หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 82 ห้องบัญชาการค่ายมิดไนท์และการเตรียมยกระดับค่ายเป็นระดับ 3

    ตอนที่ 82 ห้องบัญชาการค่ายมิดไนท์และการเตรียมยกระดับค่ายเป็นระดับ 3

    ที่ค่ายมิดไนท์

    แผนการปล่อยข่าวลือได้ผลทำให้ข้อมูลจำนวนมากถูกส่งเข้ามาไม่หยุด ลอร์ดแกนนอนส่งคนออกมาทันทีรายงานนี้มาจากสายลับในกลุ่มฝูงซอมบี้ที่เร่ร่อนอยู่รอบพื้นที่

    มีหน่วยลาดตระเวนบางกลุ่มที่แอบซุ่มดูอยู่ทหารเหล่านั้นคือทหารมืดระดับขั้นต่ำของค่ายมิดไนท์สภาพของพวกเขาดูไม่ต่างจากซอมบี้ทั่วไปจนแทบจะแยกไม่ออกแฝงตัวจับตาดูได้อย่างแนบเนียน

    แม้เส้นทางที่ศัตรูใช้จะหลบเลี่ยงสายข่าวและหน่วยลาดตระเวนของค่ายต่างๆได้เป็นอย่างดี แต่กลับไม่อาจปิดบังสายตาของทหารมืดที่ปลอมตัวอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ได้

    หลังจากได้รับข่าวทุกคนก็ถูกรวมตัวกันอยู่ภายในห้องบัญชาการของค่าย

    กลางห้องมีโต๊ะจำลองแผนที่ขนาดใหญ่เป็นแบบจำลองของพื้นที่เขตดัลลัสที่ละเอียดอย่างมาก แผนที่นี้กัสให้ลิชรวบรวมข้อมูล และสร้างขึ้นมาตั้งแต่หนึ่งเดือนก่อน

    สำหรับค่ายอื่นแล้วการทำแผนที่ละเอียดขนาดนี้แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยซอมบี้จนยากจะเข้าถึงทุกจุดแต่ลิชสามารถทำมันได้สำเร็จ ด้วยการใช้ทหารมืดของเขาแฝงตัวเข้าไปในฝูงซอมบี้เพื่อสำรวจพื้นที่ทีละส่วน

    ภายในห้องบัญชาการมีคนสำคัญของค่ายมิดไนท์อยู่พร้อมหน้าฝ่ายองครักษ์ประกอบด้วย ฮันน่า อมีเลีย และอาเรีย ซึ่งมีหน้าที่หลักคือปกป้องค่ายและตัวลอร์ด

    ฝ่ายทหารมืดกำลังรบหลักคือ แอรีสออสก้า และบารอน

    ส่วนฝ่ายที่ปรึกษาทางทหารซึ่งรับหน้าที่วิเคราะห์และวางแผนประกอบด้วยลิช โฮม และกริม โดยลิชถือเป็นแกนหลักของฝ่ายนี้

    กัสในฐานะลอร์ดของค่ายนั่งฟังการวิเคราะห์ทั้งหมดอยู่เงียบๆก่อนจะเป็นคนตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

    ลิชกวาดสายตามองแผนที่บนโต๊ะก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ว่า

    “ดูเหมือนแผนที่พวกเราวางเอาไว้จะเริ่มได้ผลแล้วพันธมิตรผู้แก้แค้นที่เดิมทีควรจะมาเจรจาแลกเปลี่ยนกับพวกเรากลับเลือกส่งกองทัพเข้ามาโจมตีแทนและจากข้อมูลล่าสุดพวกมันมีกำลังอย่างน้อยหนึ่งพันนาย” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะเคาะนิ้วลงบนตำแหน่งหนึ่งของแผนที่

    “ดังนั้นพวกเราจึงปล่อยข่าวลวงออกไปเพื่อดึงความสนใจของพันธมิตรราชาให้เข้ามาปะทะกับพวกมันแทนแต่ดูเหมือนสถานการณ์จะซับซ้อนกว่าที่คาดไว้เพราะลอร์ดแกนนอนผู้นำของค่ายแกนนอนและหัวหน้าพันธมิตรราชาได้ส่งทหารออกมาจริงๆ”

    ออสก้าขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามว่า “จำนวนเท่าไร”

    ลิชตอบทันทีราวกับเตรียมข้อมูลไว้แล้ว

    “ทหารจากค่ายแกนนอนประมาณสี่ร้อยนายและกองกำลังจากพันธมิตรราชาอีกประมาณสองพันนาย” คำตอบนั้นทำให้หลายคนในห้องเงียบลงไปครู่หนึ่ง

    แอรีสยืนกอดอกพลางจ้องแผนที่แล้วพูดว่า

    “ฟังดูเหมือนพวกมันไม่ได้ตั้งใจจะไปปะทะกับพันธมิตรผู้แก้แค้นแต่กำลังมุ่งหน้ามาทางค่ายของพวกเรามากกว่า”

    ลิชพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

    “นั่นแหละคือปัญหาเพราะถ้าปล่อยให้พวกมันมาถึงที่นี่ตรงๆ ต่อให้เราตั้งรับได้ก็ต้องเสียหายหนัก ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือทำให้สองฝ่ายนั้นหันไปสู้กันเอง”

    โฮมที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะเอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วท่านลิชมีแผนยังไง”

    ลิชยิ้มบางๆก่อนจะลากนิ้วไปยังอีกตำแหน่งหนึ่งบนแผนที่

    “เราจะสร้างความปั่นป่วนให้กับกองทัพของพันธมิตรผู้แก้แค้นก่อนจากนั้นส่งคนไปบอกพวกมันว่าเปลี่ยนสถานที่เจรจาใหม่ ให้ย้ายไปที่ย่านการเงิน”

    กริมเลิกคิ้วเล็กน้อย

    “ย่านการเงินที่เต็มไปด้วยซากตึกสูงพวกนั้นน่ะเหรอ”

    “ใช่” ลิชตอบทันที

    “ที่นั่นมีซากอาคารสูงจำนวนมากเส้นทางซับซ้อน และยังมีฝูงซอมบี้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ มันเหมาะกับการสร้างความสับสนที่สุด”

    “คิดว่าให้ใครไป”แอรีส ลิชมองตำแหน่งนั้นครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า

    “ถ้าเป็นแบบนั้นให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วของออสก้ารับหน้าที่ซุ่มโจมตีเข้าโจมตีอย่างรวดเร็วแล้วถอยออกมา ทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจผิดว่าถูกอีกฝ่ายหนึ่งโจมตีเมื่อความสับสนเริ่มลุกลาม พวกมันจะเริ่มระแวงกันเอง และแค่ประกายไฟเล็กๆก็พอจะจุดชนวนให้พวกมันเปิดศึกกันเต็มรูปแบบ”

    “ผมพร้อมสู้เพื่อนายท่าน”ออสก้าไม่ปฏิเสธ

    หน่วยเคลื่อนที่เร็วคือทหารมืดที่มีความแข็งแกร่งมีชุดเกราะเสือดาว T1 ที่เน้นการเคลื่อนไหวและยังมีดาบพิฆาตเหล็กT1 เป็นหน่วยที่เน้นจู่โจมเข้าเร็วและออกเร็วต่างจากหน่วยของแอรีสที่เน้นปะทะกันซึ่งๆ หน้า

    ลิชกล่าวเสริม “ขอแค่พวกมันเริ่มลงมือกันเองที่เหลือสถานการณ์จะพัฒนาไปตามธรรมชาติ เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ไว้ใจกันอยู่แล้ว”

    จนถึงตอนนั้นกัสที่นั่งเงียบฟังการวิเคราะห์มาตลอดก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้สายตาของเขากวาดมองทุกคนในห้องก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

    “เมื่อพวกมันเริ่มสู้กันจริงนั่นจะเป็นโอกาสของพวกเรา”

    คำพูดนั้นทำให้สายตาของทุกคนหันมาที่เขาในทันทีและฟังอย่างตั้งใจ

    กัสวางมือลงบนโต๊ะแผนที่ก่อนจะพูดต่อ

    “ค่ายมิดไนท์จะไม่ใช่แค่รอดจากศึกครั้งนี้เท่านั้นเราจะใช้มันเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับค่ายของเราไปสู่ค่ายระดับสาม”

    ลิชหรี่ตาลงเล็กน้อยราวกับเข้าใจความหมายในคำพูดนั้นทันทีส่วนแอรีสก็ยิ้มมุมปากเหมือนเริ่มเห็นภาพของสนามรบแล้ว

    กัสพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน

    “เมื่อพันธมิตรราชาและพันธมิตรผู้แก้แค้นเริ่มห้ำหั่นกันกำลังของทั้งสองฝ่ายจะลดลงอย่างรวดเร็ว พวกมันจะไม่มีเวลามาสนใจเราในช่วงเวลานั้นพวกเรายกระดับเป็นค่ายระดับสามหลังจากผ่านการต่อสู้ในด่านทดสอบยกระดับค่ายเสร็จแล้วจะต้องพร้อมเคลื่อนกำลังไปที่ย่านการเงินทันทีเข้าปิดฉากทั้งหมด”

    เขาหันไปมองแอรีสโดยตรงก่อนจะพูดว่า “ออสก้า เตรียมหน่วยของนายให้พร้อมฉันต้องการให้กองกำลังเคลื่อนที่เร็วสามารถออกปฏิบัติการได้ทันทีที่สถานการณ์เริ่มปะทุ”

    ออสก้าพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล “รับทราบนายท่านทหารของผมจะเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวตลอดเวลา”

    กัสจึงกวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้งก่อนจะพูดสรุปด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า

    “นอกจากหน่วยของออสก้าที่ออกไปทำภารกิจด้านนอกกำลังพลทั้งหมดของค่ายมิดไนท์ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการรบเต็มรูปแบบ รับมือกับด่านทดสอบในอีกหนึ่งชั่วโมง”

    “ศึกครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินอนาคตของค่ายเราถ้าเราคว้าโอกาสนี้ไว้ได้ ค่ายมิดไนท์จะก้าวขึ้นเป็นค่ายระดับสามอย่างสมบูรณ์และไม่ต้องกลัวค่ายแกนนอนหรือค่ายระดับสามที่ไหนอีก”

    “ขอรับนายท่าน”

    ทุกคนขานรับตามคำสั่งของกัสทันที

    แอรีสนำทหารมืดไปประจำการติดตั้งอาวุธรอบค่ายพวกเขาคือกองกำลังทหารมืดหลักเป็นทหารราบจำนวนห้าร้อยนายส่วนใหญ่เป็นทหารมืดขั้นต้น อาวุธหลักของพวกเขาคือดาบและหอกทั้งแบบธรรมดาที่ผลิตขึ้นที่โรงหลอมอาวุธและดาบพิฆาตเหล็ก T1 กับหอกเกลียววายุ T1 ติดตั้งให้กับพวกขั้นกลางขึ้นไปเท่านั้น

    ทหารมืดธรรมดาในกลุ่มนี้มีประมาณสามร้อยห้าสิบนายส่วนพลธนูมีหนึ่งร้อยนาย ใช้คันธนูเหล็กดำ T1และสวมชุดเกราะหนังสัตว์เนลสัน T1ที่เน้นการเคลื่อนที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีทหารโล่เสริมอีกประมาณห้าสิบนายใช้โล่กลม T1 โดยทหารขั้นต้นจะสวมเกราะเหล็กธรรมดาส่วนทหารขั้นกลางจะสวมเกราะเหล็กสิงโตทารัส T1

    ส่วนกองกำลังที่สองคือหน่วยเคลื่อนที่เร็วของทหารมืดมีแอรีสเป็นหัวหน้า จำนวนสองร้อยนาย พวกเขาสวมชุดเกราะเสือดาว T1 ซึ่งเบากว่าเกราะสิงโตทารัส และใช้อาวุธเป็นดาบพิฆาตT1 เหมาะกับการซุ่มโจมตี เข้าเร็วออกเร็ว

    ส่วนกำลังที่เหลืออีกหนึ่งร้อยนายเป็นทหารคุ้มกันภายใต้ฝ่ายองครักษ์โดยมีฮันน่าเป็นผู้นำ หน้าที่หลักของพวกเธอคือปกป้องค่ายและคุ้มกันกัสทหารองครักษ์เหล่านี้ล้วนเป็นผู้หญิงและมีพลังอย่างน้อยระดับขั้นกลาง

    ออสก้านำทหารออกไปจากค่ายอย่างเงียบเชียบโดยมีทหารที่ปรึกษาอย่างโฮมติดตามไปด้วย

    พวกเขาต้องเร่งรีบกันหน่อยเพราะว่าตั้งแต่มีข่าวลือเรื่องการแลกเปลี่ยนและกองกำลังของสองพันธมิตรก็ใกล้เข้ามาถึงแล้วจะต้องปะทะกันในเช้าของวันนี้หลังจากเข้าประจำตำแหน่งกันแล้วกัสก็พร้อมที่จะยกระดับค่ายในตอนเช้าที่กำลังจะมาถึง

    ...

    หมอกจางๆ ลอยคลออยู่ตามถนนที่แตกร้าวซากรถยนต์เก่าและตึกพังทลายกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

    เสียงครางแหบพร่าของซอมบี้ดังแว่วมาจากที่ไกลๆลมเย็นพัดผ่านซากเหล็กและกระจกแตก ส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ แต่พื้นที่ตรงนี้กลับเงียบผิดปกติราวกับมีบางอย่างกำลังรอคอยอยู่

    โฮมยืนอยู่กลางถนนสายหนึ่งที่ถูกทิ้งร้างมานานด้านหลังเขามีทหารมืดติดตามมาอีกสองนาย ทั้งสามคนยืนรออย่างสงบราวกับเป็นเพียงคณะผู้แทนเล็กๆ ที่ออกมาทำการแลกเปลี่ยนตามนัดหมาย

    ด้านหลังพวกเขามีรถกระบะดัดแปลงหนึ่งคันจอดขวางอยู่กลางถนนตัวรถเสริมแผ่นเหล็กบางส่วนเพื่อกันกระสุน ล้อเต็มไปด้วยคราบโคลนและเลือดแห้งบ่งบอกว่ามันเพิ่งผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายมาไม่นาน

    ไม่นานนักเสียงเครื่องยนต์จากระยะไกลก็ดังขึ้น ตอนแรกมันเบามาก จนแทบจะแยกไม่ออกจากเสียงลม แต่ไม่นานเสียงนั้นก็ค่อยๆชัดขึ้นเรื่อยๆ เงาของยานพาหนะเริ่มปรากฏขึ้นจากปลายถนนรถบรรทุกดัดแปลงหลายคันแล่นเข้ามาช้าๆตามด้วยรถกระบะและรถยนต์เก่าที่เสริมเกราะอย่างหยาบๆ อีกหลายคันไฟหน้ารถส่องทะลุหมอกบางๆ ทำให้ถนนที่เงียบสงบเมื่อครู่ดูเหมือนกำลังถูกกองกำลังขนาดเล็กยึดครองรถบรรทุกคันหนึ่งหยุดลงก่อน ตามด้วยคันอื่นๆที่ทยอยจอดเรียงกันอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน