
ไก่ผัดถั่วลิสงพริกแห้ง (2)
หลังมื้อเช้าของวันถัดมายังไม่ทันที่อี้เฟิงจะได้ขออนุญาตท่านแม่ไปเหลาอาหารอี๋นั่วเพื่อเกี้ยวพาราสีพ่อครัวใหญ่ เอ้ย เพื่อช่วยพ่อครัวใหญ่คิดรายการอาหารอาหารใหม่ๆ ก็พบว่ามีคนงอแงอยู่หนึ่งอัตรา ไม่ใช่หลางเอ๋อร์หรือหลานเอ๋อร์หลานชายหลานสาวแต่อย่างใด แต่เป็พี่รองคนดีอายุ 22 ย่าง 23 ปีนี่แหล่ะ...
พี่รองคนนี้เหมือนนกรู้ว่าอี้เฟิงกำลังจะเขียนบอกท่านแม่ว่าขอออกไปเหลาอาหารก็พุ่งเข้ามาหาพูดเสียงอ่อนปนน้อยใจกับอี้เฟิงว่าไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกันตามประสาพี่น้องเลย วันนี้ตนไม่ต้องออกไปตรวจงานที่ร้านค้าของตระกูลเลยอยากใช้เวลาด้วยกันกับน้องชายคนเล็กบ้าง
ทำเอาอี้เฟิงถึงกับงงไปเลยทีเดียว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงมองพี่ชายคนรองอย่างไม่ไว้ใจ จนในที่สุดเ้าตัวก็หลุดปากออกมาว่าคืนนี้พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่วางแผนจะพาอี้เฟิงไปนอนด้วย และด้วยความที่ชิงดีชิงเด่นเอาชนะกันเื่น้องชายคนสุดท้องมาตลอดพี่ใหญ่เลยมาเยาะเย้ยพี่รองว่าคงไม่มีโอกาสได้กอดร่างนุ่มๆ หอมๆ ของอี้เฟิงเหมือนกับตน จนเป็เหตุให้วันนี้ร่างสูงมาวอแวกับน้องน้อยแต่เช้าจนในที่สุดภารกิจเต๊าะว่าที่สามีของวันนี้ก็ต้องเลื่อนไปเป็พรุ่งนี้แทน
ก็เข้าใจพี่รองได้นะเพราะวันมะรืนอี้เฟิงไปนอนกับท่านพ่อท่านแม่ ส่วนเมื่อวานก็นอนกับท่านปู่ท่านย่า ส่วนคืนนี้คงไปนอนกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ใหญ่คนสวยนั่นแหล่ะ ส่วนพี่รองด้วยความว่าเป็บุรุษอีกทั้งยังอยู่ในวัยที่เหมาะสมกับการออกเรือน การที่อี้เฟิงไปค้างที่เรือนพี่รองถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งแม้จะเป็พี่น้องกันก็ตามเพราะเป็สถานที่ปิด อีกอย่างอี้เฟยก็ถึงวัยออกเรือนแล้วเหมือนกันถึงจะตัวเล็กพกพาง่ายเพราะได้ความสูงมาจากท่านแม่คนงามที่ตัวสูงเพียงเท่าอกของท่านพ่อก็เถอะ อี้เฟิงถึงได้ถูกทุกคนหิ้วไปหิ้วมาได้ง่ายๆ เลยไงล่ะ อี้เฟิงไม่ได้มีหน่วยเป็คนนะ แต่มีหน่วยเป็ก้อน
บุรุษเกือบทุกคนในนิยายเื่ลิขิตรักครองบัลลังก์นี่ไม่รู้ว่าคนเขียนกำลังอินอนิเมชั่นสัญชาติญี่ปุ่นอย่างไททันอยู่รึเปล่า ถึงได้กำหนดให้ความสูงแต่ละคนคือเฉียดร้อยเก้าสิบไม่ก็เกินไปเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะผู้ชายในจวนหยาง แม้แต่เทียนเกอสุดหล่อจากที่ลองเทียบด้วยสายตาอี้เฟิงเดาว่าน่าจะสูงเกินร้อยเก้าสิบเช่นกัน
