ทันทีที่คนประกาศเสร็จ คนที่ทำการคุ้มกันอยู่ ก็มองไปรอบๆ ในที่สุดก็เจอแสงไฟจากคบเพลิงของพวกเยี่ยหลง
" นั่นไงพวกมันอยู่ตรงนั้น " หนึ่งในกลุ่มคนคุ้มกันกล่าวพลางชี้นิ้วให้ดู ว่าพวกเยี่ยหลงอยู่ตรงไหน
ฉับพลันที่คนคุ้มกันคนนั้นกล่าวและชี้นิ้วไป พวกคนคุ้มกันที่เหลือก็มองไปทางนั้นกันเป็นตาเดียว
เมื่อหลิงคุนหลุนเห็นว่าพวกตนโดนพบเข้าแล้ว คนจึงกล่าวบอกแก่ทุกคน " ทุกคนเปลี่ยนแผน บุกชิงเลย "
ครั้นหลิงคุนหลุนออกคำสั่งมาดังนั้น พวกก็กระโจนเข้าปะทะกับกลุ่มคนคุ้มกัน โดยแบ่งกันสู้คนละสองคน แต่มีเพียงลู่ขุยอันคนเดียวที่สู้ถึงสี่คนในคราวเดียว
เหตุเป็นเพราะ เยี่ยหลงดับคบเพลิงตนและไม่ได้กระโจนเข้าไปร่วมสู้ด้วย เพราะคนทำตามคำสั่งของหลิงคุนหลุนว่าให้คอยสนับสนุนก็พอ
พวกคนสู้กันไปเรื่อยๆ ในที่สุดผนึกก็ถูกปลดออก
พอผนึกถูกปลดออกแล้ว พวกคนทั้งสิบที่ใช้พลังปลดผนึกก็เหนื่อยพอควร จึงทำให้คนเคลื่อนกายเข้าคว้าคัมภีร์สวรรค์ช้ากว่าเยี่ยหลงที่เปิดเวทแอคเซลพุ่งเข้าไปหยิบจับ
ครั้นเยี่ยหลงจับคัมภีร์สวรรค์ได้ คนก็กำลังจะเก็บมันเข้าแหวนมิติ
แต่ในทันทีทันใดนั้น จู่ๆก็มีคนในชุดคลุมสีดำปกปิดหน้าตา พุ่งเข้ามาใช้มือจับคัมภีร์สวรรค์ส่วนที่เหลือที่ว่างให้จับอยู่ และพยายามดึงแย่งมันออกมาจากมือของเยี่ยหลง
เยี่ยหลงที่โดนดึงแย่งดังนั้น คนก็หายอมไม่ คนทำการดึงสู้กับคนชุดดำ
ดึงกันไปดึงกันมา ในที่สุดคัมภีร์สวรรค์ก็ขาดออกเป็นสองส่วน
ครั้นคัมภีร์สวรรค์ขาดออกเป็นสองส่วนแล้ว และคัมภีร์สวรรค์ส่วนของเยี่ยหลง ที่เยี่ยหลงกำลังจะเก็บนั้นถูกขัด มันจึงไม่ได้ถูกนำเข้าแหวนไป
เมื่อคนชุดดำเห็นคัมภีร์ขาดเป็นสองส่วน และอีกส่วนอยู่กับเยี่ยหลง
คนก็พยายามใช้กระบวนท่ามือคว้าจับแบบพื้นฐานพุ่งเข้าไปแย่งคัมภีร์สวรรค์ของคน
แต่เยี่ยหลงที่เห็นคนพุ่งมือ เข้ามาหามือที่ตนกำคัมภีร์สวรรค์อยู่ คนที่เห็นดังนั้นจึงทำการปัดป้อง
เยี่ยหลงปัดป้องกระบวนคว้าจับที่คนชุดดำใช้มาได้อย่างง่ายดาย เพราะมันคือ กระบวนท่าพื้นฐาน ไม่ใช่กระบวนท่าแบบพิสดารอันใด
ในระหว่างที่เยี่ยหลงกับคนชุดดำประมือกันอยู่ได้ไม่นาน พวกคนทั้งสิบของนิกายมารฟ้า ที่กำลังว่างอยู่ไม่มีคู่ต่อสู้
พวกคนที่เห็นว่าคัมภีร์สวรรค์อีกส่วนหนึ่งอยู่กับ
เยี่ยหลง พวกคนจึงทำการพุ่งใส่เยี่ยหลง เพื่อแย่งคัมภีร์สวรรค์ของเยี่ยหลงมา
แต่เยี่ยหลงที่ขยับหน้าไปเห็นก่อน คนจึงทำการใช้เวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนง สร้างร่างแยกออกมาสิบร่าง และฝังเจตจำนงเอาไว้ว่า จงสกัดคนทั้งสิบเอาไว้โดยให้ใช้แค่เวทมนต์เท่านั้น
เมื่อร่างแยกทั้งสิบของเยี่ยหลงออกมาแล้ว พวกมันก็ไม่รีรอช้า แบ่งกันเข้าสกัดกันคนละคนในทันที
เยี่ยหลงร่างหลักที่ปัดป้องการคว้าแย่งของชายชุดดำอยู่นาน และพบว่าคนใช้แต่กระบวนท่าพื้นฐานในการคว้าแย่ง
เยี่ยหลงจึงตระหนักรู้ได้ทันทีว่า คนกำลังปกปิดวรยุทธ์ตนอยู่
' กำลังปกปิดวรยุทธ์อยู่สินะ ได้งั้นเราจะทำให้เปิดเผยวรยุทธ์เอง ' เยี่ยหลงคิด
เมื่อเยี่ยหลงคิดตัดสินใจได้ดังนั้น คนก็ใช้กระบวน
ท่าหมัดของไห่หยวนที่ตนเคยถูกสอนผ่านการประมือใส่คนชุดดำ โดยไล่จากพื้นฐานไปยันพิสดาร
แต่ผลปรากฏว่า คนชุดดำสามารถหลบได้ทุกกระบวนท่าหมัดที่เยี่ยหลงใช้ไปอย่างหมดจด
เยี่ยหลงที่เห็นแบบนั้น ก็คิดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า ' เป็นไปได้อย่างไร!! มันสามารถหลบได้หมดเลย ทั้งๆที่เจอเป็นครั้งแรกเนี่ยนะ '
พอเยี่ยหลงคิดอย่างไม่อยากจะเชื่อเสร็จ คนก็คิดสงสัย ' ถ้ามันลองหลบทุกกระบวนท่าได้แบบนี้ แสดงว่าไอ้คนชุดดำนี่ มันต้องเคยประมือกับศิษย์พี่ไห่หยวนมาก่อนแน่ๆเลย ถึงทราบวิธีหลบทุกกระบวนท่าได้แบบนี้ '
เมื่อเยี่ยหลงคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆความคิดสันนิษฐานอีกหนึ่งอย่างก็ปรากฏขึ้นมาในหัวสมองคน ' หรือว่า ไอ้คนชุดดำนี่มันคือ '
เยี่ยหลงคิดได้แค่ คำว่า มันคือ คนก็ไม่อยากจะคิดต่อและส่ายหน้าพลางคิดตัดข้อสันนิษฐานนี้ออก ' คงไม่ใช่หรอกมั้ง '
เมื่อเยี่ยหลงคิดได้ดังนั้น คนก็เปลี่ยนมาคิดหาวิธีสู้ ' ถ้ากระบวนท่าหมัดของศิษย์พี่ไห่หยวนไม่ได้ผล งั้นเราลองใช้กระบวนท่าคว้าจับของเราดู เผื่อมันจะได้ผล '
ทันควันที่คนคิดได้แบบนั้น คนก็ใช้วิชาหมัดประลองกับคนไปก่อนสักระยะ พอถึงตอนที่ควรใช้ท่าคว้าจับ คนก็ใช้ออกในทันที ในตอนที่คนเปิดช่องให้เห็นและมีโอกาสหลายส่วนที่คนจะหลบหรือป้องกันไม่ได้
แต่ผลปรากฏก็ออกมาว่า คนในชุดดำสามารถหลบได้แม้คนจะอยู่ในสภาพที่ควรจะหลบหรือป้องกันไม่ได้ก็ตาม
ครั้นคนหลบได้แบบนั้น เยี่ยหลงก็ไม่อยากจะเชื่อและคิดขึ้น ' การคว้าจับที่เราใช้ตะกี้ เราใช้ในตอนที่ไม่ควรมีใครหลบได้แล้วหนิ แต่ทำไมมันถึงหลบได้กันนะ '
' แสดงว่ามันต้องเคยเห็นหรือเคยประมือกับเรามาก่อนแน่ๆเลย ' เยี่ยหลงคิดสงสัย
' หรือว่าจะเป็นคนที่เราคิดจริงๆ คงไม่หรอก ' เยี่ยหลงคิด
เมื่อชายชุดดำหลบท่าคว้าจับของเยี่ยหลงได้แล้ว คนที่คิดเห็นว่า ควรถอยได้แล้ว จึงทำการหลบหนีในทันใด ไม่สู้ต่อแล้ว
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้นก็อยากจะตามไป แต่คนดันไปเห็นว่าลู่ขุยอันกำลังจะโดนโจมตีจากทางด้านหลัง ซึ่งเป็นจุดอับสายตาเสียก่อน
คนจึงตัดสินใจไม่ตามไป และพุ่งไปช่วยลู่ขุยอันแทน โดยการป้องกันการโจมตีของคนจากนิกายมารฟ้าที่มาโจมตีใส่ลู่ขุยอันจากทางด้านหลัง จนคนต้องกระเด็นถอยกลับ
เมื่อป้องกันได้แล้ว เยี่ยหลงก็ถามลู่ขุยอันขึ้น " ศิษย์พี่เป็นอะไรมั้ย "
ลู่ขุยอันตอบ " ไม่เป็นไร "
หลังจากที่เยี่ยหลงช่วยลู่ขุยอันเสร็จ ตัดมาทางด้านหลิงคุนหลุน หลัวถานจิ้น และโม่เฉิงฟู่ ที่รับมือกับคนของนิกายมารฟ้าคนละสองคนอยู่นั้น หลังจากที่เยี่ยหลงปรากฏตัวช่วยลู่ขุยอันแล้วนั้น พวกคนก็สามารถสังหารคู่ต่อสู้ตนไปได้หนึ่งคนในเวลาเดียวกัน
พอคนของนิกายมารฟ้าเห็นดังนั้น หนึ่งในคนของนิกายมารฟ้าที่เป็นคู่ต่อสู้ของร่างแยกเยี่ยหลง ก็ตะโกนประกาศบอกแก่พวกตนขึ้น จนพวกเยี่ยหลงต้องหันไปมอง " พวกเราจุดระเบิดแล้วหนีเร็ว "
พอคนของนิกายมารฟ้าคนนั้นบอกเสร็จ เยี่ยหลง
ลู่ขุยอัน หลิงคุนหลุน หลัวถานจิ้น โม่เฉิงฟู่ ก็จึงค่อยกลับมาสนใจคู่ต่อสู้ตน
เมื่อหลิงคุนหลุน หลัวถานจิ้น โม่เฉิงฟู่ กลับมามองคู่ต่อสู้ตนแล้ว พวกคนก็พบว่า คู่ต่อสู้ของพวกคน พุ่งตัวหนีออกไปทางหน้าถ้ำแล้ว
ส่วนทางด้านเยี่ยหลงและลู่ขุนอัน ทันทีที่กลับมามองคู่ต่อสู้ตนแล้ว ในฉับพลันนั้น พวกคนก็โดนสาดผงอะไรบางอย่างเข้าที่หน้าเต็ม จนคนต้องหลับตา
พอคนลืมตาขึ้นมา คนก็พบว่า พวกคนที่สาดผงอะไรบางอย่างเข้าใส่หน้าตนนั้น ทำการโยนน้ำเต้าใส่น้ำเข้าไปด้านในถ้ำด้านในลึกเข้าไปอีกและกล่าว " อยากได้ยาแก้ก็ไปเอา "
จากนั้นพวกคนจึงค่อยทำการเคลื่อนกายหนีออกมาตามทางหนีทางเดียวกันกับพวกตนทั้งหมด หรือคือทางที่พวกเยี่ยหลงเข้ามานั่นเอง
พอหลิงคุนหลุน หลัวถานจิ้น โม่เฉิงฟู่ เห็นพวกคนหนีออกจากถ้ำนำหน้าพวกคนไปแล้ว และเห็นชนวนระเบิดที่ติดอยู่บนกำแพงด้านบนถูกจุด
หลิงคุนหลุนที่เห็นดังนั้น ก็กล่าวบอกแก่ทุกคน " ทุกคนหนีเร็ว "
พอกล่าวเสร็จ คนก็พุ่งตัวนำหน้าออกไปหน้าถ้ำขามาเป็นคนแรก จากนั้น หลัวถานจิ้น โม่เฉิงฟู่ จึงค่อยตามไปเป็นคนถัดๆไป
เยี่ยหลงที่เห็นพวกหลิงคุนหลุนมุ่งหน้าออกไปจากถ้ำแล้ว คนก็กำลังจะตามไป
แต่ก่อนที่คนจะได้ไป คนก็มองยังลู่ขุยอัน ก่อนจะพบว่าลู่ขุยอันทำท่าทางจะไปหยิบน้ำเต้า
เมื่อเห็นดังนั้น คนจึงจับข้อมือของลู่ขุยอันและกล่าว " ศิษย์พี่ ท่านจะไปไหน เราต้องรีบหนีแล้วนะ "
ลู่ขุยอันกล่าว " เราต้องไปเอายาแก้พิษก่อน "
ครั้นเยี่ยหลงได้ฟังดังนั้น คนก็มองไปยังจุดที่น้ำเต้าอยู่ จากนั้นก็กล่าวกับลู่ขุยอัน " ท่านมุ่งออกจากถ้ำไปก่อนเลย เดี๋ยวข้าจะไปเอาน้ำเต้าให้เอง เอาตามนี้ "
เมื่อเยี่ยหลงบอกเสร็จ คนก็ทำการใช้เวทแอคเซลวิ่งไปหยิบน้ำเต้ามาในทันใด
พอได้น้ำเต้ามาเสร็จ คนก็หันกลับมาทางเดิมที่เคยยืนอยู่ก่อนจะมาเอาน้ำเต้า คนจึงพบว่า ลู่ขุยอันไม่เคลื่อนกายไปไหน ยืนรอคนตรงจุดเดิมอยู่อย่างงั้น
เยี่ยหลงที่เห็นลู่ขุยอันไม่หนีออกไปก่อนนั้น ตามคำบอก
คนจึงวิ่งเข้ามาหาและกล่าว " ทำไม ศิษย์พี่ถึงไม่หนีออกไปก่อนล่ะ ข้าบอกแล้วไงเดี๋ยวจะไปเอามาให้ อยู่ในนี้มันอันตรายนะ "
ลู่ขุยอันบอก " ข้าไม่อยากติดหนีบุญคุณ หากเจ้าตาย ข้าขอตายด้วยดีกว่า "
เมื่อลู่ขุยอันบอกมาแบบนั้น คนก็รู้สึกซาบซึ้งใจ และกล่าว " ท่านจะไม่ตาย เพราะข้าไม่ปล่อยให้เป็นอย่างงั้นแน่ "
พอเยี่ยหลงกล่าวจบ คนก็จับข้อมือลู่ขุยอันและพาลู่ขุยอันวิ่งออกตามทางขามาไป
ลู่ขุยอันที่โดนจับข้อมือ คนก็ไม่สะบัดออกแต่อย่างใดคนปล่อยให้คนจับข้อมือและจูงข้อมือคนไป
เยี่ยหลงจับข้อมือลู่ขุยอัน วิ่งไปได้ไม่ไกล กำแพงถ้ำด้านบนที่มีระเบิด ก็ระเบิดออกจนหินตกลงมา จนทำให้เยี่ยหลงไม่มีทางเลือกต้องวิ่งกลับเข้าถ้ำไป
ตัดมาทางด้านพวกหลิงคุนหลุน พวกคนก็กำลังปะทะกับคนของนิกายมารฟ้าทั้งสิบห้าคนจากสิบเจ็ดคนอยู่อยู่หน้าถ้ำ โดยมีสองคนของนิกายมารฟ้าที่ไม่ได้เข้าร่วมต่อสู้ด้วย
เหตุเพราะคนกำลังร่ายเวทบางอย่างใส่ถ้ำอยู่ ไม่นานคนก็ร่ายเสร็จ
เมื่อคนที่ร่ายเวท ร่ายเวทที่ต้องการใส่ถ้ำเสร็จ คนก็ตะโกนกล่าวกับพวกที่สู้อยู่ " ร่ายเวทกำแพงอสูร ขังอีกสองคนได้แล้ว พวกเราถอย "
พอคนกล่าวเสร็จ คนที่ร่ายเวทกำแพงอสูรทั้งสองก็เริ่มพุ่งตัวหนีเป็นคนแรกๆ
และหลังจากนั้น ก็ตามไปด้วยกลุ่มคนที่สู้อยู่กับพวกหลิงคุนหลุน
ทันทีที่พวกนิกายมารฟ้าเริ่มถอย หลัวถานจิ้น โม่เฉิงฟู่ ก็กะจะตามไป แต่หลิงคุนหลุนก็ห้ามเอาไว้ก่อน " ปล่อยพวกมันไปเถอะ ตอนนี้หาวิธีช่วยศิษย์น้องลู่กับศิษย์น้องเยี่ยไป๋ออกมาก่อน "
เมื่อคนบอกมาแบบนั้น หลัวถานจิ้นก็ทำการมาสัมผัสกับม่านพลังเวทกำแพงอสูร
พอคนสัมผัสกับม่านพลังเวทกำแพงอสูร หลัวถานจิ้นก็กล่าวขึ้น " กำแพงอสูรนี้ หากให้เราสามคนร่วมมือกันทำลาย ต้องใช้เวทอย่างน้อยวันห้าในการทำลายเสร็จ "
โม่เฉิงฟู่กล่าว " ข้าไม่เข้าใจเลยนะว่า พวกมันจะเสี่ยงเสียกำลังพลเข้าปะทะกับพวกเราครั้งที่สองทำไม เพราะจากที่พวกมันเข้าปะทะกับเรา พวกมันก็ควรรู้แล้วว่าสู้ไม่ได้ เพราะเหตุใดถึงยอมเสี่ยงร่ายเวทม่านพลังที่มีประสิทธิภาพเพียงแค่นี้ พวกมันก็น่าจะทราบนะ ขาดอาหารแค่ ห้าวัน ไม่ทำให้ถึงตายหรอก "
หลัวถานจิ้นกล่าว " พวกมันไม่ได้ต้องการจะฆ่า พวกมันต้องการถ่วงเวลาต่างหาก "
โม่เฉิงฟู่ถาม " แล้วพวกมันถ่วงเวลาไปเพื่ออะไรกันล่ะ พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่ หรือพวกมันรู้อะไรมา "
หลัวถานจิ้นไม่ตอบ
หลิงคุนหลุนที่ไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกของนิกายมารฟ้า เพราะสถานการณ์ตรงหน้าสำคัญกว่า คนจึงกล่าวบอกและออกคำสั่งในทันที " อย่าเสียเวลากันอยู่เลย พวกเรามาเริ่มทำลายม่านพลังกันเถอะ "
พอหลิงคุนหลุนกล่าวบอกและออกคำสั่งเสร็จ พวกคนก็เริ่มใช้พลังเวททลายเวทกำแพงอสูรในทันที
ตัดมาทางด้านในถ้ำ เยี่ยหลงที่รอดพ้นหินตกใส่หัวมาแล้ว คนก็ปิดเวทร่างแยกเงาฝังหนึ่งเจตจำนงและยืนเดินไปเดินมาอยู่หน้ากองหินที่ตกลงมาปิดทางเข้าออกถ้ำ
เหตุผลที่คนไม่ใช้พลังในการทำลายกำแพงหินที่ปิดทางเข้าออกถ้ำ เป็นเพราะ คนก็กลัวว่าพิษจะกำเริบเร็ว
ลู่ขุยอันที่เห็นเยี่ยหลงเอาแต่เดินไปเดินมา คนจึงกล่าว " ศิษย์น้องเจ้าจะเดินไปเดินมาอีกนานมั้ย เดี๋ยวพิษก็กำเริบหรอก "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็รีบพลันมานั่งด้านซ้ายของ
ลู่ขุยอัน แต่ไม่ได้นั่งข้างๆกัน
และเยี่ยหลงก็กล่าว " ศิษย์พี่ท่านเป็นห่วงข้าฤา "
ลู่ขุยอันไม่ตอบคำถามนี้ คนทำเพียงถามกลับ " เจ้าจะกินยาแก้พิษมั้ย ถ้าจะกินก็รีบกิน ข้ารอกินต่อจากเจ้าอยู่ "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้น ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตนมียาแก้พิษอยู่
" ลืมไปเลยแฮะ ว่าที่พวกเราต้องติดอยู่ในนี้ก็เพราะยาแก้พิษนี้ " เยี่ยหลงกล่าว
เมื่อเยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็ทำการเปิดน้ำเต้าดมดู พอดมเสร็จ คนก็หัวเราะแห้งๆและกล่าว " แหะ แหะ ข้าไม่รู้ว่ามันใช่ยาแก้พิษรึเปล่า "
ลู่ขุยอันที่ได้ฟังดังนั้น ก็คว้าน้ำเต้ามาดมเอง
ครั้นลู่ขุยอันดมเองแล้ว คนก็กล่าว " นี่ยาแก้พิษแน่นอน แต่มันผสมเหล้าเอาไว้ "
พอคนกล่าวเสร็จ คนก็ทำการดื่มยาแก้พิษที่เป็นน้ำไปหนึ่งอึก และยื่นให้เยี่ยหลงดื่มต่อ
ครั้นเยี่ยหลงที่ดื่มต่อเสร็จ คนก็ยื่นให้ลู่ขุยอันดื่มต่อ
เมื่อลู่ขุยอันดื่มต่อเสร็จ คนยื่นให้เยี่ยหลงดื่มต่อ ทั้งสองคนสลับกันดื่มไปเรื่อยๆอย่างงี้จนหมด
พอหมด ลู่ขุยอันที่เป็นคนดื่มอึกสุดท้าย คนที่คออ่อนก็เมาแบบพอดิบพอดี
ครั้นคนเมาแล้ว ตัวคนก็นั่งโอนเอนไปมา และในไม่นานตัวคนก็เอียงไปทางซ้าย หัวและตัวก็กำลังจะลงไปนอนพื้น
แต่เยี่ยหลงที่เมานิดหน่อยและเห็นดังนั้น คนก็ใช้มือจับหัวของลู่ขุยอันเอาไว้ไม่ให้ถึงพื้น และจากนั้นค่อยใช้ไหล่ให้ลู่ขุยอันซบ
เมื่อลู่ขุยอันได้ซบไหล่แล้ว คนที่อยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น คนก็ละเมอขึ้น " ศิษย์น้อง เจ้ารู้มั้ย ข้าชอบเจ้ามากเพียงไหน ตั้งแต่ที่เจ้าช่วยเตือนข้าจากการลอบทำร้ายของเหลยอู๋ซวง ข้าก็ประทับใจเจ้าพอควรแล้ว และยิ่งมาตอนที่เจ้ารับการเจ้าโจมตีของตนเอง แทนที่จะปล่อยให้ข้าโดนโจมตี และเจ้าก็ชนะไป ข้าก็รู้มากกว่าการประทับใจกับเจ้าแล้ว แต่ข้าไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นมันคืออะไร จนมาถึงตอนที่เจ้ากลับมาช่วยข้าจากมังกรน้ำ ข้าก็มั่นใจว่า ข้าชอบเจ้าเสียแล้ว "
เยี่ยหลงที่ได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มและพลางใช้มือลูบใบหน้าของลู่ขุยอันและกล่าว " ขอบคุณนะ ที่ศิษย์พี่ชอบข้า เพราะข้าก็ชอบศิษย์พี่เหมือนกัน แต่น่าเสีย "
เยี่ยหลงยังไม่ทันบอกว่าน่าเสียดายอะไร ลู่ขุยอันก็ละเมอกล่าวบอกก่อน " ใช่น่าเสียดาย เพราะข้าต้องแต่งงานกับคนที่ข้าไม่ได้รักเสียแล้ว "
พอลู่ขุยอันกล่าวเสร็จ คนก็ทำการควงแขนกอดแขน
ของเยี่ยหลงเอาไว้แน่น ราวกับจะบอกว่า คนไม่อยากแยกจากคนไปไหน
เยี่ยหลงที่เห็นดังนั้น คนก็ยังยิ้มและกล่าวและลูบใบหน้าคนไปด้วย " ท่านวางใจได้เลย หากท่านไม่อยากแต่ง ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านไม่ต้องแต่งงานเองกับใครก็ตามที่ท่านไม่ต้องการ หลับให้สบาย อย่าได้กังวลอะไรเลยนะ นอนเถอะคนดี "
พอเยี่ยหลงกล่าวเสร็จ คนก็ทำการหยุดลูบใบหน้าของลู่ขุยอันและเปลี่ยนมานั่งสมาธิ