บทที่50
การพัฒนาของอ๋องน้อย
ห้าวันผ่านไป
ในช่วงระยะเวลาห้าวันที่ผ่านพ้นมันมีหลายๆอย่างเกิดขึ้นหลังจากที่ทักษะพรสวรรค์ภายในร่างกายของหลี่หยุนตื่นขึ้น
เขาสามารถใช้อาณาเขตฝึกอสูรในการฝึกฝนลมปราณภายในร่างกายของตนเองได้และภายใต้แรงกดดันจำนวนมากที่เร่งให้การฝึกฝนและพัฒนามากขึ้นมันทำให้ระดับวรยุทธ์รุดหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดด
มันถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดสำหรับคนปกติทั่วไปถ้ามองถึงในมุมของจอมมารเช่นเขาการที่สามารถพัฒนาระดับวรยุทธของตนเองมากมายได้ขนาดนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เป็นเพราะว่าเขานั้นใช้เวลาในการฝึกฝนและก็มีความรู้ที่อยู่ภายในหัวของตนเองเป็นจำนวนมากเลยสามารถพัฒนาฝีมือของตนเองได้รวดเร็วเช่นนี้ก็ไม่ได้8 อันใด
โดยในช่วงระยะเวลาประมาณ5 วันที่ผ่านมาภายใต้การฝึกในอาณาเขตฝึกอสูรวรยุทธของเขาพัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น
ซึ่งเมื่อวรยุทธภายในร่างกายในพัฒนาขึ้นไปอีกระดับมันเองก็ไม่ได้มีเพียงแค่วรยุทธเท่านั้นที่พัฒนาขึ้น
ภายใต้การฝึกในขอบเขตฝึกอสูรไม่ได้มีเพียงแค่วรยุทธที่พัฒนาขึ้นแม้แต่การฝึกฝนทักษะเองก็เพิ่มพูนขึ้นเช่นเดียวกัน
เขาใช้เวลาหลายๆชั่วยามต่อวันในการฝึกฝนทักษะทะลวงมารจนตอนนี้ทักษะนี้พัฒนาขึ้นไปจนอยู่ในระดับสิบ
ซึ่งระดับสิบมันก็ถือว่าเป็นขั้นที่ทรงพลังมากพอสมควรแล้วถ้าเขาใช้ทักษะนี้ควบคู่กับระดับพลังฝีมือของตนเองที่อยู่ในตอนนี้เขาคงจะสามารถสังหารคนที่มีลมปานภายในร่างกายอยู่สูงกว่าเขา 5 ขั้นได้อย่างสบายๆ
ทักษะทะลวงมารเป็นการก่อเกิดของทักษะหมายที่เขาคิดค้นขึ้นมานำเอาจุดเด่นของหลากหลายทักษะมาผสมรวมกัน
มันเลยทำให้เกิดทักษะที่นำเอาจุดเด่นหลากหลายทักษะมาผสมสารกลายเป็นทักษะที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก
เพราะแบบนั้นความโดดเด่นของมันเขาสามารถดึงความสามารถของมันออกมาใช้ได้อย่างสูงสุดแล้วในตอนนี้ถ้าให้คาดเดาก็คงจะสามารถสังหารยอดฝีมือที่มีระดับพลังสูงกว่าตนเองได้อย่างสบายๆ
ภายใต้การฝึกของขอบเขตฝึกอสูรมันไม่ได้มีเพียงแค่ระดับพลังภายในร่างกายของเขาเท่านั้นที่เพิ่มพูน
ซินซินและเสี่ยวซานเสื้อทั้งสองฝึกภายใต้ขอบเขตการฝึกอสูรระดับฝีมือของแม้ว่าในตอนนี้ทั้งสองจะไม่สามารถทนรับสภาพที่อยู่ภายใต้การฝึกนั้นได้มากสักเท่าไหร่
แต่เมื่อมองถึงระดับฝีมือของทั้งสองในตอนนี้มันก็ดูพัฒนาขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งขั้น
มันอาจจะเป็นเพราะว่าทั้งสองไม่สามารถอยู่ภายใต้การฝึกของขอบเขตฝึกอสูรได้นานเช่นเขาเลยทำให้ทั้งสองมีการพัฒนาที่เชื่องช้ากว่า
หลี่หยุนแตกต่างออกไปเขาสามารถฝึกอยู่ภายใต้ขอบเขตการฝึกอสูรได้เป็นเวลานานตลอดทั้งวันก็จะปิดมือของเขาเลยพัฒนาด้วยความรวดเร็วที่แตกต่าง
ภายใต้ความรวดเร็วในการฝึกฝนระดับฝีมือของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในตอนนี้ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเขาได้อีกแล้ว
โดยความรวดเร็วในการพัฒนาของขั้นตอนการฝึกฝนของเขาถูกจัดสรรและถูกคิดเอาไว้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับลำดับและขั้นตอนการฝึกฝนลมปราณภายในร่างกาย
ถ้าความรวดเร็วในการพัฒนายังสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้แน่นอนว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นคงจะไม่พ้นการที่เขานั้นพัฒนาความสามารถของตนเองและขีดจำกัดไปได้ถึงระดับที่สามารถทะลวงขึ้นไปสูงกว่าก่อจิตได้อย่างแน่นอน
ถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งเริ่มมาฝึกฝนอย่างจริงจังได้ไม่นานแต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้เขารู้ดีว่าระดับฝีมือของเขาในตอนนี้ไม่มีผู้ใดภายในเมืองแห่งนี้ที่เป็นคู่ต่อกรเขาได้อีกแล้ว
ในเมืองแห่งนี้ถือว่าเขาเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งก็ได้เพราะมองดูแล้วไม่มีผู้ใดที่จะเป็นคู่ต่อสู้กับเขาได้
หลี่หยุนคนข้างจะมั่นใจในฝีมือของตนเองเป็นอย่างมากและจำนวนของทักษะภายในร่างกายที่ฝึกฝนมันจะมีเพียงแค่น้อยนิด
รวมทักษะพรสวรรค์ที่เป็นทักษะที่ติดร่างกายของมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิดทักษะที่เขาฝึกฝนอยู่ตอนนี้มีเพียงแค่ทักษะทะลวงมารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ส่วนเกี่ยวกับเรื่องวรยุทธก็มีเพียงแค่หมัดทะลวงที่เขาฝึกฝนเป็นวิชาการโคจรลมปราณในการเคลื่อนย้ายมาโจมตี
วิชาเขามีเพียงแค่นั้นแต่ว่าเขามั่นใจภายในฝีมือของตนเองเป็นอย่างมากถ้ามีการต่อสู้ขึ้นมาเขาสามารถปิดชีวิตของคู่ต่อสู้ของตนเองได้อย่างง่ายดาย
มันเองก็เป็นเพราะว่าระดับวรยุทธภายในร่างกายทักษะทะลวงมารที่เขาร่ำเรียนอยู่และกำลังฝึกฝนอยู่ในตอนนี้มันสามารถชี้ชะตาและก็ปิดฉากคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว
โดยเขามั่นใจว่าทักษะนี้มีความแตกต่างจากทักษะทุกอย่างภายในใต้หล้าถ้าปะทะกับคู่ต่อสู้ที่มันนั้นไม่เคยพบเจอเขามาก่อนมันจะต้องตกใจแล้วก็พลาดให้กับการโจมตีอย่างแน่นอน
….
ภายในโรงฝึกของสำนักเทพปฐพี
หลี่หยุนกำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าโรงฝึกเขากำลังใช้ดวงตาจ้องมองร่างของอ๋องน้อยที่กำลังชกอากาศอยู่บริเวณด้านหน้า
“ พรึบ!!! พรึบ!!! พรึบ!!! ”เสียงหมัดที่ชกผ่านสายลมบังเกิดเป็นเสียงแผ่วเบาร่างของอ๋องน้อยที่กำลังตั้งท่ามั่นคงออกหมัดซ้ำๆอยู่เช่นนั้นตามคำสั่งของหลี่หยุน
หลังจากที่ให้อีกฝ่ายได้สมาธิและรากฐานของจิตใจในการนั่งสมาธิมาเป็นเวลาหลายวัน
โดยบททดสอบหน้าที่เขาให้ไปก็คือการนั่งสมาธิอีกฝ่ายนั่งสมาธิติดๆกันมาเป็นเวลาหลายต่อหลายวัน
ในช่วงแรกๆของน้อยเองก็มีท่าทางที่ค่อนข้างจะขัดขืนกับวิธีการของเขา
แต่หลังจากที่ได้ลองนั่งสมาธิดูแล้วมันก็กลายเป็นว่าอ๋องน้อยผู้นี้ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี
รากฐานจิตใจของเขาดูมั่นคงมากขึ้นสามารถควบคุมจิตใจของตนเองและเปลี่ยนแปลงการเป็นคนที่ภายนอกดูสงบนิ่งขึ้นอย่างตาเห็น
หลังจากที่ฝึกนั่งสมาธิมาเป็นเวลาหลาย10 วันตอนนี้เขาก็มาให้ออกน้อยผู้นี้ฝึกต่อยอากาศ
ในวันวันนึงอ๋องน้อยทำการฝึกฝนต่ออากาศเช่นนั้นมาเป็นเวลาหลายชั่วยามติดต่อกันหมัดที่ถูกออกไปน่าจะมีมากกว่า1000 ครั้ง
การชกหมัดออกไปภายในอากาศมองดูแล้วเป็นเรื่องที่ไร้สาระในการกระทำช่วงนี้ผู้คนภายนอกที่กำลังมองเห็นคงคิดว่ามันคงจะไม่ได้อะไร
อ๋องน้อยที่ฝึกฝนรากฐานจิตใจมาในระดับนึงแล้วกลับไม่ได้สนตอนนี้เขาทำเพียงแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเพราะแบบนั้นในตอนนี้ในการต่อยหมัดชกอากาศเช่นนั้นอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่เอ่ยขัดเลยแม้แต่นิดเดียว
หลี่หยุนเขาให้อ๋องน้อยฝึกชกเช่นนี้มาเป็นเวลาประมาณสามวันแล้วในขณะที่กำลังจ้องมองดูอยู่นั้นอยู่ๆก็ลุกขึ้นมา เขาเดินเข้าไปหาอ๋องน้อย
เท้าทั้งสองข้างของเขาหยุดลงบริเวณด้านหน้าใช้ดวงตาจ้องมองอ๋องน้อยที่กำลังยืนอยู่ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น“ รู้สึกอย่างไรบ้าง? ”
อ๋องน้อยที่กำลังชกอากาศหยุดนิ่งดวงตาหันมาจ้องมองเขาก่อนที่จะตอบกลับ“ เมื่อย!!!! ”
หลี่หยุนแสดงรอยยิ้ม
“ นั่นแหละดีแล้วแต่ว่าในวันนี้ข้าเองก็เห็นว่าท่านก็ฝึกฝนการชกอากาศจนร่างกายนั้นน่าจะคุ้นชินกับการออกหมัดแล้วถ้าเช่นนั้นลองต่อยนั่นเป็นอย่างไร ”หลี่หยุนใช้นิ้วมือของตนเองชี้ตรงไปบริเวณใจกลางลงฝึกที่มีหุ่นไม้ตั้งอยู่
“ หมายความว่าอย่างไรเพียงแค่หุ่นไม้อย่างนั้นหรือ? ”
“ ชกหุ่นไม้ชกแบบทีเดียวให้มันพังไปเลยโคจรลมปราณทั้งหมดภายในร่างกายมาอยู่ที่บริเวณหมัดที่กำลังจะออกแล้วก็ต่อยด้วยท่วงท่าเช่นที่ฝึกซ้อมมา”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นท่านอ๋องน้อยผู้นี้ก็แทบไม่อยากจะเชื่อหูเขาอย่างนั้นหรือที่จะสามารถชกหุ่นไม้ต้นนั้นให้มันแตกละเอียดได้ในครั้งเดียวไม่มีทางอย่างแน่นอน
อ๋องน้อยแม้ว่าจะรู้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อแต่ก็นำพาร่างกายของตนเองเดินตรงเข้าไป
เท้าทั้งสองข้างอยู่ลงบริเวณด้านหน้าหมัดถูกยกขึ้นมารวบรวมลมปราณเอาไว้ภายในร่างกายร่างกายตอนนี้ตั้งอยู่ในท่าทางที่พร้อมที่จะออกหมัด
แววตาของอ๋องน้อยเต็มไปด้วยความกังวลเกี่ยวกับการออกหมัดในครั้งนี้
หลี่หยุนที่ยืนอยู่บริเวณด้านหลังราวกับว่ารู้ดีอีกฝ่ายนั้นกำลังกังวลกับการออกหมัดเข้าเลยพูดขึ้น“ ไม่จำเป็นจะต้องกังวล!!!เพียงแค่ออกหมัดเหมือนกับที่ฝึกฝนมาก็พอแล้วก็ส่งเสริมลมปราณเข้าไป ”
อ๋องน้อยที่กำลังยืนอยู่แสดงใบหน้าจริงจังร่างกายที่ตั้งท่าทางอยู่ๆมันก็มีลมปานโคจรออกมาจากภายในร่างกาย
ลมปราณที่ถูกโคจรออกมาจากภายในร่างกายกลายเป็นสายลมห้อมล้อมก่อนที่จะมารวบรวมเอาไว้บริเวณหมัดข้างขวา
เมื่อลมปราณจำนวนมากถูกรวบรวมเอาไว้ที่วัดข้างขวาร่างกายเองก็บิดและก็ทำการออกหมัดตรงไปด้านหน้าใส่หุ่นไม้ที่ตั้งอยู่
“ ปั้ง!!! ” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นราวกับฟ้าผ่าเป็นเสียงของหุ่นไม้ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโดนทะลวงจากหมัดจนแตกละเอียด
พละกำลังของมันเต็มไปด้วยความรุนแรงเพียงแค่ออกมาและปล่อยไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเจ้าหุ่นไม้ตอนนั้นถึงกับโดนทะลวงตรงกลาง
ความรุนแรงของการออกหมัดแม้แต่ผู้ที่เป็นคนถอยออกไปยังตกตะลึงกับพละกำลังของตนเอง
เมื่อมองเห็นว่าหุ่นไม้ที่อยู่ด้านหน้าโดนโจมตีจนแตกละเอียดของน้อยก็รู้ได้ในทันทีว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่พละกำลังเท่านั้นแต่ว่ามันคือเทคนิค
ลมปราณที่ถูกปลดปล่อยออกมามันเองก็เป็นเหมือนทุกครั้งเขารวบรวมลมปราณเหมือนทุกครั้งแต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือท่าทางการออกหมัดที่ถูกต้อง
ร่างกายที่ฝึกฝนต่อยมาเป็นเวลาหลายต่อหลายวันหนึ่งวันฝึกฝนต่อยมากกว่าพันครั้งทำให้ซึมซับวิธีการต่อยที่ถูกต้อง
จนในตอนนี้เพียงหมัดเดียวทะลวงหุ่นไม้แตกละเอียด
จบบท