เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 113 สิงสู่

    “นี่คือพลังที่น่าทึ่งของสัตว์อสูรกร่อนจิต  มันส่งผลกระทบต่อวิญญาณได้! เฟิงอู่เทียนคิดว่าตัวเองเป็นสัตว์อสูรกร่อนจิต เวลานี้เมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรอีกตัวกำลังจะตาย เขาจึงรู้สึกเกรี้ยวกราดขึ้นมา”


    เมื่อเห็นว่าเฟิงอู่เทียนกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความดุร้าย  หลิงซีจึงเอ่ยขึ้น


    “ไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงคนนั้นรีบออกห่างจากสัตว์อสูร แม้ว่าฉู่ยวิ๋นเหยาจะสามารถสร้างความโกลาหลได้ แต่ดูเหมือนนางจะมีเล่ห์เหลี่ยมอยู่พอตัวเช่นกัน”


    หลงเฉินไม่ชอบผู้หญิงเช่นนี้เอาเสียเลย  เขาชอบผู้หญิงอย่างหยางหลิงชิงที่ดื้อรั้นและบริสุทธิ์ หรือหลิงซีที่ไร้เดียงสาและน่ารักมากกว่า


    ระหว่างนั้น ทุกคนต่างนิ่งเงียบและเฝ้ามองเฟิงอู่เทียนเหาะไปรอบสัตว์อสูรพร้อมกับคำรามออกมาเป็นระยะ  แม้แต่ฉู่ยวิ๋นเหยายังล่าถอยไปข้างหลังในขณะที่คนอื่น ๆ ไม่กล้าขยับเขยื้อน


    “พวกเราลองร่วมมือกันจัดการกับเฟิงอู่เทียนดีไหม?”  คนหนึ่งแนะนำ


    “ไม่ได้หรอก ถ้าทำเช่นนั้นพวกเราอาจพลั้งมือฆ่าเขาได้ เฟิงอู่เทียนเป็นเหมือนกับสมบัติล้ำค่าของสำนักสุริยันมรกต  หากเขาตายขึ้นมา เราคงแก้ตัวกับทางสำนักลำบากแน่”


    นี่คือสิ่งที่ยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ต่างวิตกกังวล  ฉู่ยวิ๋นเหยาที่ควรเป็นผู้นำกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย  แววตาเยือกเย็นของนางจับจ้องไปที่เฟิงอู่เทียนพลางคิดในใจ


    ‘ใครอยากจะจัดการกับเขาก็ตามใจเถอะ ต่อให้ไม่ทำเช่นนั้น เมื่อการสิงสู่หมดฤทธิ์เขาก็จะหมดสติไปอยู่ดี  แล้วกระบี่แก้วสิขรก็จะตกเป็นของข้า’


    เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉู่ยวิ๋นเหยาก็นำคนจากสำนักสุริยันมรกตล่าถอยไปด้านหลังและคอยจับตามองอยู่ไกล ๆ แต่ไม่ได้ออกไปจากบริเวณนั้น ในที่สุดดวงตากระหายเลือดของเฟิงอู่เทียนก็หันไปมองคนอื่น ๆ แทน 


    “ถอย!”


    ผู้นำจากสำนักอื่น ๆ ต่างพาคนของตนเองถอยตามออกไปเมื่อเห็นฉู่ยวิ๋นเหยาล่าถอย  ด้วยเกรงว่าจะโดนลูกหลงไปด้วย พวกที่ยังไม่ถอยมีเพียงกลุ่มของสำนักสุริยันมรกต  หากไม่มีเฟิงอู่เทียน หลิวหลิงจึงไม่ต้องการจากไปไหนและยังคงโจมตีต่อไป  เป็นเหตุให้ทุกคนรู้สึกร้อนใจไปตาม ๆ กัน


    “คุณหนูหลิงเอ๋อร์  พวกเราต้องรีบไปแล้ว เมื่อระยะเวลาสิงสู่ของพี่อู่เทียนหมดลง เขาก็จะได้สติและกลับมาเป็นปกติเองนั่นแหละ!”


    แต่ถึงกระนั้น หลิวหลิงก็ยังไม่อยากถอยไปไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตาม  ดวงตาของนางรื้นไปด้วยน้ำตาขณะที่จับจ้องไปยังเฟิงอู่เทียน  ใจหนึ่งนางก็รู้สึกเจ็บปวด  อีกใจหนึ่งนางก็ไม่คาดคิดว่าบุรุษผู้ไร้เทียมทานสำหรับนางจะต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชถึงเพียงนี้


    “ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ไปได้... จริงสิ เป็นเพราะนังผู้หญิงชั่วคนนั้น!”


