ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 สังหาร

            เสิ่นว่านซื่อยืนอยู่ข้างๆยังคงมองด้วยสีหน้าสับสน

            “เหตุใดข้าต้องบอกเจ้า”

            เสิ่นเสวียนหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าว

            “ข้าใช่หรือไม่ใช่เสิ่นเสวียนเกรงว่าจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเจ้าตอนนี้น่าจะถึงเวลาคุยเรื่องปัญหาของเจ้าแล้วหรือเปล่า”

            เสิ่นเสวียนถามเสิ่นเหวินเทากลับไป

            “เจ้ากินบนเรือนขี้บนหลังคาสมรู้ร่วมคิดกับคนนอกหวังทำลายตระกูลเสิ่น มีจุดประสงค์อะไร”

            “ข้า!ข้าไม่มี!”

            เสิ่นเหวินเทาได้ยินคำถามของเสิ่นเสวียนจึงรีบปฏิเสธออกไป

            “นี่คืออะไร”

            เสิ่นเสวียนแบมือออก คลื่นพลังมิติสั่นสะเทือนอยู่เหนือฝ่ามือผลึกไอพลังต่อสู้ก้อนหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเขา ทันทีที่ก้อนผลึกปรากฏขึ้น ไอพลังที่แผ่กระจายออกมาพลันหลอมรวมเข้ากับไอพลังของเสิ่นเหวินเทาอย่างสมบูรณ์

            “นี่คือก้อนพลังของเจ้าที่พบรอบๆค่ายกลป้องกันตระกูล ข้าเก็บไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ ประหลาดใจหรือไม่”

            “เจ้า!!!”

            เสิ่นเหวินเทาไม่รู้จะกล่าวอะไรแล้ว

            “เจ้าใส่ร้ายข้าเจ้าสามารถเอาพลังของข้าไปได้ทุกเมื่อเพื่อใส่ร้ายข้า”

            “ได้ ใส่ร้ายใช่ไหม!เช่นนั้นนี่คืออะไร”

            เสิ่นเสวียนกล่าวจบ ไอพลังรุนแรงแผ่กระจายออกมาจากฝ่ามือของเขาโจมตีเข้าใส่หน้าอกของเสิ่นเหวินเทาพลังนี้ไม่ได้ทำให้เสิ่นเหวินเทาบาดเจ็บ แต่ทำให้เสื้อของเสิ่นเหวินเทาฉีกขาด

            เสิ่นเหวินเทาถอยหลังไปสองก้าวจึงทรงตัวได้เสื้อผ้าที่ฉีกออกทำให้มองเห็นว่าที่หน้าอกของเขามีรอยสีฟ้าอ่อนประทับอยู่

            รอยประทับนี้เกิดขึ้นจากการชักนำไอวิญญาณเข้าไปในร่างยากที่จะขับออกได้หมดในช่วงเวลาสั้นๆ และไอวิญญาณนี้ยังเกิดขึ้นจากพลังของงูหน้าผีอีกด้วย

            ก่อนหน้านี้ตอนที่เสิ่นเสวียนใช้ค่ายกลป้องกันตระกูลกักขังเหลยต้งจากสำนักตี้หยินเสิ่นเหวินเทาซ่อนตัวลอบทำร้ายเสิ่นเสวียนจนเกือบทำให้พลังของเสิ่นเสวียนสลายหายไปและเกือบทำให้เหลยต้งหนีไปได้ ในช่วงเวลานั้นเสิ่นเสวียนแสดงพลังโจมตีใส่หน้าอกของเสิ่นเหวินเทาทำให้เขาตกใจหนีมา

            แต่เสิ่นเสวียนใช้พลังทั้งหมดจัดการกับเหลยต้งอยู่จึงไม่ได้ไล่ตามเสิ่นเหวินเทาไป ทำได้เพียงแสดงพลังปกคลุมบริเวณเพื่อขังเสิ่นเหวินเทาเอาไว้เท่านั้น

            นี่คือเหตุผลว่าทำไมเสิ่นเหวินเทาถึงซ่อนตัวอยู่ที่นี่ไม่ได้หนีออกไป

            “คนที่กล้าลอบทำร้ายข้ามีอยู่ไม่มากแต่ที่รอดชีวิตกลับมีน้อยกว่านั้นมาก”

            เสิ่นเหวินเทาก้มหน้ามองหน้าอกตนเองเขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีรอยประทับนี้อยู่ด้วย ตอนนี้แม้แต่คำโกหกก็คิดไม่ออกแล้ว

            เสิ่นว่านซื่อมองเหตุการณ์ตรงหน้าพลางอ้าปากค้างเรื่องราวระหว่างเสิ่นเสวียนและเสิ่นเหวินเทาไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าใจได้ในตอนนี้ แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่เขาเข้าใจแล้ว

            นั่นคือเสิ่นเหวินเทาลอบทำร้ายเสิ่นเสวียนขณะที่เสิ่นเสวียนใช้ค่ายกลป้องกันตระกูลจนเกือบทำให้เสิ่นเสวียนเพลี่ยงพล้ำ

            การกระทำเช่นนี้สมควรได้รับโทษ

            “ท่านผู้นำข้าผิดไปแล้ว โปรดเห็นแก่ที่ข้าบุกน้ำลุยไฟเพื่อตระกูลเสิ่นมาอย่างยาวนาน ไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด”

            เมื่อรู้ว่ามิอาจโต้เถียงได้เสิ่นเหวินเทาจึงคุกเข่าลงกับพื้นอ้อนวอนเสิ่นเสวียน เขาเชื่อว่าต่อให้เสิ่นเสวียนมีพลังแข็งแกร่งมากแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้ล่วงรู้หลักสัจธรรมอย่างถ่องแท้ อีกฝ่ายแค่อยากเอาชนะเท่านั้น ตนมอบชัยชนะให้ไปก็สิ้นเรื่องแล้วตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ภายหน้าก็ยังมีโอกาส

            เขาไม่เชื่อว่าอ้อนวอนขนาดนี้แล้วเสิ่นเสวียนยังจะกล้าสังหารเขาอีก

            เมื่อเห็นเสิ่นเหวินเทาคุกเข่าลงอ้อนวอนเสิ่นเสวียนจึงส่ายหัวอย่างรู้สึกเสียดาย

            “หากเจ้าอ้อนวอนข้าแต่แรกข้าอาจไว้ชีวิตเจ้า แต่สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือการสมรู้ร่วมคิดกับคนนอกและทำร้ายคนกันเองน่าเสียดายยิ่งนัก”

            เสิ่นเสวียนกล่าว ค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไปหาเสิ่นเหวินเทา

            แต่ละย่างก้าวแรงกดดันจะรุนแรงขึ้นหนึ่งส่วนกดทับลงไปบนร่างของเสิ่นเหวินเทาที่คุกเข่าอยู่บนพื้น

            เสิ่นเหวินเทาสังเกตเห็นถึงความผิดปกติสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เขาอยากลุกขึ้นยืนแต่กลับพบว่าตนเองโดนพลังของอีกฝ่ายกดเอาไว้มิอาจลุกขึ้นได้เลย

            “ท่านผู้นำไว้ชีวิต...ข้าด้วย!”

            เสิ่นเหวินเทาอดทนต่อแรงกดดันและอ้อนวอนเสิ่นเสวียนอีกครั้ง

            เสิ่นเสวียนในตอนนี้มีพลังยุทธ์ถึงขั้นแก่นทองคำระดับต้นแล้วเทียบกันแล้วเหนือกว่าขั้นแม่ทัพอย่างเสิ่นเหวินเทาถึงหนึ่งขั้นใหญ่ พลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาหาใช่สิ่งที่เสิ่นเหวินเทาจะรับไหว

            เสิ่นเสวียนก้าวเดินต่อไปทะลวงผ่านม่านพลังเข้าไปถึงตรงหน้าเสิ่นเหวินเทาที่คุกเข่าอยู่บนพื้น

            แล้วเขาก็โน้มกายลงไป

            “เจ้ากลัวข้าอย่างนั้นหรือ”

            “ท่านผู้นำไว้ชีวิต... ไว้ชีวิตข้าด้วย”

            พลังของเขาโดนเสิ่นเสวียนกดทับไว้อย่างสมบูรณ์เสิ่นเหวินเทารู้ดีว่าการอ้อนวอนเป็นเพียงทางรอดเดียวของเขา ด้วยอำนาจของเสิ่นเสวียนในตระกูลเสิ่นแล้วการที่อีกฝ่ายจะสังหารเขาไม่ใช่เรื่องยากเลย

            เสิ่นเสวียนกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของเสิ่นเหวินเทา

            “เจ้าพูดถูกแล้วข้าไม่ใช่เสิ่นเสวียน”

            แม้เสียงจะเบามาก แต่เสิ่นเหวินเทากลับได้ยินชัดทุกถ้อยคำ

            “เจ้า!”

            เสิ่นเหวินเทาที่กำลังอ้อนวอนได้ยินคำของเสิ่นเสวียนก็หยุดเสียงลงทันทีเขาเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเสวียนด้วยแววตาหวาดกลัว

            ก่อนหน้านี้เขาแค่สงสัยเท่านั้นคนไร้ความสามารถคนหนึ่งเหตุใดจึงมีพลังแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน เรื่องที่เขาไม่เข้าใจกลับเข้าใจได้ทันทีหลังจากได้ยินคำตอบของเสิ่นเสวียน

            ผู้ฝึกตนบางส่วนมีความสามารถในการยึดครองร่างแต่เขาก็คิดไม่ออกเลยว่าทำไมต้องยึดครองร่างของเสิ่นเสวียน และทำไมตนเองถึงได้โง่ขนาดนั้นรู้อยู่ว่าเกิดเรื่องผิดปกติขึ้นกลับยังท้าทายอีกฝ่าย

            “ประหลาดใจมากหรือ”

            “เจ้าเป็นใครกันแน่”

            “ข้าเป็นใครไม่สำคัญที่สำคัญคือเจ้าไปได้อย่างสบายใจแล้ว”

            หลังจากกล่าวจบ เสิ่นเสวียนยกมือตบลงเบาๆที่บ่าของเสิ่นเหวินเทา ในพริบตาที่ตบฝ่ามือลงไป เพลิงวิญญาณสายหนึ่งพลันลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว

            เพลิงวิญญาณสีเขียวลุกลามไปทั่วทั้งร่างในพริบตาเดียว

            “อ๊าก!!!”

            เพลิงวิญญาณแผดเผาร่างทำให้เสิ่นเหวินเทาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดมือสองข้างที่โดนเพลิงวิญญาณปกคลุมยกขึ้นกุมหัวตนเองเหมือนกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

            เพลิงพลังหยางแผดเผาร่างกายเพลิงวิญญาณแผดเผาจิตใจ

            เพลิงวิญญาณในตอนนี้กำลังแผดเผาจิตวิญญาณของเขาอยู่ทำให้จิตวิญญาณของเขาสลายหายไปทีละน้อย

            ยิ่งเพลิงวิญญาณลุกโชนมากเท่าไรสีหน้าเจ็บปวดของเสิ่นเหวินเทาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น แววตาของเขาค่อยๆ เหม่อลอยเพลิงวิญญาณแผดเผาไปถึงทะเลจิตสำนึกของเขาแล้ว หากทะเลจิตสำนึกโดนทำลาย เขาจะกลายเป็นคนตายที่ยังมีชีวิตอยู่

            “แม้เหลือแต่วิญญาณข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป!”

            เสิ่นเหวินเทารู้ดีว่าตนเองมิอาจรอดไปได้จึงสบถคำสาปสุดท้ายออกมา แล้วจิตวิญญาณของเขาก็ถูกแผดเผาไปจนหมดสิ้น ความเจ็บปวดที่เขาได้รับก่อนหน้านี้สองมือที่กุมหัวไว้ นิ้วมือจิกลึกลงไปในหนังหัว เป็นภาพที่สยดสยองอย่างที่สุด

            “ข้าลืมบอกเจ้าไปในโลกวิญญาณก็มีคนของข้าอยู่”

            เสิ่นเสวียนได้ยินคำสาปของอีกฝ่ายแล้วก็ยิ้มออกมาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

            เขาไม่เคยยั้งมือให้ศัตรู

            ร่างไร้วิญญาณของเสิ่นเหวินเทาเริ่มมอดไหม้และค่อยๆกลายเป็นจุณด้วยเพลิงวิญญาณที่แผดเผา

            เสิ่นว่านซื่อได้เห็นทุกอย่างทำให้เขาตกใจมากเขาไม่เสียดายที่เสิ่นเหวินเทาตาย แต่กำลังตกใจว่าการฝึกตนทำให้แข็งแกร่งได้ขนาดนี้เลยหรือ

            กลายเป็นจุณในพริบตาเดียว

            เสิ่นเสวียนเห็นเสิ่นเหวินเทากลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วเขาจึงลุกขึ้นแล้วหันมองเสิ่นว่านซื่อ

            “รู้สึกอย่างไร”

            “ตกใจ!”

            เสิ่นว่านซื่อตอบกลับทันที

            “เขาตายยังน้อยไปหากเก็บคนชั่วอย่างเขาไว้ ไม่ช้าก็เร็วต้องนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตระกูลอย่างแน่นอนหลังจากนี้ข้าไม่อยู่ เจ้าต้องปกป้องตระกูลเสิ่นให้ดี”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับเสิ่นว่านซื่อนี่คือเหตุผลที่เขาให้เสิ่นว่านซื่อมากับเขาด้วย

            “ท่านผู้นำโปรดวางใจว่านซื่อจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

            เสิ่นว่านซื่อกล่าวอย่างแข็งขันมีใจภักดีต่อเสิ่นเสวียนอย่างเปี่ยมล้น

            “ดี พวกเรากลับกันเถอะถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว”

            เสิ่นเสวียนตบบ่าเสิ่นว่านซื่อแล้วพวกเขาก็เดินออกไปพร้อมกัน

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน