บทที่ 37 เครือข่ายจิตสำนึกร่วม
ฟุ่บ!
เสียงลั่นไกของปืนไรเฟิลขนาด 7.62 มม. ดังเหมือนเสียงคนสะบัดผ้าห่มหนาๆ ท่อเก็บเสียง KAC และปลอกฉนวนคาร์บอนไฟเบอร์ซับแรงดันแก๊สและเปลวเพลิงไว้จนเกือบสมบูรณ์แบบ ไร้แสงไฟวาบออกจากปากลำกล้อง
โพล๊ะ!
หัวของตัวโดดชุดทหารพรานระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในเสี้ยววินาที แรงปะทะของกระสุนหัวมนปลายตัด อัดกระแทกจนร่างของมันปลิวตกจากตอไม้ทันที กระสุนนัดนั้นคว้านกะโหลกและสมองจนไม่เหลือซาก
ฝูงตัวสั่นที่หมอบอยู่รอบๆ ชะงักไป พวกมันไม่รู้เลยว่ากระสุนปืนมาจากทิศทางไหน แต่สัญชาตญาณสัตว์ร้ายทำให้พวกมันเริ่มกรีดร้องและแตกฮือ เมื่อผ่านไปสักครู่ พวกมันไม่เห็นมีสิ่งผิดปกติ ก็เริ่มส่งเสียงคำราม
เริ่มมีคนโผเข้าหาร่างตัวโดดที่โดนยิงจนหัวเหลือเพียงเนื้อเละรุ่งริ่ง พวกตัวสั่นและตัวคลานเริ่มกัดกินร่างนั้นอย่างบ้าคลั่ง
ไนซ์ส่งภาพที่ตนเห็นให้ทุกคน ผ่านเครือข่ายจิตสำนึกร่วม ไข่ที่แฝงตัวบนกิ่งไม้ในความมืด ห่างจากจุดนั้นร่วมร้อยเมตร ดึงสลักระเบิดสังหาร MK 2 แล้วปล่อยกระเดื่องกระเด็นหลุดไป เขานับ หนึ่งวิ สองวิ แล้วขว้างไปด้วยพละกำลังที่เหนือมนุษย์
ตูมม!
ลูกระเบิดที่หล่นลงไปกลางวงระเบิดตูมในจังหวะที่ถึงพื้นพอดี พวกตัวสั่นนับสิบที่กำลังกัดกินศพพวกเดียวกันเอง กระจายปลิวว่อนเป็นชิ้นเนื้อ ส่วนพวกที่ล้อมวงอยู่ข้างนอกก็ตายคาที่ และพิการไปอีกร่วมสิบคน
แสงไฟวาบจากแรงระเบิดดับลง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินปืนควันโขมงและเศษเนื้อที่ตกลงมาราวกับสายฝน ฝูงตัวสั่นและตัวคลานที่รอดชีวิตแตกฮือ พวกมันส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก ทว่าแทนที่จะถอยหนี พวกมันพุ่งกลับเข้าใส่เนินดินที่เป็นจุดศูนย์กลางของเสียงระเบิด เพื่อหวังทำลายสิ่งที่ทำให้พวกมันบาดเจ็บ
พวกมันทำตามประสบการณ์ที่เคยพบเจอ ตามปกติเสียงปืนดังอยู่ที่ใด เหยื่อของมันก็อยู่ที่นั่นเสมอ พวกมันย่อมไม่เข้าใจ ว่านั่นคือเสียงระเบิดสังหาร
ตัวดันร่างยักษ์สองคนส่งเสียงคำราม มันกระโจนเข้าหาใจกลางจุดที่เกิดการระเบิดราวกับรถถัง
ในเงามืด ไข่หัวเราะคิกคักเบาๆ ในลำคอ พวกรอดทุกคนมองเห็นได้ดีในความมืด แต่สำหรับเขามันดียิ่งกว่านั้น ความสามารถที่ได้จากตุ๊กแกป่า เขาจึงมองเห็นสีสันในความมืดได้ดีกว่ากลางวัน ซึ่งเป็นเวลาที่ตาเขาบอดสีเหมือนกับคนอื่นๆ ในหนองนกเอี้ยง ไข่จ้องมองเหล่าอสูรกายที่พุ่งเข้ามากองรวมกันตรงจุดเดิมอีกครั้ง
กานต์โยนน้อยหน่าเหล็กที่อยู่ในมือส่งให้ไข่อย่างเงียบเชียบ ขณะเดียวกันดอกและอ้อนก็โยนระเบิดลูกเกลี้ยง M26 ที่มีคนละลูก ขึ้นไปให้ไข่ที่อยู่บนกิ่งไม้ใหญ่เช่นกัน
ไข่ตะปบรับระเบิดสังหารทั้งสามลูกไว้ได้อย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งเสียงกระทบกันของผิวเหล็ก
กานต์ ดอก และอ้อน รู้ดีว่าหากตนเองขว้างออกไป ชนวนที่หน่วงเวลานานหลายวินาที จะทำให้ลูกระเบิดตกถึงพื้นแล้วยังไม่ทำงาน จะเปิดโอกาสให้พวกที่เคลื่อนไหวรวดเร็วบางคนหลุดรอดจากรัศมีทำลายล้าง หรือวิ่งเลยผ่านแนวสังหารเข้ามาหาคนขว้างได้ แต่พละกำลัง ฝีมือ และการนับเวลาที่แม่นยำของไข่ สามารถเปลี่ยนระเบิดขว้างให้กลายเป็นกระสุนปืนใหญ่แตกอากาศได้อย่างโหดเหี้ยม
ถ้าเป็นเจ้าเหนือ อาจขว้างได้แม่น แรง และไกลกว่านี้ แต่เจ้านั่นนับจังหวะหน่วงเวลาไม่เป็นแน่ ฝ่ายที่เป็นกองเนื้อเละๆ อาจเป็นพวกเขาเสียเอง
นัยน์ตาของไข่ขยายรับแสงในความมืด โลกนี้กลายเป็นสีสันเด่นชัดในสายตาของเขา ซากศพ เศษเนื้อ และหยดเลือดของพวกตัวสั่น แดงเข้มตัดกับป่ายางพาราแห้งตายซาก อย่างงดงามระคนน่าสยดสยอง
มือซ้ายของเขาถือลูกเกลี้ยง M26 สองลูกไว้พร้อมกัน ส่วนมือขวากระชับน้อยหน่าเหล็กลูกสุดท้าย ขณะที่สายตาจับจ้องไปที่ตัวดันร่างยักษ์สองคน ซึ่งกำลังพุ่งนำฝูงเข้ามายังตำแหน่งหลุมระเบิดเดิมพอดิบพอดี
เหนือที่เฝ้ามองจากระยะไกลบนยอดต้นยางนาใหญ่ เขาทำตาโตอ้าปากหวอด้วยความสนใจ
“กินแต่เนื้อ ไม่ยอมกินผักผลไม้ รับประทานน้อยหน่ากับส้มเกลี้ยง เพิ่มไฟเบอร์กันซักหน่อยนะจ๊ะ เด็กดี” ไข่หัวเราะคิกคักในจิตสำนึกร่วมที่ส่งถึงทุกคน
เขาใช้ฟันที่แข็งแรงดึงห่วงสลักทั้งสามออก โดยยังกำกระเดื่องไว้ เมื่อได้โอกาสเหมาะ กระเดื่องเหล็กทั้งสามก็ดีดตัวผางหลุดลอยกลางอากาศ
'หนึ่งวิ... สองวิ...'
ในสายตาของไข่ ภาพของตัวดันร่างยักษ์สองคน พุ่งเข้ามาจนเกือบจะเหยียบเนื้อเละๆ ของตัวโดดทหารพรานคนแรกที่ถูกไนซ์ยิงหัวแตกกระจาย ระยะห่างจากจุดที่เขากบดานอยู่ราวๆ ร้อยกว่าเมตร ซึ่งเป็นระยะที่ไข่มั่นใจว่าแม่นยำที่สุดสำหรับเขา
ฟุ่บ!!
ไข่ตวัดแขนทั้งสองข้างพร้อมกัน ผลไม้เหล็กมฤตยูทั้งสามลูก ถูกซัดออกจากมือ พุ่งตัดความมืดฝ่าม่านอากาศไปด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดแผ่วเบา
บึ้ม! บึ้ม! บึ้ม!!!
เสียงระเบิดสามลูกซ้อนดังสนั่นกึกก้อง จนแผ่นดินสะเทือน การระเบิดเกิดขึ้นกลางอากาศ เหนือหัวของฝูงตัวสั่นและตัวดันพอดิบพอดี!
สะเก็ดเปลือกเหล็กหล่อนับร้อยๆ ชิ้นของ MK2 รวมกับสะเก็ดลวดม้วนของ M26 พุ่งกระจายออกรอบทิศทางด้วยความเร็วเหนือเสียง ทะลวงเข้าบดขยี้ทุกสิ่งในรัศมีสิบเมตรจนแหลกเหลว
ตัวดันร่างยักษ์คนแรกที่วิ่งนำหน้ามา โดนแรงอัดและสะเก็ดระเบิดนับสิบชิ้นพุ่งเจาะเข้าเต็มใบหน้า จนกะโหลกหนาๆ ถูกทำลาย แขนขนาดมหึมาขาดกระเด็น ร่างหนาเทอะทะล้มตึงหงายหลังกระแทกพื้นดินเสียงดัง ส่วนตัวดันอีกคนที่อยู่ข้างๆ โดนสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำคอและหัวเข่าจนทรุดฮวบ กรีดร้องเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ขณะพยายามคลานหนีด้วยขาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียว
ฝูงตัวสั่นและตัวคลานเกือบสามสิบตัวที่ออกันอยู่รอบๆ ไม่ต่างอะไรกับใบไม้ที่โดนพายุพัด ร่างของพวกมันถูกฉีกทึ้งเป็นเศษเนื้อ ชิ้นส่วนอวัยวะปลิวว่อน ควันระเบิดสีเทาหนาทึบ อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ระเหยกลายเป็นไอเพราะความร้อน
บนยอดยางนาต้นใหญ่ เจ้าเหนือที่ปีนป่ายอยู่บนคาคบ ทำปากจู๋ร้องอูๆ ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองจุดที่มีเสียงระเบิด ด้วยความตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
“น้องเหนือ! หุบปากไปเลย!” นุชผู้เป็นแม่ของเขา ส่งเสียงตวาดแว๊ดมาจากเบื้องล่าง เธอย่อมรู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
ฝนใช้ฟีโรโมนของนางพญาผึ้ง ควบคุมผ่านจิตสำนึกร่วม ชาวบ้านหนองนกเอี้ยงที่พร้อมรบ ไม่นับรวมคนเจ็บ เด็ก และคนชรา ประมาณร้อยกว่าคน พร้อมอาวุธประชิด ก็โถมเข้าแนวรบ เก็บกวาดพวกตัวสั่นและตัวคลาน รวมทั้งตัวดันที่บาดเจ็บทั้งหมดราวสี่สิบกว่าคนอย่างรวดเร็ว และถอยกลับอย่างพร้อมเพรียง
“คนที่จับความเคลื่อนไหวของพวกมันได้ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น เสียง คลื่นความถี่ต่ำ แรงสั่นสะเทือน รังสีความร้อน ฟีโรโมนและสารเคมี แม้แต่สนามแม่เหล็ก ให้จับตาดูทุกทิศทางอย่างใกล้ชิด แล้วส่งข้อมูลเข้าเครือข่ายจิตสำนึกร่วม” ฝนออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
คำสั่งล่าสุดของฝนที่ให้ทุกคนใช้สัมผัสการรับรู้ที่ตนมี ส่งเข้าสู่เครือข่ายจิตสำนึกร่วม คือการสร้าง ระบบโครงข่ายข้อมูลส่วนกลาง ตอนนี้ข้อมูลจากทุกเซนเซอร์ชีวภาพ จะถูกนำมาซ้อนทับกันในจิตสำนึกร่วม ผ่านการบงการของฟีโรโมนนางพญาผึ้ง
ทำให้ทุกคนในค่ายหนองนกเอี้ยง มีแผนที่ทางยุทธวิธีแบบ 3 มิติ ที่สมบูรณ์แบบอยู่ในหัว มองเห็นศัตรูขยับขับเคลื่อนล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะพรางตัวมาด้วยวิธีไหนก็ตาม
ท่ามกลางกลิ่นคาวของเลือด และกลิ่นดินปืนที่อบอวล โจวต้าซาน เฉินกวางหมิง และฮ่าวจาง ยืนตะลึงค้าง พวกเขาและชาวบ้านหนองนกเอี้ยงร้อยกว่าคน ที่เพิ่งจะฟาดฟันอาวุธประชิดปลิดชีพพวกตัวสั่นสี่สิบกว่าตัวจนราบคาบ ก่อนจะสลายตัวถอยฉากกลับเข้าแนวรบอย่างเงียบกริบราวกับภูตผี ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงนาที และที่สำคัญคือ ไม่มีใครเปล่งเสียงสั่งการออกมาสักคำเดียว
เฉินกวางหมิง ยกมืออันสั่นเทาลูบหน้าที่เปื้อนคราบเขม่า ขาของนักวิทยาศาสตร์วัยกลางคนที่เพิ่งผ่านศึก แทบจะหมดแรงจนต้องพิงกับโคนต้นยางนา แววตาเบิกกว้างด้วยความสับสนและหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่เข้าใจ
"เป็นไปไม่ได้..." เฉินกวางหมิงพึมพำ ภาษาจีนกุ้ยโจวหลุดออกมาจากปากอย่างลืมตัว
"ฟีโรโมน... มันควรจะเป็นแค่สารเคมีสื่อสารอย่างง่ายไม่ใช่รึไง แต่นี่มันอะไรกัน คุณฝนใช้วิธีไหนกระตุ้นไซแนปส์ในสมองของคนนับร้อยพร้อมกัน ทำอย่างนี้ก็ได้เหรอ! นี่มันไม่ใช่การกลายพันธุ์ธรรมดาแล้ว... นี่มันคือ เครือข่ายจิตสำนึกร่วม ระดับสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาขั้นสูงชัดๆ! วิทยานิพนธ์ชีววิทยาโมเลกุลที่ฉันทำมาทั้งชีวิต กลายเป็นของเด็กเล่นไปเลย"
ข้างๆ กันนั้น โจวต้าซาน ช่างเครื่องรุ่นใหญ่ที่เพิ่งจะภูมิใจกับการดัดแปลงระบบไฟฟ้าพื้นบ้าน ยืนอ้าปากค้าง มือที่ถือประแจเลื่อนตัวใหญ่อยู่ ทิ้งลงข้างลำตัวอย่างเหม่อลอย ทันทีที่คำสั่งล่าสุดของฝนเด้งวาบเข้ามาในหัว สมองของวิศวกรสายกลไกอย่างเขาก็แทบจะโอเวอร์ฮีต
"ดาต้าลิงก์... ในหัวเนี่ยนะ!"
ช่างโจวอุทานลั่นพลางขยี้ขมับตัวเอง
"พระเจ้าช่วย! กองทัพสมัยใหม่ต้องใช้ดาวเทียมทหาร ใช้สถานีเรดาร์เท่าตึกสามชั้น กับคอมพิวเตอร์เมนเฟรมราคาเป็นหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างแผนที่ยุทธวิธีร่วม 3 มิติ แต่แม่บ้านตัวเล็กๆที่ไม่สะดุดตาคนนั้น แค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยสารเคมีออกมา ก็เชื่อมสัญญาณเรดาร์ชีวภาพจากทุกคน แยกรังสีความร้อน สนามแม่เหล็ก คลื่นความถี่ต่ำ ส่งตรงเข้าสมองพวกเราได้เรียลไทม์ยิ่งกว่าระบบ 5G ซะอีก! โครงข่ายกลไกของฉัน มันกลายเป็นแค่ก้อนหินไปเลยเมื่อเจอสิ่งนี้"
ฮ่าวจาง ยืนนิ่งที่สุด แต่ดาบสั้นในมือกลับสั่นระริก แฝดสาวฮ่าวเหม่ยจิงและฮ่าวจิงจิงขยับมาเกาะแขนพี่ชายแน่น พวกเขาผ่านศึกหลั่งเลือด ลี้ภัยมาจากกุ้ยโจว เจอความโกลาหลและความตายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเจออะไรที่ น่าสะพรึงกลัวอย่างงดงาม ขนาดนี้มาก่อน
"นี่ไม่ใช่กองกำลังชาวบ้านแล้ว..." ฮ่าวจางกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า
"ในสมรภูมิ ความตื่นตระหนกคือสิ่งที่ฆ่าคนได้มากที่สุด แต่เมื่อกี้... จิตของป้าฝนมันนิ่งสนิทเหมือนน้ำในแก้ว มันกดความกลัวของคนร้อยกว่าคนจนอยู่หมัด ทุกคนขยับเหมือนเป็นแขนขาของร่างเดียวกัน ไม่มีชนกันเอง ไม่มีแย่งมุมสังหาร พอสั่งถอยก็วูบหายพร้อมกัน"
“ถ้าอาสองมีสติ เขาจะสามารถเชื่อมต่อกับพืชทุกต้นที่นี่ได้ เมื่อร่วมกับเครือข่ายนี้ จะไม่มีอะไรหลบซ่อนจากพวกเราได้เลย” ไนซ์ส่งจากจิตสำนึกร่วมมาจากด้านหลัง
ทั้งสามคนหันไปมองทางด้านหลัง ที่ซึ่งฝนกำลังดูบาดแผลของสามี ร่วมกับกลุ่มแกนนำคนอื่นๆ
ความรู้สึกในใจของกลุ่มผู้ลี้ภัยกุ้ยโจว ดิ่งลึกข้ามขั้นจากความตื้นตันใจในตอนแรก ไปสู่ความเคารพยำเกรง ค่ายหนองนกเอี้ยงแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่ซ่อนตัวของคนหนีตาย แต่มันคือจุดกำเนิดของอารยธรรมใหม่ ที่พร้อมจะบดขยี้โลกใบเก่า และพวกเขาก็รู้แล้วว่า การคิดลงหลักปักฐานที่นี่ คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตแล้ว!
ในความเป็นจริง ไม่ใช่แค่คนที่มาจากกุ้ยโจวที่แตกตื่นตกใจ คนกลุ่มเดิมในหนองนกเอี้ยง แม้แต่แกนนำทุกคนก็ตะลึงพรึงเพริดไม่แพ้กัน ฝนเป็นคนที่ไม่โดดเด่นที่สุดในหมู่แกนนำ แต่ไนซ์จัดเธอไว้ในกลุ่มคนแข็งแกร่งที่สุดหกคนแรก ซึ่งประกอบด้วย หนึ่ง สอง ออด ไข่ เด่น และฝน ไนซ์ประกาศว่าจากนี้ไป กลุ่มนี้จะมีคนเพิ่มอีก นั่นคือ ฮ่าวจาง
ไนซ์ถามหนึ่งว่า หากแม่สามารถใช้ความสามารถนี้ในวันที่บุกศูนย์ราชการ มาร์คัสจะสามารถลักพาตัวของเหนือไปได้ไหม หนึ่งตอบว่ามาร์คัสมีความสามารถขนาดขโมยคนไปได้ โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลย เซ็นเซอร์ทั้งหมดและแผนที่สามมิติในหัวของทุกคนก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถ้าวันข้างหน้าทุกคนเก่งขึ้น เหตุการณ์มันก็อาจไม่เหมือนเดิม
พวกตัวสั่นที่เข้ามาเพราะเสียงระเบิดสังหารจากฝีมือไข่ มีน้อยกว่าความคาดหมาย ส่วนมากมักมาจากทิศทางรอบๆ ด้านทิศทางบ้านหนองกอกต้นเรื่องกลับไม่มีมาเพิ่มเติม
ฝนใช้วิธีเดิม หากพวกสั่นวิ่งเข้ามาหาที่หมู่บ้านตรงๆ ก็สั่งให้ดักรุมฆ่า แต่ถ้าหากพวกมันคุมเชิงรอเพื่อรวมกลุ่ม เมื่อตรวจสอบแล้วว่ามีจำนวนประมาณสี่สิบถึงห้าสิบคน ฝนก็จะใช้ฟีโรโมนออกคำสั่งให้คนนับร้อยเข้าล้อมสังหารและถอยกลับอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่มีใครบาดเจ็บอีกเลย จนในที่สุดก็ไม่เหลือพวกตัวสั่นในบริเวณนั้นอีก