เทพจุติพิชิตฟ้า

    ตอนที่ 44 ออกไป!

    ตอนที่ 44 ออกไป!

    ขณะเดินชมสวน หลินชิ่งจู๋ถามหลินเยี่ย “คุณว่าชุดฉันเป็นยังไงบ้างคะ?”

    หญิงสาวถามพร้อมบิดตัว

    “สวยครับ” หลินเยี่ยพยักหน้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ

    “แล้วชุดนี้กับฉันอันไหนสวยกว่าคะ?” หลินชิ่งจู่กระพริบตารอคำตอบอย่างมีหวัง

    เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ เนื่องจากนายใหญ่หลินหายจากอาการป่วย หญิงสาวจึงโล่งใจและผ่อนคลาย

    เธอรู้สึกขอบคุณหลินเยี่ยอย่างสุดซึ้งที่ช่วยรักษานายใหญ่หลินจนหายดีและทำให้ตระกูลหลินข้ามผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้

    “ชุดว่าสวยแล้ว แต่คุณสวยยิ่งกว่า ชุดนี้ดูไร้ที่ติเมื่ออยู่บนตัวคุณ” หลินเยี่ยไม่ได้พูดเกินจริง หญิงสาวตรงหน้าสวยสง่ากว่าใคร

    ใบหน้าและรูปร่างของเธองดงามและสมบูรณ์แบบไม่แพ้หลงซือหยิง

    “คุณดูเป็นคนเย็นชา แต่กลับปากหวานอย่างน่าเหลือเชื่อ!” คำพูดของเขาทำให้หลินชิ่งจู๋หุบยิ้มไม่ได้

    “ผมพูดความจริง” หลินเยี่ยกล่าวพลันเปลี่ยนเรื่อง “มีคนกำลังตามดูเราอยู่”

    “หือ?” หลินชิ่งจู๋ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับทันที

    หญิงสาวกวาดสายตาอยู่นานแต่กลับไม่พบใคร เธออดไม่ได้ที่จะถาม “มีคนกำลังตามดูเรางั้นเหรอคะ?”

    "ขวามือ!"

    หลินเยี่ยพูดพร้อมพยักหน้าโดยไม่ได้หันไปมอง “เขาซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ทางด้านขวา”

    “ขอดูหน่อย” หลินชิ่งจู๋เดินไปยังต้นไม้นั้นด้วยความสงสัย

    หญิงสาวเข้าใกล้และพบว่าหลี่มู่ไป๋ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังอย่างลับ ๆ

    ไม่น่าเชื่อว่าหลินเยี่ยจะสามารถรับรู้ถึงชายที่ซุ่มดูพวกเขาอยู่ในระยะไกล ทั้งยังบอกพิกัดของเขาได้อีกด้วย

    หลินชิ่งจู๋ขมวดคิ้วถามอย่างขุ่นเคือง “นายน้อยหลี่ มาทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ ตรงนี้?”

    "ผม…"

    หลี่มู่ไป๋ยืนตัวตรงด้วยท่าทีเขินอาย

    เมื่อเห็นหลินชิ่งจู๋และหลินเยี่ยเดินชมสวนอย่างสนุกสนาน หลี่มู่ไป๋จึงเดินแอบตามไปด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง

    เขาตั้งใจจะซ่อนตัวอย่างลับ ๆ เพื่อรอคอยโอกาสเหมาะสม ทว่ากลับถูกจับได้ซะก่อน

    “คุณคงไม่ได้มาหลบหลังต้นไม้เพื่อฉี่หรอกใช่ไหม?” หลินชิ่งจู๋เม้มปากถามด้วยแววตารังเกียจ

    หญิงสาวรู้ดีว่าหลี่มู่ไป๋ชื่นชอบตน ทว่าเธอกลับไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับเขาจึงแสดงสีหน้าไม่ดีนัก

    "ไม่ใช่ครับ"

    หลี่มู่ไป๋โต้กลับอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าแดงก่ำ “ผมแค่อยากมาพบหลินเยี่ยเป็นการเฉพาะเท่านั้น”

    “มาพบหลินเยี่ยทำไมคะ?”

    “ผมได้ยินมาว่าหลินเยี่ยเป็นคนมีความสามารถเลยอยากมาเรียนรู้จากเขา” หลี่มู่ไป๋แสร้งตอบอย่างถ่อมตน

    แม้หลี่มู่ไป๋อ้างว่าต้องการเรียนรู้จากชายหนุ่ม แต่เจตนาที่แท้จริงของเขาคือกำจัดหลินเยี่ยเพื่อไม่ให้แย่งหลินชิ่งจู๋ไป

    “นายน้อยหลี่ ฉันแนะนำว่าอย่าเสียเวลาเลย คุณคงสู้หลินเยี่ยไม่ได้” หลินชิ่งจู๋กล่าวด้วยความรังเกียจ

    “ผมฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่จะแพ้ใครได้” หลี่มู่ไป๋กล่าวพร้อมแววตาเปล่งประกายเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของนักสู้ก่อนจะตะโกน “วันนี้เขาต้องได้เรียนรู้”

    หลี่มู่ไป๋ต้องการเอาชนะหลินเยี่ยเพื่อทำให้หลินชิ่งจู่ประทับใจ

    “ในเมื่อคุณยังดื้อรั้น ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด” หลินชิ่งจู๋กล่าวก่อนจะหันหาหลินเยี่ย “เบามือด้วยนะคะ”

    “ไม่ต้องห่วง ผมจะเบามือ” หลินเยี่ยพยักหน้า

    “มั่นใจเกินไปแล้ว มาดูกันว่านายจะเอาชนะฉันยังไง” หลี่มู่ไป๋กล่าวพร้อมกำหมัดก่อนจะชกอย่างรุนแรง

    ท่าทีของเขาไม่เหมือนผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้สักนิด แต่กลับเหมือนอันธพาลข้างถนน

    หลินเยี่ยตบหน้าหลี่มู่ไป๋

    แรงตบอันแผ่วเบาทำให้หลี่มู่ไป๋โอดครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าบวมเป่งยิ่งกว่าซาลาเปา

    หลังจากนั้น หลินเยี่ยคว้าแขนหลี่มู่ไป๋ก่อนจะหักจนได้ยินเสียง ‘กึก’ แขนหักพับเป็นสองส่วนทันที

    "อ๊า…"

    หลี่มู่ไป๋ทรุดตัวลงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดพร้อมเหงื่อไหลพราก

    หลี่มู่ไป๋ไม่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะสามารถเอาชนะได้เพียงสองกระบวนท่า ทั้งยังทำให้เขาแขนหักและใบหน้าเสียโฉม

    ความกลัวและวิตกกังวลบังเกิดในใจหลี่มู่ไป๋ เขามองหลินเยี่ยราวกับสัตว์ประหลาด

    หลินชิ่งจู๋ตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก การโจมตีของหลินเยี่ยรุนแรงจนทำให้หลี่มู่ไป๋บาดเจ็บหนัก

    “เบามือให้แล้ว เป็นไงบ้าง?” หลินเยี่ยถามอย่างเย็บชาและมองหลี่มู่ไปอย่างดูถูก

    “แก แก...” หลี่มู่ไป๋พูดไม่ออก

    "ไสหัวไป!"

    หลินเยี่ยเตะหลี่มู่ไป๋พร้อมเตือน “หากไม่รีบไปฉันจะบิดหัวแกมาเตะแทนลูกบอล”

    "ครับ... ครับ!”

    หลี่มู่ไป๋ฝืนลุกด้วยความเจ็บปวดและวิ่งหนีไป

    เดิมทีเขาต้องการเอาชนะเพื่อให้หลินชิ่งจู่ชื่นชม แต่กลับพ่ายแพ้หลินเยี่ยจนเสียหน้า

    หลังจากหลี่มู่ไป๋จากไป หลินชิ่งจู๋มองหลินเยี่ยด้วยความชื่นชม “คุณยอดเยี่ยมมาก แม้แต่ยมทูตก็ยังต้องกลัว”

    “ผมเบามือมากแล้ว หากใช้แรงอีกนิด เขาอาจตายได้” หลินเยี่ยกล่าวอย่างจริงจัง

    “ว่าแต่ ทำไมคุณถึงแข็งแกร่งขนาดนี้คะ?”

    "ความลับ!"

    “แปลกคนซะจริง” หลินชิ่งจู๋เอียงศีรษะถาม “ฉันอยากเก่งให้ได้อย่างคุณ ช่วยรับฉันเป็นศิษย์ได้ไหมคะ?”

    “คุณยังไม่ผ่านเกณฑ์”

    “คุณ…” หลินชิ่งจู๋ปากกระตุกอย่างรุนแรงจนพูดไม่ออก

    ชายผู้นี้มีทักษะเปี่ยมล้น แต่พูดตรงเกินไป

    “เอาล่ะ ผมขอตัวก่อนนะครับ” หลินเยี่ยเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะหันหลังเดินออกไป

    สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาหินวิญญาณหรือหยกวิญญาณเพื่อซ่อมแซมชีพจรวิญญาณในภูเขาเทียนหู

    “ไม่ได้นะ” หลินชิ่งจู๋อ้าแขนขวางหลินเยี่ยไว้ด้วยความกังวล

    “หมายความว่าไง? คุณจะไม่ยอมให้ผมไปจริง ๆ เหรอ?”

    “ต่อให้ฉันไม่อยากให้ไปก็คงห้ามไม่ได้!” หลินชิ่งจู๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะคุยกับคุณปู่ให้”

    เมื่อพูดจบ หญิงสาวเดินกลับไปยังลานหน้าบ้าน

    นายใหญ่หลินและครอบครัวเดินมาพอดี

    “เสี่ยวหลิน หลังมื้อเย็นค่อยกลับสิ” นายใหญ่หลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

    “ผมมีบางอย่างต้องทำครับ”

    “เอาล่ะ ในเมื่อนายตัดสินใจแล้วฉันก็จะไม่ห้าม หากมีเรื่องอะไรให้เราช่วยบอกมาได้เลยนะ ฉันและตระกูลหลินจะพยายามอย่างเต็มที่” นายใหญ่หลินกล่าวก่อนจะหันศีรษะสั่งหลินจงเทา “ไปส่งผู้มีพระคุณของฉันที”

    “ครับคุณปู่!”

    ทันใดนั้นหลินเหม่นชินแทรกขึ้นทันที “หนูขออนุญาตไปส่งแทนนะคะ”

    “ได้สิ” นายใหญ่หลินพยักหน้า