ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 94

    เมื่อโอ๊ตกล่าวจบ เขาก็โยนมือถือของหลงเปาลงพื้น แน่นอนว่ามันแตกละเอียด เศษชิ้นส่วนต่างๆก็หลุดกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง ก่อนที่เขาจะรับชมเหตุการณ์ความวุ่นวายนี้ด้วยรอยยิ้ม ภาพของผู้คนที่วิ่งวุ่นไปทั่วด้วยความกลัว ภาพของหญิงสาวที่ตัวสั่นเทาเต็มไปด้วยความผวา ภาพของคนที่ร้องทรมานอย่างสุดหัวใจ ภาพของเหล่าบอดี้การ์ดที่เตรียมพร้อมรบอย่างเต็มกำลัง...“เราน่าจะเหลือพนักงานของเครือข่ายเอาไว้สักคนหนึ่ง.. เฮ้อออ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับส่ายหัว และกลับไปนั่งตรงโซฟาอย่างชิลๆ ปิงปิงที่ยืนอยู่ แม้ว่าเธอจะสั่นๆเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่กล่าวอะไรออกมาเลยสักคำ“นั่งก่อนก็ได้ครับปิงปิง.. ภาพยนตร์เรื่องนี้มันกำลังจะเริ่มฉายเท่านั้นเอง” โอ๊ตที่เห็นปิงปิงเหมือนจะตัวแข็งทื่อไปแล้ว เขาก็กล่าวเชิญให้เธอนั่ง เขาทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะหยิบยกใบโบรชัวร์ขึ้นมารับชมต่อ ซึ่งปิงปิงก็เคลื่อนตัวเข้ามานั่งอย่างสงสัยเช่นกัน“..แล้วโอ๊ตจะเอายังไงต่อคะ..” ในที่สุดปิงปิงก็เริ่มกล่าวถามตามที่เธอสงสัย โอ๊ตหันไปมองที่เธอ.. “ก็ไม่ทำยังไงทั้งนั้นแหละครับ.. จริงๆโอ๊ตก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนี้หรอกครับปิงปิง แค่เจ้าสองตัวนั้นโผล่มาได้เวลาระเบิดพอดีก็เท่านั้น..” โอ๊ตกล่าวอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไร สีหน้าดูเรียบเฉยมาก“สองคนนั้นก็เป็นถึงลูกผู้มีอิทธิพลระดับหนึ่ง.. หลังจากนี้คงจะมีปัญหาตามมาไม่น้อย โอ๊ตดูไม่กังวลเลยนะคะ..” ปิงปิงมองที่หยก กับหลงเปาคาสโนวาอย่างเหนื่อยใจ ถึงพวกเขาทั้งสองสมควรโดนแล้ว แต่ด้วยการกระทำของพวกเขามันก็ไม่ควรเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลย“กังวลเหรอครับ?.. ไม่เลยครับ โอ๊ตตั้งใจจะทำให้มันเป็นอย่างนี้ต่างหากล่ะครับ ฮ่าๆ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ ปิงปิงไม่เข้าใจเลยว่ามันหมายความว่ายังไงตามที่โอ๊ตเขาได้กล่าวมา..“ตั้งใจ?.. โอ๊ตกำลังคิดจะทำอะไรอย่างนั้นเหรอคะ..” ปิงปิงกล่าว และเมื่อโอ๊ตได้ยินคำถามนั้น เขาก็หันไปส่งสัญญาณให้กับบอดี้การ์ดออกไปจากจุดนี้ก่อน เพราะเรื่องนี้เขาต้องการคุยกับปิงปิงเป็นการส่วนตัว“..โอ๊ตก็แค่เอาคืนพวกตาแก่นั่นนิดหน่อยเท่านั้น.. โอ๊ตหมายถึงคุณตาของโอ๊ตน่ะครับ” โอ๊ตกล่าว“ท่านหม่อมหลวงภาคินน่ะเหรอคะ.. เออ..