"งะ..หม่าเทียนหลงถึงกำสำเร็จวิชาลับของตระกูลฝ่ามือสุริยันขั้นสูงสุดแล้ว มิน่าถึงได้กล้ามาท้าทายตระกูลกัง พวกท่านรีบไปดูผู้อาวุโสสองด่วน ฝ่ามือสุริยันเป็นดาวข่มของฝ่ามือโพยม หากหม่าเทียนหลงสำเร็จฝ่ามือสุริยันขั้นสูงสุด กังยู่หลงย่อมมิใช่คู่มือของมัน ดูท่าตอนนี้ในตระกูลกังเราก็คงมิอาจมีใครเอาชนะหม่าเทียนหลงได้ เห็นทีครานี้ตระกูลกังเราคงต้องย่อยยับเป็นแน่แท้"
กังหยางเห็นเช่นนั้น กล่าวขึ้นด้วยความหดหู่ ครุ่นคิดขึ้น ก่อนหน้านั้นตนกับหม่าเทียนหลงมีพลังฝีมือที่คู่คี่ก้ำกึ่งกันมิอาจมีใครสามารถเอาชนะกันได้เนื่องจากหม่าเทียนหลงยังมิได้สำเร็จวิชาตระกูลท่วงท่าฝ่ามือสุริยันขั้นสูงสุดที่ยากจะมีคนสำเร็จได้ บัดนี้แม้กังหยางจะเพียรพยายามจนสามารถบรรลุถึงระดับปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุดเมื่อไม่นานมานี้
แต่เนื่องจากดูจากการโจมตีของหม่าเทียนหลงแล้วระดับปราณที่มีคงมิต่ำกว่าปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้นอย่างแน่นอน มิทราบหม่าเทียนหลงทำเช่นไรถึงยกระดับปราณได้รวดเร็วปานนี้และถึงกับฝึกสำเร็จวิชาลับของตระกูลจนสำเร็จได้ในรุ่นของตัวมันเอง หรือจะมีสาเหตุมาจากบุคคลสองคนที่มาด้วยกันกับหม่าเทียนหลง ซึ่งตนมิอาจสัมผัสได้ถึงพลังที่แท้จริงได้เลย เหตุใดในปัจจุบันถึงกับมีบุคคลที่มีฝีมือระดับนี้ได้ และดูท่าทางหม่าเทียนหลงจะให้ความเกรงใจแก่คนทั้งสองมากกว่าปกติ สิ่งที่ตนสันนิษฐานคงจะมิผิดพลาดไปจากนี้เป็นแน่แท้
ผลการประมือเพียงกระบวนท่าเดียวกลับทำลายท่าโจมตีของกังยู่หลงไปจนสิ้น พลังฝ่ามือได้กระแทกกังยู่หลงกระเด็นกลับหลังกระอักโลหิตออกมากองใหญ่พร้อมเสียงแผดร้องอย่างเจ็บปวด เนื่องจากเมื่อฝ่ามือสุริยันอันร้อนแรงถูกใช้ออกไปพลังอันรุนแรงที่มาพร้อมกับเปลวเพลิงฟาดปะทะเข้ากับพลังฝ่ามือโพยม แผดเผาพลังฝ่ามือโพยมแตกสลายไปจนหมดสิ้น พลังที่เหลือยังคงพุ่งต่อเข้าโจมตีร่างกายกังยู่หลงจนบังเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นทั่วร่าง
กังยู่หลงตกลงสู่พื้นต้องเกลือกกลิ้งร่างกับฟื้นสองสามตลบพร้อมแผดร้องด้วยความเจ็บปวด จึงจะสามารถดับเปลวเพลิงที่แผดเผาร่างให้ดับลงได้ มองเห็นร่างที่พุพอง ผมเผ้าถูกแผดเผาไปเกือบหมดศีรษะ เสื้อผ้าโดนไฟแผดเผาจนมองดูเหมือนขอทานอนาถาผู้หนึ่ง ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างรีบเข้าไปช่วยเหลือและนำพาไปเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
เมื่อเห็นสภาพของกังยู่หลง ทุกผู้คนต่างต้องหวาดหวั่น เพียงแค่กระบวนท่าเดียวผู้อาวุโสสองที่มีพลังปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นกลางถึงกับพ่ายแพ้อย่างหมดท่า คงจะมิมีผู้ใดจะเอาชนะหม่าเทียนหลงได้อีกแน่
กังหลงรีบเข้าไปหาผู้อาวุโสสองที่กำลังดิ้นทุรนทุราย ร่างกายแดงก่ำด้วยพิษอัคคี ยกฝ่ามือประทับไปที่ทรวงอกของผู้อาวุโสสองโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติที่ตำแหน่งจักระธาตุอัคคีอย่างรวดเร็วจน ตำแหน่งจักรเกิดพลังดึงดูดหมุนวนดุจหลุมดำดึงดูดธาตุความร้อนจากพิษของฝ่ามือสุริยันจนธาตุอัคคีเหล่านี้หมดสิ้นไปในชั่วพริบตา ร่างกายที่แดงก่ำค่อย ๆ กลับเป็นปกติการดิ้นทุรนทุรายของผู้อาวุโสสองจึงได้สงบลง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฝ่ายข้าชนะไปหนึ่งคนแล้วมิทราบจะมีใครจะมาสู้ต่อ คราต่อไปขอให้มีพลังฝีมือที่เหนือกว่าเจ้ากังยู่หลงผู้นั้นมิเช่นนั้นตระกูลกังก็ยากจะมีเปรียบแล้วข้าจะให้เวลาพวกเจ้าคัดเลือกผู้ที่จะแข่งขันคนต่อไป แต่อย่าให้ข้าต้องรอนานเกินฮ่า ฮ่า ฮ่า"
เสียงหัวเราะและการกล่าวอย่างลำพองของหม่าเทียนหลงสร้างความโกรธแค้นให้แก่ผู้คนตระกูลกังยิ่งนักแต่ก็มิอาจทำอันใดได้กังหยางทราบดีว่าปัจจุบันตนคงมิอาจเป็นคู่มือหม่าเทียนหลงได้แต่เพื่อศักดิ์ศรีของตระกูลกังและตำแหน่งผู้นำตระกูลตนมิอาจไม่ต่อสู้ได้ แม้ทราบว่าการต่อสู่ครานี้จะมิมีโอกาสชนะเลยก็ตามพลันลุกขึ้นทำท่าจะออกไปแต่เสียงหนึ่งพลันดังขัดจังหวะขึ้นก่อน
"ท่านพ่อหยุดก่อน..!!ให้โอกาสข้าลองออกไปทดสอบดูสักคราก่อน หากแม้นข้ามิสามารถต้านทานได้ท่านพ่อค่อยออกไปต่อสู้หลังจากนั้น "
ไม่รอให้กังหยางได้ทันเคลื่อนไหว กังหลงรีบพุ่งกายอย่างรวดเร็วขึ้นไปยืนยังเวทีประลองประจันหน้ากับหม่าเทียนหลงในทันที
"งะ...เจ้าขยะ..เอ่อเจ้ากังหลงเจ้าคิดจะทำบ้าอะไร ขนาดผู้อาวุโสสองยังมิอาจเป็นคู่มือของหม่าเทียนหลงแล้วเจ้าจะเอาอะไรไปสู้กับเขา"
"พี่กังมิใช่พี่ชนะเลิศการประลองช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลแล้วพี่จะไปสู้กับผู้นำตระกูลหม่าได้ หม่าเทียนหลงมิใช่เป็นเช่นพวกลูก ๆ หลาน ๆ ของเหล่าผู้อาวุโสท่านพ่อท่านแม่ รีบห้ามท่านพี่ด้วย "
"กังเอ๋อร์เจ้าคิดจะทำอะไร เจ้ามั่นใจรึว่าจะต่อกรกับคนเหล่านี้ได้แม้แต่บิดาก็คงมิใช่คู่มือของพวกประดานี้สองคนที่มากับหม่าเทียนหลงบิดามิอาจตรวจสอบพลังยุทธได้ ว่ามีปราณยุทธระดับใดคาดว่าอาจมีพลังฝีมือสูงไปกว่าหม่าเทียนหลงด้วยซ้ำ "
"ท่านผู้นำมิอาจให้นายน้อยไปเสี่ยงอันตรายได้ พวกหม่าเทียนหลงมีพลังฝีมือที่สูงเกินไปพวกเราคงได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้ครานี้แล้วเอาไว้ในภายภาคหน้าเมื่อมีความแข็งแกร่งเพียงพอค่อยทวงคืนสิ่งที่สูญเสียไปตอนนี้คงต้องยอมสยบเพื่อรักษาพลังและกำลังคนไว้ก่อน"
ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวขึ้นหลายคนต่างออกความเห็น ไม่มีใครเห็นด้วยที่กังหลงจะต้องออกไปเสี่ยงอันตรายและต่างทอดถอนใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"ท่านพ่อท่านแม่และทุกคนคิดว่าจะมีใครที่มีพลังฝีมือพอจะรับมือกับหม่าเทียนหลงได้อีกหากตระกูลกังยอมจำนนครานี้ เหตุการณ์ที่ย่ำแย่ต่อจากนี้ที่ตระกูลกังต้องพบมิทราบจะมากมายปานใด พวกท่านมิต้องเป็นห่วง ข้ารู้ดีว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่หากแม้นข้าสู้มิได้ ข้ามั่นใจว่าข้ายังสามารถป้องกันตัวเองมิให้เป็นอันตรายได้"
"ผู้นำตระกูลหม่ามิทราบท่านกล้าจะประมือกับเด็กอย่างข้ารึไม่? และเดิมพันที่ท่านกล่าวไว้สามารถเชื่อถือได้รึไม่ ?ข้าต้องการให้ทำสัญญาและระบุให้ชัดเจนก่อนการประลองต่อจากนี้มิทราบท่านจะเห็นเป็นเช่นไร"
กังหลงกล่าวขึ้นอย่างสุขุมแช่มช้ากับทุกคนแล้วหันไปกล่าวกับหม่าเทียนหลง หม่าเทียนหลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นถึงกับหัวเราะลั่น
"ฮ่าฮ่า ฮ่า ตระกูลกังถึงกับตกต่ำจนต้องส่งผู้เยาว์มาจัดการเรื่องราวแทนแล้วงั้นรึ เจ้าหนูเจ้ามีระดับปราณแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้นเจ้าถึงกับเป็นผู้ชนะการช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเชียวรึข้าได้ข่าวมาว่าอดีตนั้นเจ้าเป็นขยะที่อ่อนแอที่สุดของตระกูลกัง บุตรของกังหยางนั้นเป็นขยะที่มิอาจต่อกรกับใครได้เลย "
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่อดีตขยะตระกูลกังถึงกับกลายเป็นผู้ชนะการช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลหรือผู้ที่เข้าช่วงชิงตำแหน่งตระกูลกังจะเป็นขยะทั้งสิ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
"แต่ข้าก็ขอนับถือในความกล้าหาญของเจ้าก่อนนี้เจ้าบุตรตัวดีของข้าบอกว่าเจ้าถึงกับเปลี่ยนไปข้ายังมิเชื่อถือคงจะเป็นความกล้าหาญเยี่ยงนี้กระมังถึงทำให้บุตรไม่รักดีของข้าถึงกับเกรงกลัวเจ้าขึ้นมาฮ่า ฮ่า ฮ๋า หากแม้นเจ้าต้องการประมือเพื่อหาประสบการณ์ข้าก็มิอาจปฏิเสธได้สมกับคำที่ว่า โคถึกย่อมมิเกรงกลัวพยัคฆ์ ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้เรียนรู้และข้ายินดีจะทำสัญญาตามข้อตกลงไว้ให้ก่อนเพื่อให้พวกเจ้าทั้งตระกูลได้มอบหมายเดิมพันอย่างยินยอมพร้อมใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"ฮ่าฮ่า ฮ่า "
ทั้งสามหัวเราะอย่างลำพองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหม่าเทียนหลงนั้นยังมิทราบรายละเอียดว่าบุตรชายของตนนั้นได้ถูกกังหลงจัดการอย่างหมดรูปในเมืองเหอหนานอย่างไร เพราะหม่าซานกลัวผู้เป็นบิดาจะตำหนิทุบตีรุนแรงต่อการที่ตนพ่ายแพ้เลยมิได้บอกกล่าวรายละเอียดไปหมดสิ้นอีกทั้งหม่าเทียนหลงยังมิได้รับทราบถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองเหอหนานต่อจากนั้น
เนื่องจากตอนนั้นหลังจากหม่าเทียนหลงหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมประมูลที่สำนักประมูลเชียงหยางก็ต้ัองรีบเดินทางกลับตระกูลทันทีเพราะตนได้รับข้อความจากหยกสื่อสารว่ามีผู้มาเยือนที่ตระกูล และผู้ที่มาเยือนนั้นก็คือสองคนที่มากับหม่าเทียนหลงในขณะนี้นั่นเอง