ข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า

    การถกเถียง

    หลังเสียงระเบิดนั้น ฝนที่ตกหนักตลอดเวลากลับหยุดลงอย่างกะทันหัน เมฆดำค่อย ๆ แยกตัว แสงอาทิตย์สีทองอ่อนสาดลงมาปกคลุมเมืองดาบสวรรค์อีกครั้ง

    ชาวเมืองจำนวนมากฝืนร่างกายที่อ่อนล้ามาเปิดหน้าต่างดู บางคนเดินออกมายังถนนด้วยความระแวง ก่อนจะเงยหน้ามองภาพบนฟากฟ้า

    นักบุญสิบเอ็ดตนยืนเรียงรายอยู่เหนือเมือง ออร่าของแต่ละคนสงบนิ่งแต่ทรงพลัง ราวกับกำแพงศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องเมืองเอาไว้

    ผู้คนจำพวกเขาได้ทันที

    คังห่าว เจ้าเมืองดาบสวรรค์ พร้อมเหล่าสมาชิกแกนหลักของจวนเจ้าเมืองอีก 10 คน

    เสียงของคังห่าวดังลงมาอีกครั้ง หนักแน่น มั่นคง และเต็มไปด้วยอำนาจ

    “ตอนนี้ พวกเราร่วมมือกันกำจัดภัยร้ายไปแล้ว”

    เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยต่อ

    “แต่ทว่าเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ ดูเหมือนจะมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่ ฝนเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้ ดังนั้นทางจวนเจ้าเมืองจะทำการสืบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจังขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ”

    เสียงของเขากำลังจะจบลง แต่จู่ ๆ ก็ชะงัก สายตาของคังห่าวหันไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว

    “จินซ่ง... เจ้าเป็นอะไรไป”

    ข้างกายเขา ชายชราที่นั่งสมาธิลอยอยู่กลางอากาศร่างสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

    พรวด!

    เลือดสีแดงสดพุ่งออกจากปากของชายชราทันที หยดเลือดกระเซ็นกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง

    ชาวเมืองที่เฝ้ามองอยู่ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

    จินซ่ง ที่ปรึกษาคนสำคัญของเจ้าเมือง… ผู้มีการบ่มเพาะระดับนักบุญกำลังได้รับบาดเจ็บ

    เขากระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

    “อั๊ก…!”

    ลมหายใจของเขาหนักหน่วง ร่างกายเริ่มซีดเผือด เส้นเลือดใต้ผิวหนังปูดโปนราวกับมีบางสิ่งกำลังไหลวนอยู่ภายใน

    จินซ่งเงยหน้ามองคังห่าว แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนพูดด้วยเสียงแหบพร่า

    “ท่านเจ้าเมือง... ดูเหมือนว่า... ข้าเอง... ก็โดนพิษนั้นเข้าให้แล้ว...”

    ขณะนั้นเอง สมาชิกคนอื่นของจวนเจ้าเมืองก็เริ่มแสดงอาการผิดปกติทีละคน เสียงไอแห้งดังขึ้นสลับกับเสียงกระอักเลือดอย่างต่อเนื่อง

    พรวด!

    เลือดสีแดงสดพุ่งออกจากปากของนักบุญคนหนึ่ง ร่างของเขาสั่นสะท้านจนพลังที่แผ่ออกมากระเพื่อมไม่มั่นคง อีกด้านหนึ่ง สมาชิกอีกคนก็กุมหน้าอกก่อนจะทรุดตัวลงกลางอากาศ พลังวิญญาณภายในร่างไหลวนปั่นป่วนราวกับกำลังถูกบางสิ่งกัดกินจากภายใน

    คังห่าวหันมองซ้ายมองขวา สีหน้าที่เคยนิ่งสงบเริ่มมีร่องรอยความกังวล เขาสูดหายใจลึกก่อนตะโกนขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น

    “พวกเจ้าใจเย็นๆ ก่อน!”

    ทันใดนั้นเอง

    คังห่าวก็ไอออกมาเบา ๆ แต่ปลายลมหายใจกลับสะดุด เมื่อเขารู้สึกถึงรสคาวในลำคอ

    หยดเลือดสีแดงค่อย ๆ ไหลออกจากมุมปากของเขาอย่างช้า ๆ

    ภาพนั้นทำให้ชาวเมืองที่เฝ้ามองอยู่ด้านล่างรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่นพร้อมกัน

    หากแม้แต่เจ้าเมือง… ยังโดนพิษนี้ แล้วพวกเขาจะเหลือความหวังอะไรอีก

    เสียงแห่งความโกลาหลเริ่มปะทุขึ้นทั่วเมือง ผู้คนแตกตื่น บางคนเริ่มร้องไห้ บางคนตะโกนเรียกครอบครัว เสียงความหวาดกลัวแผ่กระจายราวกับไฟป่า

    ทันใดนั้นเอง

    เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง พลังวิญญาณแผ่ออกมาเป็นคลื่น ทำให้ผู้คนด้านล่างชะงักโดยไม่รู้ตัว

    เสียงชายคนนั้นดังขึ้นก้องฟ้า

    “ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบก่อน!”

    เขากวาดสายตามองรอบเมือง ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคง

    “ข้ารู้ว่าทุกท่านกำลังกังวลเกี่ยวกับพิษจากสายฝน… แต่พวกท่านไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!”

    เสียงซุบซิบด้านล่างเงียบลงทันที

    “ทางหอการค้าเมฆา… ได้ค้นพบโอสถถอนพิษเรียบร้อยแล้ว!”

    คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจผู้คน ความหวังที่เกือบดับวูบเริ่มลุกขึ้นอีกครั้ง

    ชายผู้นั้นกล่าวต่อ

    “ต้องขอบคุณผู้อาวุโสภายในหอการค้าที่สามารถค้นพบโอสถรักษานี้ได้โดยบังเอิญ แม้ระดับของมันจะเป็นเพียงโอสถระดับปฐพี… แต่กระบวนการกลั่นซับซ้อนและวัตถุดิบก็ขาดแคลน”

    เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้มสุภาพ

    “ดังนั้น ราคาจึงอาจสูงกว่าปกติเล็กน้อย หากผู้ใดต้องการ สามารถมาซื้อได้ที่หอการค้าเมฆาในเวลานี้ทันที”

    คำพูดนั้นทำให้ฝูงชนด้านล่างแตกตื่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ความสิ้นหวัง หากเป็นความหวาดกลัวปนความกระหายที่จะรอดชีวิต

    เมื่อเห็นว่าแม้แต่นักบุญยังไม่อาจต้านพิษนี้ได้ ความกลัวตายเริ่มกัดกินสติของทุกคนอย่างช้า ๆ

    ขณะนั้นเอง เสียงของคังห่าวดังขึ้นกลางอากาศ น้ำเสียงสงบแต่แฝงความระแวง

    “พวกเจ้าค้นพบโอสถได้รวดเร็วจริง ๆ”

    สายตาของเขาจ้องตรงไปยังชายผู้นั้น

    “ว่าแต่… เจ้าเป็นใครกัน”

    ชายคนนั้นประสานมือเล็กน้อยก่อนตอบอย่างสุภาพ

    “ข้าชื่อ หวังเฉียง ผู้นำหอการค้าเมฆายินดีที่ได้รู้จัก”

    คังห่าวหรี่ตาลงเล็กน้อย

    “อย่างนั้นหรือ…ใช่ที่โดนขับไล่ออกจากตระกูลหวังหรือเปล่า? เจ้าช่างน่าสงสัยจริงๆ”

    ทันใดนั้นเอง

    วูบ!

