โจวเย่โหดเหี้ยม ตระกูลโจวรู้ดีอยู่แล้ว
แต่ทุกคนไปคิดว่า ไป๋หมิงซึ่งเป็นเด็กชายอายุประมาณสิบสามปีจะโหดเหี้ยมขนาดนี้
รุ่นเยาว์ในตระกูลโจวมองไปที่ไป๋หมิงด้วยความหวาดกลัว และพวกเขาก็หน้าซีดและตัวสั่น
เด็กคนนี้สามารถสังหารอาณาจักรคุรุยุทธ์ระดับที่เก้า ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้พลังชีวิตด้วยซ้ำ! เป็นไปได้ยังไง! เขาแข็งแกร่งแค่ไหนกัน?” โจวเฟิง ตกตะลึงกับพลังหมัดของไป๋หมิง
โจวหลี่ และโจวคุน ก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเช่นกัน
ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของไป๋หมิง เกรงว่าว่าจะเหนือกว่าเย่เอ๋อ ! โจวหลี่มีความมั่นใจอยู่ในใจ และในขณะเดียวกันก็เริ่มอยากรู้อยากเห็นมากว่าไป๋หมิง เป็นใครมาจากไหนกันแน่
หงเยว่ และเถียนหวีเว่ย เองก็ยังตกตะลึง
ท่านพ่อ เราต้องโหดเหี้ยมกับศัตรูบ้างในบางครั้ง ถ้าเราโหดเหี้ยม ศัตรูจะไม่กล้ามายั่วยุกับตระกูลโจวของเรา โจวเย่พูดเบา ๆ
โจวเย่ยิ้มเบา ๆแล้วพูดต่อว่า "ท่านพ่อ ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว ข้าจะจัดการเรื่องเล็กๆ เหล่านี้เอง ดังนั้นท่านสามารถรอฉลองวันครบรอบห้ารอยปีของตระกูลโจวได้อย่างสบายใจ
หงเยว่ และข้าได้เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับท่านพ่อไว้แล้ว
โจวเฟิง ยิ้มอย่างมีความสุข เขาได้เห็นแล้วว่าโจวเย่เติบโตขึ้นมาก และโจวเย่ก็สามารถแบ่งเบาภาระของตระกูลให้เขาได้ เขาค่อนข้างยินดีและภาคภูมิใจ
เย่เอ๋อโตขึ้นแล้ว ดังนั้นเราสามารถมั่นเขาได้เลย! เราควรเชื่อในความสามารถของเย่เอ๋อ โจวหลี่ยิ้ม อย่างมีความสุข
นั่นสินะ" โจวเฟิงถอนหายใจ " เย่เอ๋อ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกเรื่องของตระกูลโจวจะถูกตัดสินใจโดยเจ้า
โจวเย่ มีความสามารถจริงๆ ที่จะจัดการกับตระกูลกู่และตระกูลฮั่น บางทีการปล่อยให้โจวเย่ จัดการกับมันอาจทำให้สถานการณ์พลิกกลับได้
พี่เย่ เป็นลูกกตัญญูจริงๆ ไม่เหมือนข้าที่มักจะสร้างปัญหา และต้องปล่อยให้พ่อของข้าทำความสะอาดเรื่องยุ่งๆ เถียนซีเว่ยพูดและยิ้มอย่างขมขื่น เมื่อเธอเทียบกับโจวเย่แล้ว เธอกลายเป็นลูกที่ไม่เอาไหนเลยแม้แต่น้อย
โจวเฟิงยิ้มและพูดว่า "ซีเว่ย ถ้าเจ้าคิดได้ มันก็แสดงให้เห็นว่าเจ้ามีความกตัญญูมากแล้ว ถ้าพ่อของเจ้ารู้ เขาจะดีใมากอย่างแน่นอน"
ขอบคุณลุงเฟิง ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังอีกในอนาคต
ผู้อาวุโสหลี่ ผู้อาวุโสคุน พวกท่านสามารถฝึกฝนได้อย่างสบายใจ ข้าได้ปรุงยาวายุปราณจำนวนมาก เพียงพอสำหรับตระกูลโจวที่จะแข็งแกร่งขึ้น” โจวเย่พูดต่อด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้น โจวเย่ได้มอบ วิธีการฝึกฝนของเคล็ดวิชาร่างอสูรบรรพกาล ให้กับโจวเฟิง
ตระกูลโจว ตอนนี้ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พวกเขาเต็มไปด้วยความปิติยินดี
หลังจากงานเลี้ยงจบลง เหล่าผู้อาวุโสก็หารือเรื่องต่างๆ กับโจวเย่ในห้องโถง และดูเหมือนว่าพวกเขาต้องการมอบตระกูลโจวให้กับโจวเย่เป็นคนจัดการจริงๆ
-
ขณะที่ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ฮั่นเป่ยก็ไม่ได้กลับตระฮั่น ฮั่นชิงเทียนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ฮั่นเป่ยไปที่ตระกูลโจวหนึ่งวันแล้ว ตอนนี้เขายังไม่กลับมา มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?” ฮั่นชิงเทียน กล่าวอย่างเป็นเป็นกังวล เขารู้สึกไม่สบายใจอยู่เสมอ
ท่านผู้นำวางใจได้ ด้วยฐานการฝึกฝนของอาณาจักรคุรุยุทธ์ระดับที่เก้า ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้นอกจากโจวเฟิง และโจวเฟิงไม่กล้าทำเช่นนั้นแน่นอน!” ฮั่นหรูเว่ย เชื่อว่าโจวเฟิงจะไม่มีวันกล้าเคลื่อนไหว
ฮั่นชิงเทียน ขมวดคิ้วและพูดว่า "ข้าชายชราก็ยังคงกังวลอยู่ดี เขาออกไปหนึ่งวันแล้วและยังไม่กลับมา นี่ไม่ใช่นิสัยของเขา
ท่านผู้นำ วันนี้ข้าได้ยินมาว่ามีคนเห็นโจวเย่และเด็กสาวหงเยว่คนนั้น แต่ข้าไม่แน่ใจ พวกเขาบอกแค่ว่าคนๆนั้นคล้ายกับโจวเย่มาก ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวด้วยความเคารพ
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฮั่นชิงเทียนก็เลิกคิ้วขึ้นและพูดด้วยความประหลาดใจ "ถ้าเด็กคนนั้นกลับมาแล้วจริงๆก็ดีสิ! แต่เขาหายตัวไปหนึ่งปีแล้ว และข้าไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน"
ท่านผู้นำ ข้าจะส่งคนไปที่ตระกูลโจวเพื่อตรวจสอบและดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับฮั่นเป่ย ฮั่นหรูเว่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ฮั่นชิงเทียน พยักหน้าและกล่าวว่า เอาล่ะ ข้าเชื่อว่าโจวเฟิงไม่กล้าทำอะไรกับเขา อย่างไรก็ตาม มาดูกันว่าเจวเย่จะกลับมาจริงๆ หรือไม่ ?
สิ่งที่ฮั่นชิงเทียนไม่รู้ก็คือ ฮั่นเป่ยไม่สามารถกลับมาที่ตระกูลฮั่นได้อีกต่อไป
ในวันที่สอง โจวเย่เพิ่งตื่นจากการฝึกฝน และตระกูลฮั่นได้ส่งคนมาแต่เช้า
นำโดย ฮั่นชง สมาชิกอาวุโสของตระกูลฮั่น ซึ่งมีฐานมีพลังยุทธ์ อยู่ในระดับที่เจ็ดของอาณาจักรคุรุยุทธ์ ได้เกิดเสียงดังที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลโจว ในตอนเช้า
โจวเย่วางแผนที่จะกินข้าวแต่เช้ากับหงเยว่ เถียนซีเว่ย และคนอื่นๆ ขณะกำลังไปกินข้าว เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากนอกประตูคฤหาสน์
ใครส่งเสียงอะไรอยู่หน้าประตู ไป๋หมิงมองดูมันอย่างสงสัย
โจวเย่เดินออกไปแล้วถามว่า "มีอะไรเกิดขึ้น?"
คุณชายเย่ คนของตระกูลฮั่น พาคนมาสร้างปัญหา!” ทหารยามตระกูลโจวรายงานด้วยความเคารพ
ตระกูลฮั่นเหรอ?” โจวเย่ผงะไปชั่วขณะ โดยคาดเดาได้ว่าพวกเขามาเพราะอะไร โจวเย่กล่าวต่อ ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ
โจวเฟิง! ออกมาหาข้า!” ฮั่นชงคำราม
พวกเจ้าเป็นหมาเหรอ? พวกเจ้าเห่าเสียงดังกลัวคนอื่นจะไม่ได้ยินเสียงของพวกเจ้าเห่าหรอ?” ไป๋หมิงตะโกนด่า
เจ้าเด็กตัวเหม็น เจ้าพูดว่าอะไรนะ ! ฮั่นชงตะโกนด้วยความโกรธ แต่ในขณะนี้เขาหันไปเห็นบุคคลหนึ่งและเขาก็ตกตะลึง
โจวเย่เหรอ?” ฮั่นชงผงะไปครู่หนึ่ง และเขาก็จ้องมองอยู่สองสามวินาที เขามั่นใจมากว่าเป็นโจวเย่จริงๆ
โจวเย่เหลือบมองไปที่ฮั่นชง เขาไม่ได้เจอฮั่นชง มาเป็นเวลานานแล้วและโจวเย่ก็พูดอย่างไร้อารมณ์ว่า แม้แต่เจ้าก็สามารถก้าวเข้าสู่ระดับที่เจ็ดของอาณาจักรคุรุยุทธ์ได้ ดูเหมือนว่าฐานการฝึกฝนของเจ้าเฒ่าฮั่นชิงเทียนจะก้าวเข้าสู้อาณาจักรมหาคุรุยุทธ์แล้วจริงๆ เจ้ามาที่ตระกูลโจวของข้า เจ้าต้องการทำอะไร และมาเพราะอะไร ?
ไปเรียกพ่อของเจ้าออกมา!” ฮั่นชง กล่าวด้วยความดูถูก
เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? พ่อของข้าคือคนที่ต้องทำตามที่เจ้าสั่งหรอ ? ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รีบกลับไปเถอะ ตระกูลโจวไม่ต้อนรับเจ้า ! โจวเย่กล่าวอย่างไม่แยแส
โจวเย่ ข้าขอถามเจ้าหน่อย เมื่อวานฮั่นเป่ย ไม่ได้กลับไปที่ตระกูลฮั่น หลังจากมาที่ตระกูลโจว ฮั่นชงต่อต้านความต้องการของโจวเย่ และถามด้วยความโกรธ