นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

ตอนที่ 341 อริยะอ่านชะตา

        ตอนที่ 341 อริยะอ่านชะตา

         

         

        โป๊ก!

         

        กระหม่อมของเพชฌฆาตถูกสก็อตทุบเต็มแรง แม้เพชฌฆาตจะเป็นถึงนักสลักโทแต่สก็อตเองก็เช่นกัน เรี่ยวแรงของสก็อตทำให้เพชฌฆาตต้องเอามือกุมหัวที่นูนปูดของตน

         

        “นายเนี่ยน้า โตป่านนี้แล้วยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้อีก” สก็อตถอนหายใจ ขณะนี้ทั้งสองอยู่ในบ้านของสก็อตเองที่เขตใกล้ใจกลางเมือง บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่สูงเพียงสองชั้น มีบันไดยาววนรอบตัวบ้าน หน้าต่างกว้างใหญ่เฉกเช่นบ้านหลังอื่น ที่ต่างออกไปคงจะเป็นตรงที่บ้านหลังนี้มีพื้นเยอะและกว้างเป็นพิเศษ

         

        สวนบ้านประดับไว้ด้วยทางเดินที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ตัวทางเดินเองได้รับการดูแลอย่างดี พื้นมีร่องรอยของการใช้งานเสมอ ๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นบ้านที่สร้างขึ้นสำหรับเผ่าพันธุ์อื่นที่ไม่ใช่เผ่าซือบาส

         

        “บ้านสวยมากเลยสก็อต! แถมทำเลก็ไม่แย่เลยด้วย กี่สิบล้านเนี่ยถึงจะซื้อที่ปลูกบ้านแบบนี้ได้ ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่านายเก็บเงินได้มากขนาดนั้น” เพชฌฆาตเมินคำตำหนิของเพื่อนไปโดยสิ้นเชิง หันหน้าซ้ายขวามองบ้านอย่างตื่นเต้น

         

        “ฉันกับสตาร์คช่วยกันเก็บก็เลยพอจะซื้อที่แถวนี้ได้ ถึงพวกเผ่าซือบาสคนอื่นจะน่ารำคาญไปบ้างแต่โดยรวมก็เป็นเมืองที่ดีนะ” สก็อตตอบยิ้ม ๆ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเผ่ากิกันอีกคนหนึ่งเดินออกมาจากตัวบ้าน สก็อตสวมกอดและทักทายด้วยการจูบ

         

        “กลับมาแล้วครับสตาร์ค คนนี้คือเพชฌฆาต เพื่อนสมัยผมทำงานเป็นนักผจญภัย” สก็อตเมื่อได้อยู่กับคนรักก็มีท่าทีนุ่มนวลขึ้นอย่างชัดเจน ไม่จำเป็นต้องทำตัวน่าเกรงขามเพื่อปกป้องครอบครัวของตนจากภายนอกอีกต่อไป

         

        ทั้งสองจับมือทักทาย สตาร์คเป็นคนพูดไม่มากนัก ส่วนใหญ่จึงเป็นสก็อตที่ทำหน้าที่คุยกับคนปิดปากไม่เป็นเช่นเพชฌฆาต สตาร์คเพียงยิ้มรับฟังอยู่ไม่ไกล สก็อตไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่เมืองให้ฟัง เขาไม่อยากให้สตาร์คต้องรับรู้เรื่องเช่นนั้น

         

        "ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกับสก็อตนะครับ" สตาร์คพูดอย่างนุ่มนวล นิสัยค่อนข้างสวนทางกับรูปลักษณ์เผ่ากิกันอันสูงใหญ่ของเขา

         

        "ไม่มีปัญหาเลยครับ! ผมกับสก็อตรู้จักกันมาหลายปี สมัยก่อนนี่ออกทำภารกิจด้วยกันประจำเลยครับ สก็อตมันเลือดร้อนตลอด ผมเลยต้องคอยห้ามเวลามันจะทำอะไรห่าม ๆ" เพชฌฆาตหัวเราะร่า ตบไหล่เพื่อนสนิทของตนอย่างร่าเริง

         

        "ใครกันแน่ฟะที่หัวร้อน" สก็อตส่ายหน้าขำ เข้ากอดคอเพื่อนรักของตน

         

        เพชฌฆาตยังคงเป็นบุคคลที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นเสมอ ๆ ความร่าเริงของเขาทำให้ทั้งสองที่ต้องอยู่อย่างกดดันยิ้มออก ทั้งสามพูดคุยสัพเพเหระระหว่างกัน เพชฌฆาตและสก็อตนั่งรำลึกความหลังในขณะที่สตาร์คเองก็นั่งฟังด้วยรอยยิ้มนุ่มนวล

         

        เรื่องในอดีตของสก็อตผู้เป็นสามี สตาร์คนั้นรู้ไม่มากนัก ส่วนหนึ่งเพราะว่าสก็อตมีนิสัยขี้กังวล เขาจึงมักไม่ค่อยเล่าเรื่องน่าหวาดเสียวในอดีตให้สตาร์คฟัง

         

        ยามเย็นมาถึง สก็อตพาเพชฌฆาตผ่านสวนหลังบ้านที่เชื่อมไปยังทางเดินด้านหลัง เมื่อผ่านทางเดินออกไปจึงเป็นห้องขนาดใหญ่ที่สูงยิ่งกว่าบ้านของสก็อต ตัวอาคารเป็นทรงกระบอกสูง เพดานบนสุดและพื้นแต่ละชั้นนั้นเปิดโล่ง เมื่อเงยหน้าสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้ถนัดตา

         

        หนังสือมากมายหลายร้อยเล่มวางเรียงรายเต็มชั้นวางที่อัดแน่นเป็นกำแพง ต่อขึ้นไปเกือบติดเพดาน ไม่ว่าจะหันไปทางใดก็พบเจอแต่สันหนังสือและกองหนังสือที่วางระเกะระกะ เพชฌฆาตอดนึกถึงห้องสมุดของหอสมุดไม่ได้ ที่นี่นั้นคล้ายคลึงกันอย่างแท้จริงแต่ดูไปแล้วสมควรจะมีหนังสือมากกว่าห้องสมุดของเมืองบางเมืองเสียอีก

         

        ชายชราท่าทางคงแก่เรียนผู้หนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่กลางห้อง บนใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย ผิวหนังแม้จะเหี่ยวย่นแต่ยังไม่อาจบดบังความงดงามของเผ่าพันธุ์ ปีก 4คู่บนหลังนั้นทั้งสีซีดจางและหมองหม่น ต่างกันกับปีกสีขาวงดงามของเผ่าซือบาสในวัยเยาว์

         

        เขานั่งหลังค่อมอยู่ท่ามกลางกองหนังสือ ไม่ใช้เก้าอี้หรือโต๊ะใด ๆ เพียงนั่งคุดคู้อ่านหนังสืออยู่ราวกับเด็กเล็กที่ได้พบเจอนิทานเล่มโปรด รอยยิ้มนั้นดูอบอุ่นยิ่งกว่าสิ่งใด

         

        เสียงเดินของทั้งสองเรียกสายตาของผู้ชราให้เงยหน้าขึ้นจากหนังสือ ที่ทั้งสองรอจนถึงเย็นก็เพื่อที่จะไม่รบกวนเวลาอ่านหนังสือของอีกฝ่าย ช่วงเวลาที่ฟ้ายังสว่างสำหรับชายชราผู้นี้แล้วคือเวลาอ่านหนังสือทั้งสิ้น

         

        “คุณปู่ครับ จำเพชฌฆาตได้มั้ยครับ คนที่ชอบซื้อขนมมาฝากไงครับ” สก็อตเดินขึ้นไปพยุงร่างชายชรา แม้ว่าเขาจะซื้อเก้าอี้ชั้นดีให้กี่ครั้งอีกฝ่ายก็ไม่เคยคิดจะนั่งมันเลย

         

        “4ปี 3เดือนกับอีก 12วันแล้วสินะหลังจากเจอกันครั้งก่อน สบายดีมั้ยมือดีที่สุดของรัตนชาติคนเล็ก” ชายชราตอบด้วยน้ำเสียงใสกระจ่าง ดวงตาไร้ซึ่งความขุ่นมัวแบบที่คนวัยชราควรจะเป็น

         

        “สบายดีครับท่านปู่ ท่านปู่เองก็ยังแข็งแรงความจำดีเหมือนเคยเลยนะครับ ครั้งนี้ผมเองก็เอาขนมมาฝากนะครับแต่ผมวางไว้ข้างนอก ไม่อยากให้มันเลอะหนังสือ” คำพูดของเพชฌฆาตทำให้ชายชราหัวเราะเสียงทุ้มอย่างพออกพอใจ อีกฝ่ายนั้นรู้จักตัวเขาดี

         

        “องค์หญิงไพลินปัจจุบันนี้สร้างผลงานไปทุกหย่อมหญ้า สมัยก่อนข้าเองก็เคยคิดว่าการที่ชายหนุ่มมากความสามารถจะถวายชีวิตรับใช้เธอนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ดูเหมือนจะเป็นข้าเองสินะที่เป็นฝ่ายผิด” ชายชราพิงหลังลงกับเก้าอี้ในอีกห้องหนึ่ง มือหนึ่งหยิบขนมอบที่เพชฌฆาตนำมาเข้าปาก

         

        "ข้าคงแก่เกินไปแล้วจริง ๆ ถึงกับมองความสามารถขององค์หญิงน้อยผู้นั้นไม่ออก" ชายชราหัวเราะอย่างเริงร่า

         

        เพชฌฆาตยิ้มรับน้อย ๆ สมัยก่อนตอนที่ความสามารถของเขาตื่นและพัฒนาอย่างรวดเร็ว เขาได้รับคำเชิญจากหลากหลายฝักฝ่ายรวมถึงจากขุมกำลังอื่น แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังคงยึดมั่นในเด็กหญิงที่อายุไม่ถึง 20ปีคนนั้น

         

        “ผมบอกท่านปู่แล้วไงครับว่าเธอนั้นยอดเยี่ยมเหนือผู้ใด และเธอจะยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ครับ” เพชฌฆาตหัวเราะ การที่องค์หญิงได้รับคำชมนั้นทำให้เขาภูมิใจยิ่งกว่าตัวเขาได้รับเอง

         

        “ในเมื่อองค์หญิงผู้นั้นเติบโตขึ้นถึงเพียงนั้นแล้ว เจ้ายังไม่คิดจะสร้างครอบครัวของตนเองบ้างหรือ ภรรยาของเจ้าเคยกล่าวว่าอยากมีทายาทมิใช่หรือ?” ชายชราเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ

         

        ถึงเขาจะไม่ได้เป็นอาจารย์ของหอสมุดแล้วแต่ตัวเขาก็ยังมีโอกาสได้ติดต่อกับบุคคลหลากหลาย จากแหล่งข่าวองค์หญิงไพลินนั้นพัฒนาขึ้นมากจนบางทีการสนับสนุนจากนักสลักโทเพียงคนเดียวอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป

         

        เพชฌฆาตนิ่งเงียบไปก่อนจะฝืนปั้นรอยยิ้มตอบ “ผมกับเฮเลนยังมีหลายสิ่งที่ต้องเตรียมตัวครับ” ชายชราผู้ชาญฉลาดเห็นสีหน้าของเพชฌฆาตก็พอจะคาดเดาบางอย่างได้ เขาไม่ถามต่ออีกต่อไป เพียงดื่มกาแฟดำตามขนมลงไป

         

        เมื่อสก็อตเดินจากห้องไปแล้วชายชราจึงเริ่มเอ่ยต่อ “เทวทูตแห่งท้องฟ้า สัตว์อสูรที่สมควรมีคนรู้จักไม่มากแล้ว มันสมควรสูญพันธุ์ไปหลายร้อยปี แต่แล้วเจ้ากลับมาถามหามันในช่วงเวลานี้”

         

        “ดูเหมือนว่าสัตว์ประหลาดของรัตนชาติคนเล็กจะกำลังยุ่งเลยสินะ” ชายชราเอ่ยยิ้ม ๆ คำพูดของชายชราทำให้เพชฌฆาตตกใจไม่น้อย ความสามารถในการเชื่อมโยงเช่นนี้ไม่ใช่ทุกคนจะมีได้ เพชฌฆาตหรี่ตาลงน้อย ๆ หากก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรชายชราก็เผยรอยยิ้มขึ้นก่อน

         

        “ไม่ต้องเกร็งไป ข้าเพียงมีเวลาว่างหลังจากที่ตรวจสอบเรื่องเทวทูตแห่งท้องฟ้า จึงได้นั่งขบคิดดูถึงสถานการณ์ของพวกเจ้าเท่านั้น ก่อนจะถึงการเลือกตั้งในอีก 2ปี พวกเจ้าคงจะต้องมีหลายสิ่งที่ต้องรีบทำ”

         

        “คนแก่ ๆ เช่นข้าน่ะมีเวลาว่างเยอะ จึงมักจะชอบขบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย อย่าได้ถือสาข้าเลย”

         

        “ท่านปู่ยังคงปราดเปรื่องเช่นเคยเลยนะครับ เช่นนั้นท่านปู่พอจะมีคำแนะนำบ้างมั้ยครับ” เมื่ออยู่ต่อหน้าอดีตอาจารย์ระดับกิตติมศักดิ์ของหอสมุดท่านนี้ นิสัยพูดมากของเขาดูจะลดน้อยลงไปโดยอัตโนมัติ

         

        “ไม้ใกล้ฝั่งเช่นข้าไม่สมควรยื่นมือเข้าไปข้องเกี่ยวกับคลื่นลม นั่งจิบกาแฟ ทานขนมอร่อย ๆ อ่านหนังสือมากมายที่รวบรวมความรู้จากทั่วทุกพื้นที่ สุขใดเล่าจะเทียบเทียม”

         

        “ถ้าจะมีสักคำแนะนำหนึ่งก็คงจะเป็น การทำให้ตนเองมีชื่อเสียงเร็วเกินไปไม่ใช่เรื่องดี กระมัง” ชายชราหัวเราะเสียงแหบ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดค่ำแล้ว แสงสีส้มสนธยาเริ่มสาดเข้ามาในห้องอ่านหนังสือแห่งนี้

         

        กำลังพูดถึงคุณนิทาน หรือหมายถึงองค์หญิงกันแน่ เพชฌฆาตจดจำคำพูดของชายชราไว้ในหัว เหตุผลหนึ่งที่เขาได้เป็นถึงอาจารย์กิตติมศักดิ์ก็เพราะสายตาอันเฉียบคมและความคิดความอ่านที่ราวกับจะสามารถมองเห็นอนาคตได้

         

        ฉายาของชายชราผู้นี้คือ อริยะอ่านชะตา อริยะผู้ที่ทุกคนเชื่อว่าสามารถคาดเดาโชคชะตาได้

         

        “ภายในเผ่าซือบาสเป็นเช่นไรบ้างครับ หลังจากเหตุการณ์ที่สุสานของขุนนางพันธุ์ผสมเห็นว่าวุ่นวายน่าดูเลย มหาตระกูลเอเทลออกประกาศแถลงการณ์ถึงเหตุการณ์ที่ปีกแห่งผืนฟ้ายอมรับคุณนิทานและการเป็นพันธมิตรกับองค์ชาย 2 ทางราชวงศ์ส่งคำร้องถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังมีที่มหาตระกูลอับราฮัมและมหาตระกูลเอสท็อคตั้งคำถามกับการกระทำของปีกแห่งผืนฟ้าอีก”

         

        “มรสุม พายุแห่งยุคสมัยเริ่มเข้าปกคลุมเอเทอรัม” อริยะอ่านชะตาตอบเพียงแค่นั้น คำตอบที่ไม่เหมือนคำตอบนี้คือสิ่งที่ชายชรามักจะใช้เป็นประจำ

         

        “เช่นนั้นทางด้านศาสนจักรเห็นเช่นไรครับ”

         

        “ศาสนจักรย่อมยินดีกับการเติบโตของสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา ทุกการปรากฏตัวของผู้เรียนรู้ 5คำหมายถึงก้าวที่ยิ่งใหญ่ของมันตราและมหานทีรากวิญญาณ” เมื่อกล่าวถึงศาสนจักรแล้วสีหน้าของอริยะอ่านชะตาก็นุ่มนวลขึ้นทันใด

         

        “เว้นเพียงผู้สูงศักดิ์เรริน ตัวท่านเองก็เป็นเผ่าซือบาสและยึดมั่นในฐานะสิ่งมีชีวิตที่องค์เดรฟัสสรรค์สร้าง ท่านจึงไม่พอใจนักที่เผ่ามนุษย์จะอ้างตนเสมอปีกแห่งผืนฟ้า”

         

        “ผู้สูงศักดิ์เรรินเหรอครับ ท่านคืออัครสาวกที่ประจำอยู่ที่เอเทอรัมสินะครับ ท่านเองก็เป็นเผ่าซือบาสหรือครับ?”

         

        “ผู้สูงศักดิ์เรรินเป็นเผ่าซือบาส ต่างกันกับผู้สูงศักดิ์เอดันที่เป็นเผ่ามนุษย์ อัครสาวกแห่งปฐมมันตรามักจะประจำอยู่ที่วิหารตามเผ่าพันธุ์ของตน จะมียกเว้นอย่างเช่นผู้สูงศักดิ์เฟกอลผู้เป็นเผ่าครึ่งสัตว์ ท่านประจำอยู่ที่นครเฟเบิล” อริยะอ่านชะตาพยักหน้าตอบ ไม่มีคำสอนใดในคัมภีร์เปลือกไม้ชำระที่ระบุว่ามีเพียงสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาที่สามารถเรียนรู้มันตรา

         

        อัครสาวกทั้ง 8 นั้นประกอบขึ้นด้วยหลากเผ่าพันธุ์ ไม่ได้มีเพียงเผ่ามนุษย์และเผ่าซือบาสเท่านั้น อย่างตัวสันตะปาปาองค์ปัจจุบันเองก็ไม่ได้เป็นทั้งเผ่ามนุษย์หรือเผ่าซือบาส

         

        “หากเจ้าสามารถ เจ้าสมควรลองติดต่อผู้สูงศักดิ์เรรินและผู้สูงศักดิ์เฟกอล สองอัครสาวกท่านนี้สมควรเป็นผู้ที่แตกฉานที่สุดในประวัติศาสตร์ซือบาสและมันตราโบราณ” อริยะอ่านชะตากล่าวยิ้ม ๆ เพชฌฆาตได้แต่ยิ้มแหย ๆ ตอบรับคำแนะนำนั้นเท่านั้น

         

        หากเขาทำได้เขามีหรือจะมานั่งปวดหัวเช่นนี้! อัครสาวกทั้งสองเป็นตัวตนเช่นไร เขาเป็นเพียงสมาชิกหน่วยเชื้อไฟคนหนึ่งเท่านั้น ยังไม่รวมถึงเรื่องที่ผู้สูงศักดิ์เรรินนั้นดูหมิ่นเผ่าพันธุ์อื่นอย่างชัดเจนและผู้สูงศักดิ์เฟกอลนั้นเข้มงวดไม่ชอบเผยตน

         

        “เอาเถิด ในเมื่อสหายของสก็อตขอความช่วยเหลือจะให้ข้าทำใจร้ายก็คงไม่ได้ ยังไงข้าก็ได้รับค่าตอบแทนมาแล้ว” อริยะอ่านชะตาหัวเราะลั่นเมื่อเห็นสีหน้าของเพชฌฆาต หยิบขนมอบข้างกายขึ้นมากัดคำโตให้เพชฌฆาตเห็น

         

        “เอ่ยคำถามมาเถิด เจ้าอยากรู้สิ่งใดเกี่ยวกับเทวทูตแห่งท้องฟ้า” เขาโบกขนมอบไปมาเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายเข้าเรื่อง

         

        นัยน์ตาของเพชฌฆาตเปล่งประกายอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขากังวลที่สุดก็คืออริยะอ่านชะตาจะเรียกร้องราคาของข้อมูลที่สูง เขาไม่อยากรบกวนองค์หญิงไพลินแม้ว่าเธอจะกำชับให้เบิกได้ก็ตาม

         

        "ต้องขอรบกวนท่านปู่แล้วครับ" เพชฌฆาตรีบนำสมุดจดออกมาเตรียมตัวอย่างว่องไว ไม่ยอมให้ถ้อยคำหลังจากนี้ตกหล่นไปแม้แต่คำเดียว

         

        แม้นับตามฝีมือ เขาอาจจะไม่ใช่มือดีที่สุดของรัตนชาติคนเล็กแล้ว แต่เขายังคงยินดีเป็นแขนขาให้เธอเสมอ เพื่ออาณาจักรไฟกัลป์ที่เขารัก



QiIIna: ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแล้วภูมิแพ้ตีหน้าผมยุบเลยครับ ไข้ขึ้นหนักมาก ขอพักสักสองสามวันนะครับ 



คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน