*ปัง!*
เสียงทุบประตูดังลั่นขึ้นจากด้านหน้าร้านหลบมุมคาเฟ่ฝั่งโลกมนุษย์ใน่บ่ายแก่ๆ
นนท์ที่กำลังจัดเตรียมวัตถุดิบและเช็ดทำความสะอาดแก้วน้ำอยู่หลังเคาน์เตอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ชายฉกรรจ์สามคนท่าทางอันธพาล สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำและพกโซ่เหล็กคล้องคอ เดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีคุกคามคลาคล่ำ
"เฮ้ย! ไอ้คนดูแลตึกแถวนี้อยู่ไหนวะ? เงินค่าดอกเบี้ยทวงรอบนี้ห้าหมื่นบาทเมื่อไหร่จะจ่าย!"
หัวหน้ากลุ่มที่ไว้หนวดเคราครึ้มพ่นคำหยาบคายออกมา พลางเตะเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งข้างประตูจนล้มลง
*โครม!*
เอลวิน่าที่เดินลงมาจากชั้นสามสะดุ้งตัวโยนและตั้งท่าจะร่ายเวทมนตร์ลมเป่าพวกมันให้ปลิวออกจากร้านทันทีด้วยความโมโห
ทว่านนท์ส่งสายตาสัญญาณห้ามเธอไว้ก่อนอย่างรวดเร็ว
"ใจเย็นๆ ครับเอลวิน่า เื่นี้เป็เื่ฝั่งโลกมนุษย์ ให้ผมจัดการตามกฎหมายดีกว่าครับ" นนท์กระซิบเบาๆ
นนท์เดินก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าสงบนิ่งและมีสติมั่นคง
"ขอโทษนะครับ ที่นี่คือร้านอาหารหลบมุมคาเฟ่ ห้ามใช้ความรุนแรงและห้ามทำลายทรัพย์สินในร้านครับ" นนท์พูดด้วยเสียงสุภาพแต่มีน้ำเสียงเฉียบขาด
"ห้ามรุนแรงงั้นเรรอ? พวกกูคือคนของเฮียสมยศ! วันนี้ถ้าไม่ได้เงินห้าหมื่นบาทดอกเบี้ยเก่าล่ะก็ พวกกูจะพังร้านนี้ให้เรียบ!"
ชายหนุ่มอันธพาลอีกคนตวาดก้องพลางง้างกำปั้นเหล็กจะทุบโต๊ะเก็บเงินของนนท์
ทว่าทันทีที่เขาขยับ ม่านแสงสีฟ้าระยิบระยับของระบบความปลอดภัยระดับ 1 ที่ซ่อนอยู่ในผนังร้านก็สว่างวาบขึ้นเล็กน้อย
*วิ้ง...*
ความรู้สึกตึงเครียดหนักอึ้งพุ่งเข้ากดทับร่างกายของพวกอันธพาลทั้งสามคนจนเข่าแทบทรุด คลื่นลมปราณและกำลังใจของพวกเขาหดหายไปในพริบตา
"อะไรกันวะ... ทำไมจู่ๆ ร่างกายมันไม่มีแรงเลย..." หัวหน้าแก๊งอันธพาลพึมพำด้วยความตื่นตระหนกและเหงื่อไหลซึม
นนท์ไม่ได้ตื่นกลัวแม้แต่น้อย เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดยืนยันเบอร์โทรสารด่วนส่งตรงถึงสถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ทันที
"สวัสดีครับเ้าหน้าที่ตำรวจ ผมอนันต์ พิริยะกุล เ้าของตึกแถวร้านหลบมุมคาเฟ่ในซอยสิบห้าครับ ตอนนี้มีกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนบุกเข้ามาข่มขู่กรรโชกทรัพย์และทำลายข้าวของในร้านผมอยู่ครับ รบกวนส่งสายตรวจมาควบคุมตัวด้วยครับ ผมมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ทั้งหมดแล้วครับ"
นนท์พูดกรอกเสียงใส่โทรศัพท์อย่างเป็ระเบียบชัดถ้อยชัดคำ
"หนอย! แกกล้าแจ้งตำรวจเรรอ! ลุยมันเลยพวกเรา!"
อันธพาลทั้งสามพยายามจะวิ่งก้าวเข้าไปทำร้ายนนท์ ทว่าแรงโน้มถ่วงและอำนาจสะกดของร้านทำให้พวกเขารู้สึกก้าวขาไม่ออกและแทบจะทรงตัวไม่ได้
*หวอ... หวอ...*
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เสียงไซเรนรถตำรวจสายตรวจก็ดังระงับความโกลาหลอยู่ที่หน้าปากซอย
เนื่องจากร้านของนนท์ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่สามย่าน-เยาวราชที่มีสายตรวจลาดตระเวนหนาแน่น ตำรวจนายสิบสองนายจึงบุกเข้ามาล้อมจับกุมอันธพาลทั้งสามคนได้อย่างรวดเร็วคาหนังคาเขา
"พวกแกสามคนอีกแล้วเรรอ! ไปคุยกันที่โรงพักข้อหาบุกรุกและกรรโชกทรัพย์เลยไป!" ตำรวจตวาดก้องพลางใส่กุญแจมืออันธพาลทั้งสามลากตัวออกไปจากร้าน
"ขอบคุณมากครับคุณตำรวจ เดี๋ยวผมจะตามไปให้ปากคำและยื่นหลักฐานกล้องวงจรปิดที่สถานีตำรวจ่เย็นนะครับ" นนท์กล่าวขอบคุณตำรวจด้วยความสุภาพ
เอลวิน่าถอนหายใจยาวพลางเก็บมือที่เตรียมร่ายเวทลมลงอย่างโล่งอก
"สุดยอดเลยค่ะพี่นนท์ ไม่ต้องออกแรงต่อสู้ก็จัดการพวกคนเลวได้ตามกฎหมายบ้านเมืองเลยนะคะ"
"ใช่ครับเอลวิน่า โลกมนุษย์ของเราแก้ปัญหาด้วยกฎหมายและหลักฐานครับ ความรุนแรงมีแต่จะทำให้ร้านเดือดร้อนเปล่าๆ"
นนท์ยิ้มพลางก้มลงเก็บเก้าอี้ที่ล้มขึ้นมาเช็ดฝุ่น
ทันใดนั้น หน้าจอมิติระบบก็เปล่งเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จและแต้มประสบการณ์
*กริ๊ง...*
[ตรวจพบการแก้ไขความขัดแย้งด้วยปัญญาและรักษาสันติภาพในร้านคาเฟ่]
- ระบบขอมอบค่าประสบการณ์ทักษะการปกครองร้าน: +670 EXP
[ระบบแจ้งเตือน: ค่าประสบการณ์สะสมครบกำหนด 1,020 / 1,000 EXP]
- ยินดีด้วย! ร้านหลบมุมคาเฟ่ได้เลเวลอัปขึ้นสู่ "เลเวล 9" เรียบร้อยแล้ว!
- ความจุของ EXP เลเวลถัดไป: 1100 EXP (ยอดสะสมปัจจุบัน 20 / 1100 EXP)
- ปลดล็อกคุณสมบัติระบบ: ช่องคลังสินค้าขยายตัวและปลดล็อกการชำระหนี้ระบบโดยตรง
นนท์รู้สึกสบายใจขึ้นมากเมื่อร้านเลเวลอัปเป็เลเวลเก้า
ใน่ค่ำวันนั้น ลูกค้าต่างมิติและลูกค้าทั่วไปฝั่งมนุษย์ที่ได้ยินข่าวว่าร้านอาหารหลบมุมกลับมาเปิดปกติพากันแห่มาอุดหนุนหนาแน่น
นนท์และเอลวิน่าช่วยกันเสิร์ฟอาหารและทำยอดขายสะสมเพิ่มพูนได้อย่างเป็ประวัติการณ์ ได้รับเงินสดบาทไทยเพิ่มขึ้นมาอีก +8,000 บาท
ยอดเงินสะสมในระบบพุ่งทะยานขึ้นมาแตะหลัก 50,000 บาทถ้วนพอดี นนท์มองดูตัวเลขเงินสดด้วยหัวใจที่พองโต
วันพรุ่งนี้... เขาจะนำเงินห้าหมื่นบาทนี้ไปปลดหนี้สินของตึกแถวกับธนาคารงวดสุดท้ายให้หมดสิ้น!
---