ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 54 สิ่งที่แม่ทิ้งไว้ให้

    ตอนที่54 สิ่งที่แม่ทิ้งไว้ให้

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของอาหกฟู่เหล่าชวนก็ถึงกับนั่งไม่ติด ก่อนหน้านี้ฟู่เหล่าชวนอาจจะกลัวอาหกของเขามาก ๆแต่ตอนนี้เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ผิด ดังนั้นจึงไม่มีอะไรให้ต้องกลัวเลย !

     

    “ทำไมนายไม่อยู่ที่บ้านแล้วทานมื้อเช้ากับครอบครัวของนายกันล่ะมีเหตุผลอะไรที่นายถึงมาที่นี่” ปู่หกทนดูพฤติกรรมนี้ของฟู่เหล่าชวนไม่ไหวอีกแล้วดังนั้นเขาจึงได้ตะคอกออกไปในทันที !

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เหล่าชวนก็ได้มองไปยังฟู่ต้าอันที่ตอนนี้กำลังหลบอยู่ข้างหลังอาหกของเขาแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าลูกชายตัวดีของเขาเอาเรื่องนี้ไปฟ้องอาหกหรือเปล่าเขาจึงตัดสินใจพูดออกไปตามตรง

     

    “ผมได้ยินมาว่าต้าอันกำลังจะแต่งงานแต่กลับไม่ได้บอกเรื่องนี้กับผมเลย ดังนั้นผมจึงมาที่นี่เพื่อถามถึงเรื่องนี้”ฟู่เหล่าชวนพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย ลูกชายจะแต่งงานทั้งคนแต่เขากลับไม่รู้เรื่องนี้เลยได้อย่างไร ?

     

    “ทำไมเขาถึงไม่บอกเรื่องนี้กับนาย? ! นายยังไม่รู้ตัวอีกหรือ ? ”

     

    “ผมเป็นพ่อของเขานะเขาทำแบบนี้กับผมได้อย่างไร ? ” ฟู่เหล่าชวนพูดพร้อมกับขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่ยอม

     

    “ต้าอันขอโทษพ่อของนายซะ คุกเข่าลงต่อหน้าเขาพร้อมกับคำนับด้วย ! ขอโทษเขาก่อนแล้วเราค่อยมาคุยเรื่องอื่นกันจะดีกว่า”ปู่หกขอให้ฟู่ต้าอันขอโทษฟู่เหล่าชวนเสียก่อนเพราะเด็กควรจะขอโทษผู้ใหญ่ก่อนถึงจะถูก

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าอันจึงค่อย ๆ เดินเข้ามา ก่อนจะโค้งคำนับให้กับฟู่เหล่าชวนแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ

     

    “เอาล่ะปู่จะถือว่านี่เป็นการขอโทษก็แล้วกัน ต้าอันไหนลองบอกสิ่งที่พ่อตาของหลานขอมาอีกครั้งสิ ! หลานจะยอมเขาอย่างนั้นเหรอ ? ! หลานอยากจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นเพียงเพราะครอบครัวของเธอมีหน้าที่การงานที่ดีเท่านั้นหรือเปล่า? แล้วหลานคิดว่าพวกเขาต่างจากหนิวชุ่ยฮวาตรงไหน ? ”

     

    หลังจากที่พูดจบใบหน้าของฟู่เหล่าชวนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยแม้ว่าตอนนี้เขาจะสามารถปรามฟู่ต้าอันลงไปได้แล้วแต่อาหกก็ยังคงจ้องจะจับผิดเขาต่อหน้าคนมากมายอยู่ แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่แอบสาปแช่งฟู่ต้าหย่งที่ทำตัวเรื่องมากอยู่ภายในใจเท่านั้น

     

    “พ่อตาขอให้ผมซื้อบ้านใกล้ ๆ กับบ้านของพวกเขาครับ”ฟู่ต้าอันพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์

     

    “แล้วพวกเขามีคำขออื่นอีกหรือเปล่า? ” ทันใดนั้นเอง ปู่หกก็ได้เอ่ยถามแทรกขึ้นมา

     

    “ไม่ครับนี่เป็นเพียงคำขอเดียวของพวกเขา”

     

    “ชวนจื่อบอกฉันมาหน่อยสิว่านายจะช่วยซื้อบ้านให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของลูกชายได้หรือเปล่า? ” ปู่หกเอ่ยถามออกมาอีกครั้งด้วยท่าทีที่สบาย ๆ พร้อมกับหยิบกล้องยาสูบขึ้นมาสูบ

     

    “ผม...ผมไม่มีเงินมากมายขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่มีเงินซื้อบ้านให้กับเขาหรอกแม้แต่เงินเก็บผมยังไม่มีเลย” ฟู่เหล่าชวนพูดโกหกออกไปอย่างหน้าตาเฉย

     

    “นายเป็นพ่อแต่กลับไม่มีเงินซื้อบ้านให้ลูกได้อย่างไร ? ฉันไม่เชื่อคำพูดของนายหรอกนะ” ฟู่กวางจงทนดูไม่ไหวอีกต่อไปจึงได้พูดแทรกขึ้นมา

     

    “ใช่แล้วล่ะชวนจื่อ พวกเราไม่ใช่เด็กอมมือกันแล้วนะ ตอนนี้นายเองก็มีงานที่มั่นคงทำนายควรจะเก็บเงินส่วนหนึ่งเอาไว้สักหน่อยในวันที่เราแก่ตัวมาจะได้มีเงินไว้คอยสนับสนุนคนรุ่นหลังบ้างไม่อย่างนั้นนายจะออมเงินไปเพื่อใครกันล่ะ ? ” ฟู่เหย่าจู่ลูกชายคนรองของอาหกได้พูดขึ้นมาซึ่งปกติเขามักจะเป็นคนที่อารมณ์ร้อนและชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อย ๆ อีกด้วย

     

    “ฉันไม่มีเงินจริงๆ นะ ! ” ฟู่เหล่าชวนไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้นเลยและเขาก็ยังคงยืนกรานว่าตัวเองไม่มีเงิน !

     

    “จะมาโทษฉันไม่ได้นะต้าอันไม่ยอมฟังฉันเองฉันเสนอเรื่องที่จะขอให้ชุ่ยฮวาแนะนำหลานสาวของเธอให้กับต้าอันไปแล้วเธอเป็นแค่ผู้หญิงบ้าน ๆดังนั้นเราสามารถจัดงานแต่งแบบเรียบง่ายโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองได้เลยหากเป็นหลานสาวของชุ่ยฮวา ฉันก็พร้อมที่จะจัดการเรื่องทั้งหมดให้กับเขา”

     

    “ชวนจื่อนายกำลังพูดถึงลูกสาวของตระกูลจางที่อาศัยอยู่หมู่บ้านเหอเท่าจู่ใช่ไหม ? นายพูดจริงอย่างนั้นเหรอ? ลูกสาวของตระกูลจางเป็นหม้ายมานานกว่าห้าปีแล้ว และตอนนี้ลูก ๆของเธอก็โตแล้วด้วย ! ” ฟู่กวางจงทำงานในท้องถิ่นอยู่แล้วดังนั้นเขาจึงรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง

     

    “พี่ใหญ่นั่นพี่กำลังพูดถึงหลานสาวคนโตของตระกูลจางอยู่คนที่ฉันพูดถึงคือหลานสาวคนสุดท้องต่างหากล่ะ”

     

    “ไม่ว่าเด็กน้อยหรือคนแก่ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าหลานสาวคนเล็กของตระกูลจางแห่งหมู่บ้านเหอเท่าจู่นั้นประพฤติตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักแม้ว่าเธอจะมีอายุเพียงแค่ 16 ปีแต่กลับแอบไปขลุกอยู่กับผู้ชายในที่ลับตาคนอย่างไม่ซ้ำหน้าซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้ถูกทุบตีมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเธอเป็นเด็กที่มีนิสัยไร้ยางอายเหมือนกับป้าของเธอไม่มีผิดนี่นายตั้งใจจะแนะนำผู้หญิงแบบนี้ให้กับต้าอันอย่างนั้นเหรอ ? นายยังเป็นพ่อของเขาอยู่หรือเปล่า? ” ฟู่กวางจงทนไม่ไหวจึงได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง

     

    ส่วนฟู่ต้าหย่งก็ได้กำหมัดแน่นเช่นกันหากชายที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่พ่อของเขา วันนี้คงจะมีคนตายในลานบ้านของเขาอย่างแน่นอน

     

    ทันใดนั้นเองฟู่ต้าอันก็ได้ทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น พร้อมกับหันหน้าไปยังทิศเหนือ

     

    “แม่ครับลูกชายของแม่คนนี้ช่างไร้ประโยชน์และความสามารถ ผมไม่สามารถทำตามคำขอของพ่อได้จริงๆ ! แม่ช่วยมาพาผมไปอยู่ด้วยทีเถอะครับ”

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นทุกคนต่างก็มองไปยังฟู่เหล่าชวนด้วยสายตาตำหนิ

     

    ส่วนฟู่เหล่าชวนที่ได้ยินฟู่ต้าอันเรียกหาหญิงชราเขาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เขายังคงไม่ยอมถอยและเผชิญหน้ากับทุกสายตาที่จ้องมาที่เขาอย่างไม่สะทกสะท้าน

     

    “เอาล่ะถ้าอย่างนั้นเรามาคุยเรื่องนี้กันต่อดีกว่า พวกนายตกลงกันเองก็แล้วกันเพราะตอนนี้ฉันเองก็ไม่มีเงินซื้อบ้านให้หรอก” ในที่สุดฟู่เหล่าชวนก็ยอมถอยหนึ่งก้าวแต่คำพูดประโยคต่อมาของเขานั้นกลับทำให้ฟู่เยี่ยนรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

     

    “ต้าอันนายก็ลองถามพี่ชายของนายดูสิ ว่าก่อนที่แม่ของนายจะตายเธอได้ทิ้งมรดกอะไรเอาไว้ให้นายบ้าง บางทีมรดกเหล่านั้นอาจจะเปลี่ยนชีวิตของนายไปเลยก็ได้นะให้เขาเอามรดกพวกนั้นมาให้กับนายสิ นายจะได้เอาไปซื้อบ้านและแต่งงานยังไงล่ะ ! ” ในที่สุดฟู่เหล่าชวนก็พูดคำๆ นี้ออกมา

     

    “ไอ้หยาอาหก ผมไม่ได้อยากจะพูดถึงเรื่องนี้เลยผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องแบ่งมรดกกัน ดูร่างกายของผมตอนนี้สิช่วงนี้ผมรู้สึกเริ่มคัดจมูกและหายใจไม่ค่อยออกเท่าไหร่คงต้องไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสักหน่อยแล้ว เฮ้อที่จริงแล้วผมเองก็ควรจะได้ส่วนแบ่งนี้ด้วยใช่หรือเปล่า ! ? ”

     

    “ต้าหย่งเป็นความจริงอย่างนั้นเหรอ ? ” ปู่หกมองไปที่ฟู่ต้าหย่งพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมา

     

    “ปู่หกเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงครับ แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่พ่อของผมพูดทั้งหมดก่อนที่แม่ของผมจะสิ้นใจ เธอได้มอบกล่องใบหนึ่งให้กับผมเอาไว้โดยไม่ได้มีสิ่งของอื่น ๆ นอกจากนั้นอีกเลย”ฟู่ต้าหย่งได้คิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่สิ เป็นเสิ่นซู่ฉีต่างหากที่วางแผนรับมือกับเรื่องนี้เอาไว้แล้ว

     

    “ไม่มีทรัพย์สินอื่นเลยอย่างนั้นเหรอ? ต้าหย่ง พูดความจริงออกมาเถอะ จะไม่มีทรัพย์สินเลยได้อย่างไรกัน ? ก็เห็นกันอยู่ว่าแม่ของนายมาจากตระกูลที่ร่ำรวยนี่นา! ” เมื่อได้ยินว่าไม่มีทรัพย์สินใด ๆ เลย ฟู่เหล่าชวนจึงได้โพล่งออกมาทันที

     

    “ต้าหย่งแล้วกล่องใบนั้นยังอยู่หรือเปล่า ? ถ้ายังอยู่ ปู่ขอดูมันหน่อยได้ไหม ? ”

     

    “ปู่หกครับผมได้ให้เสี่ยวฮั่วไปเอามันออกมาแล้วครับ”

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ได้เดินออกมาจากห้องและยื่นกล่องใบนั้นให้กับฟู่ต้าหย่ง

     

    “ปู่หกนี่คือกล่องใบนั้นครับ” ฟู่ต้าหย่งพูดพร้อมกับยื่นกล่องในมือของเขาให้กับปู่หก

     

    “อืมตอนนี้สายตาของฉันพร่ามัวจนมองอะไรไม่ค่อยชัดแล้ว ฉันจะให้กวางจงลุงของนายอ่านมันให้ฟังก็แล้วกัน กวางจง เหย้าจู่ พวกนายช่วยดูหน่อยสิว่าซู่ฉีได้ทิ้งอะไรไว้ให้พวกเขาบ้าง”

     

    ฟู่กวางจงที่ได้ยินเช่นนั้นก็รับมันมาก่อนจะพบกับจดหมายที่มีตราประทับเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ด้านในกล่องใบนั้นซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นจดหมายที่ถูกส่งต่อกันมาให้คนรุ่นหลังได้อ่าน

     

    ฟู่เหล่าชวนมองไปที่กล่องใบนั้นอย่างไม่ละสายตาแต่เมื่อเขาเห็นมันถูกเปิดออก และพบว่ามีเพียงกระดาษปึกหนึ่งอยู่ข้างในเท่านั้นเขาจึงดูเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย ทำไมกัน ไม่มีทองคำ เงิน หรือเครื่องประดับใด ๆเลยอย่างนั้นหรือ ?

     

    หลังจากที่ฟู่กวางจงอ่านจบเขาก็ได้มองไปยังฟู่เหล่าชวนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ

     

    เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เหล่าชวนก็รู้สึกงุนงงขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

     

    “พ่อครับพวกเราอ่านจบแล้ว” ฟู่กวางจงใส่จดหมายทั้งหมดกลับลงไปในกล่องดังเดิมพร้อมกับมองไปที่พ่อของเขา

     

    “ต้าหย่งช่วยบอกปู่หน่อยได้ไหมว่าก่อนที่แม่ของหลานจะเสียชีวิต เธอได้พูดอะไรกับหลานบ้าง ?”

     

    “ปู่หกก่อนที่แม่ของผมจะเสียชีวิต เธอได้ยื่นกล่องใบนี้ให้กับผมครับและเธอได้บอกกับผมว่าห้ามเอาของที่อยู่ข้างในออกมาจนกว่าพ่อของผมจะถามว่าแม่ทิ้งอะไรเอาไว้ให้พวกเราบ้าง”ฟู่ต้าหย่งก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

     

    “ซู่ฉีช่างเป็นแม่ที่ดีมากจริงๆ แม้แต่ลูกสะใภ้ของฉันเองก็ยังเทียบเธอไม่ติดเลย พูดต่อเถอะทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของนายเลย ! ” เมื่อครั้งที่เสิ่นซู่ฉียังมีชีวิตอยู่ปู่หกก็ได้แวะมาเยี่ยมและพูดคุยกับเธออยู่บ่อยครั้งซึ่งเสิ่นซู่ฉีเองก็มักจะให้ซาลาเปากับเขาอยู่เสมอ

     

    “แม่ของผมบอกว่าก่อนที่เธอจะไม่สบายเธอได้หย่ากับพ่อของผมแล้ว และเธอก็ได้จัดการเรื่องต่าง ๆเกี่ยวกับทรัพย์สินของครอบครัวทั้งหมดโดยระบุเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วด้วยครับซึ่งบ้านเก่าของพวกเราที่พ่ออาศัยอยู่ตอนนี้และโฉนดที่ดินพร้อมบ้านทั้งหมดต่างก็เป็นชื่อของแม่แต่เพียงผู้เดียว”

     

    “เดิมทีที่ดินทั้งฝั่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้นเป็นที่ดินที่ซื้อด้วยเงินสินสอดของแม่ซึ่งแม่ได้บอกกับผมว่า แม้ว่าพ่อจะทำไม่ดีต่อเธอก็ตามแต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนชั่วร้ายเช่นกันและเธอก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นพ่อมีชีวิตที่น่าสังเวชในวัยชรา”

     

    “แม่จึงใช้ปิ่นปักผมสีทองที่เป็นสินสอดของเธอเพื่อซื้อที่ดินทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านเอาไว้แต่เนื่องจากต้าอันยังไม่ได้แต่งงานแม่จึงได้สงวนที่ผืนนั้นเอาไว้ให้กับต้าอันหลังจากที่เขาแต่งงานทว่าหากพ่อของผมแต่งงานใหม่ ก็ให้ต้าอันสร้างกำแพงแบ่งครึ่งบนที่ดินผืนนั้นได้เลยเพื่อที่จะได้ไม่ต้องอยู่ร่วมกันสองครอบครัว”

     

    เมื่อได้ยินสิ่งที่ฟู่ต้าหย่งพูดฟู่ต้าอันก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าแม่ได้ทิ้งสิ่งดี ๆเอาไว้ให้กับเขามากมายขนาดนี้ จึงทำให้เขายิ่งร้องไห้ออกมาด้วยความสะเทือนใจ

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน