ริวกับป๊อปพามิ้นต์และเมย์ชมรอบๆ โรงเรียน่พักกลางวันโดยที่ทั้งคู่ได้รับรู้เื่ราวคร่าวๆ ของฝาแฝดสองคนนี้ว่า เธอสองคนต้องย้ายโรงเรียนมาเพราะพ่อของทั้งคู่ย้ายที่ทำงานใหม่ มิ้นต์กับเมย์จึงต้องตามพ่อของเธอมาที่นี่ ส่วนแม่ของทั้งคู่ได้เสียไปตั้งนานแล้ว
ป๊อปกับมิ้นต์นั้นคุยกันสนุกเข้าคู่กันได้ดี แต่ริวกับเมย์นั้นเดินตามเงียบๆ ริวมีความรู้สึกว่าเมย์เหมือนรู้จักโรงเรียนแห่งนี้มาก่อน เพราะดูจากท่าทางของเธอแล้ว เธอดูคุ้นเคยกับสถานที่เป็อย่างมาก
ทั้ง4 คน เดินมาเรื่อยๆจวบจนถึงอาคารร้างหลังเก่าที่ตั้งอยู่ด้านหลังของโรงเรียนที่นั่นไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไปใกล้หากไม่มีความจำเป็เพราะมีข่าวลือว่าผีดุมากตึกทั้งตึกที่ตั้งอยู่นั้นดูสลัวๆ ทั้งๆ ที่เป็เวลากลางวัน
“และนี่ก็คือ ตึกผีสิงที่เขาร่ำลือกันครับ”
เสียงป๊อปพูดราวกับไกด์พานักท่องเที่ยวชมสถานที่ดังเรื่อยมาตลอดทาง
“สนใจอยากจะเข้าไปชมด้านในของตึกบ้างมั้ยครับ” ป๊อปหันมาถามเมย์กับมิ้นต์ด้วยสายตาเ้าเล่ห์
“อือ....น่าสนใจดี มิ้นต์อยากเข้าไปดูนะ เมย์ว่าไง” มิ้นต์หันไปถามเมย์ด้วยเสียงอ้อนๆเพราะรู้ว่า หากเมย์ไม่ยอมเข้าไป เธอก็คงไม่มีโอกาสได้เข้าไปเช่นกัน
“ตามใจสิ”เมย์หันไปมองสำรวจรอบตึกครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“โอเค งั้นขอเชิญทุกท่านเข้าสู่ตึกผีสิงได้เลยครับ” ป๊อปโค้งหัวลงพร้อมกับผายมือไปทางหน้าประตูทางเข้า
ทั้งสี่คนพากันเดินเข้าไปในอาคารร้างนั้น โดยป๊อปเดินพาชมภายในตึกและเล่าถึงเื่ที่เขาเล่าลือกันมาตลอดทางเดิน โดยที่มิ้นต์ตั้งใจฟังอย่างสนใจ
ส่วนเมย์นั้นเดินตามเงียบๆและคอยมองรอบๆ อาคารด้วยท่าทางระมัดระวัง ริวรู้สึกตะหงิดๆ อยู่ในใจว่า สองคนนี้เป็พี่น้องฝาแฝดที่แปลกเสียจริง คนนึงร่าเริง คุยเก่ง ส่วนอีกคนเงียบขรึม เฉยชา แล้วก็พาลไปนึกถึงเนย เมื่อตอนที่เขาพาเนยเข้ามาที่อาคารแห่งนี้ครั้งแรก แท้จริงๆ แล้วเนยเป็คนที่ค่อนข้างกลัวผีแต่ก็ชอบที่จะดูหนังผี หรืออยากรู้เื่ สำรวจเกี่ยวกับเื่พวกนี้ โดยวันที่เข้ามานั้นริวได้แกล้งหลอกเนยจนเธอกลัวมากต้องเดินเกาะแขนของเขาแน่นไปตลอดทาง ช่างเป็วันที่เขามีความสุขเสียจริง
พอคิดถึงตรงนี้ริวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เพราะเมื่อคิดถึงวันเกิดของเขาที่เขาพาเนยไปเที่ยวชายทะเล เขากับเนยนั่งก่อปราสาททรายด้วยกันเงียบๆ ก่อนที่เนยจะพูดประโยคที่ทำร้ายความรู้สึกของเขาไม่น้อย
“เราเป็แค่เพื่อนกันได้มั้ย“
เมื่อได้ยินเช่นนั้นริวได้แต่นิ่งอึ้งและมองหน้าของเธอด้วยสายตาเ็ป
“เราก็เป็เพื่อนกันอยู่แล้วนี่“ ริวตอบด้วยความเสียใจ
เหตุการณ์วันนั้นทำให้เขาเพิ่งรู้ว่าตลอดเวลาที่เขาคบกับเนยนั้นเขาคิดไปเองฝ่ายเดียวว่า เนยคงชอบเขาเหมือนกัน ถึงได้มาทำดีกับเขา
“ขอโทษนะ ที่เราไม่กลัวผี” เมย์ที่เดินอยู่ข้างริวกล่าวขึ้นมาลอยๆทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าเมย์พร้อมกับคำถามเกิดขึ้นในใจของเขาทันที
“เอ่อ……..คือ…….” ริวตั้งใจจะถามว่าเพราะอะไรถึงได้พูดเช่นนั้น
“เชิญทางนี้เลยครับทุกคน นี่คือห้องที่ร่ำลือกันว่า ทุกตอนเที่ยงวันจะมีเด็กสาวออกมายืนร้องไห้อยู่ที่ข้างหน้าต่างและหากใครที่เข้ามาเจอเธอในห้องนี้ จะโดนเธอหลอกโดยะโลงไปจากหน้าต่างชั้น 4 เลยครับ”
เสียงป๊อปดังขึ้นขัดจังหวะพอดี และดึงความสนใจของทุกคนไปที่ห้องที่ป๊อปพูดถึง
ทั้ง 4 คน เดินเข้าไปภายในห้องนั้นซึ่งที่ตั้งของห้องตรงกับมุมอับแสงพอดี ทำให้แสงแดดส่องเข้ามาไม่ทั่วถึง และบรรยากาศดูวังเวงน่าขนลุก ริวพอจะรู้เื่ที่เขาเล่าลือกันมาบ้าง ถึงเขาจะเป็คนที่ไม่กลัวผีก็เถอะ แต่เขาไม่เคยคิดจะเดินเข้ามาที่ห้องนี้เลยแม้แต่น้อยเพราะทั้งๆ ที่เป็เวลาตอนเที่ยงแดดเปรี้ยงแท้ๆ แต่บรรยากาศในห้องนี้กลับดูเย็นะเืจนถึงหนาวถึงกระดูกได้ ช่างแปลกเสียจริง
มิ้นต์นั้นรู้สึกหนาวจนขนลุกั้แ่เดินเข้ามาในห้องแล้ว และรู้สึกหนาวเย็นๆ มากขึ้นเมื่อเดินสำรวจอยู่ในห้องจนต้องยกมือขึ้นมากอดอกเอาไว้ ส่วนป๊อปนั้นถึงจะกลัวแต่ต่อหน้ามิ้นต์ เขาก็ไม่ยอมเสียฟอร์มเด็ดขาดแถมยังทำใจกล้าเดินไปตรงกลางห้องก่อนใครเพื่อน ส่วนเมย์นั้นมองไปรอบห้องด้วยสีหน้าเฉยๆ
“หนาวเหรอมิ้นต์? เอาเสื้อนอกเราไปคลุมก่อนดีมั้ย?”
ริวพูดพร้อมกับถอดเสื้อนอกออก และนำเสื้อนอกคลุมไปที่ไหล่ของหญิงสาว
“เอ้อ...ขอบคุณนะ” มิ้นต์กล่าวขอบคุณพร้อมกับมองหน้าริวและยิ้มให้ด้วยท่าทางเขินๆ
“ไม่เป็ไร”
ริวยิ้มตอบ ส่วนป๊อปเมื่อหันมาเห็นเพื่อนยืนอยู่กับสาวที่ตัวเองชอบก็รีบตรงไปหาทั้งคู่ที่ยืนอยู่ด้วยกันพร้อมกับผลักริวออกไปและยืนอยู่ตรงหน้ามิ้นต์แทน
“โธ่ มิ้นต์ หนาวแล้วทำไมไม่ยอมบอกผมล่ะครับผมยินดีจะให้คุณยืมเสื้อไปใส่คลุมเช่นกันนะครับ” ป๊อปพูดออกมาอย่างเสียดายโอกาส
“มึงจะให้มิ้นต์ยืมได้ไงวะ ในเมื่อเสื้อนอกของมึงน่ะถอดไว้ที่ห้องเรียนแล้ว ไอ้ป๊อป” ริวพูดพร้อมกับตบหัวเพื่อนเบาๆ ฐานผลักเขากระเด็น
“เออ...จริงว่ะ กูลืมไป” ป๊อปพูดพร้อมกับเกาหัวตรงที่โดนเพื่อนตบ
“เอ่อ….ขอบคุณนะป๊อป แต่ริวให้เรายืมแล้วน่ะ”
มิ้นต์บอก และขำท่าทางของป๊อป ก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าต่างด้านหน้าป๊อปได้แต่มองตามเธอด้วยสายตาละห้อย
“หึหึ”
ริวหัวเราะออกมาเบาๆ ป๊อปหันขวับไปมองริว แล้วทำตาเขียวใส่และปากด่าขมุบขมิบ
“ฝากไว้ก่อนเหอะ ไอ้ริว ไอ้เพื่อนบ้า”
ริวทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้กับคำด่าของป๊อบเขาหันไปมองเมย์ ก็ทันเห็นรอยยิ้มของเธอที่มุมปากพอดี ก่อนที่เธอจะหุบยิ้มและรีบเดินตรงไปหามิ้นต์ทันที
มิ้นต์เดินไปถึงหน้าต่างบานหนึ่งที่มีร่องรอยของการแตกอยู่ก่อนจะสะดุดตากับพวงกุญแจที่ตกอยู่พวงหนึ่ง เธอจึงก้มลงเพื่อจะเก็บพวงกุญแจพวงนั้น
“อย่าหยิบนะมิ้นต์”
เมย์ห้ามมิ้นต์เสียงเข้มทำให้มิ้นต์ชะงักทันที และชักมือกลับก่อนจะหันมามองหน้าเมย์ด้วยความแปลกใจระคนสงสัย
เสียงของเมย์ทำให้ริวและป๊อปรู้สึกสงสัยจึงเดินเข้ามาร่วมวงด้วย
“ถ้าเราเก็บไป เดี๋ยวเ้าของกลับมาหา ก็ไม่เจอหรอก” เมย์พูดเสียงเรียบๆแต่บ่งบอกเป็เชิงห้าม
“ไม่เห็นเป็ไรเลยนี่ เก็บไปเหอะ แล้วให้มิ้นต์ส่งให้ประชาสัมพันธ์จะได้ประกาศหาเ้าของไง”
ป๊อบออกความเห็นเพราะเขาเห็นสีหน้าของมิ้นต์ดูเหมือนเสียดายอย่างมากเขาจึงพยายามช่วยพูดกล่อมให้เมย์เห็นด้วย
“จะไปประกาศหาได้ยังไง นายลองดูสิ มันไม่มีชื่อ หรืออะไรบอกไว้ว่าใครเป็เ้าของเลยเนี่ยนะ”
เมย์พูดพร้อมกับชี้ให้ทุกคนดู เมื่อทุกคนมองตามที่เมย์ชี้ ก็เห็นด้วยกับคำพูดของเมย์
“ถึงพวงกุญแจจะดูเก่า แต่เ้าของคงรักมาก หากเราเก็บไปแล้วเ้าของมาหาไม่เจอ เขาคงเสียใจมาก” เมย์พึมพำเบาๆ
“เอาเป็ว่าอย่าเก็บมันไปแล้วกัน” เมย์สรุปง่ายๆ
“อืม ถ้าเมย์ว่างั้น ก็ตามนั้น” มิ้นต์ตกลงทำตามที่เมย์พูดเพราะรู้ว่าฝาแฝดของเธอคงมีเหตุผลที่ห้ามไม่ให้เก็บพวงกุญแจนี้กลับไป
“เราออกไปจากห้องนี้กันเถอะ มิ้นต์รู้สึกหนาวมากขึ้นแล้วล่ะ” มิ้นต์บอกกับทุกคนพร้อมกับห่อไหล่เล็กน้อยก่อนจะเอามือมาถูกันไปมา
“ตกลง”
ทุกคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน และรีบเดินออกไปจากห้องโดยมีเมย์เดินรั้งท้ายหญิงสาวชำเลืองกลับไปมองยังมุมมืดที่อยู่ด้านซ้ายมือของกระจกที่แตก ก็เห็นเงาๆหนึ่งมองมาที่เธอพร้อมกับยกมือชี้ไปที่พวงกุญแจนั้น เมย์หยุดชะงักและเดินกลับไปที่ที่กุญแจตกอยู่
“ช่วย...ด้วย...”เสียงเย็นเยียบดังออกมาจากร่างเงานั้น พร้อมกับมือซีดๆ ที่ยื่นตรงมายังเมย์
“ช่วย... ด้วย...”ผมสีดำที่ยาวสยายบวกกับน้ำเสียงที่ชวนขนลุก ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งห้องน่าขนลุกมากยิ่งขึ้น
“....พา... มา...”มือซีดยื่นมาจับข้อมือของเมย์เอาไว้ หญิงสาวสะดุ้งเพราะรู้สึกถึงความเย็นเยียบจากมือนั้น
“เมย์! ทำอะไรอยู่น่ะเร็วเถอะ จะได้เวลาเข้าเรียนแล้วนะ”
เสียงเรียกของมิ้นต์ทำให้เมย์ตื่นจากภวังค์หญิงสาวกะพริบตามองตรงด้านหน้าของเธอก็ไม่เห็นเงาสีดำแต่อย่างใด เมื่อก้มลงมองดูที่มือของเธอก็พบว่าพวงกุญแจที่ตกอยู่บนพื้นได้อยู่ในกำมือของเธอแล้ว
“เมย์ !!”
เสียงมิ้นต์เรียกอีกครั้งทำให้เมย์ตัดสินใจเก็บพวงกุญแจใส่ลงในกระเป๋ากระโปรงก่อนจะเดินออกมาสมทบกับเพื่อนๆ ที่ยืนรออยู่ด้านนอกอาคาร
“ทำอะไรอยู่น่ะ ออกมาช้าจัง” มิ้นต์บ่นอุบอิบ
“เปล่านี่” เมย์ตอบปฏิเสธเสียงเรียบ
“ไปกันเถอะ” เมย์บอกพร้อมกับเดินนำหน้าไป โดยมีป๊อปเดินตามไปติดๆ
“เอ้อ...ริว” มิ้นต์เรียกริวเอาไว้ชายหนุ่มหยุดชะงักและหันกลับมามองมิ้นต์เป็เชิงถาม
“ขอบคุณมากนะ สำหรับเสื้อที่ให้ยืมน่ะ” มิ้นต์พูดและยิ้มให้ด้วยท่าทางเขินๆก่อนจะถอดเสื้อนอกส่งคืนให้กับชายหนุ่ม
“ไม่เป็ไร” ริวพูดและยิ้มตอบให้กับมิ้นต์ พร้อมกับเดินเคียงข้างไปกับมิ้นต์เพื่อเข้าเรียน