แต่ร่างเกอของอี้เฟิงนี่ส่วนสูงยังไม่พ้นร้อยเจ็ดสิบเลยมั้ง แต่ก็ดีนะบางทีก็ี้เีจะเดินเพราะจวนตระกูลหยางคือกว้างมากๆ ขนาดเรือนของอี้เฟิงอยู่ใกล้กับเรือนใหญ่มากที่สุดยังต้องใช้เวลาเดินเกือบเค่อนึงเลยด้วยซ้ำ ก็ถูกผู้ชายในบ้านนี้แหละอุ้มไปมา
หลางเอ๋อร์หลานชายที่อายุเจ็ดขวบยังสูงถึงอกของอี้เฟิงแล้วเลย แถมเ้าตัวเล็กยังมาทำสัญญาอย่างแข็งขันว่าจะรีบโตขึ้นเพื่อที่จะได้มาอุ้มท่านน้าคนงามเดินรับส่งในจวนให้เอง นี่มันจิติญญาของแกร๊บไบค์หรือเปล่านะ อี้เฟิงได้แต่คิดตลกกับตัวเอง
กิจกรรมวันนี้ของคุณชายสามเลยกลับมาอยู่ที่ศาลาสระบัวของจวนพร้อมกับผู้ติดตามทั้งหลายที่ดูเหมือนจะเพิ่มจำนวนขึ้นหลายคนเลย สงสัยจะกลัวปีนต้นไม้หนีออกจากจวนอีกล่ะมั้ง
เวลา่เช้าของอี้เฟิงกับพี่รองหมดไปกับการวาดรูปเล่นที่พี่รองอาสาเป็แบบให้อี้เฟิงวาด การวาดรูปเป็ของถนัดของอี้เฟิงเสมอไม่ว่าจะเป็การวาดภาพแนวไหนก็ตาม มือเล็กของอี้เฟิงตวัดพู่กันอย่างอ่อนช้อยงดงามราวกับกำลังร่ายรำแม้จะมีเพียงหมึกสีดำไห้ได้ใช้ แต่ภาพที่ออกมาก็ยังเหมือนพี่รองราวกับก็อปวาง
พอลองได้วาดรูปอย่างจริงจังเป็ครั้งแรกั้แ่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ไม่รวมที่ห่ายหายจากการวาดภาพไปนานถึงเจ็ดปี อี้เฟิงก็เริ่มไฟลุกโชน ขอแท่งถ่านเมื่อคืนจากอาจิงมาใช้วาดภาพเหมือนของพี่รองอีกภาพอย่างกระตือรือร้น แต่คนที่กระตือรือร้นมากกว่าใครก็อี้เวยนี่แหล่ะที่ยิ้มหน้าบานจนปากจะฉีกถึงหูเพราะจะมีภาพเหมือนฝีมือของน้องน้อยไปอวดพี่ใหญ่ถึงสองภาพด้วยกัน
แค่คิดว่าอีกฝ่ายจะอิจฉาตนขนาดไหมปากหนาได้รูปก็ยิ่งขยับเป็รอยยิ้มชั่วร้ายมากเท่านั้น
ส่วนน้องน้อยสุดรักสุดหวงฉนวนของการทะเลาะกันระหว่างพี่ชายทั้งสองก็ไม่ได้รู้เื่อะไรด้วย หลังจากวาดภาพเหมือนภาพที่สองของพี่ชายคนรองเสร็จ ก็ขยับมือยุกยิกจดสิ่งต้องทำลงในกระดาษ ต้องทำอะไรน่ะหรอ ก็การคั้นสีจากพวกดอกไม้หรือเปลือกไม้ต่างๆ มาทำเป็สีสำหรับใช้ในการวาดภาพน่ะสิ หัวเล็กๆ เกิดความคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าวาดภาพเหมือนของอาหารในโลกก่อนได้ เทียนเกอต้องทำอาหารเลียนแบบได้ง่ายขึ้นอย่างแน่นอน
พอจดอะไรเสร็จเรียบร้อยหันกลับมาอีกทีก็เจอพี่รองกำลังปอกเปลือกส้มผลโตให้อยู่ แกะใยส้มสีขาวรวมถึงแกะเมล็ดออกจากกลีบส้มจนหมดให้แล้วค่อยป้อนใส่ปากจิ้มลิ้มนั่นที่คลี่ยิ้มน่ารักให้กันไม่หยุด แก้มป่องๆ ก็เคี้ยวตุ้ยๆ จนน่าฟัด ถ้าไม่ติดว่ากลัวน้องจะสำลักก็อยากจะงับแก้มป่องๆ นั่นให้น้องใเล่น
ส่วนอี้เฟิงที่กินส้มไปได้สองสามคำก็อยากแกะส้มป้อนพี่ชายบ้างหลังจากนั้นเลยกลายเป็ภาพที่แสนอบอุ่นของจวนหยางที่สองพี่น้องหนึ่งหล่อเหลาหนึ่งโฉมสะคราญกำลังผลัดกันป้อนผลไม้ให้กัน
กินผลไม้และจิบชากันจนหมดไปหลายการะหว่างรอทานอาหารมื้อกลางวันในอีกครึ่งชั่วยาม พี่รองก็เรียกใช้บ่าวคนสนิทของตนให้ไปเอาขลุ่ยที่ห้องอักษรมาให้
ร่างเล็กตาโตเป็ประกายทันที ในความทรงจำของอี้เฟิงคนก่อน เมื่อพี่ชายคนรองมีเวลาว่างมักจะมาเป่าขลุ่ยเล่นกับอี้เฟิงยามคนตัวเล็กออกมาใช้เวลาวาดรูปอยู่เสมอ ร่างน้อยขยับเข้าไปนั่นชิดร่างสูงใหญ่ของผู้เป็พี่ ก่อนจะใช้หัวทุยสวยแปะลงบนไหล่หนาของอีกคนแล้วหัวเราะอยู่ในลำคออย่างอารมณ์ดี
พอได้ขลุ่ยไม้สีสวยมา มือหนาก็ดึงเอาหมอนนุ่มมาวางไปบนตักแกร่งทันที น้องน้อยตัวเล็กผู้รู้งานวางหัวเล็กของตัวเองลงบนหมอนนิ่มให้พี่ชายลูบหัวอยู่สองสามครั้ง ก่อนเริ่มจรดปลายนิ้วลงบนขลุ่ยเพื่อบรรเลงเพลงแว่วหวาน หยอกเย้าคลอเคลียกับสายลมพาให้ทุกคนในศาลาสระบัวเคลิบเคลิ้มตกอยู่ในภวังค์
ดวงตาคู่โตทอดมองพี่ชายคนรองจากบนตักนิ่ง แววตาทอประกายความคิดถึงขึ้นมาวูบนึง ก่อนจะปิดเปลือกตาบางลงเพื่อดื่มด่ำกับบทเพลงที่ผู้เป็พี่บรรเลงให้ฟังอย่างเต็มที่ ปลดปล่อยความคิดถึงคะนึงหาให้ไหลผ่านจากหัวใจไปตามเสียงเพลงและสายลม
หลังจากบรรเลงเพลงเป่าขลุ่ยไปได้สองเพลงมือหนาก็ลดขลุ่ยลงจากริมฝีปากได้รูป สายตาคู่คมก้มลงมองน้องชายที่ตอนนี้หลับพริ้มเข้าสู่นิทราไปแล้ว ปลายนิ้วยาวแตะที่ปลายขนตาน้องชายหยอกเย้าแ่เบาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
อี้เวยเอ่ยขอผ้าแพรผืนนุ่มจากบ่าวคนสนิทของน้องชายเสียงเบามาห่มคลุมให้ร่างกายเล็กๆ นี่ไม่ให้ต้องลมเย็นจนเกินไป สางผมนุ่มที่คลอเคลียอยู่บนตักกว้างเพื่อขับกล่อมน้องชายให้นอนหลับฝันดี
ั้แ่วันที่น้องชายฟื้นขึ้นมาเมื่อครึ่งเดือนก่อน ยามกลางดึกมักละเมอขึ้นมาตะเกียกตะกายส่งเสียงครางอื้ออึงในลำคอร้องขอความช่วยเหลือก่อนที่ร่างกายจะกระตุกแล้วนิ่งไปเข้าสู่ห้วงนิทราตามเดิมอยู่ทุกคืน
ยามที่บ่าวสาวคนสนิทของน้องชายมาแจ้งนั้นทุกคนคิดว่าอาจจะเป็อาการฝันร้ายที่ตกค้างจากการเกิดอุบัติเหตุตกน้ำครั้งล่าสุด ซักสองสามคืนคงจะหาย แต่ก็ให้บ่าวประจำตัวน้องชายมาคอยรายงานอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อผ่านไปเป็สัปดาห์แล้วอาการละเมอของน้องชายก็ยังคงเกิดขึ้นทุกคืน แต่เ้าตัวเล็กดูเหมือนจะไม่ได้รับรู้อะไรเลย ตื่นเช้ามากก็ยิ้มแย้มร่าเริงปกติ
ทุกคนในบ้านล้วนเป็ห่วงร่างเล็กจนแทบจะนอนหลับไม่สนิทเลยซักคืน พากันผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าไปในห้องนอนของน้องชายยามเ้าตัวหลับเพื่อเฝ้าดูอาการ รวมถึงถามหมอหลวงถึงวิธีแก้ไข หมอหลวงก็วินิจฉัยเช่นเดียวกับที่คนจวนหยางคิดว่าเป็ผลมาจากการตกน้ำ ร่างกายอาจจดจำฝังใจและรวมถึงความหวาดกลัวในครั้งนั้นยังคงอยู่ หมอหลวงจึงเพิ่มเทียบยาสงบใจให้กับร่างเล็กดื่มอีกชาม แต่ดูเหมือนผลที่ได้จะยังไม่ดีขึ้นเมื่อเกอตัวน้อยยังคงละเมอเช่นเดิม
หมอหลวงคนเดิมที่เพิ่มเติมคือตัวสั่นระริกจากสายตาดุกร้าวไม่พอใจของนายท่านตระกูลหยางที่มองมาราวกับจะเอาดาบมาบั่นคอกันหากยังไม่สามารถแก้ปัญหาการนอนละเมอของลูกชายสุดที่รักได้ เอ่ยแนะนำด้วยเสียงสั่นเครือว่าอาจจะต้องใช้วิธีเดียวกับเด็กเล็กที่นอนฝันร้าย คือคอยกอดปลอบมอบความอบอุ่นและลูบหลังขับกล่อมให้ฝันดี
ปัญหามันเกิดขึ้นตรงนี้ เพราะก่อนที่ร่างเล็กจะตกน้ำรอบที่สองก็มักจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปนอนห้องของท่านพ่อท่านแม่ ท่านปู่ท่านย่า และห้องของพี่ใหญ่พี่สะใภ้ใหญ่เป็ประจำ แต่หลังจากฟื้นขึ้นมาราวกับว่ามีกำแพงบางๆ ขวางกั้นระหว่างเกอคนเล็กสกุลหยางกับครอบครัว คนอื่นๆ ในตระกูลก็ไม่รู้สาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ระหว่างวันคุณชายน้อยของจวนจะร่าเริงยิ้มแย้มและคอยออดอ้อนทุกคนอยู่ตลอดเช่นเดิม แต่หลังจากทานข้าวมื้อเย็นเสร็จก็เก็บตัวอยู่ภายในเรือนของตัวเองไม่ได้มาเคาะประตูขอนอนด้วยอย่างเดิมพาให้ทุกคนเป็วิตกกังวลกันมาตลอด
แต่ในคืนที่เ้าตัวซุกซนปีนกำแพงหนีออกจากจวนจนต้องหิ้วกลับมาพร้อมรอยน้ำตาทั้งที่ยังหลับอยู่ คืนนั้นหลังจากที่โดนทั้งพ่อแกล้งดุจนร้องไห้จนต้องผลัดกันกอดปลอบกับท่านพ่อก็ดูเหมือนกำแพงที่มองไม่เห็นนั้นมันจะสลายไปพร้อมกันในคืนนั้นด้วย เพราะเ้าตัวเล็กนี่หอบหมอนมาเคาะประตูขอนอนกับบิดามารดาเหมือนเดิม แล้วก็เป็อย่างที่ท่านหมอหลวงกล่าวไว้เมื่อร่างเล็กที่ชอบผวาละเมอตอนดึกนอนอยู่ในอ้อมกอดของบิดามารดาก็ไม่ได้ละเมอใช้มือปัดป่ายราวกับคนจมอยู่ในน้ำอีกต่อไป พาให้ทุกคนในครอบครัวโล่งใจกันได้ซักที ส่วนเทียบยาสงบใจของหมอหลวงที่ไม่ได้ผลก็เป็เพราะเ้าตัวแสบนี่แอบเทยาทิ้งไม่ให้บ่าวคนสนิทรู้นั่นเอง
หยางอี้เวยรับผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาจากอาจิง บรรจงลูบเช็ดใบหน้าของน้องอย่างอ่อนโยนเพื่อปลุกเ้าตัวขี้เซาที่หลับไปได้สองเค่อให้ไปทานข้าวด้วยกันที่ห้องอาหาร มองน้องน้อยตัวเหลวอยู่กับตักกว้างบิดตัวไปมาไม่ยอมตื่นก็หิ้วเ้าตัวเล็กพาดบ่าไปห้องอาหารทั้งอย่างนั้น
หลังจากทานมื้อกลางวันเสร็จก็พากันขลุกอยู่ที่เรือนใหญ่ดูท่านแม่ท่านย่าปักชุดให้กับสามีตัวเองรวมทั้งมีหลานชายหลานสาวมาร่วมวงเป่าขลุ่ยคู่กับกู่เจิงคลอเคล้าเสียงพูดคุยจนเวลาทั้งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความสุข
ส่วนในยามกลางคืนก็เป็เช่นที่พี่รองได้กล่าวไว้ร่างน้อยของคุณชายสามถูกคุณชายใหญ่ของจวนหิ้วไปพร้อมกับหมอนประจำตัวหลังอาบน้ำเปลี่ยนเป็ชุดนอนเสร็จเรียบร้อย ถูกพี่ชายใหญ่ฟัดเล่นซักพักก่อนจะถูกพี่สะใภ้รองแย่งไปนอนกอดส่วนคุณชายใหญ่ของบ้านก็นอนซ้อนหลังภรรยาคนสวยเอื้อมแขนยาวโอบกอดคนที่รักทั้งสองคนไว้ในอ้อมอกแกร่งแล้วหลับตาเข้านิทราตามทั้งสองคนไปทันที
ตัดมาทางด้านของคนที่วางแผนขโมยลูกแมวจะกละออกจากถ้ำพยัคฆ์
ปัก! ปัก! ปัก! เคร้ง!
ต้าหวังต้าลู่สะดุ้งเฮือกตามจังหวะการปักมีดของผู้เป็ยามสับเนื้อหมูลงกับเขียงไม้ก่อนจะผวาตัวดีดหลบหนีออกจากประตูห้องครัวขึ้นไปหลบซ่อนยังที่ประจำทันทีด้วยใบหน้าซีดเผือดเมื่อเขียงไม้หนาใหญ่ถูกผ่าเป็สองท่อน
ใบหน้าหล่อเหลาติดดุแผ่รังสีดำมืดกระจายออกมารอบตัวไปทั่วทั้งห้องกว้าง มองไปยังเขียงไม้ที่ถูกผ่าออกด้วยมีดสับหมูเล่มใหญ่ราวกับจะแทนที่เขียงขาดออกจากกันด้วยสหายน่ารำคาญอย่างหยางอี้เวย
วันนี้ิเทียนตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อเตรียมวัตถุดิบที่จะใช้ทำอาหารอร่อยๆ เพื่อล่อลวงเ้าแมวตัวกลมของตน
เก้าอี้ไม้สำหรับพักผ่อนที่มุมห้องถูกเปลี่ยนเป็ตั่งไม้ยาวตัวกว้างปูทับด้วยเบาะหนุ่มหนา อีกทั้งยังมีผ้าแพรสีฟ้าอ่อนราคาแพงเนื้อนุ่มแบบเดียวกับที่ใช้ในวังอ๋องซึ่งสีเป็ประจำตัวของคนบางคนวางพับไว้อย่างเรียบร้อย บนโต๊ะวางถาดน้ำชาด้านหน้าก็เตรียมกระดาษเนื้อดีพู่กันด้ามหยกและแท่งหมึกเพื่อให้รอคนร่างบางที่มาถึงสามารถหยิบใช้ได้ทันที
แต่ทุกอย่างที่เตรียมไว้กับต้องรอเก้อเพราะหยางอี้เวยเพียงคนเดียว!
หลังจากรอเกอร่างบางจนจะถึงเวลามื้อกลางวันแล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เส้นผมนุ่มๆ ของเ้าลูกแมว ิเทียนก็ใช้ให้ต้าหวังไปสืบความที่จวนหยางทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเ้าเด็กจะกละหรือเปล่า เหตุใดวันนี้ยังไม่มาที่เหลาอาหารเสียที
หลังต้าหวังกลับมารายงานว่าสาเหตุที่เกอน้อยไม่มาเป็เพราะคุณชายรองออดอ้อนขอให้น้องชายคนงามใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่เรือนวันนี้ทั้งวัน อีกทั้งยังเล่าให้ฟังอีกว่าตอนถึงจวนตระกูลหยางภาพที่เห็นคือคุณชายรองกำลังรูปเรือนผมนุ่มขับกล่อมคุณชายสามที่นอนซบตักอย่างอ่อนโยนอยู่ในศาลาสระบัว
เ้าสหายหน้าเหม็น หยางอี้เวย!
เขาคงต้องหางานแถวชายแดนใต้ไกลๆ เพื่อส่งเ้าคนติดน้องนั่นให้ออกไปจากเมืองหลวงให้ได้ อยู่ในเมืองหลวงก็มีแต่ทำตัวเกะกะรำคาญสายตาอยู่ร่ำไป
แถมยังรั้งแมวน้อยของตนไม่ให้ออกมาเดินเล่นข้างนอกถ้ำเสื้อแบบนี้ เขาจะได้แสดงฝีมือเสน่ห์ปลายจวักเพื่อหลอกล่อเ้าเด็กจะกละให้ตกหลุมพลางได้เมื่อใด
มือแกร่งวางมีดในมือทิ้งก่อนจะผละตัวไปนั่งเขียนจดหมายถึงผู้นำตระกูลหยางแทนเนื้อความในจดหมายเขียนว่าความสามารถของคุณชายสามในการคิดค้นวัตถุดิบแปลกใหม่มาทำอาหารเลิศรสนั้นหาตัวจับยากนัก หากได้คุณชายสามมาช่วยคิดค้นสูตรอาหารใหม่ๆ เหลาอาหารอี๋นั่วจะมีชื่อเสียงขจรไกลกว่านี้ อีกทั้งอาจจะทำให้พวกหนูทั้งหลายที่ซ่อนตัวอยู่ ก้าวเข้ามาในกับดักของอาหารอร่อยแปลกใหม่ที่เหลาอาหารแห่งนี้จนทำให้สามารถสืบเื่ราวต่างๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม
เรียกได้ว่าจดหมายฉบับนี้เป็จดหมายที่มีเนื้อความยาวที่สุดในชีวิตของโจวไท่ิเทียนที่เคยเขียนขึ้น
แม้เนื้อความจะบอกว่า้าล่อหนูออกมา แต่สิ่งที่หวังไว้ที่แท้จริงคือล่อเ้าลูกแมวที่ชอบของอร่อยออกมาจากถ้ำพยัคฆ์ทุกวันต่างหาก...
----------------------------------------------------
ขอบคุณภาพประกอบค่ะ
https://sites.google.com/a/nkk.ac.th/wathnthrrm-kar-kin-prathesthiy-cin/home/xahar-praca-chati-cin
ตอนนี้ค่าตัวแพงสุดก็คืออาหารเหมือนเดิม 555555
ตอนนี้จะเล่าผ่านมุมมองของพี่รองว่าไม่ใช้อี้เฟิงที่ฟื้นขึ้นมาจะปล่อยใจให้กับคริบครัวหยางั้แ่ตื่นเลยนะคะ แม้ทุกคนในครอบครัวหยางจะรักและเอ็นดูน้องมากขนาดไหน แต่น้องก็มียังมีเส้นแบ่งอยู่เหมือนกัน ส่วนเส้นแบ่งนั่นก็ถูกพังลงด้วยฝีมือของท่านพ่อนั่นเองค่ะ ทำไมถึงต้องเป็ท่านพ่อเพราะในครอบครัวที่โลกก่อนคนที่พระพายรักที่สุดก็คือท่านพ่อค่ะ และก็เป็คนที่ทำร้ายใจน้อยๆของพระพายมากที่สุดด้วยเหมือนกัน
พอได้ััว่าท่านพ่อในโลกนี้รักอี้เฟิงมากจริงๆแบบที่ไม่มีทางจะทำร้ายกันเพราะถึงขนาดร้องไห้เองหลังจากดุลูกนี่แหล่ะ แม้ตะแค่แกล้งน้องก้เถอะ ไม่ได้แกล้งเมินเฉย อีกทั้งยังไม่มีอีโก้ในการขอโทษลูกตัวเองอีก น้องเลยเหมือนได้ปลดปล่อยปล่อยใจให้มีความสุขกับครอบครัวหยาวได้จริงๆ
ขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยายเื่แล้วก็ติดตามกันไปเรื่อยๆถึงตอนจบเลยนะคะ????
มาค่ะ มากอดๆกันรับกำลังใจของวันนี้ไปน้า ????♥️ ขอให้เป็วันที่ดีของทุกคนนะคะ ????