    เมื่อนึกถึงฉู่ยวิ๋นเหยา  แววอาฆาตที่แสนเย็นชาก็ปรากฏวาบในดวงตาของหลิวหลิง  ระหว่างนั้น  นอกจากคนของสำนักสุริยันมรกตแล้วทุกคนต่างล่าถอยไปหมด  ในสายตาของเฟิงอู่เทียน เมื่อคนจากสำนักสุริยันมรกตยังคงยืนเด่นอยู่ตรงหน้า  ดวงตาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำสนิทจึงจับจ้องไปที่พวกเขา


    กรร…


    ทันใดนั้นเอง เขาก็พุ่งตัวด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากคันศรและกระโจนเข้าใส่คนจากสำนักสุริยันมรกต เมื่อเห็นความกระหายเลือดในดวงตาของเขา ทุกคนต่างก็รู้สึกตระหนกตกใจ ก่อนที่จะปะทะกับเฟิงอู่เทียน ยอดฝีมือในระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ผู้หนึ่งก็กระโจนออกมา


    “พาหลิวหลิงหนีไป!”


    ไม่ว่าอย่างไร  หลิวหลิงก็เป็นบุตรสาวของหลิวเยวี๋ยน - ผู้อาวุโสแห่งสำนักสุริยันมรกต    ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องปกป้องนาง  ขณะพูดอยู่นั้น เขาก็ประมือกับเฟิงอู่เทียนแล้ว


    “เฟิงอู่เทียน ได้สติเสียทีเถอะ!”


    หมัดที่ดังกึกก้องถูกเหวี่ยงออกมา คลื่นพลังรุนแรงกระแทกเข้าใส่เฟิงอู่เทียนอย่างฉับพลันทันที!  เมื่อเห็นคนว่าผู้นั้นกล้าสู้กับเขา เฟิงอู่เทียนจึงร้องคำรามและปีกวิหคเพลิงสีแดงก็ปรากฏขึ้นที่หลังของเขาอีกครั้ง


    ด้วยการกระพือปีกเพียงครั้งเดียว  ความเร็วของเฟิงอู่เทียนก็เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว  ในเวลานี้ พญาวิหคเพลิงปรากฏขึ้นบนมือของเฟิงอู่เทียน แรงกดดันอันรุนแรงปะทุขึ้น  เห็นได้ชัดว่ามันคือหนึ่งในกระบวนท่าของ [บัญญัติวิหคแดง] ที่เฟิงอู่เทียนเคยใช้ในการต่อสู้กับสัตว์อสูรกร่อนจิตก่อนหน้านี้


    มันคือ [ขนวิหคผนึกวิญญาณ] และเป็นการโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง  เวลานี้ขนวิหคเพลิงก่อร่างขึ้นราวกับลูกธนูจำนวนนับไม่ถ้วนและพุ่งเข้าใส่ยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์ที่พยายามขัดขวางเฟิงอู่เทียนผู้นั้น


    เห็นได้ชัดว่าผู้ใดมีฝีมือเหนือกว่า  ทุกคนในสำนักสุริยันมรกตต่างรู้สึกตื่นตระหนกและเศร้าสลด  เพราะยอดฝีมือผู้นั้นถูกแผดเผาจนกลายเป็นตอตะโกโดยไม่ทันได้ปริปาก  ร่างไหม้เกรียมของเขาทรุดลงกับพื้น


    “พี่หลิว!”


    ทุกคนร้องตะโกนด้วยความโศกเศร้า แต่พวกเขาก็มีเวลาไม่มากนัก  หลังจากที่เฟิงอู่เทียนสังหารคนผู้นั้นแล้ว  เขาก็ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวและกระโจนเข้าใส่หลิวหลิงและคนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง!


    “หนีเร็ว!”


    เวลานี้ไม่มีผู้ใดสนใจหลิวหลิงอีกแล้ว  พวกเขาพยายามดึงนางอยู่หลายครั้งแต่เมื่อเห็นว่านางไม่ยอมขยับเขยื้อน  พวกเขาจึงยอมแพ้และวิ่งหนี เมื่อการเอาชีวิตรอดนั้นเป็นธรรมชาติของมนุษย์  นั่นก็หมายความว่ามีหลิวหลิงเท่านั้นที่ถูกทิ้งให้เผชิญหน้ากับเฟิงอู่เทียนเพียงลำพัง


    “พี่อู่เทียน...”


    หลิวหลิงกำลังหน้าซีดเผือด  ยืนงุนงงพลางจ้องมองไปยังเฟิงอู่เทียนที่ดวงตาเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและเย็นชา  ช่างโชคร้ายที่เฟิงอู่เทียนจำนางไม่ได้และเห็นหลิวหลิงยืนอยู่เพียงลำพัง  ในเมื่อทุกคนหนีไปหมดแล้ว  ดังนั้นความกระหายเลือดของเขาจึงพุ่งเป้าไปที่หลิวหลิงทันที!


    เมื่อสัมผัสได้ถึงความกระหายเลือดของเฟิงอู่เทียน  หลิวหลิงรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก  ในเวลานี้นางตระหนักได้ว่าพื้นที่ว่างเปล่าแห่งนี้มีเพียงนางและเฟิงอู่เทียนเท่านั้น  เฟิงอู่เทียนที่เคยทำให้นางรู้สึกปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา  บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจร้ายที่พยายามจะคร่าชีวิตนาง!


    ความกระหายเลือดอันเย็นเยียบพุ่งเป้ามาที่ร่างสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงของนาง  ในระหว่างนั้น เฟิงอู่เทียนก็ร้องคำรามอย่างดุร้ายและพุ่งเข้าใส่นาง  หลิวหลิงร้องออกมาอย่างน่าสมเพช  ด้วยอารามตกใจนางทำได้เพียงยกมือขึ้นมาบังหน้าเอาไว้และยืนตัวสั่นอยู่อย่างนั้น…


    เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น  หลิวหลานส่ายศีรษะและเตรียมจะลงมือเพื่อช่วยหลิวหลิง  และค่อยประกาศให้คนในสำนักสุริยันมรกตถอนตัวจากการแข่งขันแย่งชิงกระบี่แก้วสิขร  อย่างไรก็ตาม ชั่วขณะนั้นเองที่ร่างสีแดงร่างหนึ่งพุ่งตัวไปด้านหน้าหลิวหลิงด้วยความเร็วที่เกินกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์จะทำได้  เขาขัดขวางเฟิงอู่เทียนเอาไว้ในทันที!


    เมื่อนั้นหลิวหลานจึงยั้งฝีเท้าเอาไว้และจับจ้องไปที่ร่างสีแดงด้วยความสับสน  แต่เมื่อเห็นได้ถนัดตา  หลิวหลานก็อ้าปากค้าง สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ


    ‘เป็นหลงเฉินไปได้อย่างไรกัน?’


    หลิวหลานตระหนักดีว่าความเร็วเช่นนั้นจะต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างมาก  เมื่อเห็นว่าเป็นหลงเฉิน นางจึงรู้สึกตื่นตะลึงไม่น้อย


    ‘เขาไม่ได้ถูกฆ่าแต่กลับซ่อนตัวอยู่ในเงามืดจนถึงตอนนี้งั้นรึ? อีกครั้งแล้วที่เขามักจะหลบซ่อนและปรากฏตัวออกมาในชั่วขณะสุดท้ายเพื่อจู่โจมผู้อื่น  อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งที่เจ้ามีอยู่น้อยนิดนั้นไม่เพียงพอให้เจ้าเอาชนะเฟิงอู่เทียนและชนะใจของน้องสาวข้าได้หรอก’


    ทว่าหลิวหลานเข้าใจนั้นผิดไปอย่างสิ้นเชิง นางคิดว่าจุดประสงค์ของหลงเฉินในการช่วยหลิวหลิงเพราะเขาชื่นชอบและต้องการได้ความรักจากนาง


    'การช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังตกที่นั่งลำบาก' ย่อมได้ผลเสมอ แต่นั่นมิใช่จุดประสงค์ของเขาเลยสักนิด


    “ผู้คุ้มกฎหลิว  นักรบอสูรผู้นั้นมาจากสำนักใดกัน?”


