เมื่อเดินผ่านมิติมาบนฟากฟ้าของที่พักของราชวงศ์ในเวลานี้ปรากฏชายหนึ่งหญิงสองที่กำลังยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางฟากฟ้า นั่นไม่ใช่ใครนอกซะจากเฟยหรงและหญิงงามทั้งสองที่มาทวงความยุติธรรมให้กับตนเองและมารดาที่ตายจากไป
"ข้าจะกันพวกมหาเทวะรวมถึงจักรพรรดิเทวะเอาไว้ให้ส่วนที่เหลือพวกเจ้าต้องจัดการกันเอง"หญิงงามพยักหน้าให้เฟยหรง ส่วนอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะสัมผัสถึงตัวตนของพวกเขาได้ก็พากันบินทะยานขึ้นมากันอย่างไม่ขาดสาย อีกทั้งยังมีหลายเผ่าพันธุ์ด้วยกัน ส่วนคนที่ยืนอยู่หน้าสุดย่อมไม่ใช่ใครนอกซะจากจักรพรรดิตงผู้เป็นบิดาของตงกู่เซียนนั่นเอง
"กู่เซียน เจ้าทำให้เรื่องวุ่นวายไปหมดแล้ว ไปเตรียมตัวพิธีส่งเจ้าสาวกำลังจะเริ่ม"จักรพรรดิตงกล่าวขึ้นอย่างเรียบเฉยและยังคงซึ่งท่าทีเย่อหยิ่ง ส่วนเหล่าผู้อาวุโสต่างๆที่เห็นก็มองไปที่ตงกู่เวียนด้วยความพึงพอใจในรูปร่าง โดยเฉพาะผุ้อาวุโสของเผ่าฉลามโลหิตที่รู้สึกพอใจเป็นพิเศษเพราะดูแล้วนายน้อยของพวกเขาน่าจะชอบหญิงงามนางนี้เป็นแน่แท้
"ขอปฏิเสธ คำมั่นที่ท่านให้ไว้กับพวกท่านไฉนเลยข้าถึงจะต้องรับแทน หากท่านอยากเกี่ยวดองกับพวกมันมากนักก็แต่งเองซะสิ ฉลามตัวเมียก็มีอยู่มากมาย"วาจาเฉือดเฉือนหลุดออกมาจากปากของตงกู่เซียนในทันที จักรพรรดิตงที่ได้ยินก็พลันสีหน้ากลายเป็นมืดมนและบึ้งตึง
"บังอาจนัก! เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ทุกอย่างเพื่อความสงบสุขของทั้งสองดินแดน"ออร่าเปลวเพลิงของจักรพรรดิตงทวีความรุนแรง ภายในพริบตาตัวของจักรพรรดิตงพลันหายไปและมาโผล่ยังเบื้องหน้าของตงกู่เวียนทันทีพร้อมด้วยมือที่กำลังจะคว้าจับบุตรสาวเอาไว้
"ฟิ้ว"
"สวบ"
แต่ทว่ามันจะง่ายดายปานนั้นได้อย่างไร ทันทีที่มือใกล้จะสัมผัสกับตัวของหญิงงามกระบี่ลมปราณของเฟยหรงก็พุ่งเข้าใส่และทะลุมือจักรพรรดิตงไปในทันทีจนทำให้ต้องหยุดชะงักและถอยหล่นไป
"กล้าเมินกันเช่นนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย เจ้าว่าอย่างนั้นหรือไม่"เฟยหรงยังคงท่าทีสงบนิ่ง แต่ทว่าใบหน้าของจักรพรรดิตงกลับมีแต่ความตกตะลึงวิถีกระบี่เมื่อครู่รวดเร็วเสียจนเขามองแทบไม่ทัน หากมันตรงมายังจุดสำคัญของเขาย่อมไม่ทีทางป้องกันได้ มือที่อาบเลือดกำเเน่นไม่อาจที่จะเมินเฉยอีกฝ่ายได้อีกต่อไป
เดิมทีเนื่องจากสัมผัสถึงพลังของชายหนุ่มไม่ได้จึงคร้านที่จะสนใจ แต่ตอนนี้กลับรู้แล้วว่าอีกฝ่ายเองก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่เขาเห็น "เจ้าเป็นใครมายุ่งอะไรกับเรื่องนี้"
จักรพรรดิตงกล่าวขึ้น เฟยหรงพลันยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน "แน่นอนแค่พาผู้หญิงของข้ามาชำระแค้นเท่านั้นเรื่องอื่นข้าไม่สน"
