เมื่อออกจากโลกเสมือนจริง
เย่เทียนก็พึมพำกับตัวเอง“แม้ว่าครั้งนี้เราจะเปิดเผยความแข็งแกร่งบางส่วนออกไป แต่แลกกับการได้คัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับดารามันก็ถือว่าคุ้มค่ามาก หากเราคัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับดาราได้อีกครั้ง พรสวรรค์ด้านดาบของเรานั้นก็จะพัฒนาขึ้นกลายเป็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทรา!”
แต่เย่เทียนรู้ดีว่าทักษะดาบระดับดารานั้นหายากมากยากไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะพบมันอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามเขาก็ยังสั่งให้สมาชิกของหอสวรรค์ค้นหาต่อไปหากพบอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ด้านดาบระดับดารา เขาจะรู้ทันที
“ฝึกฝนต่อเถอะ!”
เย่เทียนเตรียมจะยกระดับพลังบ่มเพาะของเขา
ตอนนี้เขามีพรสวรรค์ระดับลึกลับมากมายแล้วเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอะไรอีก เขาอยากจะบ่มเพาะอย่างเต็มที่ไปพร้อมๆ กับจักรพรรดิจันทราด้วยการเร่งเวลาขึ้นสิบเท่า มันจะทำให้จักรพรรดิจันทราสามารถฝึกฝนได้เร็วขึ้น
แต่ด้วยวิธีนี้มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะไปฝึกฝนในสถานที่ที่เป็นศูนย์รวมของพลังธาตุ
นอกเสียจากว่าเขาจะพาจักรพรรดิจันทราติดตามไปด้วยแต่นั่นจะทำให้จักรพรรดิจันทราเสียเวลาในการฝึกฝน
เย่เทียนไม่ต้องการเปิดเผยพรสวรรค์เทพจันทราระดับลึกลับมิฉะนั้นเขาไม่รู้ว่าจะอธิบายต่อจักรพรรดิจันทราอย่างไร
“เราเคยได้ยินมาว่าสมบัติบางอย่างสามารถใช้แทนปราณธาตุได้ไม่รู้ว่าร้านค้าคะแนนจะมีสมบัติเช่นนี้อยู่ไหม?”
เมื่อเย่เทียนคิดได้ดังนั้นเขาก็เข้าสู่โลกเสมือนจริงและตรวจสอบร้านค้าคะแนนทันที
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนก็ค้นพบสมบัติที่มีคุณสมบัติตรงตามที่เขาต้องการ
“เพลิงประหลาดระดับหนึ่งแก่นเปลวเพลิง!”
เพลิงประหลาด!
เย่เทียนนึกถึงเพลิงประหลาดในนิยายเรื่องหนึ่งแต่มันค่อนข้างแตกต่างจากที่เขาเคยได้ยินมา เพลิงประหลาดในยุคนี้เกิดขึ้นในสถานที่พิเศษบางอย่างหลังจากวิวัฒนาการมาอย่างยาวนานในที่สุดเพลิงประหลาดก็ก่อตัวขึ้น
เพลิงประหลาดสามารถถือได้ว่าเป็นการรวมตัวของพลังงานธาตุไฟและได้ก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นสมบัติพิเศษ
แต่มันเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป
หากปราศจากพลังงานธาตุไฟ มันก็จะค่อยๆสลายหายไป
ดังนั้นเมื่อได้รับเพลิงประหลาดมาผู้ใช้จะต้องใช้วิธีการบางอย่างเพื่อคงคุณสมบัติของมันไว้ มิฉะนั้นเมื่อเวลาผ่านไปมันจะสลายหายไปในที่สุด
หนึ่งในประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของเพลิงประหลาดคือจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ธาตุไฟระดับลึกลับสามารถใช้มันเพื่อขัดเกลาร่างกายทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้และผลลัพธ์ของมันยังเหนือกว่าการขัดเกลาร่างกายในปล่องภูเขาไฟเสียอีก
แต่การใช้เพลิงประหลาดขัดเกลาร่างกายเมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายก็จะมีภูมิคุ้มกัน ยกตัวอย่างเช่นหากผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราใช้เพลิงประหลาดเพื่อขัดเกลาร่างกายหลังจากทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้หนึ่งครั้ง ก็ยากที่จะทำลายขีดจำกัดของร่างกายต่อไปได้มันเหมือนกับการขัดเกลาร่างกายด้วยปราณอัคคีในลาวาภูเขาไฟ
“เพลิงประหลาดนี้ไม่เลวเลยด้วยเพลิงประหลาดนี้ เราจะสามารถฝึกฝนกับเยว่เอ๋อร์ได้โดยที่ไม่ต้องออกไปไหน!” เย่เทียนครุ่นคิด
จากนั้นเขาก็มองไปที่ราคาของเพลิงประหลาดมันมีราคาเพียง 8,000 คะแนนซึ่งราคานี้ไม่ได้ถือว่าแพงจนเกินไป
เนื่องจากเพลิงประหลาดนี้เป็นเพียงระดับหนึ่งเท่านั้นมันเป็นเพลิงชนิดที่ต่ำที่สุด ดังนั้นมูลค่าของมันจึงไม่ได้สูงเกินไป มันมีผลลัพธ์เหนือกว่าการขัดเกลาร่างกายในลาวาภูเขาไฟเล็กน้อย
มีภูเขาไฟมากมายบนโลกใบนี้การฝึกฝนในภูเขาไฟ แม้ว่าผลที่ได้จะแย่กว่าเล็กน้อย แต่มันก็ดีกว่าเสียคะแนนจำนวนนี้ไป
บางทีนักปรุงยาอาจจะต้องใช้เพลิงประหลาดในการปรุงยาแต่นักปรุงยานั้นหายากมาก นักปรุงยาที่ใช้เพลิงประหลาดจะต้องเป็นนักปรุงยาที่เก่งกาจอย่างแน่นอนแต่ตอนนี้จะมีนักปรุงยาซักกี่คนที่ไปถึงระดับนั้นได้?
และลำพังแค่เพลิงประหลาดระดับหนึ่งนักปรุงยาก็สามารถใช้งานมันได้อย่างยาวนานแล้ว
ดังนั้นความต้องการเพลิงประหลาดของนักปรุงยาจึงไม่ได้สูงนักและระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ธาตุไฟระดับลึกลับก็ไม่ต้องการที่จะใช้เพลิงประหลาดนี้ในการฝึกฝนเพราะมันเป็นเรื่องที่ฟุ่มเฟือยจนเกินไป
ด้วยเหตุนี้ เพลิงประหลาดพิเศษระดับหนึ่งจึงถูกขายในราคา8,000 คะแนนเท่านั้น
“ซื้อ!”
เย่เทียนซื้อเพลิงประหลาดระดับหนึ่งมา!
วันรุ่งขึ้น
แก่นเพลิงประหลาดระดับหนึ่งก็ถูกส่งถึงมือเย่เทียนโดยจักรพรรดิของวิหารรุ่งโรจน์การซื้อขายถือเป็นอันเสร็จสิ้น
ห้องฝึกฝนของหอสวรรค์
ห้องฝึกฝนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษมันมีเพดานเปิดกว้างเชื่อมต่อกับโลกภายนอก สามารถดึงดูดแสงจันทร์ได้ และมีค่ายกลลอยฟ้าถูกติดตั้งอยู่ที่กลางห้องฝึกฝนมีแผ่นหินลอยอยู่กลางอากาศสองแผ่น
เย่เทียนและจักรพรรดิจันทรานั่งขัดสมาธิอยู่บนแผ่นหินทั้งสองนี้
จักรพรรดิจันทรากำลังดึงแสงจันทร์มาเพื่อขัดเกลาร่างกายในขณะที่เย่เทียนหยิบแก่นเพลิงประหลาดระดับหนึ่งออกมาเพื่อขัดเกลาร่างกายเช่นกัน
“ทักษะเร่งเวลา!”
เย่เทียนเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านเวลาเร่งความเร็วของเวลาขึ้น10 เท่า หลังจากเปิดใช้งานทักษะเร่งเวลาการฝึกฝนของทั้งสองก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ จักรพรรดิจันทราใกล้จะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่ห้าได้แล้วก่อนหน้านี้เธอใช้เวลาทั้งหมดกับการทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์และเจตจำนงแห่งกระบี่มิฉะนั้นจักรพรรดิจันทราคงจะสามารถทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่หกได้แล้ว
นี่คือความน่ากลัวของการเร่งเวลาขึ้นสิบเท่า!
แน่นอน
อายุขัยของทั้งสองก็ลดลงถึงสิบเท่าเช่นกันแต่เย่เทียนและจักรพรรดิจันทรายังเด็กอยู่มาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กลัวการสูญเสียอายุขัยไปเพียงแค่นี้
“หลอม!”
เย่เทียนใช้พลังของพรสวรรค์เบญจธาตุแปรผันเขตแดนอัคคี เพื่อกระตุ้นเพลิงประหลาดปรับแต่งร่างกายของเขาทีละน้อย
ตูม!!!!
พลังงานของเพลิงประหลาดกวาดผ่านร่างกายของเขาราวกับจะเปลี่ยนเย่เทียนให้กลายเป็นมนุษย์เพลิง
“ช่างเป็นผลลัพธ์ที่น่าหวาดกลัวจริงๆสมกับที่เป็นเพลิงประหลาด เดิมทีเราเคยฝึกที่ภูเขามังกรเพลิงมาก่อน ปราณอัคคีที่นั่นไม่ได้มีผลต่อเรามากนักแต่ตอนนี้พลังงานจากเพลิงประหลาดนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าการขัดเกลาในภูเขามังกรเพลิงครั้งแรกเสียอีก!”
เย่เทียนพูดกับตัวเองอย่างตื่นเต้น
ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่แปดได้ในไม่ช้า
“เราคงจะใช้เวลาแค่หนึ่งเดือนในโลกแห่งความจริง!”
เย่เทียนเดาไว้เช่นนั้น
เวลาผ่านไปทุกวัน กลิ่นอายของทั้งสองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในวันที่ยี่สิบสองของการฝึกฝนกลิ่นอายของจักรพรรดิจันทราเพิ่มขึ้นอย่างมาก เธอได้ทะลวงผ่านขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ห้าเรียบร้อยแล้วความแข็งแกร่งของเธอจึงเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ในวันที่สามสิบเอ็ดเย่เทียนก็มาถึงคอขวดแล้วเช่นกันแต่ด้วยความช่วยเหลือของเพลิงประหลาด เขาสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่แปดได้อย่างง่ายดายดังนั้นความแข็งแรงของเขาจึงสูงขึ้นถึง 800 มังกร
ทันใดนั้น เย่เทียนก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง
“ร่างกายเรากำลังจะเปลี่ยนไป!”
เย่เทียนลองคิดกับตัวเอง
นี่ไม่ใช่การทำลายขีดจำกัดของร่างกายเพียงอย่างเดียวแต่เป็นเหมือนการเปลี่ยนสถานะ
ทันใดนั้นเขาก็นึกความเป็นไปได้หนึ่งขึ้นมาได้
ร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิด!
เขาน่าจะสร้างร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดขึ้นมาได้แล้ว
แม้ว่าเขาจะทำลายขีดจำกัดของร่างกายเป็นครั้งที่แปดแล้วแต่เขาไม่ได้ใช้แค่ปราณธาตุเดียวในการทะลวงผ่าน แต่เขาได้ใช้พลังปราณธาตุหลายชนิดเพื่อขัดเกลาร่างกายพลังปราณแต่ละชนิดไม่สามารถที่จะขัดเกลาร่างกายของเขาได้มากพอ เขาจึงยังไม่สามารถควบแน่นมันกลายเป็นร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดได้
และในครั้งนี้เขาใช้พลังงานจากเพลิงประหลาดเพื่อขัดเกลาร่างกายก่อนหน้านี้เขาก็ได้ใช้ลาวาในภูเขามังกรเพลิงเพื่อดึงปราณอัคคีมาขัดเกลาร่างกาย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงได้มาถึงเกณฑ์ในการควบแน่นร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิด
เมื่อร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดถูกควบแน่นผลของการกลั่นปราณธาตุไฟในอนาคตจะชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ด้วยร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิดอานุภาพของพรสวรรค์ธาตุไฟของเขานั้นจะทรงพลังขึ้นอย่างมาก
ตัวอย่างเช่นจักรพรรดิจันทราเมื่อตอนที่จักรพรรดิจันทราควบแน่นร่างวิญญาณจันทร์ทรา ทั้งพรสวรรค์เทพจันทรา พรสวรรค์ดาบจันทราและพรสวรรค์ฝ่ามือจันทราล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก นี่คือผลของร่างวิญญาณอัคคีก่อกำเนิด
“หลอมต่อไป!”
เย่เทียนตัดสินใจ
จักรพรรดิจันทราที่อยู่ด้านข้างสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ห้าได้สำเร็จแล้วเธอจึงไม่ได้ใช้พลังจันทราเพื่อขัดเกลาร่างกายอีกต่อไป แต่เริ่มทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่แทน
ตอนนี้เจตจำนงกระบี่ของเธอบรรลุถึงเจ็ดในสิบส่วนแล้วด้วยการเร่งเวลาขึ้นสิบเท่าและความช่วยเหลือของศิลาแห่งการรู้แจ้ง อีกไม่นานเธอก็จะทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ได้ครบสิบส่วนอย่างแน่นอนเมื่อถึงเวลานั้นเธอจะสามารถฝึกฝนทักษะดาบระดับทองจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบได้ และความแข็งแรงของเธอจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก