ณคฤหาสน์ตระกูลปิง
ทันทีที่ปิงหนิงเทียนลงจากเรือเหาะก็เห็นนายหญิงใหญ่เจียงเจียว ปิงหนิงเหอ และผู้ชายสองคนที่ไม่ได้พบหน้ามานานปีแล้วเขากล่าวทักทายชายสองคนนั้น พร้อมกับเดินเข้าไปหา
“ท่านพ่อพี่สาม พวกท่านกลับมาแล้ว”
ปิงหนิงเทียนสัมผัสได้ถึงระดับพลังยุทธ์ของทั้งสองคนนั้นทันทีตอนนี้ปิงโยว ผู้นำตระกูลปิงมีพลังยุทธ์ระดับเจ็ดส่วนปิงหนิงเฉิงพี่ชายของเขาก็มีพลังยุทธ์ในระดับห้า นำหน้าเขาไปอีกครั้งแล้ว
“ยินดีกับท่านพ่อและพี่สามด้วยที่ทะลวงระดับได้สำเร็จ”ปิงหนิงเทียนกล่าว
“ท่านลุงพี่ชายหนิงเฉิง” ฉางจางจิ้งที่เดินตามมาก็กล่าวทักทายเช่นกัน
“อืม”ชายต่างวัยสองคนพยักหน้าให้
“พวกเราเพิ่งกลับมาถึงบ้านได้สักพักเองกำลังจะออกไปตามหาหยานหยาน ก็พอดีเห็นเรือเหาะของเจ้ามาแต่ไกลแล้วหยานหยานเป็นอย่างไรบ้าง” ปิงหนิงเหอกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปเพื่อจะอุ้มลูกสาวของเขาที่หลับอยู่ในอ้อมแขนของปิงหนิงเทียน
“ไม่เป็นไรแล้วนางปลอดภัยดี” ปิงหนิงเทียนตอบแล้วส่งหลานสาวให้นายหญิงใหญ่เจียงเจียวที่อ้าแขนรอรับหลานสาวตัดหน้าปิงหนิงเหอสีหน้าของนางผ่อนคลายลงเมื่อได้รับหลานสาวตัวน้อยคืน
ซินหยางเฟิ่งเห็นว่าญาติๆตระกูลปิงที่หายหน้าไปนานมาเจอกัน และปิงซินหยานก็ปลอดภัยแล้วนางซึ่งเป็นคนนอกไม่อยากรบกวนเวลาของพวกเขาจึงขอตัวกลับคฤหาสน์นภาทมิฬพร้อมกับซินกังที่รอนางอยู่ที่นี่อย่างใจจดใจจ่อและเมื่อเขาเห็นว่านางปลอดภัยเขาจึงเบาใจ
หลังจากที่กลุ่มคนที่ไปช่วยปิงซินหยานแยกย้ายกันไปตลอดจนให้หมอประจำตระกูลปิงมาตรวจสุขภาพของปิงซินหยานเรียบร้อยแล้วสมาชิกตระกูลปิงที่ไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันมานานก็มานั่งคุยกัน
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ”นายหญิงใหญ่เจียงเจียวอุทานหลังจากได้ฟังปิงหนิงเทียนเล่าจบ
“ข้าบอกว่าซินหยางเฟิ่งคือลูกสาวของข้า” ปิงหนิงเทียนกล่าวซ้ำ
ขณะนี้สมาชิกครอบครัวตระกูลปิงอยู่กันพร้อมหน้ายกเว้นปิงหนิงเซียน เพราะไม่มีใครแจ้งข่าวเรื่องที่ปิงซินหยานหายตัวไปแก่นาง
ปิงหนิงเทียนเล่าถึงเรื่องที่พวกเขาไปช่วยปิงซินหยานเรื่องที่เขาสูญเสียความทรงจำไปช่วงหนึ่ง และตอนนี้เขาก็จำได้ทุกอย่างแล้วรวมถึงเรื่องที่เขามีภรรยาและลูกแล้วด้วย
ทุกคนมีสีหน้ามหัศจรรย์ใจเจือความตื่นเต้นเต้นยินดียกเว้นปิงหนิงเฉิง ลูกชายคนที่สามของผู้นำตระกูลปิง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยดวงตาหลุบลง ไม่รู้คิดสิ่งใดอยู่ แต่เพียงไม่นานนัก เขาก็กลับมามีสีหน้าเป็นปกติ
“ทำไมเจ้าถึงคิดว่านางคือลูกสาวของเจ้าเล่า”
แม้จะตื่นเต้นดีใจแต่นายหญิงใหญ่เจียงเจียวก็ยังต้องสอบถามเพื่อความแน่ใจ
“ระหว่างทางที่กลับมาข้าสงสัยเกี่ยวกับแซ่ของนางเพราะบังเอิญว่าสตรีของข้าก็แซ่ซินเช่นเดียวกันกับนางข้าจึงถามนางว่ามารดาของนางชื่ออะไรและยังได้ถามนางเกี่ยวกับครอบครัวของนางในโลกมนุษย์ด้วยขอรับซึ่งทุกอย่างก็ตรงกับความทรงจำของข้า”
“แล้วเจ้าได้บอกนางแล้วหรือยังว่าเจ้าเป็นบิดาของนาง”
“เอ่อ...ยังข้ารับ ข้ายังไม่กล้าบอกนางข้ากลัวว่านางจะเกลียดจะโกรธข้าที่ทิ้งนางและแม่ของนางไปนาน จนนางโตขนาดนี้”ปิงหนิงเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเศร้า
“ข้าคิดว่าหยางเฟิ่งเป็นคนมีเหตุผลนะเจ้าไม่ได้ตั้งใจทอดทิ้งแม่ของนางเสียหน่อยแต่เพราะอุบัติเหตุทำให้เจ้าสูญเสียความทรงจำ และต่อให้นางจะโกรธจะเกลียดเจ้าเจ้าก็ต้องบอกนาง จะปล่อยทิ้งไว้เช่นนี้ไม่ได้”
ปิงหนิงเทียนขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วจึงพยักหน้าในที่สุด
“ขอรับข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะบอกนาง”
“เจ้าเข้าใจก็ดีแล้วถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็รีบไปบอกนางเลย แล้วพานางกลับตระกูลจะปล่อยให้นางอยู่บ้านคนอื่นไม่ได้”
“ท่านแม่โปรดใจเย็นๆก่อนนะขอรับ เรื่องบอก ข้าต้องบอกนางแน่นอนอยู่แล้ว แต่เราไม่ควรรีบบีบบังคับนางเพราะข้ายังไม่รู้เลยว่านางจะยอมรับข้าเป็นบิดาหรือเปล่า”สีหน้าของปิงหนิงเทียนยับย่น เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจเหมือนเช่นปกติ
แม้ว่านายหญิงใหญ่เจียงเจียวจะไม่พอใจลูกชายและอยากให้เขารีบไปรับหลานสาวกลับตระกูลเร็วแค่ไหน แต่นางก็ต้องทำใจจึงยอมโอนอ่อนให้ในที่สุด
“เอาละเช่นนั้นก็ได้”
“อีกอย่างข้าจะต้องไปโลกมนุษย์เพื่อไปหาซินฟาง แม่ของนางด้วย พวกท่านคิดว่าอย่างไร”ปิงหนิงเทียนถาม
“มันควรเป็นเช่นนั้น”เจียงเจียวกล่าว
นายหญิงใหญ่เจียงเจียวเป็นคนจิตใจดีนางไม่รังเกียจหากจะมีลูกสะใภ้เป็นมนุษย์ธรรมดา หากลูกชายของนางรักสตรีคนใดนางก็เต็มใจจะรักด้วยนอกจากนี้ลูกสะใภ้จากโลกมนุษย์คนนี้ยังได้ให้กำเนิดหลานสาวที่ยอดเยี่ยมอย่างซินหยางเฟิ่งแก่นางนางยังจะไปตั้งแง่อะไรอีกเล่า
ปิงโยวและสมาชิกตระกูลปิงต่างก็พยักหน้าตามๆกัน
“ขอบคุณขอรับ”ปิงหนิงเทียนรู้สึกยินดีที่ทุกคนเห็นด้วย และแม้ว่าทุกคนไม่เห็นด้วยเขาก็จะไปอยู่ดี แต่นั่นก็อาจจะทำให้ทุกคนไม่มีความสุข โชคดีที่ไม่มีใครคัดค้านเขา
เมื่อพูดคุยเรื่องของตนเองจบแล้วปิงหนิงเทียนก็หันไปให้ความสนใจกับบิดาและปิงหนิงเฉิง
“พี่สามเล่าไม่ใช่ว่าท่านถูกธาตุไฟเข้าแทรกหรอกหรือ แล้วทำไมถึงระดับพลังยุทธ์ถึงเพิ่มได้ล่ะ”ปิงหนิงเทียนถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ฮึ!ใครว่าข้าธาตุไฟเข้าแทรกเล่า มันเป็นกลลวงของพวกคนชั่วต่างหาก”ปิงหนิงเฉิงส่ายหน้า
จากนั้นปิงหนิงเหอผู้เป็นพี่ใหญ่และเป็นผู้ไปตามหาปิงหนิงเฉิงได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง
ปิงหนิงเฉิงไม่ได้ธาตุไฟเข้าแทรกแต่อย่างใดตอนที่ปิงหนิงเหอไปถึง ปิงหนิงเฉิงกำลังลงมาจากยอดเขาพอดีและจับได้ว่ามีคนตามหลังปิงหนิงเหอมา
การที่ปิงหนิงเหอถูกคนสะกดรอยตามโดยที่เขาไม่รู้ตัวเป็นเพราะคนผู้นั้นใช้อุปกรณ์เวทระดับสูงในการอำพรางตัวแต่ก็น่าเสียดายที่ไม่อาจปิดบังการรับรู้ของปิงหนิงเฉิงได้
สาเหตุที่ปิงหนิงเฉิงจับได้ไม่ใช่เพียงเพราะระดับพลังยุทธ์ของเขาสูงขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่เพราะเขาได้สร้างอุปกรณ์เวทสำหรับดักจับอุปกรณ์เวทติดตามไว้ซึ่งมันยังเป็นเพียงรุ่นทดลองเท่านั้น และทันทีที่มันจับได้มันก็จะส่งสัญญาณเตือนเขาทันที นั่นจึงเป็นคราวซวยของคนที่แอบติดตามปิงหนิงเหอมา
หลังจากต่อสู้กันยกหนึ่งจึงได้รู้ถึงสาเหตุว่าเป็นเพราะปิงหนิงเฉิงไปเก็บตัวที่ไหนไม่มีใครรู้นอกจากคนในครอบครัวเนื่องจากมีคนอยากได้ตำราของตระกูลปิง ครั้งที่แล้วพลาดคนตระกูลปิงจึงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น ต่อมาคนเหล่านั้นร่วมมือกับคนอีกกลุ่มหนึ่งล่อปิงหนิงเหอออกจากตระกูล เพื่อหาที่อยู่ของปิงหนิงเฉิงในวันหน้าพวกเขาจะได้มาทำร้ายปิงหนิงเฉิงตอนที่กำลังเข้าฌาณบ่มเพาะซึ่งจะได้ฆ่าปิงหนิงเฉิงได้ง่ายๆ เรื่องหลักคือล่อปิงหนิงเหอออกมาก่อนแล้วค่อยลอบสังหารคนในตระกูลปิงหลักทีละคน
แต่ปรากฏว่าคนที่วางแผนเจอที่อยู่ของปิงหนิงเฉิงจริง แต่ปิงหนิงเฉิงก็ออกมาแล้วอีกทั้งยังทะลวงพลังยุทธ์เข้าสู่ชั้นพิภพ สำเร็จระดับห้าได้อีกด้วย
“แล้วท่านพ่อเล่ามาพร้อมกับพวกเขาได้อย่างไรหรือขอรับ” ปิงหนิงเทียนหันไปถามปิงโยว ผู้เป็นบิดาบ้าง
ปิงโยวก็ไปเก็บตัวบ่มเพาะเพื่อทะลวงระดับเช่นกันแต่อยู่คนละที่กับปิงหนิงเฉิงอีกทั้งเขายังไม่ได้บอกเอาไว้ด้วยว่าเขาไปเก็บตัวที่ไหน
ปิงโยวไม่ตอบเขายังคงยกจอกชาขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์ ปิงหนิงเหอจึงต้องเป็นฝ่ายตอบแทน
“ตอนเดินทางกลับพวกข้าได้เห็นหมู่เมฆกำลังเคลื่อนที่ไปรวมตัวกันยังจุดจุดเดียวจึงเดาว่าในบริเวณนั้นอาจจะมีใครกำลังรับทัณฑ์สวรรค์ จึงไปดูเมื่อรู้ว่าคนผู้นั้นคือท่านพ่อข้ากับน้องสามก็เลยเฝ้าดูอยู่ห่างๆน่ะจนเมื่อทัณฑ์สวรรค์เสร็จสิ้น พวกเราจึงเดินทางกลับบ้านพร้อมกัน”
“ท่านพ่อกับพี่สามเยี่ยมไปเลยโดยเฉพาะพี่สาม” ปิงหนิงเทียนกล่าว แววตาเจือความอิจฉาเล็กน้อยแต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกยินดีกับพี่ชาย
“ทำไมหรือ”ปิงหนิงเฉิงเลิกคิ้วถาม อดสงสัยไม่ได้แทนที่น้องชายจะพูดถึงท่านพ่อเพราะมีระดับยุทธ์สูงถึงระดับเจ็ดในขณะที่เขาก็แค่ระดับห้าเท่านั้น แต่น้องชายกลับพูดถึงเขาแทน
“ก็จะทำไมอีกเล่ายังจะถามอีกหรือ มีอย่างที่ไหน พี่สามเคยระดับพลังลดถอยหลังจนต่ำกว่าข้าเยอะแต่เพียงแค่ไม่กี่ปี ก็เพิ่มระดับจนนำหน้าข้าไปอีกแล้ว อัจฉริยะก็คืออัจฉริยะละนะเฮ้อ ไม่เปรียบเทียบก็ไม่เจ็บจริงๆ” ปิงหนิงเทียนส่ายหน้า แสร้งตีหน้าเศร้า
“หึหึหึเจ้าอิจฉาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าน้องสามมีพรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะมากที่สุดในบรรดาพวกเราทั้งสี่คนหรือแม้แต่จะนำไปเทียบกับคนอื่นๆ ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาก็เหนือกว่าอยู่ดี”ปิงหนิงเหอกล่าวตอกย้ำให้น้องชายคนเล็กอิจฉาเพิ่มขึ้นไปอีก
“รู้แล้วน่าข้าก็แค่บ่นเล่นๆ เท่านั้นเอง” ปิงหนิงเทียนพึมพำ
ตัดกลับมาที่คฤหาสน์นภาทมิฬ
หลังจากที่ซินหยางเฟิ่งและซินกังเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์ซินกังก็ไปพักผ่อนที่ห้องของเขาส่วนซินหยางเฟิ่งก็ไปอาบน้ำแช่ตัวเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ขณะแช่ตัวนางยังดื่มเหล้าองุ่นผสมน้ำยาวิวัฒนาการพันธุกรรมไปด้วย
จากที่ได้ต่อสู้ครั้งใหญ่กับผู้บ่มเพาะนอกรีตซินหยางเฟิ่งคิดว่าระดับพลังยุทธ์ของนางต่ำเกินไปจากที่ได้พูดคุยกับปิงหนิงเทียนและฉางจางจิ้งทำให้รู้ว่าในแดนพรางซ่อนมีผู้บ่มเพาะนอกรีตหลายกลุ่มคนเหล่านี้ไม่สนใจกฎเกณฑ์ใดๆทั้งสิ้น สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ฝึกตนทั่วไปมากมายนอกจากการแย่งชิงทรัพยากรบ่มเพาะซึ่งหน้าแล้วผู้บ่มเพาะนอกรีตบางคนยังถึงกับใช้ชีวิตคนมาเพิ่มระดับพลังให้กับตัวเองด้วย
“ต่อให้เก่งและมีทักษะมากแค่ไหนแต่ต่อหน้าผู้มีพลังอย่างแท้จริง ข้าก็ยังเป็นเพียงแกะน้อยที่อ่อนแอ”ซินหยางเฟิ่งพึมพำ จากนั้นก็กระดกแก้วไวน์ดื่มจนหมดในคราวเดียว
“เอาละถ้าอาบน้ำเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้าไปดื่มน้ำยาวิวัฒนาการพันธุกรรมสักหลอดดีกว่าหากข้าเพิ่มพลังยุทธ์ได้อีกระดับ ไม่สิ ตอนนี้ข้าก็อยู่ในระดับสามขั้นปลายอยู่แล้วต่อให้ไม่ดื่มน้ำยาทั้งหลอด อีกไม่นานข้าก็ต้องทะลวงระดับสี่ได้แน่นอนอยู่แล้วดังนั้นหากตอนนี้ข้าดื่มน้ำยานั่น ข้าต้องเพิ่มพลังยุทธ์ได้ถึงระดับห้าแน่นอน เอว่าแต่มันจะไปถึงระดับห้าขั้นไหนกันนะ ฮิฮิ”
ซินหยางเฟิ่งพึมพำอย่างมีความสุขแล้ววางแผนในหัวว่านางจะไปทะลวงระดับที่ไหนดี และหากจะทะลวงพลังระดับห้านางจะต้องหาสถานที่กว้างๆ และเมื่อฟ้าผ่าลงมาจะต้องไม่ทำให้สภาพแวดล้อมรอบๆเสียหาย นางยังมีจิตใจรักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อมนะ นางจะต้องไม่ทำให้มันถูกทำลาย