ร้านหลบมุมคาเฟ่: เปิดร้านอาหารเชื่อมต่างโลกกลางกรุงเทพฯ

    ตอนที่ 29: คนทวงหนี้นอกระบบกับกฎหมายบ้านเมือง

    *ปัง!*

     

    เสียงทุบประตูดังลั่นขึ้นจากด้านหน้าร้านหลบมุมคาเฟ่ฝั่งโลกมนุษย์ใน๰่๥๹บ่ายแก่ๆ

     

    นนท์ที่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบและเช็ดทำความสะอาดแก้วน้ำอยู่หลังเคาน์เตอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย

     

    ชายฉกรรจ์สามคนท่าทางอันธพาล สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำและพกโซ่เหล็กคล้องคอ เดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีคุกคามคลาคล่ำ

     

    "เฮ้ย! ไอ้คนดูแลตึกแถวนี้อยู่ไหนวะ? เงินค่าดอกเบี้ยทวงรอบนี้ห้าหมื่นบาทเมื่อไหร่จะจ่าย!"

     

    หัวหน้ากลุ่มที่ไว้หนวดเคราครึ้มพ่นคำหยาบคายออกมา พลางเตะเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งข้างประตูจนล้มลง

     

    *โครม!*

     

    เอลวิน่าที่เดินลงมาจากชั้นสามสะดุ้งตัวโยนและตั้งท่าจะร่ายเวทมนตร์ลมเป่าพวกมันให้ปลิวออกจากร้านทันทีด้วยความโมโห

     

    ทว่านนท์ส่งสายตาสัญญาณห้ามเธอไว้ก่อนอย่างรวดเร็ว

     

    "ใจเย็นๆ ครับเอลวิน่า เ๱ื่๵๹นี้เป็๲เ๱ื่๵๹ฝั่งโลกมนุษย์ ให้ผมจัดการตามกฎหมายดีกว่าครับ" นนท์กระซิบเบาๆ

     

    นนท์เดินก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าสงบนิ่งและมีสติมั่นคง

     

    "ขอโทษนะครับ ที่นี่คือร้านอาหารหลบมุมคาเฟ่ ห้ามใช้ความรุนแรงและห้ามทำลายทรัพย์สินในร้านครับ" นนท์พูดด้วยเสียงสุภาพแต่มีน้ำเสียงเฉียบขาด

     

    "ห้ามรุนแรงงั้นเรรอ? พวกกูคือคนของเฮียสมยศ! วันนี้ถ้าไม่ได้เงินห้าหมื่นบาทดอกเบี้ยเก่าล่ะก็ พวกกูจะพังร้านนี้ให้เรียบ!"

     

    ชายหนุ่มอันธพาลอีกคนตวาดก้องพลางง้างกำปั้นเหล็กจะทุบโต๊ะเก็บเงินของนนท์

     

    ทว่าทันทีที่เขาขยับ ม่านแสงสีฟ้าระยิบระยับของระบบความปลอดภัยระดับ 1 ที่ซ่อนอยู่ในผนังร้านก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย

     

    *วิ้ง...*

     

    ความรู้สึกตึงเครียดหนักอึ้งพุ่งเข้ากดทับร่างกายของพวกอันธพาลทั้งสามคนจนเข่าแทบทรุด คลื่นลมปราณและกำลังใจของพวกเขาหดหายไปในพริบตา

     

    "อะไรกันวะ... ทำไมจู่ๆ ร่างกายมันไม่มีแรงเลย..." หัวหน้าแก๊งอันธพาลพึมพำด้วยความตื่นตระหนกและเหงื่อไหลซึม

     

    นนท์ไม่ได้ตื่นกลัวแม้แต่น้อย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดยืนยันเบอร์โทรสารด่วนส่งตรงถึงสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ทันที

     

    "สวัสดีครับเ๽้าหน้าที่ตำรวจ ผมอนันต์ พิริยะกุล เ๽้าของตึกแถวร้านหลบมุมคาเฟ่ในซอยสิบห้าครับ ตอนนี้มีกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนบุกเข้ามาข่มขู่กรรโชกทรัพย์และทำลายข้าวของในร้านผมอยู่ครับ รบกวนส่งสายตรวจมาควบคุมตัวด้วยครับ ผมมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมดแล้วครับ"

     

    นนท์พูดกรอกเสียงใส่โทรศัพท์อย่างเป็๲ระเบียบชัดถ้อยชัดคำ

     

    "หนอย! แกกล้าแจ้งตำรวจเรรอ! ลุยมันเลยพวกเรา!"

     

    อันธพาลทั้งสามพยายามจะวิ่งก้าวเข้าไปทำร้ายนนท์ ทว่าแรงโน้มถ่วงและอำนาจสะกดของร้านทำให้พวกเขารู้สึกก้าวขาไม่ออกและแทบจะทรงตัวไม่ได้

     

    *หวอ... หวอ...*

     

    ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เสียงไซเรนรถตำรวจสายตรวจก็ดังระงับความโกลาหลอยู่ที่หน้าปากซอย

     

    เนื่องจากร้านของนนท์ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่สามย่าน-เยาวราชที่มีสายตรวจลาดตระเวนหนาแน่น ตำรวจนายสิบสองนายจึงบุกเข้ามาล้อมจับกุมอันธพาลทั้งสามคนได้อย่างรวดเร็วคาหนังคาเขา

     

    "พวกแกสามคนอีกแล้วเรรอ! ไปคุยกันที่โรงพักข้อหาบุกรุกและกรรโชกทรัพย์เลยไป!" ตำรวจตวาดก้องพลางใส่กุญแจมืออันธพาลทั้งสามลากตัวออกไปจากร้าน

     

    "ขอบคุณมากครับคุณตำรวจ เดี๋ยวผมจะตามไปให้ปากคำและยื่นหลักฐานกล้องวงจรปิดที่สถานีตำรวจ๰่๥๹เย็นนะครับ" นนท์กล่าวขอบคุณตำรวจด้วยความสุภาพ

     

    เอลวิน่าถอนหายใจยาวพลางเก็บมือที่เตรียมร่ายเวทลมลงอย่างโล่งอก

     

    "สุดยอดเลยค่ะพี่นนท์ ไม่ต้องออกแรงต่อสู้ก็จัดการพวกคนเลวได้ตามกฎหมายบ้านเมืองเลยนะคะ"

     

    "ใช่ครับเอลวิน่า โลกมนุษย์ของเราแก้ปัญหาด้วยกฎหมายและหลักฐานครับ ความรุนแรงมีแต่จะทำให้ร้านเดือดร้อนเปล่าๆ"

     

    นนท์ยิ้มพลางก้มลงเก็บเก้าอี้ที่ล้มขึ้นมาเช็ดฝุ่น

     

    ทันใดนั้น หน้าจอมิติระบบก็เปล่งเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จและแต้มประสบการณ์

     

    *กริ๊ง...*

     

    [ตรวจพบการแก้ไขความขัดแย้งด้วยปัญญาและรักษาสันติภาพในร้านคาเฟ่]

    - ระบบขอมอบค่าประสบการณ์ทักษะการปกครองร้าน: +670 EXP

     

    [ระบบแจ้งเตือน: ค่าประสบการณ์สะสมครบกำหนด 1,020 / 1,000 EXP]

    - ยินดีด้วย! ร้านหลบมุมคาเฟ่ได้เลเวลอัปขึ้นสู่ "เลเวล 9" เรียบร้อยแล้ว!

    - ความจุของ EXP เลเวลถัดไป: 1100 EXP (ยอดสะสมปัจจุบัน 20 / 1100 EXP)

    - ปลดล็อกคุณสมบัติระบบ: ช่องคลังสินค้าขยายตัวและปลดล็อกการชำระหนี้ระบบโดยตรง

     

    นนท์รู้สึกสบายใจขึ้นมากเมื่อร้านเลเวลอัปเป็๲เลเวลเก้า

     

    ใน๰่๥๹ค่ำวันนั้น ลูกค้าต่างมิติและลูกค้าทั่วไปฝั่งมนุษย์ที่ได้ยินข่าวว่าร้านอาหารหลบมุมกลับมาเปิดปกติพากันแห่มาอุดหนุนหนาแน่น

     

    นนท์และเอลวิน่าช่วยกันเสิร์ฟอาหารและทำยอดขายสะสมเพิ่มพูนได้อย่างเป็๲ประวัติการณ์ ได้รับเงินสดบาทไทยเพิ่มขึ้นมาอีก +8,000 บาท

     

    ยอดเงินสะสมในระบบพุ่งทะยานขึ้นมาแตะหลัก 50,000 บาทถ้วนพอดี นนท์มองดูตัวเลขเงินสดด้วยหัวใจที่พองโต

     

    วันพรุ่งนี้... เขาจะนำเงินห้าหมื่นบาทนี้ไปปลดหนี้สินของตึกแถวกับธนาคารงวดสุดท้ายให้หมดสิ้น!

     

    ---