"หืม!!"จักรพรรดิตงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พลันขมวดคิ้ว ผู้หญิงของข้า พอเฟยหรงหลุดคำนี้ออกมาสายของของชายหนุ่มก็เห็นได้ชัดเลยว่าชำเลืองมองไปที่บุตรสาวคนเล็กของตน ส่วนทางด้านตงกู่เซียนนั้นเมื่อได้ยินคำของเฟยหรงก็หน้าแดงออกมาเล็กน้อยแต่ทว่ากลับยังคงท่าทีสงบนิ่งเอาไว้ ใช่! นี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะเขินอายแต่ต้องชำระแค้นให้ได้เลียก่อน
"ที่แท้เป็นเจ้าที่พาบุตรสาวข้าหนีไป"จักรพรรดิตงกล่าวอย่างเดือดดาลลมปราณเปลวเพลิงแผ่พุ่งราวกับจะแผดฟ้า การทำเช่นนี้ถือว่าหยามเกียรติของเขามากเลยทีเดียว
"ก็นะ ไม่ได้คิดจะคาดหวังอะไรกับเจ้าอยู่แล้ว"เฟยหรงกล่าวอย่างเหนื่อยหน่าย ชายหนุ่มพลันชูแขนข้างหนึ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า เหล่าผู้อาวุโสจากหลายเผ่าพันธุ์สั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้สิ่งที่เห็นคือกระบี่ลมปราณนับหมื่นที่แผ่อำนาจทำลายล้างออกมาไม่ขาดสาย ทั้งมันยังหนักอึ้งยิ่งกว่าลมปราณเปลวเพลิงของจักรพรรดิตงเสียอีก
"จักรพรรดิตงนี่มันหมายความว่าอย่างไร ตกลงการหมั่นหมายที่ท่านให้ไว้มันเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ"ผุ้อาวุโสจากเผ่าฉลามโลหิตกล่าวอย่างต้องการคำตอบ
"ใช่ ท่านส่งจดหมายให้เรามาเป็นสักขีพยานแต่ทว่าทำไมถึงทำให้พวกเราถูกรายล้อมไปด้วยกระบี่ลมปราณเช่นนี้ได้"
"ใช่ๆท่านต้องตอบคำถามนี้แก่เรา!!"
เหล่าผู้อาวุโสทักท้วงในทันที นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทั้งๆพวกเขาเป็นทูตของแต่ละขุมกำลังแท้ๆแต่กลับมาพบเจออะไรเช่นนี้จะให้พวกเขายินยอมได้อย่างไร
ทางด้านจักรพรรดิตงที่ได้รับแรงกดดันของเหล่าทูตของทุกขุมกำลังก็พลันบังเกิดโทสะในใจ เขามองไปยังเฟยหรงที่รอยเด่นอยู่กลางฟ้าดวงตาเต็มไปด้วยความคลั่งแค้นที่อยุ่ด้านใน ชายคนนี้ปรากฏตัวมาจากที่ใดก็ไม่รู้แต่กลับทำแผนการทุกอย่างของเขาพังไม่มีชิ้นดี อีกทั้งตอนนี้ตนเองยังไม่อาจที่จะขยับไปไหนได้เนื่องจากกระบี่ลมปราณนับหมื่นที่อยู่บนท้องฟ้านั้นหากมันตกลงมาต่อให้เขาจะไม่ตายแต่ก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส นี่ยังไม่รวมเหล่าทูตของขุมกำลังต่างๆที่ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างผลีผล่ามเช่นเดียวกัน
"ไปรีบจัดการเรื่องของเจ้าเสียให้เสร็จ"เฟยหรงหันไปกล่าวกับกับหญิงงาม ตงกู่เซียนพลันพยักหน้าพร้อมทั้งประสานมือช้าๆเปลวเพลิงเทพสวรรค์บัลดาลของนางกลายเป็นปีกที่ดูงดงามและสูงส่ง ดวงตาจากสีดำกลายเป็นสีทองอำพันนางใช้พลังในการสรรค์สร้างคันศรเปลวเพลิงในทันทีพร้อมทั้งง้างและยิงอันตรงไปที่พี่น้องของนางรวมไปถึงพระชายาทั้งสามจนพวกเขาใบหน้าซีดขาวกันไปหมด ในใจอยากจะหนีแต่ขากลับสั่นจนขยับไม่ได้
"ท่านพ่อช่วยลูกด้วย"
"ท่านพี่!!!"
ทั้งภรรยาและลูกๆของจักรพรรดิกล่าวออกมาน้ำหูน้ำตาไหล แน่นอนไม่มีใครอยากที่จะตาย แต่ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้มันจะเป็นไปได้หรือ
"ไม่!!!"จักรพรรดิตงอุทานออกมา และหายไปจากบริเวณหน้าของเฟยหรงในัทนที เฟยหรงที่เห็นก็ลงมือด้วยเช่นกันกระบี่ลมปราณเสียบไปกลางหลังของจักรพรรดิตงแต่ทว่ากลับไม่อาจที่จะหยุดยั้งได้ จักรพรรดิตงพุ่งไปยังเบื้องหน้าของบรรดาลูกๆพร้อมทั้งใช้พลังทำลายศรเปลวเพลิงนั้นในทันที
แต่ทว่ากลับไม่เป็นอย่างที่คิด เปลวเพลิงธรรมดาหรือจะสู้เปลวเพลิงสวรรค์เมื่อเปลวเพลิงได้เข้าปะทะกันเปลวเพลิงของจักรพรรดิตงพลันหายไปในทันทีส่วนเปลวเพลิงสวรรค์สีทองอร่ามยังคงเผาไหม้มือของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่องและไม่สามารถที่จะดับได้
เพื่อไม่ให้มันลุกลามไปมากกว่านี้จักรพรรดิตงจึงเลือกที่จะตัดแขนขวาที่ติดไฟของตนเองทิ้งไป สายตาจับจ้องไปที่บุตรสาวอย่างคาดโทษ
"เจ้า!! เจ้าคิดจะฆ่าพี่น้องของตนเองหรือไร"หญิงงามได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มพร้อมทั้งหัวเราะอย่างเย้ยหยัน "ฮ่าๆๆพี่น้อง?? ท่านยังกล้ากล่าวคำๆนี้กับข้า พี่น้องที่ไหนกันที่กลั่นแกล้งข้าทุกครั้งไป พี่น้องที่ไหนกันที่หมายถึงกับเอาชีวิตน้องสาวของตัวเองและผลักข้าลงสู้ก้นเหวเช่นนี้"
"พวกมันล้วนแต่คิดถึงประโยชน์ของตัวเองทั้งหมด แล้วเคยคิดถึงใจข้าบ้างไหม ท่านเองก็เช่นกันในตอนแรกข้าคิดว่าท่านจะแตกต่างออกไปแต่ทว่ากลับไม่ได้ต่างจากสวะพวกนั้นเลย หญิงคนนั้นฆ่าแม่ของข้าแล้วท่านทำอะไร??ไม่ทำโทษนางแถมยังหลงจนโงหัวไม่ขึ้น ช่างเป็นบิดาที่หน้าผิดหวัง นับจากนี้ไปข้าไม่ใช่คนของราชวงศ์ตงอีกแล้ว เป็นเพียงตงกู่เซียนคนธรรมดาๆเท่านั้น"ตงกู่เซียนระบายมันออกมาทั้งหมด น้ำตานางไหลพรากออกมาอย่างช่วยไม่ได้
แม้นางจะตัดสินใจมาแน่วแน่เพียงใดแต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าบิดาของตนทุกอย่างมันกลับยากเย็นไปเสียหมด แต่ด้วยปฏิญานเอาไว้แล้วอย่างน้อยวันนี้ชายาลำดับที่สามและบุตรสาวของนางจะต้องตาย
"บังอาจ! ตงกู่เซียนเจ้าเกิดในราชวงศ์จะมาตัดขาดเช่นนี้ไม่ได้ข้าไม่อนุญาติ หากเจ้ากลับตัวตอนนี้ข้าจะถือเรื่องราวทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น"จักพรรดิตงกล่าว
