เมื่อแต่งตัวเสร็จทั้งสี่คนก็ออกไปเดินเที่ยวในย่านชอปปิงที่ปกติก็ครึกครื้นอยู่แล้ว แต่วันนี้ดูเหมือนคนจะเยอะมากกว่าที่คิด
“อ้าว วันนี้วันฮาลโลวีนนี่นา” ของขวัญพูดขึ้นเมื่อเห็นผู้คนแต่งชุดแฟนตาซีมากมายบนท้องถนน บ้างก็แต่งเป็ผี บ้างก็คอสเพลย์เป็ตัวการ์ตูนดัง และมีผู้ชายแต่งหญิงเป็จำนวนมาก ทุกคนต่างใช้โอกาสนี้ปลดปล่อยตัวเองจนต่างจากประเทศญี่ปุ่นในยามปกติลิบลับ
“น่าสนุกดีนะ” ณัฐธิดาพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง
เดินไปไม่เท่าไหร่ณัฐธิดาก็เริ่มไปขอถ่ายรูปกับคนที่แต่งตัวได้ประทับใจเธอ ธีร์เองก็ตามไปถ่ายรูปให้แฟนสาวไม่ห่าง
ของขวัญกับธามที่แต่งตัวตามปกติก็มีคนเดินมาขอถ่ายรูปด้วย ทั้งคู่แม้จะยังงง ๆ แต่ก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดีเพราะดูเหมือนวันนี้จะสามารถเดินไปขอถ่ายรูปกับใครก็ได้ที่ถูกใจ
เมื่อสามารถปลีกตัวออกมาจากคนที่เข้ามาขอถ่ายรูปได้แล้วของขวัญก็หันไปสบตากับธามที่อยู่ไม่ไกลพอดี เธอทำใจชั่วครู่เพราะั้แ่เดินออกจากโรงแรมก็ยังไม่ได้คุยกับเขาเลย เธอเดินเข้าไปหาก่อนจะยิ้มให้เขาเหมือนปกติ
“เราไปกันเถอะค่ะ พี่ไนน์กับคุณธีร์อยู่ตรงนั้น” ของขวัญบอกและชี้ไปยังเพื่อนร่วมทริปที่อยู่ห่างออกไปราวสองเมตร
ของขวัญเดินนำหน้าธาม ทว่ายิ่งเดินไปลึกเท่าไหร่คนก็ยิ่งเบียดเสียดกันมากกว่าเดิมจนตอนนี้แทบจะขยับไม่ได้ ทั้งคู่คนติดแหง็กอยู่ท่ามกลางฝูงชนนับแสน แต่เพียงไม่นานก็ไหลไปตามคนรอบข้างราวกับถูกกระแสน้ำพัดพา
ของขวัญมัวแต่มองคนในชุดแปลก ๆ ที่เดินสวนกันไปมาอย่างเพลิดเพลิน รู้ตัวอีกทีด้านหน้าของเธอก็ไม่มีรุ่นพี่สาวแล้ว แต่จะเดินตามหาก็ไม่ได้เพราะแทบไม่มีที่ให้เดิน ในจังหวะที่กำลังสับสนอยู่นั้นก็มีแรงมาฉุดที่มือ เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าเป็ธามที่พยายามแหวกคนตามหลังเธอมา
“เราออกไปข้างนอกกันก่อนครับ” ธามบอกก่อนจะพยายามหาทางออก
“นี่เราพลัดหลงกันแล้วใช่ไหมคะ” ของขวัญถามเมื่อสามารถหลบออกมายืนข้างถนนได้
“น่าจะใช่” เขาเองไหลไปตามคนอื่นเหมือนกัน โชคดีที่คว้าเธอไว้ได้ทันก่อนคลาดสายตา
“อ้าว แบตหมดค่ะ” ของขวัญมองมือถือตัวเองอย่างเซ็ง ๆ เมื่อคิดว่าจะโทรหาณัฐธิดา
“ผมลืมมือถือไว้ที่ห้อง”
“งั้นเราเดินหาข้าวกินกันก่อนไหมคะ”
“ครับ”
“ถ้าคุณธามไม่ว่าอะไร ขวัญขอจับคุณไว้หน่อยได้ไหมคะ กลัวจะพลัดหลงกันอีก” เธอถามด้วยน้ำเสียงลังเลเล็กน้อย
“ได้ครับ” ธามพูดพร้อมกับยื่นมือออกไปให้จับ
ของขวัญชะงักเพราะที่จริงเธอหมายถึงเดินจับชายเสื้อเขาต่างหาก แต่ก็ไม่อยากทำให้เขาหน้าแตกจึงยื่นมือออกไปวางบนมือเขา
ทันทีที่มือแตะกันเธอก็รู้สึกอุ่นใจแปลก ๆ มือของเขาทั้งใหญ่และอบอุ่นต่างจากใบหน้านิ่ง ๆ ที่ติดจะเ็าด้วยซ้ำ
“แฮ่!!” จู่ ๆ ก็มีคนแต่งตัวและแต่งหน้าเป็ผีพุ่งเข้าหาของขวัญใกล้ ๆ
“ว้าย!” หญิงสาวกระโจนเขาหาคนข้าง ๆ ด้วยความใ
ธามเองก็ใที่เธอพุ่งเข้ามากอดจึงได้แต่ยืนนิ่งอย่างทำตัวไม่ถูก
“อ๊ะ ขอโทษค่ะ” เมื่อได้สติของขวัญก็รีบผละออก เหตุการณ์เมื่อชั่วโมงก่อนที่แช่น้ำด้วยกันแวบเข้ามาในหัวทำเอาเธอไม่กล้าเงยหน้าไปมองเขา
“ไม่เป็ไรครับ เราไปตรงนั้นกันไหม” เขาชี้ไปยังจุดที่น่าจะเป็ใจกลางของย่านนี้
“ค่ะ”
แล้วทั้งคู่ก็เดินดูบรรยากาศของงานเทศกาลกันจนเพลิน ต่างฝ่ายต่างลืมไปว่ายังไม่ได้ปล่อยมือออกจากกัน จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าร้านอาหารของขวัญก็รีบปล่อยมือเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในที่ที่คนเยอะมาสักพักแล้ว
“เอ่อ เรากินข้าวร้านนี้กันไหมคะ” เธอมองหน้าเขาเขิน ๆ
“ครับ” ธามเองก็รู้สึกเขินจนต้องรีบเอามือทั้งสองข้างซุกกระเป๋าเสื้อโคตแทน
ทั้งคู่เลือกห้องอาหารสไตล์ญี่ปุ่นที่ต้องนั่งกินบนเสื่อแล้วมีโต๊ะเตี้ย ๆ ตรงหน้า ในนี้เงียบสงบต่างจากข้างนอก มองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงลูกค้าห้องอื่นสมกับเป็ห้องแบบส่วนตัว
“มีบุฟเฟต์ปูด้วย” ของขวัญพูดขึ้นด้วยดวงตาเป็ประกายเมื่อมองเมนูในมือ
“งั้นกินกันไหมครับ” ธามยิ้มเมื่อเห็นท่าทีดีใจของเธอ
“ค่ะ”
รอเพียงอึดใจพนักงานก็นำอาหารเข้ามาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ
“ว้าว ปูตัวใหญ่มาก” ของขวัญพูดอย่างตื่นเต้นเพราะขนาดของปูแต่ละตัวใหญ่กว่าฝ่ามือเธอเสียอีก เธอสวมถุงมือแล้วใช้กรรไกรตัดเปลือกออกจากขาปู ก่อนจะเอาเข้าปากคำโต
“ค่อย ๆ กินก็ได้ครับ มีเวลาตั้งสามชั่วโมง” ธามแซวขำ ๆ เขาเห็นในเมนูว่าบุฟเฟต์นี้จำกัดเวลาไว้ที่สามชั่วโมง
“อร่อยมาก คุณธามลองชิมดูสิคะ” ไม่ว่าเปล่า ของขวัญจัดการแกะปูให้เขาแล้วยื่นไปตรงหน้า
แต่แทนที่ธามจะหยิบ เขากลับอ้าปากงับจากมือเธอเลย กลายเป็ว่าเธอป้อนเขาเสียอย่างนั้น
“อื้ม อร่อยดีครับ”
“ถือเองสิคะ” ของขวัญดุอย่างไม่จริงจังนัก
ธามจึงรีบสวมถุงมือแล้วรับขาปูมากินต่อยิ้ม ๆ บางครั้งเขาก็แกะปูให้เธอบ้าง ทั้งคู่นั่งกินกันเงียบ ๆ เพราะของขวัญดูมีความสุขกับการกินครั้งนี้มากจนธามไม่อยากขัดจังหวะ เขาทำหน้าที่คอยเรียกให้พนักงานมาเติมเพิ่มเมื่อเห็นว่าใกล้หมดจาน
ผ่านไปสองชั่วโมงธามก็รู้สึกอิ่มจนกินต่อไม่ไหวจึงยอมแพ้แล้วรับหน้าที่แกะปูให้เธออย่างเดียว ในขณะที่ของขวัญยังคงกินต่อได้เรื่อย ๆ
“กินเก่งจังเลยนะครับ”
“อุ๊ย ลืมตัวเลยค่ะ” พอได้ยินอย่างนั้นเธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ากินมากเกินไปจนลืมคุมน้ำหนัก ถ้าอ้วนขึ้นมีหวังโดนผู้จัดการสั่งให้งดข้าวแน่ ๆ เมื่อคิดได้ว่าควรพอเธอก็วางทุกอย่างที่อยู่ในมือลง
“กินต่อสิครับ ยังไม่อิ่มไม่ใช่เหรอ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ขวัญอิ่มพอดี” เธอยิ้มแหยให้เขา
“งั้นเช็ดปากก่อนครับ” เขายื่นทิชชูส่งให้เธอ ในใจก็กลั้นขำที่ตอนนี้ปากเธอเปื้อนจนเป็สีแดงไปหมด แต่ถ้าออกไปข้างนอกด้วยสภาพนี้ก็อาจจะเข้ากับสถานการณ์ก็ได้
“ขอบคุณค่ะ” ของขวัญหยิบทิชชูมาเช็ดปาก
“งั้นเราไปเดินย่อยกันไหม” ธามเอ่ยชวนเพราะตอนนี้เขารู้สึกว่ายังไม่อยากกลับโรงแรม
“ค่ะ”