ปิงปิงไม่รู้หรอกนะคะว่าทั้งสองมีปัญหาอะไรกัน แต่ทำให้มันเกิดเรื่องใหญ่อย่างนี้มันจะดีเหรอคะ..” ปิงปิงนึกถึงคุณตาของโอ๊ตที่เป็นผู้ทรงทั้งอำนาจ และทั้งอิทธิพล แม้ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องราวอะไร แต่เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นเป็นอะไรที่เคลียร์ได้ยากสุดๆ อย่างน้อยๆก็คงจะปิดข่าวไม่มิดอย่างแน่นอน“ใช่แล้วครับ.. ผมหมายถึงตาแก่คนนั้นแหละ จริงๆแล้วโอ๊ตกับคุณตาก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไร.. อะไรที่มีในตอนนี้ก็ต่างถูกยัดเยียดมาให้ทั้งนั้น ทั้งๆที่ไม่อยากจะยุ่งกับตระกูลแล้วแท้ๆ แต่พวกตาแก่นั่น..พวกเขาพยายามจะกำหนดทางเดินให้กับโอ๊ต มันเหมือนว่าโอ๊ตเป็นลูกไก่ในกำมือของพวกเขา..”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับระบายความเจ็บแค้น เพราะในตอนนี้เขาเดินเป็นวงกลมตามแผนของพวกกิตติ และคุณตาของเขา และเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเป็นเหตุการณ์อย่างนี้คุณตาของเขาจะจัดการยังไง มันเป็นความโชคดีที่กิตติ กับชูเกียรติเจ้าเด็กใหม่นั่นไม่อยู่พอดี ไม่อย่างนั้นก็คงจะเกิดแต่เหตุการณ์เดิมๆที่เรียกตัวของผู้ปกครองของทั้งสองคนนั้นมาเคลียร์ปัญหาเท่านั้น“เส้นทางเดินอย่างนั้นเหรอคะ..” ปิงปิงกล่าวคั้น เธอเข้าใจถึงความหนักใจของตระกูลใหญ่ การถูกบังคับในหลายๆความหมาย บ้างก็บังคับแต่งงานทางการเมือง บ้างก็นู่นบ้างก็นี่ ซึ่งเธอก็เข้าใจดี เพราะเธอก็เป็นหนึ่งในตระกูลชนชั้นสูงของเมืองนี้เช่นกัน“เส้นทางสู่ผู้นำตระกูลคนถัดไปน่ะครับ.. ตาแก่นั่นไม่มีทายาทเหลืออยู่ที่ไหนอีกแล้ว และโอ๊ตคือความหวังสุดท้ายของเขาที่จะสืบทอดต่อสายเลือดของเขา.. แน่นอนว่าโอ๊ตไม่ต้องการมัน! โอ๊ตแค่อยากจะใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆสามัญทั่วไป และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากจะยุ่งกับพวกเขาอีกแล้ว.. ฟังไปฟังมาแล้วปิงปิงคิดยังไงบ้างล่ะครับ มันเหมือนเป็นสงครามระหว่างผมกับตาแก่นั่น..”โอ๊ตกล่าวออกมายืดยาว หลายวันที่ผ่านมานั้น เขาต้องยอมจำใจทำ จำใจรับอะไรต่างๆมาเป็นของตน เริ่มด้วยพวกธุรกิจ ทรัพย์สินเงินทอง รถยนต์ บอดี้การ์ด และสุดท้ายคืออำนาจ โอ๊ตไม่เคยลืมว่าตัวเองต้องการอะไร เพื่อสลัดสิ่งเหล่านี้ออกไปให้หมด เขาก็ต้องก่อปัญหาใหญ่ๆเข้าไว้ บางทีพวกเขาอาจจะถอนสิทธิ์ผู้สืบทอดของโอ๊ตออกก็เป็นไปได้ หรือไม่ก็อย่างน้อยๆเลยก็ทำให้พวกเขาปวดหัวเล่นๆโทษฐานที่คอยปั่นหัวเขามาโดยตลอด ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องวิ่งวุ่นกันบ้าง ไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียวที่ปวดหัวกับการกระทำของพวกมัน(กิตติ)“สงครามภายในตระกูลอย่างนั้นสินะคะ.. เข้าใจแล้วค่ะ ปิงปิงจะรอดูตอนจบนะคะ..” เธอกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาให้กับโอ๊ต จริงๆแล้วเธอก็ไม่ใช่คนประเภทที่ชอบความรุนแรงเลย เธอมองโลกในแง่มุมที่ดีมาโดยตลอด บางทีเหตุการณ์ในครั้งนี้มันอาจจะเปิดหูเปิดตาเธอได้ไม่น้อย“จุดที่สนุกของเรื่องนี้มันไม่ได้อยู่ที่การต่อสู้ หรือยิงกันอะไรทำนองนั้นหรอกนะครับปิงปิง.. แต่มันอยู่ที่ว่าพวกของตาแก่นั่นจะจัดการกับปัญหานี้ยังไง.. พวกเขาจะทำให้เหมือนกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น หรือจะทำให้ออกมาเป็นในรูปแบบอื่น นี่คือสิ่งที่น่าติดตามครับ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย“อย่างนั้นเหรอคะ ปิงปิงจะรอรับชมนะคะ.. ถ้าอย่างนั้นสองคนนั้นก็แค่ซวยเองที่เข้ามาหาเรื่องโอ๊ตพอดี อย่างนั้นสินะคะ.. เข้าใจแล้วค่ะ”ปิงปิงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มเช่นกัน เธอเลือกที่จะก้าวเข้าสู่โลกของเขา และถ้าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้เธอยังรับไม่ได้ เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะยืนเคียงข้างเขาอีกต่อไป หลังจากนี้ลางสังหรณ์มันบอกกับเธอว่ามันจะมีเหตุการณ์อย่างนี้อีกบ่อยๆครั้ง ถ้าเธอยังไม่ชินกับมัน เธอก็ไม่คู่ควรกับเขา ไม่คู่ควรกับตำแหน่งภรรยาของผู้ยิ่งใหญ่.. ทั้งสองก็กลับมาชิลกันดังเดิม พวกเขาคุยเรื่องโปรมือถือกันต่อ ในขณะที่ด้านนอกนั้นกำลังเกิดสภาวะตึงเครียด ตำรวจ และหน่วยจู่โจมพิเศษก็ได้เดินทางมาถึงแล้ว สถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายทำได้เพียงแค่กดดันกันเท่านั้น ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงเจรจาใดๆ เพียงแค่พริบตาพวกเขาอาจจะกลายเป็นศพได้เลย“ขอย้ำเตือนอีกครั้ง.. ถ้าพวกคุณก้าวเท้าเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว พวกเราก็พร้อมที่จะยิง..”หัวหน้าหน่วยอินทรีย์ในชุดเกราะแบบพิเศษกล่าว เขาอยู่ตรงกลาง ไม่มีอะไรที่กำบัง เขายืนเล็งปืนไปทางพวกตำรวจอย่างมั่นใจไม่กลัวตาย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะชุดเกราะตัวใหม่นี้ที่แม้แต่กระสุนเจาะเกราะยังไม่สามารถทะลุเข้ามาได้ และพวกเขาทุกคนก็กำลังสวมใส่มันกันอยู่ทุกคนทางตำรวจ และหน่วยพิเศษต่างก็ได้แค่ยืนกดดันพวกบอดี้การ์ดเท่านั้น พวกเขาไม่ตอบโต้ใดๆเลยแม้แต่คำพูด เหมือนกับว่ามีคนที่อยู่ตำแหน่งสูงคอยสั่งการอยู่ และมันก็เป็นอย่างที่ทุกคนคาดคิด รถหรูหราประจำตำแหน่งของผบ.ตร.ประจำภาคเหนือได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว พลตำรวจโทกฤษณะเดินลงมาจากรถอย่างเร่งรีบ พร้อมกับตำรวจรุ่นน้องของพันตำรวจเอกพิพัฒน์“เคลียร์พื้นที่.. ห้ามให้นักข่าวคนใดเข้ามาใกล้ ใครฝ่าฝืนก็อนุญาตให้ทำลายกล้องของพวกเขาซะ!.. รีบไปกันเถอะพิพัฒน์..” ท่านผบ.ตร.