"ฮ่าๆๆน่าขันๆเกินไปแล้ว ตอนนี้ท่านอยู่ในสภาพที่ต่อรองได้อย่างนั้นหรือ จักรพรรดิตงผู้ยิ่งใหญ่ผู้ที่ไม่เคยเหลียวแลการตายของภรรยาตัวเอง ถ้าหากเสียภรรยาและลูกไปอีกสักคนสองคนคงไม่เป็นอะไรกระมัง"หญิงงามปาดน้ำตาพร้อมกล่าว เฟยหรงลอยมายังข้างๆของนาง มือของเขาสัมผัสหลังของนางอย่างแผ่วเบากระบี่ลมปราณของเขาในเวลานี้ถูกเก็บเป็นที่เรียบร้อย
"อารมณ์ของเจ้ารุนแรงเกินไป ใจเย็นๆหน่อยอย่าเเค้นจนเกิดจิตมารไม่เช่นนั้นเมื่อเจ้าชำระแค้นได้แล้วสิ่งที่รอข้างหน้าจะมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น"เสียงของเฟยหรงดังเข้ามายังโสตประสาทของตงกู่เซียนทำให้นางค่อยๆสงบอารมณ์โกรธในใจได้มากเลยทีเดียวแววตาที่สั่นเคลือเมื่อครู่ตอนนี้สงบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ช่วยฆ่าจับเขาไว้หน่อย ข้าจะสังหารนาง"เสียงอันเรียบเฉยของตงกู่เซียนพลันดังขึ้นเฟยหรงเองก็พยักหน้าตอบรับ เห็นได้ชัดเลยว่านางคิดจะสังหารเพียงแค่สองคนเท่านั้น
"ท่านพ่อช่วยลูกกับท่านแม่ด้วย"ตงเสวียนหลิงกล่าวด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ส่วนพระชายาลำดับที่สามเองก็ไม่ต่างกัน เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้ทุกอย่างมันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังอย่างแท้จริง
"อ๊า กู่เซียนเจ้าคิดว่าท้องทะเลวันนี้เป็นอย่างไร"เฟยหรงเอ๋ยขึ้นตงกู่เซียนหันไปมองด้วยความสงสัย สิ่งที่เฟยหรงทำในเวลานี้ทำให้ทุกคนตกตะลึงกันยกใหญ่ท้องทะเลที่ห่างไกลสุดลูกหูลูกตาถูกยกขึ้นฟ้าจนแห้งเหือด ชายหนุ่มทะยานขึ้นเหนือน้ำทะเลนั้นพลังปราณธาตุวารีของเขาปะลุกลายเป็นร่างพลังงานคนถือตรีศูลขนาดใหญ่มหึมาพร้อมกับเปล่งแสงสีน้ำเงินที่ศักดิ์สิทธิ์และสูงส่ง เหล่าผู้คนที่เห็นในเวลานี้ต่างเหม่อลอยคุกเข่าลงอย่างช่วยไม่ได้
"หากพวกเจ้าทุกคนกล้าขยับข้าจะทำให้เจ้าต้องหวาดกลัวไม่รู้ลืม" เฟยหรงกล่าว ด้วยพลังระดับเทพอมตะของเขาโลกใบนี้ไม่นับเป็นอะไรได้ เขาจะทำให้น้ำท่วมโลก ละลายน้ำแข็ง หรือแม้แต่ทำให้มันแห้งแล้งก็ย่อมได้ การข่มขู่นี้ไม่เพียงแต่ข่มขู่จักรพรรดิตงเท่านั้นแต่เสียงของเขายังดังกังวาลไปให้เหล่าผุ้นำของขุมกำลังต่างๆที่อยู่บนโลกนี้ได้รับรู้ และประจักษ์ในพลังของเขาจะได้ไม่สร้างปัญหาอีก