หมอหมวยหรือแว่นดาวเป็เด็กกำพร้าที่พ่อแม่เอาทิ้งข้างกำแพงมูลนิธิเด็กกำพร้าั้แ่แบเบาะอายุสองเดือน
คุณแม่อารยาอธิการมูลนิธิเด็กอ่อนได้เก็บมาเลี้ยงเป็ลูกบุญธรรม
ตั้งชื่อเด็กน้อยว่าหมวย เพราะหน้าตาหมวยๆเหมือนคนจีน ชื่อจริงว่า แว่นดาว ตอนนั้นคุณแม่อธิการชอบนางเอกหนังกลางแปลงชื่อแว่นดาว
ที่เก่งและสู้ชีวิตคุณแม่อธิการเลยอยากให้เด็กน้อย แว่นดาวมีความเก่งเหมือนนางเอกหนังกลางแปลงบ้านนอกหรือจังหวัดในชนบท
เด็กหญิงแว่นดาวหรือหมวยน้อย ก็เป็เด็กอัจฉริยะจริงๆ สอนอ่านหนังสือแค่รอบเดียวจำได้หมดทั้งเล่ม ั้แ่ประมาณ8ขวบก็สอบเป็นักวิทยาศาสตร์วิจัยรุ่นเยาวชนได้เป็ตัวแทนของประเทศไปเรียนต่อต่างประเทศ แว่นดาวส่งจดหมายมาบอกคุณแม่อธิการว่าสอบเข้าหมอที่มหาวิทยาลัยต่างประเทศได้ เด็กน้อยแว่นดาว เรียนทั้งหมอแผนปัจจุบันและหมอแผนโบราณฝังเข็มแบบจีน เพิ่มเติมเรียนหมอดูลายมืออีกต่างหาก
แว่นดาวใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศมาตลอด จากดีกรีหมอ หมวย เป็ดร.หมวย เป็ศ.ดร.หมวย ั้แ่อายุ 20 ปี อยู่เรียนรู้และวิจัยห้องแลปห้องปฏิบัติการในต่างประเทศได้รับการยอมรับว่าเป็อัจฉริยะ เดินทางไปเรียนรู้มาหลายประเทศจนตอนนี้กลับมาประเทศไทย ประเทศบ้านเกิดเมืองนอน หมวยไปท่องโลกเรียนรู้มากมายในต่างประเทศหลายอย่างเพราะได้ทุนไม่ต้องเสียเงินเรียนเอง เรียนด้านงานวิจัยหลายแขนง เรียนหมอศัลยกรรม หมอผ่าตัดหัวใจ หมอผ่าตัดสมอง เพราะเป็คนชอบเอาสัตว์แปลกๆมาผ่าตัดเปลี่ยนพันธุกรรม ชอบทำงานอิสระได้เงินจากการวิจัยแต่ละครั้งบอกเลยเธอร่ำรวยมาก
หมอหมวยเป็เด็กกำพร้ามาก่อนเข้าใจความรู้สึกแต่ที่โชคดีมีแม่บุญธรรมคอยห่วงใยเลี้ยงดูในแต่ละปีมีรายได้มากเท่าไหร่ก็เอาเงินบ้างส่วนมาบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กกำพร้า อีกส่วนก็เอาเงินให้คุณแม่อธิการไว้ใช้ส่วนตัวและก็บริจาคให้มูลนิธิเด็กกำพร้าอื่นๆอีกหลายๆที่
หมอหมวยได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สมบัติให้มูลนิธิของแม่บุญธรรมเป็ค่าใช้จ่ายมูลนิธิ อีกส่วนเป็ทุนให้เด็กเรียนดีมีโอกาสได้เรียนหนังสือ ส่วนสุดท้ายให้กับโรงพยาบาลสำหรับซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในต่างจังหวัดไว้เรียบร้อยแล้ว
หมอหมวยยังมีคฤหาสห์หลังใหญ่โตไว้แอบกลับไปพักผ่อนทุกเดือนหรือหลายๆเดือนค่อยกลับไปโดยให้แม่บ้านของมูลนิธิช่วยมาดูแลทำความสะอาดแล้วก็จ่ายเงินเดือนให้ทุกเดือน
ระยะหลังๆจะมีองค์กรมืดมาให้หมอหมวยวิจัยงานบ่อยๆ จึงต้องหาทางแอบความวุ่นวายหลบไปอยู่อนามัยบนดอยที่สูงสุดของประเทศไทยที่ยังไม่เจริญ ไปเปิดคลินิกรักษาชาวบ้านยากจนรักษาทั้งแบบแผนปัจจุบันและแผนจีนโบราณ
ตอนนี้หมอหมวยอายุ 38 ปีไม่มีแฟนหรือคนรักมาก่อนมีแค่แม่บุญธรรมคนเดียว เด็กๆในหมู่บ้านชอบเอาสัตว์ที่ขุดตามดินหรือจับได้บนดอยมาให้หมอหมวยไว้วิจัยสัตว์แปลกๆต่างๆ แต่ส่วนใหญ่หมอหมวยก็ให้เงินเด็กเอาไปไว้ซื้อของที่อยากได้จนตอนนี้คลินิกรักษาคนกลายเป็ คลินิกวิจัยสัตว์ไปเรียบร้อยแล้ว จนมีชาวบ้านเสนอให้หมอหมวยขยายคลินิกจากสองห้องเป็สี่ห้อง
หมอหมวย"ยายคำแพงวันนี้ป่วยเป็อะไรจ๊ะ ปวดหัว ปวดท้องหรือเป็อะไร "
ยายคำแพงมาหาหมอหมวยทุกวัน ป่วยวันละโรคไม่ซ้ำกัน"คุณหมอหมวยวันนี้ยายเป็โรคซึมเศร้าจ๊ะ"
หมอหมวย"ยายป่วยเป็โรคซึมเศร้าใครบอกยายว่าป่วยเป็โรคนี้"
ยายคำแพง "ก็ไอ้ทิศนะซิ มันว่ายายป่วยเป็โรคซึมเศร้าถ้าไม่เจอหน้าหมอหมวยกินข้าวไม่ลง"
หมอหมวย" หัวเราะขำยายคำแพง หลานยายเก่งกว่าหมออีกนะรู้อาการยายคำแพงด้วย"
ยายคำแพงที่กินหมากปูนฟันดำหมดทั้งปาก ขำ ตาม "นั้นซิไม่ต้องเรียนหมอก็รู้อาการ"
หมอหมวย"แล้วหลานยายคำแพงรู้หรือเปล่าว่ายายต้องกินยาแบบไหน"
ยายคำแพง "ไอ้ทิศมันไม่ใช่หมอมันจะมียาให้ยายกินได้ไงหมอหมวย"
หมอหมวย"ก็นั้นนะซิยายคำแพง หมอหมวยขำยังพอรู้อยู่บ้างว่าไอ้ทิศที่พูดถึงคือกำนันทิศลูกชายส่วนยายคำแพงเป็โรคความจำเสื่อมหลงๆลืมๆคิดแต่จะมาหาหมอ จึงเดินมาหาหมอหมวยทุกวัน"
ยายคำแพงก็นั่งอยู่ที่อนามัยทั้งวันไม่ไปไหน เพราะคิดว่าตัวเองป่วยก็ต้องอยู่อนามัย ตกเย็นกำนันทิศก็มารับเอาตัวกลับบ้าน
เด็กแสบประจำหมู่บ้านบนดอยชื่ออ่าง "หมอหมวยๆครับวันนี้ผมเจอไข่อะไรไม่รู้สามฟองเลยเอามาให้หมอหมวยฟัก ไม่รู้ไข่อะไรเหมือนกันครับ"
หมอหมวย "นี่เ้าอ่างวันๆไม่เรียนหนังสือหรือไงถึงสรรหาอะไรต่ออะไรมาให้หมอนี่ ไปเรียนเสียบางนะรู้มั้ย"
อ่าง "คุณครูคนเก่าย้ายไปแล้วครับ โรงเรียนกำลังรอคุณครูคนใหม่อยู่พวกเราเลยไม่มีคุณครูสอน อาจารย์ใหญ่บอกให้เรียนรู้ด้วยตัวเองไปก่อน"
หมอหมวย รับไข่สามฟองมาเอามาเข้าตู้ฟักไข่ที่ประดิษฐ์เอง"แบบนี้มันเป็พวกตัวอะไรกันนะ ไม่เป็ไรเดี๋ยวฟักออกมาก็รู้เอง "
บ้านพักคลินิกบนดอยเ้าไข่สามฟองคุยกัน
ท่านพญางูขาว "ท่านพญางูเขียว ท่านพญางูทอง ทำไมเราต้องมาอยู่ในไข่ใบเล็กๆด้วยล่ะ ตอนเราคุยกับท่านเง็กเซียน ท่านบอกว่าจะส่งเรามารับทูต์ไม่ใช้หรือไง"
ท่านพญางูเขียว "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันแล้วนี้เรามาอยู่ที่ไหนนี่"
ท่านพญางูทอง"คงต้องรอให้พวกเราออกไปได้ก่อนว่าที่นี่ที่ไหนแล้วจะมารับท่านทูต์ได้ที่ไหนกัน"
เช้าวันเสาร์วันนี้อนามัยบนดอยสุขสันต์ปิด หมอหมวยจึงเปิดคลินิกแต่เช้า ถ้าเป็วันธรรมดาคลินิกหมอหมวยจะเปิด่เย็น ผู้ป่วยประจำมานั่งรออยู่หน้าคลินิกแล้ว
ยายคำแพง"ทำไมวันนี้ทำงานช้าละหมอ ปล่อยให้ยายมานั่งรอั้แ่ตีห้า"
หมอหมวย "อ้าว ทำไมยายคำแพงมาเช้าขนาดนั้นล่ะ ที่หลังยายคำแพงต้องมาหลังพระอาทิตย์ขึ้นนะ มามืดๆแบบนั้นคลินิกยังไม่เปิดรู้ไหม"
ยายคำแพง "อ้อ จะเปิดหลังพระอาทิตย์ขึ้นนี้เองยายก็ไม่รู้ ตื่นมาก็มาหาหมอหมวยเลย"
หมอหมวย ทุกวันก็จะต้องมาสู้รบกับยายคำแพงทุกวัน ที่บ้านเห็นว่ามาหาหมอหมวยทุกคนก็ไม่เป็ห่วงเพราะอยู่ใกล้หมอดีกว่านอนอยู่ที่บ้าน คลินิกเปิด ยายคำแพงเดินเข้ามาคนแรก
ยายคำแพง "วันนี้ยายป่วยนะหมอหมวย "
หมอหมวย "วันนี้ยายเป็โรคอะไรไหนบอกหมอซิ แล้วกินข้าวเช้ามาหรือยัง"
ยายคำแพง "ใช้วันนี้ยายป่วยหนักมากเพราะยังไม่ได้กินข้าวมามันหิวนะซิหมอ หิวมากเลย"
--------------------------------------
ที่บ้านสบายใจยายคำแพงอยู่ใกล้หมอ..เอ้อเนอะคิดกันได้ ????