กฤษณะที่มาถึงก็รีบเอ่ยสั่งการในทันที ก่อนที่เขากับรุ่นน้องคนสนิท จะเดินเข้าไปทางหน่วยอินทรีย์อย่างไม่หวั่นเกรง เป็นเวลาเดียวกันนั้นเองที่เฮลิคอปเตอร์อีกหลายสิบล้ำบินเข้ามาสมทบ บนน่านฟ้าในตอนนี้ปรากฏฮอมากกว่า 20 ลำไปแล้ว ก่อนลำที่ดูหรูหรากว่าชาวบ้านจะบินลงต่ำมา และมีชายอีกหลายคนกระโดดลงมา หนึ่งในนั้นเป็นคนที่หลายๆคนรู้จักกันดี เพราะเขาเป็นถึงตัวแทนของตระกูลผู้ทรงเกียรติ ‘พงษ์ภัคดี’“หน่วยสนับสนุนมาถึงแล้ว.. เข้าประจำตำแหน่งที่ว่างอยู่ ฉันจะต้องรีบไปรายงานตัวต่อคุณชาย..” พงษ์ภัคดีกล่าวกับหัวหน้ากลุ่มบอดี้การ์ดที่มาพร้อมกับอาวุธครบมืออีกชุดหนึ่ง เรียกได้ว่าเวลานี้กองกำลังหลักของตระกูลยิ่งใหญ่อยู่แทบจะพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ณ สถานที่แห่งนี้“ท่านพงษ์ภัคดีขอรับ.. กระผมขออนุญาตเข้าไปพบกับคุณชายด้วยจะได้หรือไม่ขอรับ” กฤษณะที่เห็นว่าท่านพงษ์ภัคดีเดินทางมาถึงแล้ว เขาก็รีบร้องตะโกนถามกับท่านในทันที เพราะถ้าเขาเดินสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะตายโดยไม่รู้ตัวได้“แกเข้ามาได้คนเดียว..” พงษ์ภัคดีกล่าวพร้อมกับพยักหน้าให้กับหน่วยอินทรีย์ เพราะยังไงตัวของกฤษณะนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่าข้ารับใช้ของตระกูล พวกหน่วยอินทรีย์ก็พนักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยให้กฤษณะเข้ามาในพื้นที่ พงษ์ภัคดีที่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้เขาก็ต้องชะงัก และหันกลับไปดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น.. และภาพที่เห็นต่อไปนี้มันเป็นเหมือนภาพของโปสเตอร์ของหนังชื่อดังหลายเรื่อง เพราะว่าหัวหน้าหน่วยอินทรีย์ได้เดินตรงเข้าไปประจันหน้ากับพันตำรวจเอกพิพัฒน์โดยมีภาพพื้นหลังเป็นท้องฟ้าแสนจะสวยงามที่เต็มไปด้วยเฮลิคอปเตอร์พร้อมรบ และจู่ๆพิพัฒน์ก็เอ่ยปากออกมา สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่ได้ยิน..“ไม่ได้พบกันนานเลยนะครับ.. พี่ชาย!...” พิพัฒน์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม และพวกเขาสองคนก็เข้าใจสถานการณ์กันดี แม้ว่าจะเป็นพี่น้องกัน แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นศัตรูกันตามหน้าที่ที่ได้รับ..“แย่หน่อยนะเจ้าน้องชาย.. พื้นที่นี้.. เป็นพื้นที่ที่ฉันคุมว่ะ..” หัวหน้าหน่วยอินทรีย์ หรือ ‘นิวัฒน์’ กล่าวออกมาก่อนที่เขาจะลดปืนลง เปิดหน้าเปิดตาถอดหมวกเกราะ และสะบัดผมก่อนจะหันมายืนจ้องกลับไปที่พิพัฒน์น้องชายของเขา..“เชิญตามสบายเลยครับ.. แต่ว่าหลังจากจบเรื่องนี้เราควรจะไปดื่มกันสักหน่อยไหม ไหนๆพี่ก็อยู่เชียงใหม่ทั้งทีแล้ว..” พิพัฒน์กล่าวถาม..“ได้.. แน่นอนว่ากฎเดิมนะไอ้น้องชาย.. ใครแพ้ต้องเป็นคนจ่าย..”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน