หวังอวี่ถือปลาตัวนี้หันหน้าเข้าหากล้องไลฟ์สดพลางพูดว่า “เพื่อน ๆ ครับ ปลาตัวนี้คือปลากวงฉุน ไข่ของมันมีพิษ ถ้าเผลอกินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะและอาเจียนได้ แม้ว่าการใช้ความร้อนสูงเป็เวลานานจะสามารถกำจัดพิษของมันได้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ทางที่ดีที่สุดคือควรเอาไข่ปลาออกก่อนแล้วค่อยกินครับ”
เนื่องจากกระติกน้ำของหวังอวี่เป็กระติกน้ำระดับสูงที่ระบบมอบให้ หลังจากถอดชั้นนอกของกระติกน้ำออก ก็สามารถใช้เป็หม้อใบเล็กได้
พอเติมน้ำลงในหม้อใบเล็กแล้ว หวังอวี่ใช้มีดพกจัดการกับปลากวงฉุน หั่นเป็ท่อน ๆ แล้วใส่ลงในหม้อ
จากนั้นก็วางหม้อใบเล็กไว้ระหว่างหินสองก้อนข้างกองไฟ ปล่อยให้มันค่อย ๆ ต้มไปเอง
...
หวังอวี่นอนลงบนพื้น แหงนมองท้องฟ้า บนท้องฟ้าสีครามไกลออกไปมีฝูงห่านป่าบินผ่าน
ภาพความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และสัตว์ฉากนี้ ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่ง นั่นคือความรู้สึกหลอกตาว่าไม่ได้กำลังเอาชีวิตรอดอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่เหมือนกำลังไปเที่ยวพักผ่อนในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง
[นี่มันการเอาชีวิตรอดในป่าที่ไหนกัน นี่มันคือการมาเที่ยวพักผ่อนชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ]
[รายการไลฟ์สดที่ดูเคร่งขรึมขนาดนี้ กลับกลายเป็กิจวัตรการพักผ่อนของปลาเค็มตัวหนึ่งไปได้]
[ดูท่าพวกนายจะยังอ่อนประสบการณ์นะ ตอนนี้คิดว่าสตรีมเมอร์กำลังสบายล่ะสิ รอให้เห็นกิจวัตรการหาเื่ใส่ตัวของเขาก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นอยากรู้จังว่าหัวใจพวกนายจะรับไหวหรือเปล่า]
[เขาจะหาเื่ใส่ตัวก็ช่างสิ ฉันสนแค่ว่าเมื่อไหร่สตรีมเมอร์จะกินหนอน]
หวังอวี่มองข้อความในไลฟ์สด พลางพลิกปลาเผาในมือ แล้วพูดขัดขึ้นว่า “รายการ Man vs. Wild รายการเอาตัวรอดในป่า รอจนกว่าพวกคุณจะเข้าถึงความลึกลับของมัน แล้วจะรู้ว่าธรรมชาติไม่ได้โหดร้ายอยู่ตลอดเวลา ขอเพียงคุณเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับธรรมชาติ คุณจะพบกับของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้เรา
ตั้งใจดูและตั้งใจเรียนรู้นะครับ อย่างผมเนี่ย ขอแค่รักษาทัศนคติที่มองโลกในแง่ดี รักษาสภาพจิตใจให้ดีเยี่ยมอยู่ตลอดเวลา ต่อให้ต้องเอาชีวิตรอดในป่า ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างผ่อนคลายสบายใจแบบนี้ได้”
[ได้ยินไหม พวกที่บ่น ๆ อยู่ข้างบนน่ะ ตั้งใจดูและตั้งใจเรียนรู้ซะ!]
[ฉันคุกเข่าจนขาชาหมดแล้ว ยังเรียนรู้ไม่ได้เลยโว้ย]
ทว่า ทันทีที่หวังอวี่พูดจบ เขาก็รู้สึกว่าแสงสว่างตรงหน้ามืดลงกะทันหัน
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่บนท้องฟ้ามีเมฆดำปกคลุม
เปรี้ยง!
พร้อมกับเสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง เมฆดำก็เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
นี่มัน! เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!
วินาทีก่อนหน้าแสงแดดยังพอดี ลมพัดเย็นสบาย
วินาทีต่อมากลับมีเมฆดำปกคลุมไปทั่ว ดูจากสถานการณ์แล้วเป็สัญญาณว่าพายุฝนกำลังจะมา
“เชี่ย!”
แม้แต่หวังอวี่ที่เน้นย้ำเื่การรักษาทัศนคติมองโลกในแง่ดี เมื่อเจอการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาคำหนึ่ง
สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ชมในห้องไลฟ์สดถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ พอพวกเขาตั้งสติได้ ก็เริ่มส่งข้อความเยาะเย้ยกันรัว ๆ
[ฉันไม่ไหวแล้ว ขำจนจะขิตคาห้องไลฟ์แล้วเนี่ย]
[พูดตามตรง ช่างเป็การเสพสุขจากของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้ซะเหลือเกิน]
[ลูกพี่อวี่ : ฉันก็แค่อยากจะเก๊กหล่อเงียบ ๆ การโดนตบหน้ามันมาไวเกินไป]
[จากเื่นี้ทำให้ฉันเข้าใจความหมายที่ว่า ไม่มีความจำเป็อย่าไปโชว์เก๊ก โชว์เก๊กแล้วมักจะโดนฟ้าผ่าจริง ๆ ด้วย!]
ฝนครั้งนี้มาเร็วเกินไป ทำให้หวังอวี่ตั้งตัวไม่ทัน
ในขณะที่สภาพอากาศยังพอทนได้ หวังอวี่จึงรีบนำปลาที่ยังเผาไม่สุกใส่ลงในกระเป๋าเป้
เขานั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ แล้วพูดกับกล้องไลฟ์สดว่า “ในป่า ถ้าเจอฟ้าผ่าห้ามหลบใต้ต้นไม้เด็ดขาด และห้ามอยู่ในป่าทึบ เพราะต้นไม้มีขนาดสูงใหญ่ เป็เป้าหมายที่ดีในการดึงดูดสายฟ้า และเมื่อสายฟ้าฟาดลงที่ต้นไม้ กระแสไฟฟ้าจะถูกนำเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ง่าย เพราะความต้านทานของร่างกายมนุษย์น้อยกว่าต้นไม้ใหญ่”
“ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ในป่า วิธีที่ดีที่สุดคือหาถ้ำหลบภัย แต่ตอนนี้เป็เหตุการณ์ฉุกเฉิน เวลาไม่พอที่จะให้ผมไปหาถ้ำ ผมจึงต้องอยู่บนพื้นที่โล่งที่ค่อนข้างกว้างแทน”
พอหวังอวี่พูดจบ ก็มีเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว
เมฆดำปกคลุมเหนือหัวของหวังอวี่จนมืดครึ้ม
ซู่...
ในที่สุดฝนก็ตกลงมา
ฝนตกหนักมาก เม็ดฝนกระแทกใส่ตัวหวังอวี่ไม่หยุด ไม่นานเขาก็เปียกโชกไปทั้งตัว
แต่ในสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างยิ่งนี้ หวังอวี่ยังคงใช้ร่างกายของเขาบังหม้อใบเล็กไว้อย่างดื้อรั้น เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนหยดลงไปข้างใน
แต่โชคดีที่ความพยายามไม่สูญเปล่า ก่อนที่แหล่งไฟจะถูกน้ำฝนดับจนสนิท ซุปปลาก็เดือดพอดี
หวังอวี่ยกหม้อใบเล็กขึ้นมา จิบหนึ่งคำแล้วพูดว่า “ผมไม่รู้ว่าฝนนี้จะตกอีกนานแค่ไหน แต่ที่ผมรู้คือ ฝนที่ตกหนักแบบนี้จะพรากความร้อนออกจากร่างกายของผม ตอนนี้ผมต้องรีบดื่มซุปปลา เพื่อเติมพลังงานให้ร่างกายครับ”
เขาตักเนื้อปลาชิ้นหนึ่งรีบยัดเข้าปาก แต่พอเคี้ยวคำแรก หวังอวี่ก็รู้สึกอยากจะอาเจียนขึ้นมา
ภายใต้การปรุงอาหารแบบหยาบ ๆ ที่ไม่มีเครื่องปรุงใด ๆ เลย กลิ่นคาวที่ยากจะทนไหว ทำให้ในท้องของเขาปั่นป่วนไปหมด
แม้รสชาติจะแย่มาก แต่หวังอวี่ทำได้เพียงอดทน หลับตาแล้วรีบกินอย่างตะกละตะกลาม
เขาคายก้างปลาออกจากปาก พลางพูดอย่างจนใจว่า “พูดตามตรงนะ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ผมก็ไม่ชอบกินปลาน้ำจืดเลย เพราะก้างมันเยอะเกินไป ถ้าไม่ระวังจะโดนก้างติดคอ กินลำบากมาก แถมถ้าไม่มีเครื่องปรุง ปลาพวกนี้รสชาติแย่สุด ๆ มันเป็ได้แค่โปรตีนที่ช่วยให้มีชีวิตรอดเท่านั้นแหละครับ”
[เมื่อกี้ยังอิจฉาลูกพี่อวี่อยู่เลย อยากัับรรยากาศฟ้าใสแดดจ้าแบบนั้นบ้าง แต่ตอนนี้ ฉันเริ่มสงสารเขาแล้ว]
[สตรีมเมอร์ผู้มีมโนธรรม ลูกพี่อวี่กำลังใช้ชีวิตเป็เดิมพันเพื่อไลฟ์ให้เราดู]
[นั่งยอง ๆ กินซุปปลาท่ามกลางสายฝน ฉากนี้มองยังไงก็ดูประหลาด]
[หวงเสี่ยวเฉิน : ลูกพี่อวี่เสี่ยงชีวิตไลฟ์สด พี่น้องทั้งหลาย จัดของขวัญชิ้นเล็ก ๆ ให้หน่อย!]
หลังจากหวงเสี่ยวเฉินในฐานะแอดมินห้องพูดจบ ก็เป็ผู้นำในการส่งเรือสำราญสุดหรูหนึ่งลำ
ผู้ชมในห้องไลฟ์เห็นดังนั้น ก็พากันส่งของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามมา
หวังอวี่เห็นดังนั้นจึงรีบพูดว่า “ขอบคุณสำหรับของขวัญของทุกคนนะครับ ขอบคุณมากที่สนับสนุนผม!”
เปรี้ยง!
ในตอนนั้นเอง เสียงฟ้าร้องที่ดังจนหูแทบดับก็ดังขึ้น
พร้อมกับสายฟ้าสีเงินม่วงเส้นหนึ่ง ฟาดลงบนต้นไม้ที่อยู่สูงทางด้านหน้าต่อหน้าต่อตาหวังอวี่
ทันใดนั้น ต้นไม้ขนาดเท่าต้นขาผู้ใหญ่ก็ถูกผ่าขาดครึ่งในพริบตา
ฉากที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ทำให้หวังอวี่ใจนมืออ่อน หม้อในมือเกือบจะหลุดร่วง
ในวินาทีที่สายฟ้าฟาดลงบนต้นไม้ หวังอวี่รู้สึกว่าโลกทั้งใบสั่นะเื
ถ้าสายฟ้านี้ผ่าลงที่ตัวเขา ป่านนี้เขาคงกลายเป็ศพไปแล้ว
ไม่ใช่แค่หวังอวี่ที่ใ ผู้ชมในห้องไลฟ์สดก็ใเช่นกัน
ผู้ชมเหล่านี้ส่วนใหญ่พักอาศัยอยู่ในเมือง ปกติแล้วแทบจะไม่มีโอกาสได้เห็นสายฟ้าที่มีอานุภาพรุนแรงขนาดนี้เลย