    “เขาคือผู้ติดตามของสำนักสุริยันมรกตของข้าเอง”


    พวกเขาเคยเห็นหลงเฉินมาก่อน  แต่ไม่ใช่ในร่างวิญญาณมังกร   พวกเขาเพียงแค่ถามให้คลายสงสัย


    “สำนักสิริยันมรกตอีกแล้วรึ ฮ่าฮ่า เด็กคนนั้นไม่เห็นรึอย่างไรว่ายอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์เพิ่งตายด้วยฝีมือของเฟิงอู่เทียนไปเมื่อครู่?”


    นอกจากคนที่อยู่รอบตัวหลิวหลานแล้ว  คนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นการปรากฏตัวของหลงเฉินเช่นกัน  ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเขาต่างรู้สึกสับสน ฉู่ยวิ๋นเหยารู้สึกงุนงงที่จู่ ๆ ก็มีนักรบอสูรปรากฏตัวขึ้น  นางเอ่ยถามผู้ที่อยู่ใกล้ ๆ ด้วยความสับสนก่อนที่จะมีบางคนนึกอะไรขึ้นมาได้


    “ข้าจำได้ว่ามีนักรบอสูรคนหนึ่งที่เพิ่งเข้าสำนักสุริยันมรกต  ชื่อของเขาคือหลงเฉิน  และดูเหมือนเขาจะมีเรื่องบาดหมางกับเฟิงอู่เทียน  วันแรกที่เข้ามาในมิติห้วงนภาแห่งนี้เขาก็ถูกเฟิงอู่เทียนไล่ล่า  ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาปรากฏตัวเอาป่านนี้”


    ‘หลงเฉินงั้นรึ?’  ฉู่ยวิ๋นเหยาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน  แต่นางก็ไม่ได้ติดใจอะไร  นางจับจ้องไปที่หลงเฉินด้วยความสนใจและคาดหวังว่าเขาจะมีความสามารถ  ทว่าผู้ที่รู้สึกตกใจกับการปรากฏตัวของหลงเฉินมากที่สุดคือหลิวหลิงที่อยู่ด้านหลังของเขานั่นเอง


    นางจับจ้องไปที่หลงเฉินด้วยความงุนงงและตัวสั่นเทิ้ม  ก่อนหน้านี้หลงเฉินหนีรอดจากกลุ่มสำนักสุริยันมรกตไปได้  อีกทั้งยังเคยสั่งสอนหลิวหลิงอย่างไร้ความปรานี  นางต้องการหั่นเขาเป็นพัน ๆ ชิ้น ทว่าในตอนนี้ เขากลับปรากฏตัวขึ้นและช่วยนางไว้จากประตูแห่งปรโลก…


    หลิวหลิงเชื่อว่าหากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น  จะต้องเป็นหลงเฉินที่ลงมือสังหารนางและเฟิงอู่เทียนก็เป็นฝ่ายสั่งสอนเขาอย่างโหดเหี้ยม  นั่นคือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่นางคิดไว้กลับตาลปัตรและยากเกินกว่าที่นางจะยอมรับได้


    ตอนนั้นเอง หลงเฉินก็หันกลับมาและแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย


    “นี่ ที่ข้าตีเจ้าไปยังเจ็บอยู่หรือไม่? เจ้าจะว่าอย่างไรหากข้าจะตีเจ้าอีก? ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าไม่คิดเงินเจ้าแพงนักหรอก...”


    เมื่อเห็นเด็กหนุ่มชั่วร้ายผู้นี้มองนางด้วยรอยยิ้มยียวน  หลิวหลิงตระหนักดีว่าตนเองในตอนนี้ไม่สามารถรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาได้  นางมองหลงเฉินอย่างงุนงงและไม่แน่ใจว่าควรทำเช่นไร  เวลานี้ นางเห็นเฟิงอู่เทียนพุ่งเข้าใส่หลงเฉินด้วยความเกรี้ยวกราด  นางมองจากหางตาและร้องตะโกนออกมา


    “ระวัง!”


    “ไม่ต้องห่วง”


    หลงเฉินตอบและหันกลับไป จากนั้นก็เห็นว่าร่างของเฟิงอู่เทียนกำลังใกล้เข้ามาเต็มที…


    “เฟิงอู่เทียน ข้าไม่คิดเลยว่าจะได้สู้กับเจ้าอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้  ในเมื่อข้าบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นแล้ว  อยากรู้นักเชียวว่ายัยวิกลจริตหลิวหลานนั่นจะทำสีหน้าอย่างไรเมื่อเห็นข้าเอาชนะเจ้าได้ต่อหน้าต่อตา...”


    ********************

    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89