“ั้แ่เห็นรอยยิ้มของเจนจิรา พัฒน์ก็พบว่าตัวเองกำลังคิดถึงผู้หญิงที่ไม่ควรคิดถึง”
*****

วันถัดจากการย้ายเข้าบ้านผ่านไปอย่างเชื่องช้าทรมาน ผมนั่งอยู่ในตู้ออฟฟิศไซต์งานก่อสร้างที่อบอ้าวไปด้วยไอร้อนจากเครื่องปรับอากาศเก่าๆ แต่สมองของผมมันกลับไม่ยอมทำงานประสานกับหน้าที่เลยสักนิด ในหัวมันคอยแต่จะหมุนวนคิดถึงร่างระหงขาวผ่องและหน้าอกคัพเอฟทรงโตของเพื่อนบ้านสาวคนนั้นตลอดเวลา จนสุดท้ายผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ไหว หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันอินสตาแกรมแล้วลองพิมพ์ค้นหาตำแหน่งของหมู่บ้านจัดสรรของเรา ค้นหาอยู่ไม่นานผมก็เจอโปรไฟล์ของเธอจนได้
เธอชื่อ 'เจนจิรา' หรือ 'เจน' จริงๆ ด้วย... หน้าโปรไฟล์ของเธอเต็มไปด้วยรูปถ่ายสุดเซ็กซี่ขยี้ใจ มีทั้งรูปใส่บิกินี่ตัวจิ๋วริมหาดอวดอกอวบอัดกลมโตขาวนุ่มสะกดตา และรูปในชุดราตรีสั้นรัดรูปโชว์สะโพกผายผึ่งน่าขย้ำ ผมนั่งเลื่อนดูรูปของเธอทีละรูปอย่างเสพติด ลำเนื้อั์ในกางเกงทำงานเริ่มตึงเปรี๊ยะจนปวดหนึบขึ้นมาในเป้ากางเกงจนต้องคอยขยับท่านั่งเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น
่เย็นผมกลับมาถึงบ้านด้วยความรู้สึกล้าสะสม อรเตรียมอาหารเย็นง่ายๆ ไว้รอเหมือนเดิม ทุกอย่างในบ้านดำเนินไปอย่างเงียบสงบ จืดชืด และเป็ระบบระเบียบจนน่าอึดอัด อรคอยตักแกงจืดและเล่าเื่ต้นไม้ที่เธออยากซื้อมาปลูกริมรั้วเพื่อบังสายตาจากภายนอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ของเธอ แต่สายตาของผมกลับคอยแต่จะแอบมองลอดหน้าต่างกระจกออกไปยังบ้านฝั่งตรงข้ามอยู่เป็ระยะๆ จนแทบไม่ได้กินข้าว
ประมาณสองทุ่มครึ่ง หลังจากทานข้าวและล้างจานเสร็จเรียบร้อย ผมก็นั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นกับอรบนโซฟาตัวยาว อรนอนหนุนตักของผมพลางเปิดดูคลิปวิดีโอสอนทำขนมหวานในมือถือช้าๆ ลมหายใจสม่ำเสมอของเธอแสดงถึงความเหนื่อยล้าจากการจัดบ้านมาทั้งวัน จู่ๆ เสียงกริ่งไฟฟ้าที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"เอ๊ะ... ใครมากดกริ่งป่านนี้นะพี่พัฒน์เดี๋ยวอรลุกออกไปดูให้ค่ะ" อรบอกพลางขยับตัวเตรียมลุกขึ้น
"ไม่ต้องหรอกจ้ะอร นอนพักเถอะจัดของเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวพี่ออกไปดูให้เองนะ" ผมบอกภรรยาด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางประคองร่างเธอให้นอนลงตามเดิม ก่อนจะลุกขึ้นเดินก้าวเท้าออกไปเปิดประตูบ้านรับสายลมเย็นๆ ยามค่ำคืน
พอผมเดินพ้นชายคาบ้านมาถึงประตูรั้วเหล็กดัดสีดำหน้าบ้าน แสงสว่างจากเสาไฟฟ้าข้างทางก็สาดส่องให้เห็นร่างระหงของคนที่ยืนรออยู่ หัวใจของผมมันสะดุดกึกเต้นรัวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชัดเจนว่าเป็ใคร
เจนจิรายืนกอดอกพิงเสารั้วหน้าบ้านของเธออยู่ พอเห็นผมเปิดประตูเดินออกมา เธอก็ละตัวเดินนวยนาดข้ามถนนคอนกรีตสองเลนตรงมาหาผมช้าๆ คืนนี้เธอสวมชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแดงสด ตัวกระโปรงสั้นกุดและบางเบาจนแนบเนื้อไปตามโค้งเว้าสะโพกและเน้นหน้าอกหน้าใจทรงโตคัพเอฟอย่างเด่นชัด ที่สำคัญคือยอดปทุมถันชูชันชี้เด่นเป็รอยนูนรำไรอยู่ใต้เนื้อผ้าสีแดงบางเบานั้นอย่างไม่มีอะไรปิดกั้น... เธอไม่ได้สวมใส่ยกทรงอีกตามเคยเวลาอยู่บ้าน
"สวัสดีค่ะ... คุณพัฒน์ใช่ไหมคะ?" น้ำเสียงหวานใสแฝงความแหบเสน่ห์เอ่ยทักทายผมอย่างเป็กันเอง พร้อมกับส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่มีรอยยิ้มมุมปากอันเป็เอกลักษณ์มาให้ผม
"เอ่อ... ครับ ใช่ครับ คุณคือ..." ผมแกล้งถามกลับ ทั้งที่ในใจรู้ชื่อเธอจากอินสตาแกรมหมดแล้ว น้ำเสียงของผมสั่นพร่าเล็กน้อย สายตาขยับหลบไม่พ้นที่จะต้องแอบมองร่องอกลึกขาวผ่องที่ล่อตาอยู่ตรงหน้าอย่างเสียมารยาท
"ฉันชื่อเจนจิราค่ะ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าเจนเฉยๆ ก็ได้นะคะ พอดีเมื่อกลางวันเจนเดินแวะมาทักทายคุณอรแล้ว คุณอรบอกว่าคุณพัฒน์ทำงานเป็วิศวกรโยธา น่าจะเก่งเื่งานช่างไฟด้วย..." เจนจิราอธิบายพลางก้าวเข้ามาประชิดริมรั้วเหล็กดัด ห่างจากตัวผมเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมรสเชอร์รี่ปนฟีโรโมนเซ็กซี่ของเธอโชยเข้าจมูกของผมอย่างรุนแรงจนหัวสมองตื้อไปหมด
"ครับ... มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับคุณเจน?" ผมถาม รู้สึกเนื้อตัวเริ่มร้อนวูบวาบและสยิวสะท้านขึ้นมาทันควัน
"คือ... จู่ๆ ไฟที่บ้านของเจนมันก็ดับพรึ่บไปหมดเลยค่ะ แอร์ก็ดับ ปลั๊กพ่วงในห้องนั่งเล่นก็น่าจะช็อตจนมีเสียงดังแปะ เจนอยู่คนเดียวทำอะไรไม่เป็เลยจริงๆ ค่ะ มืดก็มืด กลัวก็กลัว... คุณพัฒน์พอจะใจดีข้ามไปช่วยดูคัตเอาท์ไฟให้เจนหน่อยได้ไหมคะ?" เจนจิราทำสีหน้าละห้อยออดอ้อน แววตาคู่คมช้อนขึ้นมองผมเหมือนกระต่ายสาวขี้กลัว แต่แฝงแววระยิบระยับของความเ้าเล่ห์ดึงดูดใจ
"ได้ครับ... เดี๋ยวผมขอเดินเข้าไปหยิบไฟฉายกับไขควงวัดไฟแป๊บนึงนะครับคุณเจน" ผมรีบรับคำอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดไตร่ตรอง
ผมเดินกลับเข้าบ้านไปหยิบเครื่องมือในกล่องเครื่องมือช่างและบอกอรสั้นๆ ว่าเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามไฟดับจะขอให้ไปช่วยตรวจสอบระบบไฟให้หน่อย อรพยักหน้ารับอย่างเข้าใจและบอกให้ผมระวังตัวด้วยความซื่อสัตย์และไว้ใจของเธอ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสามีของเธอกำลังก้าวเท้าเข้าสู่กับดักเสน่หาร้อนแรงของหญิงชู้ฝั่งตรงข้ามบ้าน
ผมถือไฟฉายกระบอกยาวเดินข้ามถนนตามหลังเจนจิราไป ลมกลางคืนพัดแ่เบาทำให้ชายกระโปรงผ้าซาตินสีแดงบางๆ ของเธอขยับไหว เผยให้เห็นต้นขาขาวผ่องและเรียวขาสวยยามก้าวเดิน สะโพกกลมกลึงส่ายโยกเบาๆ อย่างยั่วยวนโดยธรรมชาติ มันเป็ภาพที่กระตุ้นไฟราคะในตัวของผมให้ตื่นตัวตึงเปรี๊ยะขึ้นมาในเป้ากางเกงทันทีจนปวดตุบๆ
พอเข้าสู่ตัวบ้านของเจนจิรา ทุกอย่างมันมืดสนิทไปหมด มีเพียงแสงสว่างสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอและแสงไฟฉายในมือของผมเท่านั้น ภายในบ้านของเธอเงียบสงัด มีกลิ่นหอมสะอาดปนเย้ายวนเฉพาะตัวของเธออบอวลอยู่ มันทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเป็ส่วนตัวและลึกลับขึ้นมาในทันที
"คัตเอาท์ไฟอยู่ตรงไหนครับคุณเจน?" ผมถามระคนเปิดไฟฉายส่องไปรอบๆ ห้องโถงกว้าง
"อยู่ตรงห้องเก็บของใต้บันไดค่ะคุณพัฒน์ เดินตามเจนมาเลยนะคะ... เจนมองไม่เห็นทางเลย กลัวสะดุดล้มจังค่ะ"
น้ำเสียงแ่เบาของเจนจิรากระซิบดังขึ้นข้างหูอย่างกะทันหัน พร้อมกับที่ผิวกายอุ่นนุ่มของเธอขยับเข้ามาเบียดชิดแขนซ้ายของผม เนินอกคัพเอฟนุ่มหยุ่นปะทะเข้ากับท่อนแขนแกร่งของผมอย่างจงใจ ความนุ่มหยุ่นละมุนชื้นเหงื่อเบาๆ นั้นมันทำให้ผมสะท้านไปทั้งตัว แกนกายั์ขนาด 8 นิ้วของผมที่กึ่งแข็งตัวอยู่แล้วขยายตึงเปรี๊ยะจนแข็งเป้กปวดหนึบขึ้นมาทันทีจนกางเกงยีนส์รัดตึงเปรี๊ยะ
จู่ๆ เจนจิราก็เอื้อมมือเรียวขาวมาคว้าจับข้อมือหนาของผมเอาไว้ ผิวััของเธอมันเนียนนุ่มและอุ่นร้อนมาก เธอไม่ได้แค่จับนำทางธรรมดา แต่กลับสอดนิ้วเรียวสวยเข้ามาประสานเข้ากับนิ้วมือของผมอย่างแแ่ นิ้วต่อนิ้ว สกินทัชที่บดเบียดประสานกันแ่เบาชวนให้กระสันเสียวซ่าน ผมรู้สึกใจสั่นสะท้านร้อนรุ่มไปทั้งตัวจนคอแห้งผาก
"คุณพัฒน์... มืออุ่นหนาจังเลยนะคะ" เจนจิรากระซิบแ่เบาชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดต้นคอของผมจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ครับ... พอดีผมเพิ่งยกของและทำงานช่างน่ะครับ" ผมตอบ น้ำเสียงแหบพร่าคุมไม่อยู่
เราสองคนเดินจูงมือประสานกันเข้าไปในห้องเก็บของใต้บันไดสลัว ผมหันไฟฉายส่องไปที่ตู้ไฟควบคุมหลัก พบว่าเบรกเกอร์ตัวใหญ่สุดมันเด้งลงมาอยู่ที่ตำแหน่งปิดจริงๆ น่าจะเป็เพราะการช็อตของปลั๊กไฟพ่วงที่ห้องนั่งเล่นทำให้อุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติทำงานเพื่อป้องกันอัคคีภัย
ผมพยายามจะแกะมือออกเพื่อจะยกสวิตช์ขึ้น แต่เจนจิรากลับขยับตัวเข้ามาเบียดแนบชิดแผ่นหลังของผม แผ่นหลังกว้างของผมััได้ถึงทรวงอกอวบอัดคัพเอฟขาวนุ่มของเธอที่กดเบียดลงมาอย่างจงใจและเน้นย้ำ กลิ่นหอมจากเรือนร่างและเส้นผมของเธอทำเอาผมแทบคลั่ง สมองหยุดสั่งการเื่ความผิดชอบชั่วดีไปโดยสิ้นเชิง
"ไฟจะช็อตไหมคะคุณพัฒน์ เจนกลัวจังเลยค่ะ..." เจนจิราพูดกระซิบออดอ้อน สองมือเรียวขาวของเธอเลื่อนขึ้นมาเกาะกุมบ่ากว้างของผมจากด้านหลัง หน้าอกอวบนุ่มกดบดเบียดหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะหายใจของเธอจนผมรู้สึกได้ถึงยอดปทุมถันแข็งชันที่ดุนหลังผมอยู่
"ไม่... ไม่ช็อตครับ มันตัดไฟหมดแล้ว เดี๋ยวผมดึงปลั๊กที่ช็อตออกแล้วสับสวิตช์ขึ้นก็ใช้ได้แล้วครับคุณเจน" ผมบอกเสียงสั่นสะท้านระคนควบคุมลมหายใจ มือหนาเอื้อมไปถอดสายปลั๊กพ่วงตัวปัญหาออกแล้วสับสวิตช์เบรกเกอร์ขึ้นทันที
*พรึ่บ!*
แสงไฟนีออนสีขาวสว่างโล่ขึ้นมาทั่วทั้งบ้านในพริบตา แสงไฟที่สว่างขึ้นทำให้ผมและเจนจิราต้องขยับละตัวออกจากกันช้าๆ ผมหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับเธอในระยะประชิด หน้าอกอวบกลมใหญ่คัพเอฟของเธออยู่ห่างจากแผ่นอกของผมไม่ถึงสองนิ้ว ยอดอกสีชมพูระเรื่อชี้ชันเด่นชัดทะลุชุดนอนสีแดงสดอย่างน่ากลัว สายตาคมกริบของเธอลดต่ำลงจ้องมองที่เป้ากางเกงยีนส์ขาสั้นของผมที่นูนตุงเป็ลำยาวขนาด 8 นิ้วชี้ชันอย่างชัดเจนจนปิดบังไม่มิดต่อหน้าต่อตาเธอ
เจนจิราคลี่ยิ้มพรายอย่างสะใจ แววตาของเสือสาวผู้ล่าจ้องมองเป้ากางเกงของผมสลับกับสบตาผมอย่างมีความหมายกระตุ้นกิเลสราคะ
"ขอบคุณมากๆ เลยนะคะคุณพัฒน์... ถ้าไม่มีคุณพัฒน์ช่วย เจนต้องนอนมืดๆ และร้อนแย่เลยค่ะ" เธอพูดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมจากริมฝีปากอุ่นลอยมากระทบแก้ม
"ไม่เป็ไรครับคุณเจน... เื่แค่นี้เองครับ" ผมบอก รู้สึกคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายเอื็อกใหญ่พยายามสะกดอารมณ์ดิบ
"ขอบคุณจริงๆ ค่ะ... แต่คุณพัฒน์ดูเหนื่อยๆ และ... ร้อนรุ่มตัวสั่นแปลกๆ นะคะ" เจนจิราขยับมือเรียวขาวมาแตะไล้แ่เบาที่ท่อนแขนแกร่งของผม ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายช้าๆ กระตุ้นความสยิวเสียวสะท้าน "คราวหน้า... ถ้าบ้านเจนมีอะไรเสียอีก เจนจะเดินไปตามคุณพัฒน์คนเดียวนะคะ... หวังว่าจะไม่ปฏิเสธเจนนะจ๊ะ"
"ครับ... ยินดีช่วยเสมอครับคุณเจน" ผมตอบรับไปอย่างเลื่อนลอย ไร้สติสัมปชัญญะควบคุม
ผมรีบลาเธอเดินกลับข้ามถนนกลับบ้านตัวเองทันที จิตใจเตลิดเปิดเปิงลอยละลิ่วข้ามฝั่งไปหาเพื่อนบ้านสาว คืนนั้นผมนอนพลิกตัวไปมาอยู่ข้างๆ อรที่หลับปุ๋ยไปแล้วด้วยความกระสับกระส่าย ท่อนเอ็นั์ในเป้ากางเกงแข็งตัวตึงเปรี๊ยะยาวนานจนปวดทรมาน ในหัวสมองมีแต่เสียงกระซิบหวานๆ และัันุ่มล้นทะลักคัพเอฟสีแดงของเจนจิราวนเวียนอยู่ทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน
*****
“และคืนนี้ เขากำลังจะได้รู้ว่า...
รอยยิ้มเมื่อครู่นั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ”