป็นเพียงชนชั้นบริวารผู้หนึ่ง เพียงทั้งสามปรากฏ ภายในห้องมิติขนาดใหญ่บรรยากาศหนักอึ่งอย่างฉับพลันความกดดันมหาศาลกดดันจนทุกผู้คนไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงศักดิ์ยังต้องสั่นเทา

            “ระดับปรมาจารย์!!!” สัมผัสของสามประมุขพรรคใหญ่จับสำนึกพลังได้ก่อนเอ่ยเสียงต่ำอย่างเคร่งเครียด แต่ไม่ใช่จากสามปรมาจารย์ แต่เป็นความรู้สึกกดดันจากเด็กหนุ่มสวมหมวกปีกกว้างที่มีศักดิฐานะไม่ธรรมดา

            “หรือว่า...”

            ครูฝึกลำดับที่ห้านึกถึงเรื่องหนึ่งได้ รีบลุกพรวดพราดส่งเสียงบอกกล่าวเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ในมิติลานประลองส่วนตัวเองรีบพุ่งกายไปยังบุคคลลึกลับทั้งสี่อย่างร้อนรน ครูฝึกลำดับที่ห้าคุกเข่าลงกับพื้นตามด้วยเหล่าผู้สูงศักดิ์ ประมุขพรรคทั้งสามเจ้าสำนักทั้งยี่สิบเอ็ดต่างคุกเขาลงกับพื้นด้วยใจสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม 

            “คารวะองค์ชายสาม!”

             

                                                         ...................

    คล้ายกับเรื่องบันทึกเทพสงคราม ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    [จบ] บันทึกตำนานราชันอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.22M 3696
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134