    ชายชุดดำ 14 ร่างวาร์ปมาปรากฏด้านหลังหวังเฉียงในเสี้ยววินาที แต่ละคนยืนในท่าพร้อมรบ ออร่าระดับราชานักบุญ 4 ร่างและนักบุญ 10 ร่างแผ่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง

    บรรยากาศทั้งเมืองตึงเครียดจนเหมือนอากาศหยุดไหล ทุกกองกำลังที่จะมีแผนในใจต่างหยุดนิ่งเมื่อได้พบเห็นความแข็งแกร่งของหอการค้าเมฆา

    คังห่าวหันไปมองสมาชิกของตนเองที่กำลังฝืนต้านพิษ ก่อนถอนหายใจช้า ๆ แล้วกล่าวขึ้น

    “งั้น… ข้าขอลองซื้อโอสถถอนพิษจากเจ้าหน่อย ขอสิบเอ็ดเม็ด ราคาว่าเท่าไหร่กัน?!”

    ทันทีที่สิ้นเสียงของคังห่าว ชายชุดดำคนหนึ่งก้าวออกมาครึ่งก้าวก่อนกล่าวขึ้น

    “หอการค้าเมฆามีนโยบายจำหน่ายสินค้าเฉพาะภายในหอการค้าเท่านั้น”

    แต่หวังเฉียงกลับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ชายชุดดำหยุดพูด

    เขาหันมายิ้มสุภาพให้คังห่าว ก่อนตอบอย่างนอบน้อม

    “ทั้งหมด… ราคา 220 หินวิญญาณระดับสูงสุด”

    คังห่าวเลิกคิ้วเล็กน้อย “ตกเม็ดละยี่สิบหินวิญญาณระดับสูงสุด…”

    เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดต่อ

    “ขายแพงเอาเรื่องเลย สำหรับโอสถระดับปฐพี ราคานี้สูงกว่าตลาดเกือบร้อยเท่าและแทบจะเทียบได้กับโอสถระดับสวรรค์ขั้นต่ำได้เลยนะ”

    หวังเฉียงยังคงยิ้มอย่างสุภาพ น้ำเสียงนิ่งสงบจนอ่านไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

    “ต้องขออภัยด้วย… แต่กระบวนการกลั่นโอสถชนิดนี้ ยากเกินกว่าจะลดราคาได้จริง ๆ และที่สำคัญท่านเจ้าเมืองกำลังถ่วงเวลาอะไรอยู่หรือเปล่า ชีวิตของชาวเมืองนั้นถูกแขวนเอาไว้บนเส้นด้าย ท่านยังมาสงสัยพวกข้าที่พยายามช่วยชาวเมืองทุกคนเอาไว้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ท่านมีแผนอะไรในใจหรือเปล่า”

    คำพูดของทั้ง 2 คนกำลังสร้างผลกระทบต่อด้านอารมณ์บางอย่างให้ชาวเมืองทั้งเมืองทั้งความสงสัย ความดีใจ ความชื่นชม ความโกรธ และความรังเกียจ

    คังห่าวจ้องมองหวังเฉียงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น

    “แล้วเจ้ามีอะไรมารับประกันได้ว่าโอสถที่เจ้าค้นพบนั้นปลอดภัยหรือเปล่า? เจ้าช่วยเปิดเผยสูตรโอสถเม็ดนั้นได้หรือไม่”

    หวังเฉียงยิ้มก่อนจะพูดขึ้น

    “โอสถเหล่านั้นจำเป็นต้องใช้นักปรุงยาระดับจักรพรรดิในการปรุงและเพียงข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจากยารักษามันจะกลายเป็นยาพิษแทน ตัวข้าขอรองรับด้วยชื่อเสียงของบุตรชายแห่งตระกูลหวังและหอการค้าเมฆาของตัวข้าเองหากเกิดขอผิดพลาดอะไรข้าจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง”

    คังห่าวจ้องมองหวังเฉียงอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในใจ ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย

    “ได้… เอาไปสิ”

    สิ้นเสียง เขาก็เปิดแหวนมิติขึ้นทันที แสงสีขาววาบปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่หินวิญญาณระดับสูงสุดจำนวนสองร้อยยี่สิบก้อนจะพุ่งออกมาเรียงตัวกันเป็นสาย ก่อนถูกสะบัดมือโยนไปยังหวังเฉียงอย่างไม่ลังเล

    หวังเฉียงยกมือขึ้นรับอย่างสง่างาม พลังวิญญาณบางเบาแผ่กระจายออกไปค้ำจุนก้อนหินวิญญาณทั้งหมดให้ลอยนิ่งอยู่เบื้องหน้า เขากวาดสายตาตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วโยนขวดยาโปร่งใสกลับมา

    คังห่าวยื่นมือออกไปรับอย่างแม่นยำ เขาเปิดฝาขวดทันที กลิ่นโอสถอ่อน ๆ ลอยออกมา มันไม่ได้หอมหวานหรือรุนแรง กลับมีกลิ่นขมลึก ๆ แฝงความร้อนบางเบา

    เขาใช้จิตสัมผัสตรวจสอบโอสถอย่างรวดเร็ว ก่อนหยิบออกมาหนึ่งเม็ดโดยไม่ลังเล

    “จินซ่ง อ้าปาก”

    ชายชราที่กำลังหอบหายใจอย่างยากลำบากฝืนพยักหน้า คังห่าวป้อนโอสถลงไปในปากของเขาทันที

    เพียงเสี้ยวลมหายใจ

    พลังภายในร่างของจินซ่งก็ปะทุขึ้นอย่างนุ่มนวล คลื่นพลังสีแดงทองไหลเวียนไปทั่วเส้นลมปราณอย่างรวดเร็ว พิษที่เคยแทรกซึมอยู่ในร่างเริ่มแตกสลายกลายเป็นหมอกสีเทา ก่อนระเหยหายไปทีละน้อย

    ใบหน้าที่ซีดเผือดค่อย ๆ กลับมามีสีเลือด ร่างกายที่สั่นสะท้านหยุดนิ่ง ความอ่อนแรงที่กดทับร่างเขาอยู่ค่อย ๆ คลายตัวราวกับโซ่ตรวนถูกปลดออก

    ในพริบตาเดียว

    จินซ่งลืมตาขึ้นอย่างเต็มกำลัง พลังวิญญาณกลับมาไหลเวียนอย่างมั่นคงอีกครั้ง

    ท่ามกลางสายตาของทั้งเมืองที่จับจ้องอยู่ เขาสูดหายใจลึก ก่อนตะโกนขึ้นด้วยเสียงสั่นสะเทือน

    “มันได้ผลขอรับ! พิษภายในร่างของข้า… หาย… หายไปหมดแล้ว!”

    เสียงฮือฮาปะทุขึ้นทั่วเมืองในทันที ความสิ้นหวังที่กดทับหัวใจผู้คนมาตลอดคืนเหมือนถูกฉีกออก ผู้คนหลายคนถึงกับทรุดตัวลงด้วยความโล่งใจ บางคนร้องไห้ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

    หวังเฉียงหัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

    “เห็นไหมข้าบอกท่านแล้ว แต่ดูจากสีหน้าท่านนั้นดูไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่เลยนะท่านเจ้าเมือง”

    เขากวาดสายตามองชาวเมืองเบื้องล่าง ก่อนพูดต่อด้วยท่าทีจริงใจ

    “เอาละ… ข้าจะรอทุกท่านอยู่ที่หอการค้าเมฆา”

    เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนยิ้มบาง ๆ

    “แต่ข้าเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ เพื่อพี่น้องชาวเมืองดาบสวรรค์ทุกคน ข้าจะลดราคาให้ครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงเม็ดละสิบหินวิญญาณระดับสูงสุด”

    เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกระลอก

    “วันนี้… ข้ายอมขาดทุน เพื่อกำไรในวันข้างหน้า ข้าหวังว่าหอการค้าเมฆาจะอยู่ในใจของชาวเมืองทุกท่าน”

    เขาประสานมือเล็กน้อย ก่อนกล่าวทิ้งท้าย

    “แล้วพบกันที่หอการค้าเมฆา”

    สิ้นเสียง

    ร่างของหวังเฉียงรวมถึงนักบุญทั้งสิบด้านหลังเขาค่อย ๆ เลือนจาง ก่อนหายไปจากกลางอากาศราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน

    คล้ายกับเรื่องข้าลงทุนกับโชคชะตา และโลกก็ต้องตอบแทนแก่ข้า ที่คุณอ่าน