ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 105 : การต่อสู้ของผู้วิเศษ

    เซี่ยซีหานตอนนี้หันหน้ามองเคอซวนตั้งแต่หัวถึงเท้า จากนั้นก็เท้าถึงหัวอีกรอบหนึ่ง นี่มันไม่เหมือน!เคอซวนผู้วิเศษแก่หงำ ที่นอกจากขี้บ่น ยังดูเป็นพวกขี้ขลาดนิดๆ นี่หว่า


    เคอซวนเอ็งไปแดกยาลืมเขย่าขวดรึเปล่า? หรือตกใจจนสมงสมองไปหมดแล้ว เซี่ยซีหานอยากจะพูดแบบนี้กับเคอซวน


    แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ตอนนี้เคอซวนดูเท่เกินไป แต่มันจะเท่กว่านี้หากเมื่อไม่นานมานี้ เอ็งไม่ได้ฉี่แตกและทำหลังของเซี่ยซีหานมันเปียกพร้อมกับมีกลิ่นฉี่


    'เชี้ย... เคอซวนทำไมเอ็งเจิดจ้าแบบนี้ นิบิดา... แท้จริงแล้วที่แล้วมาบิดามองเอ็งผิดมาตลอดงั้นเหรอ เคอซวนไม่ได้เป็นคนแบบเดียวกับบิดา เขาไม่ได้ขี้ขลาด นอกจากนั้นในเวลาแบบนี้เขายัง... กล้าหาญโคตรๆๆ! และพึงพาได้ นี่มันบทของพระเอกชัดๆ'


    คิดในใจไม่ทันจบดี เคอซวนก็ก้าวไปด้านหน้าเซี่ยซีหานอย่างมั่นใจ


    ก่อนจะถอนหายใจ และยืนนิ่งครู่หนึ่ง สายลมพัดเบา ทำเส้นผมขาวของเคอซวนปลิดปลิวช้าๆ และเมื่อเคอซวนลืมตาขึ้นอย่างกล้าหาญ


    ประกายตาของเขาเจิดจ้า พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ร่างเซี่ยซีหานสั่นเทา


    "บางครั้ง... ข้าก็มักคิดกับตัวเอง ว่าการได้ตายอย่างวีรบุรุษคือความปรารถนาแท้จริงของข้า"


    ดวงตาเซี่ยซีหานสั่นระริก มองจ้องเคอซวนอย่างไม่เชื่อสายตา ชายแก่หงำขี้บ่นแบบเคอซวน แต่เขาสามารถพูดอะไรที่โคตรพ่อโคตรแม่เท่ฉิบหายขนาดนี้ได้


    นอกจากนั้น ตอนนี้ นี่มันโคตรซีนอารมณ์ชัดๆ เคอซวนเอ็งคิดจะไปตายจริงๆ เหรอ เมื่อครู่เอ็งพึ่งบอกว่าไอ้หน้าศพนี้ มันคือผู้วิเศษที่แท้จริง แต่เอ็งไม่ใช่นะเคอซวน


    เซี่ยซีหานอยากถามเคอซวนใจจะขาด


    หากแต่ไม่นาน เหล่านักรบที่แข็งแกร่งก็พุ่งตัวตามกันมา โดยสองคนที่มาถึงก่อนใครไม่ใช่ใครอื่น นอกจากไอ้ร่างยักษ์ใบหน้าดุร้ายติงกัง


    กับไอ้หน้างดงามแต่หุ่นร่ำติงอิ้น


    "ข้าจะรับมือกับพวกเขาเอง" เคอซวนพูดอย่างมั่นใจ ก่อนจะเปิดหน้ากากของตัวเองออกมา ซึ่งเซี่ยซีหานก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เคอซวนเอ็งต้องถอดหน้ากากด้วย!!! หรือเอ็งแค่อยากเท่ห์


    เสียงของติงอิ้นดังเมื่อเห็นใบหน้าเคอซวน


    "นั้นมันผู้วิเศษวิปริตเคอซวน..."


    ติงกังและนักบวชนอกรีตหันมองติงอิ้นพร้อมกัน คล้ายอยากรู้ว่าเคอซวนหนึ่งไอ้ตัวร้ายที่สร้างความวุ่นวายผู้นี้คือใคร นั่นเพราะผู้วิเศษหรือนักรบที่ได้รับสมญานาม พวกเขาย่อมไม่ใช่คนธรรมดา


    และอย่างว่าแต่ติงกังและนักบวชนอกรีตเลยที่อยากรู้


    เซี่ยซีหานพอเขาได้ยินสมญานาม 'ผู้วิเศษวิปริต' ของเคอซวน เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าเคอซวนนั้นมีดีอะไร นี่เขาถึงขนาดกล้าหาญอาสาสู้กับผู้วิเศษแท้จริงที่ลึกลับแทนเซี่ยซีหานเลยนะ


    เซี่ยซีหานรู้สึกซึ้งโคตรๆ ต่อเคอซวน


    มุมปากของติงอิ้นปรากฏรอยยิ้ม "ทุกคนอย่าได้ประมาทไอ้แก่นี่เกินไป แท้จริงมันเป็นไอ้ผู้วิเศษตัวแสบ ข้าอาจจะไม่รู้ประวัติของมันมากนัก แต่ข้าและมันต่าง เคยซื้อส่วนผสมและของใช้เกี่ยวกับไสยเวทย์มืดด้วยกันบ่อยครั้ง"


    "มันคือผู้ใช้เวทย์คำสาป ลม แสงและไฟอย่างชำนาญ แต่มันก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากขนาดที่ต้องหวาดกลัว ชายคนนี้ไม่ได้มีเวทย์เสริมศักยภาพ เพียงระวังคำสาปของมันก็พอ และถ้าเราเข้าถึงตัวมันได้ ก็ฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย ไอ้เจ้านี่นะ มันขี้ขลาดจะตาย ข้าเคยออกไปล่าสัตว์ปีศาจกับมันเพื่อตามหาเครื่องประกอบพิธีไสยเวทย์มืด มันคือแนวหลังชั้นดี นี่คือสิ่งที่ข้ายอมรับเกี่ยวกับตัวมัน"


    คำพูดของติงอิ้นทำให้เซี่ยซีหานรับรู้ว่า จริงๆ ตัวเขาไม่ได้เข้าใจผิด ไอ้หน้าแก่หงำเคอซวนของเขา มันไม่ได้เก่งอะไรนี่หว่า


    ติงกังและนักบวชนอกรีตก็ดูคลายความวิตกเช่นกัน


    หากแต่ในตอนนั้นเอง อยู่ๆ ร่างของเคอซวนก็ค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พูดคำพูดที่ทำให้ทุกคนตกใจ


    "เป็นเช่นนั้นจริงๆ เหรอ ข้าคือคนที่เจ้ารู้จักคนนั้นจริงๆ เหรอติงอิ้น เจ้าเคยเห็นข้าสู้จริงๆ สักครั้งไหม คิกคิก ติงอิ้นข้าจะบอกอะไรให้เจ้า แท้จริงเจ้าไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับข้าเลยแม้แต่น้อย" เคอซวนทำมือชี้ไปทางติงอิ้นจากนั้น !ตูมมมมมมมมมมมมม


    เสียงระเบิดดัง พร้อมไฟโหมกระพือตรงหน้าต่อตาติงอิ้นอย่างไม่อาจจะคาดคิด การระเบิดนี้รุนแรงมาก แต่มันก็ไม่เหมือนการระเบิดเพื่อฆ่า แต่เป็นการหยอกล้อ


    เคอซวนตอนนี้อยู่ๆ ร่างก็คล้ายเปล่งแสงจางๆ เท้าที่ไม่แตะพื้น กับร่างที่เปล่งแสง ทำให้เคอซวนดูราวกับผู้วิเศษแท้จริงระดับสูง ว่ากันว่ามีแต่ 'ปราชญ์' เท่านั้นที่บินได้ แต่เคอซวนทำไมเอ็งถึงบินได้!


    เซี่ยซีหานอยากถามใจจะขาด


    แต่ชายใบหน้าแก่หงำสุดเท่กับหันมาทางมัน รอยยิ้มจางๆ ประดับที่ใบหน้าของเคอซวน และน้ำเสียงที่อบอุ่นก็ออกจากปากชายคนนี้


    "ไปซะนี่คือเวทย์เร้นลับของข้า เมื่อข้าใช้มันแล้วชะตาเป็นตายของตัวข้าก็ไม่อาจจะรู้ได้ เจ้าจงรีบหนีไปไม่ต้องเป็นห่วงข้า และไม่ต้องหันกลับมาอีก แม้ว่าจะเห็นข้าตาย แต่เจ้าต้องไม่หันหลังกลับมา !!!ไป"


    เซี่ยซีหานตอนนี้เกือบน้ำตาคลอ ไม่คิดเลยว่าเคอซวนที่รู้จักกันได้ไม่นาน ความสัมพันธ์ส่วนใหญ่ก็นับว่าผิวเผิน แต่ชายคนนี้กลับ... กลับยอมใช้เคล็ดวิชาในตำนานระเบิดบังไคต่อสู้กับศัตรู และให้ตัวมัน เซี่ยซีหานชายที่ขี้ขลาดได้หนีไป (บังไคในความหมายของเซี่ยซีหานคือการระเบิดไม้ตายแลกกับพลังชีวิตของตัวเอง)


    'น้ำตาจะไหล' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง ก่อนมองจ้องเคอซวนด้วยสองดวงตาที่มีน้ำตาคลอจริงๆ ก่อนเขาจะเริ่มก้าวเท้าและวิ่ง วิ่งหนีให้เร็วที่สุด ไม่ให้เคอซวนผิดหวัง


    'ขอบใจไอ้หน้าแก่...' เสียงในใจของเซี่ยซีหานดังอย่างไร้จิตสำนึก


    ...


    จากแรงระเบิดเมื่อครู่ มันทำให้ติงอิ้นตกใจ เขารู้สึกว่าการใช้เวทย์เมื่อครู่ของเคอซวนคือการตักเตือน นอกจากนั้นการที่เคอซวน ลอยตัว... หรือบินได้นั้น ทำให้ติงอิ้นตกใจสุดขีด และไม่ใช่เพียงติงอิ้น


    แม้แต่ติงกังชายร่างยักษ์ใบหน้าน่ากลัวและต้าซินนักบวชนอกรีตใบหน้าเหมือนศพ ก็จ้องมองเคอซวนอย่างไม่กล้าประมาทอีกต่อไป


    ในความเป็นจริง หากเป็นสถานการณ์ทั่วไปต้าซินนักบวชนอกรีต เขาจะไม่เลือกเสี่ยงสู้กับเคอซวนผู้ลึกลับ ที่ดูเหมือนว่าจะมีไพ่ตายคือการใช้พลังวิเศษอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้


    แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ที่ไม่ปกติ ทำให้ต้าซินนักบวชนอกรีตเขาได้แต่กลั้นใจต่อสู้


    "ดูเหมือนข้าจะพบศึกที่ไม่ง่าย ไม่คิดว่าจะพบสหายผู้วิเศษที่แท้จริงที่แสนพิเศษที่นี่ ว่ากันว่าแม้แต่ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งสัมผัสขั้นสูงสุดบนบันไดขั้นที่สิบสอง ผู้ที่เข้าใจธรรมชาติแห่งสายลมอย่างลึกซึ้ง ก็ยากนักที่จะโบยบินได้อย่างอิสระเช่นท่าน..." ต้าซินพูดขณะมองดูปลายเท้าของเคอซวน ที่ลอยตัวเหนือพื้นราวหนึ่งฟุตด้วยสภาพร่างนิ่งไหวเพียงเบาๆ มันดูสูงส่งและสง่างามมากในสายตาของผู้วิเศษด้วยกัน


    ยิ่งคุณเป็นผู้ลึกซึ้งในพลังวิเศษและการตระหนักรู้ในศาสตราแห่งพลังวิเศษและเวทมนตร์มากเท่าไหร่ คุณก็จะเข้าใจว่ามันยากเย็นขนาดไหนที่จะโบยบินได้เป็นธรรมชาติเช่นเคอซวนตอนนี้


    เคอซวนตอนนี้หัวเราะเบาๆ พร้อมเส้นผมปลิดปลิว เขาดูสง่างาม และยิ่งใหญ่ในสายตาของทุกคนในเวลาเดียวกัน


    "มันเป็นธรรมดาที่ข้าควรจะทำได้ นั่นเพราะข้าคือชายที่ครั้งหนึ่ง ได้อยู่ใน 'มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์หัตถ์แห่งพระเจ้า' ในฐานะผู้ถูกเลือก"


    ดวงตาของต้าซินมองเคอซวนเป็นประกายตกตะลึง


    ส่วนเซี่ยซีหานงงงัน 'มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์หัตถ์แห่งพระเจ้า' คืออะไร นี่เคอซวนชายหน้าแก่ที่แท้เอ็งคือตัวละครลับที่แข็งแกร่งงั้นรึ


    ในขณะที่เซี่ยซีหานวิ่งโกนตีนแตก เขาก็จำต้องหันหลังกลับไปมองเคอซวนเป็นระยะระยะอย่างห้ามไม่ได้


    สายตาของเซี่ยซีหานมองเคอซวนอย่างที่ไม่อยากเชื่อว่า เคอซวนคือตัวละครในตำนานที่เทพขิงขิง


    ไม่รู้ทำไมเซี่ยซีหานตะหงิดตะหงิดในใจเหลือเกิน เรื่องความสามารถของเคอซวน


    ชายคนนี้แข็งแกร่งและเก็บงำตัวเองเก่งจริงๆ อย่างงั้นเหรอ


    ...


    และในขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะของต้าซินก็แผดดัง


    เขามองจ้องเคอซวนอย่างมีความสุข พลางมองไปที่อัญมณีที่เปล่งแสงสีน้ำเงิน ในฐานะผู้วิเศษเขารู้ว่าผู้วิเศษด้วยกันมีอุบายและไพ่ตายมากมายซ่อนอยู่ เขาจะไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายทำอะไรอย่างที่ตัวพวกเขาต้องการเด็ดขาด


    นักบวชนอกรีตต้าซินเขาแผดเสียงดัง พร้อมร่ายเวทย์ของตัวเองด้วยวงเวทย์สีเลือด มันปรากฏมืออันเน่าเหม็นจากพื้นมากมาย ก่อนจะไปคว้าจับอัญมณีที่เปล่งแสงและบีบมันแตกออกอย่างรวดเร็ว


    "มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคือคนจากมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์หัตถ์แห่งพระเจ้างั้นเหรอ เช่นนั้นก็ดี ข้าต้าซินอยากรู้มานานแล้วว่า ผู้วิเศษจากมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งเพียงใด ว่ากันว่าผู้วิเศษคนใดที่ถูกมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์เลือก เขาคืออัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ เป็นตัวตนอันน้อยนิดแห่งโลกผู้วิเศษแห่งนี้ ขอข้าพิสูจน์สิ่งนี้ทีเถอะ"


    ต้าซินแผดเสียงอีกครั้งพร้อมหยิบเหรียญสีทองเหรียญหนึ่งที่ดูพิเศษกว่าเหรียญทองธรรมดา เพราะมันดูแวววาวและดูคล้ายประดับด้วยเพชร ต้าซินหยิบมันออกมาจากกระเป๋า จากนั้นก็อ้าปากกว้างแล้วเอาเหรียญนั้นยัดเข้าไปในคอของตัวเอง


    กลิ่นอายรอบด้านเริ่มเปลี่ยนไป พื้นดินสั่นสะเทือน โลกที่มีแต่หมอกสีขาว ตอนนี้เริ่มเห็นหมอกหวีดหวิดสีแดงดำ ใบหน้ารูปคนหวาดกลัวกรีดร้องและบิดเบี้ยวปรากฏไปทั่ว


    ตั้งแต่เริ่มต้นต้าซินนักบวชนอกรีตไม่กล้าประมาท เขาเอาจริง และเลือกจะเร่งรีบใช้ไม้ตายของตัวเอง ในฐานะผู้วิเศษ หากเขาพบกับศัตรูที่คิดว่าเหนือกว่าและจำเป็นต้องสู้เพราะไม่มีโอกาสหนี เขาพร้อมจะตัดสินใจเสี่ยง และใช้ไม้ตายของตัวเองในทันที


    !โพล๊ะ !โพล๊ะ


    เสียงผู้คนรอบด้านที่อยู่ใกล้หมอกแดงดำกรีดร้อง อยู่ๆ พวกเขาก็พบว่าร่างกายอยู่ดีๆ ก็ปรากฏฝีหนองพุพองเร็ว


    เมื่อมันปรากฏและระเบิดแตกอย่างน่าสยดสยอง แต่แทนที่ทุกคนจะรีบหนีออกจากหมอกเหล่านั้น แต่ละคนกลับรีบเอามือเกาไปที่แผลพุพอง มันคงแสบร้อนและคันคะเยอมากจนเกินคาดคิด ไม่เช่นนั้นภาพเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น


    รอบนอก เซี่ยซีหานมองเห็นพลังโอน่าด้านมืดที่สูงส่งและน่าสยดสยอง มันเหนือกว่าขอบเขตของผู้วิเศษอย่างปิ๋งเสิ่งผู้วิเศษแห่งความหนาวเหน็บซะอีก


    'ไอ้นักบวชหน้าศพนั้น อยู่ๆ มันก็ระเบิดพลังและแข็งแกร่งได้ขนาดนี้เลยเหรอ' เซี่ยซีหานพูดกับตัวเอง พร้อมกับเป็นหวงเคอซวนสุดเท่ห์ของเขานิดๆ

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน