ไอรอนตะโกนออกมาด้วยสีหน้าอันซีดเผือดพร้อมกับยกมือจับไปยังไหล่ของไครเซอร์ด้วยท่าทีอันร้อนรน
"เกิดอะไรขึ้นหรอ?"
ไครเซอร์ได้แต่สะดุ้งโหยงอย่างตกใจ เพียงแค่พริบตาเดียวก็มาอยู่ด้านหน้าของชายหนุ่มแล้ว มันเป็นความเร็วที่เร็วมาก เขาสัมผัสได้ถึงแรงอัดอากาศที่บีบตัวเพื่อใช้เคลื่อนเลยด้วยซ้ำ นี่นะหรอพลังที่แท้จริงของไอรอน พลังริปเปอร์อย่างการบีบอัดอากาศไม่ใช่ช่วยให้แค่โจมตีได้เท่านั้น แต่เขากลับทำให้ร่างกายมีแรงกดดันอากาศน้อยลงอีกด้วย ด้วยวิธีนี้จะทำให้สามารถเร่งความเร็วขึ้นได้ในชั่วพริบตาเลยทีเดียว
"หะ..หน่วยไล่ล่าของสมาพันธ์แห่งดวงดาวครับบอส รีบไปเร็วเข้า!! อาจจะอธิบายอะไรออกมามากไม่ได้แต่ทว่าเมืองไร้กฎหมายแห่งนี้จบสิ้นลงแล้ว ถ้าบอสไม่หนีในตอนนี้ก็จะต้องถูกจับกุมตัวอย่างแน่นอน หน่วยไล่ล่านี้มีนักสู้หัวกระทิที่เป็นความหวังรุ่นใหม่ของสมาพันธ์แห่งดวงดาวอยู่หลายสิบคน สำหรับหัวหน้าหน่วยทั้งสามแล้วพวกเขาเป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่7และยังเป็นริปเปอร์ที่ทรงพลังกันทั้งหมดอีกด้วย..!!"
ชายวัยกลางคนพูดขึ้นเสียงดัง มันพยายามที่จะให้ไครเซอร์นั่นเข้าใจ สถานการณ์ในตอนนี้วิกฤตร้ายแรงถึงชีวิต มันรู้ดีว่าองค์กรสเปคเตอร์นั่นไม่สามารถอาศัยอยู่ภายใต้สถานที่แห่งนี้ได้อีกด้วย เพียงแค่ยานรบสีเงินนั้นกระหน่ำยิงปืนอานุภาพสูงลงมาพวกเขาก็จบสิ้นได้เลย ยังไม่รวมถึงนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่6อีกหลายสิบคนอีก ถ้าเป็นไปไม่ได้ตัวของมันก็ไม่อยากจะให้บอสของตนต้องจบสิ้นลงในเส้นทางสายนี้
"อะไรนะ นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่7และยังเป็นริปเปอร์อีก สมาพันธ์แห่งดวงดาวส่งกองกำลังระดับนี้มาที่เมืองไร้กฎหมายเนี่ยนะ"
ชายหนุ่มวิ่งไปยังหน้าต่างของบานประตูและจ้องมองไปยังยานรบนั้น ดวงตาสีแดงสั่นไหวขึ้นอย่างหนัก ถ้าเป็นอย่างที่ไอรอนพูดไว้จริงๆ พวกเขาจะต้องหนีในตอนนี้ ไม่มีอะไรที่สามารถต่อกรกับหน่วยไล่ล่าแบบนี้ได้เลย
"ฮึ่ม? บอสมัวแต่ทำบ้าอะไรอยู่ รีบไปเร็วเข้า!!"
ในขณะที่ไครเซอร์กำลังจ้องมองอยู่ ไอรอนก็ยิ่งหายใจอย่างหนัก เวลานั่นใบหน้าของมันพลันบิดเบี้ยวราวกับว่ากำลังตัดสินใจในเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่อบอสของมันยังเชื่องช้าอยู่เช่นนี้ งั้นมันก็จะต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง มีเพียงแค่ชายหนุ่มที่ต้องเหลือรอดเท่านั้น ตราบใดที่บอสของมันยังสามารถหลบหนีออกไปได้ องค์กรสเปคเตอร์ก็จะคงอยู่และไม่มีวันตาย
"ผมขอโทษที่ต้องทำเช่นนี้!!"
ยังไม่ทันที่ไครเซอร์พลันได้สติหรือหันกลับมา ทันทีที่เขาพูดจบตัวของไอรอนก็ทะยานมายังเบื้องหลังของชายหนุ่ม ฝ่ามือทั้งสองข้างถูกทุบไปยังท้ายทอยของไครเซอร์ในทันที
ปัง!
แรงกระแทกอันรุนแรงถูกทุบเข้าใส่ท้ายทอยของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง
"อ่อก อะ..ไอรอนนี่คุณทะ.....?!!"
ไครเซอร์ถึงกับพ่นเลือดกระเด็นออกมาอย่างหนักและพยายามที่จะหาเหตุผลถึงการลงมือ แต่ทว่าวินาทีนั่นดวงตาของเขาก็เริ่มพร่ามัวขึ้น สติต่างๆเริ่มเลือนลางจนแทบจะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดแถมหัวสมองได้รับการสั่นสะเทือนอย่างหนัก มันคือการโจมตีจุดตายที่ทำให้เขาแทบจะไร้ทางต่อต้าน
เพียงพริบตาเดียวร่างกายของชายหนุ่มก็ล่วงหล่นลงสู่อ้อมแขนของชายวัยกลางคน ในสติช่วงสุดท้ายที่กำลังจะมืดมิดลง ไครเซอร์ได้ยินถึงคำพูดที่ดังก้องออกมาจากใจจริงของไอรอน
"ขอโทษครับบอส ท่านจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อพวกเรานะครับ"
ไอรอนมีสีหน้าที่จริงจังเมื่อมองไปยังใบหน้าที่ไร้สตินั่น เขารีบประคองร่างกายที่ไร้ซึ่งสติและอุ้มเขาขึ้นสู่อ้อมกอด จากนั่นตัวของมันก็วิ่งไปยังลิฟท์ส่วนตัวของตนเองในทันที ในตอนนี้มันจะต้องส่งตัวบอสของตนเองออกไปจากเมืองไร้กฎหมายด้วยประตูมิติวาปที่สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียว อนาคตขององค์กรสเปคเตอร์อยู่ที่ตัวของบอสไครเซอร์เท่านั้น ต่อให้จะไม่มีมันติดตามหรือคอยรับใช้ แต่เขาก็จะต้องเดินหน้าต่อไปในเส้นทางของอาชญากรที่ยิ่งใหญ่
ในช่วงที่ไครเซอร์ได้หมดสติอยู่นั่น ระบบก็ได้เปลี่ยนแปลงภารกิจที่เกิดขึ้น
< ติ๊ง! ภารกิจต่อเนื่องขั้นที่2 เมื่อเป็นหัวหน้าขององค์กร1ใน3ยักษ์ใหญ่แล้ว 2กองกำลังที่เหลือก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เข้าทำลายล้างองค์กรทั้ง2แห่งให้สิ้นซากหรือไม่ก็ทำให้องค์กรทั้ง2แห่งนั่นควบรวมเข้ากับองค์กรที่โฮสต์ปกครองอยู่ รางวัลของภารกิจ แต้มตัวร้าย30,000แต้ม >
< ติ๊ง! ภารกิจต่อเนื่องขั้นที่3 ปกครองเมืองไร้กฏหมายเพียงหนึ่งเดียว อาชญากรภายในเมืองจะต้องเคารพยำเกรงในตัวของโฮสต์ รางวัลของภารกิจ ชุดเกราะแห่งสงครามทานาทอส >
< ติ๊ง! ภารกิจต่อเนื่องอีก2ขั้นถูกยกเลิก เนื่องจากว่ามีการแซงแทรกในภารกิจ เริ่มกระบวนการปรับเปลี่ยนเนื้อหาของภารกิจใหม่ >
< ติ๊ง! ยืนยันเรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นภารกิจฉุกเฉิน หลบหนีออกจากเมืองไร้กฎหมายและหลุดรอดจากการถูกจับกุมของหน่วยไล่ล่าไทเกอร์ รางวัลของภารกิจ ของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับD 5ขวด แต้มตัวร้าย50,000แต้ม ชุดเกราะแห่งสงครามทานาทอส >
อีกด้านนึงบนท้องฟ้าเหนือเมืองไร้กฎหมาย ยานรบสีเงินเริ่มชี้ปืนใหญ่อานุภาพสูงไปยังเป้าหมายต่างๆพร้อมกับเสียงเตือนที่ดังก้องไปทั่ว
"ยอมจำนนซะเจ้าพวกอาชญากรขยะ คุกเข่าลงบนพื้นและเอามือทั้งสองข้างพาดไว้บนท้ายทอย ถ้าพวกแกไม่ทำตามก็จะต้องถูกกำจัดจนสิ้น!!!"
ทันทีที่เสียงเตือนจบอาชญากรหลายพันคนก็ตื่นตระหนักกันยกใหญ่ แต่ละคนเริ่มรู้แล้วว่ายานรบสีเงินนี้คือยานของสมาพันธ์แห่งดวงดาวและเพียงแค่พริบตาเดียวความโกลาหลก็เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาทั้งหมดจะไม่ยอมทำตามคำสั่ง แต่ละคนวิ่งหนีกันอย่างวุ่นวายราวกับฝูงมดที่แตกฮือ พวกมันทั้งหมดไม่อยากตาย ยานรบอวกาศลำนี้เพียงพอจะกวาดล้างพวกมันทั้งหมดได้ในทันที
"นะ..นั่นอะไร"
แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้หลบหนีออกไปจากเมือง ยานรบอวกาศสีเงินก็ได้ปลดปล่อยเทคโนโลยีระดับสุดยอด ตรงบริเวณหัวของยานรบได้ยิงบางสิ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า พลังงานสีมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้เริ่มแผ่กระจายไปเป็นวงกว้างราวกับเป็นโดมพลังขนาดยักษ์ สนามพลังงานถูกใช้งานขึ้นอย่างกับเป็นกรงขังที่ไม่มีวันได้หลบหนีออกไป รูปลักษณะของมันมีบล็อคเป็นชั้นๆราวกับโดมรังผึ้งเลยก็ว่าได้
"สนามพลังปิดกั้น..?!!"
ขณะนั้นคริสก็สัมผัสได้ถึงสถานการณ์ที่อันตรายอย่างถึงที่สุด ใบหน้าที่อยู่ใต้ผ้าคลุมซีดเผือดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"แย่แล้ว พวกเราหลบหนีออกไปไม่ได้!!"
มันที่เป็นชาวโนเวลก็ย่อมรู้ดีถึงเทคโนโลยีของสมาพันธ์แห่งดวงดาว สนามพลังปิดกั้นคือเทคโนโลยีสุดยอดที่เอาไว้กักขังและปิดกั้นอาณาเขตรอบด้าน เมื่อใช้งานแล้วพลังงานที่หนาแน่นจะก่อตัวเป็นโดมขนาดยักษ์เสมือนเป็นม่านบาเรีย ระยะของมันก็กว้างไกลเพียงพอที่จะครอบคลุมไปทั่วทั้งเมืองไร้กฎหมาย สนามพลังปิดกั้นนี้สามารถป้องกันการโจมตีของนักสู้แห่งดวงดาวระดับสูงหรือริปเปอร์ได้เลยทีเดียว ใครที่มีพลังไม่มากพอก็ไม่สามารถหลบหนีออกไปจากอาณาเขตแห่งนี้ได้ กลายเป็นเพียงหนูที่วิ่งพล่านอยู่ในกรงก็เท่านั้นและหนทางเดียวที่จะหลบหนีออกไปจากอาณาเขตแห่งนี้ได้ก็คือประตูมิติวาปนั่นเอง