ในวันถัดมา ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้ทหารแคว้นฉินแสดงการยิงธนูให้แขกบ้านแขกเมืองดู
องค์ชายชิตันทรงดื่มน้ำจัณฑ์จนกระทั่งเมามายสักพักก็ลุกขึ้นยืนเพื่อท้ายิงธนูกับฝ่าา
คณะทูตที่มาด้วยรีบพากันห้ามปรามองค์ชาย
ฝ่าาทรงไม่ถือสาอะไรก็เลยรับคำท้า
ทั้งคู่เป็คนยิงธนูแม่นมากทั้งสองพระองค์ยิงธนูเข้ากลางเป้าทุกดอกแต่เพราะองค์ชายยิงธนูในสภาพเมามายจึงถือว่าองค์ชายชิตันเป็ฝ่ายชนะ
แต่แล้วาแองค์ชายก็ฉีกขาดจนมีเืซิบ ฝ่าาทรงตกพระทัยมาก จึงมีรับสั่งให้หลิงเอ๋อมารักษาแผลและดูอาการอย่างใกล้ชิด
สักพักขุนนางชิตันท่านหนึ่งก็กล่าวว่า “องค์ชายทรงอาจเกิดอันตรายได้พะยะค่ะเพราะองค์ชายจะมีพระอาการเก่ากำเริบ ถ้าทรงดื่มน้ำจัณฑ์พร้อมกันกับได้รับาเ็จนมีเืออก”
”แล้วต้องทำยังไงล่ะ” ฝ่าาทรงห่วงองค์ชาย
“คงต้องให้หมอดูพระอาการขององค์ชายอย่างใกล้ชิดพะย่ะค่ะและเนื่องจากองค์ชายทรงระแวงว่าจะมีผู้ลอบทำร้ายดังนั้นในเวลานี้ห้ามให้ใครเข้าไปในกระโจมขององค์ชายเด็ดขาด”ขุนนางชิตันกล่าว
“ได้ งั้นทำตามนั้น” ฝาบาททรงอนุญาตทุกอย่าง
พอทหารองครักษ์พาองค์ชายชิตันมาบรรทมที่กระโจมส่วนพระองค์ โดยมีหมอหญิงหลิงเอ๋อเดินตามเข้าไปในกระโจมด้วย
องค์ชายทรงกระซิบสั่งให้ทหารองครักษ์ป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาในระหว่างสามชั่วยามนี้และถ้าไม่มีรับสั่งขององค์ชายก็ห้ามไม่ให้ทหารองครักษ์เข้ามาในกระโจมเช่นกัน
หลิงเอ๋อเป็ห่วงพระอาการจึงรีบเดินเข้ามาจับชีพจรให้องค์ชายซึ่งมีสภาพเมามายอย่างไม่ทันระวังตัว
ทันใดนั้นเอง องค์ชายทรงจี้จุดทำให้หลิงเอ๋อไม่สามารถขยับตัวใดๆได้แต่ยังพูดได้
หลิงเอ๋อใมาก จึงรีบถามว่า “พระองค์ทรงจะทำอะไรเพคะ”
ต่อมาองค์ชายก็ทรงรีบจี้จุดใบ้ ทำให้ตอนนี้หลิงเอ๋อไม่สามารถพูดอะไรได้เลย
องค์ชายชิตันตรัสว่า “ตอนนี้เ้าไม่สามารถปฏิเสธข้าได้อีกแล้ว เ้าต้องเป็ของข้าคนเดียว…หลิงเอ๋อ”
องค์ชายชิตันเป็คนอยากได้อะไรก็ต้องได้ จึงได้กระทำการล่วงเกินหลิงเอ๋อในระหว่างที่หลิงเอ๋อขยับตัวไม่ได้เลย
หลิงเอ๋อผู้น่าสงสาร นางรู้สึกทดท้อต่อชะตากรรมครั้งนี้ น้ำตาของนางไหลรินไม่ขาดสายครั้นจะร้องให้ใครช่วย ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
เพราะหลิงเอ๋อไม่เคยต้องมือชายมาก่อน แม้ว่าองค์ชายจะทรงเล้าโลมอย่างอ่อนโยนแต่หลิงเอ๋อก็ยังรู้สึกเ็ปอย่างมากยามเมื่อเยื่อพรหมจรรย์ขาดสะบั้น นางทำได้แต่นอนกัดฟันกับความเ็ปนั้นอย่างไรก็ตามวิถีธรรมชาติก็ทำให้นางรู้สึกรัญจวนอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนจนกระทั่งทั้งสองถึงบรมสุขไปพร้อมกัน
เมื่อไฟสวาทดับลง หลินเอ๋อหลับด้วยความอ่อนเพลีย องค์ชายที่ทรงแกล้งเมานั้นก็ค่อยๆจัดท่าทางของหลินเอ๋อ โดยมีผ้าห่มคลุมเรือนร่างขาวนวลนั้นไว้
ตอนนี้ทั้งสองนอนกอดกันอย่างสลบไสล เมื่อเวลาผ่านไปจนครบสามชั่วยามขุนนางชิตันที่อยู่กับฝ่าาแสร้งทูลว่าองค์ชายน่าจะฟื้นขึ้นแล้ว
ฝ่าาจึงเสด็จเข้าไปเยี่ยมพร้อมเหล่าขุนนางผู้ใหญ่เพื่อดูพระอาการขององค์ชาย
เมื่อเข้าไปในกระโจม ทุกคนต่างพากันตกตะลึงกับภาพที่เห็นที่ทั้งสองนอนกอดกันหลิงเอ๋อฟื้นขึ้นมาก็ยิ่งใที่เห็นฝ่าาพร้อมเหล่าขุนนางเข้ามาเห็น และตอนนี้ตนก็ไม่สามารถพูดและขยับตัวได้ทำได้เพียงนอนน้ำตาไหลด้วยความอับอายอยู่อย่างนั้น
ภาพน่าอับอายนี้ทำให้ทุกคนรีบเดินออกไปจากกระโจมองค์ชายชิตันทันที
หลังจากนั้นองค์ชายก็ทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์ ลืมพระเนตรแล้วแต่งกายจนเรียบร้อยพระองค์เสด็จเข้าไปหาหลิงเอ๋อเพื่อหอมแก้มและจูบหน้าผากของนางอย่างทะนุถนอม ทรงกระซิบว่า“ข้ารักเ้ามากนะ หลิงเอ๋อ เ้าทำให้ข้ามีความสุขมาก”
หลังจากนั้นพระองค์จึงค่อยๆจี้จุดให้หลิงเอ๋อกลับมาเป็ปกติดังเดิม
หลิงเอ๋อที่ร้องไห้สะอื้นรีบห่อตัวด้วยผ้าห่ม แล้วรีบลุกไปใส่เสื้อผ้าจากนั้นก็วิ่งเข้ามาทุบตีองค์ชายอย่างโกรธแค้นพร้อมกับร้องะโว่าต่างๆนานา “พระองค์ทรงป่าเถื่อนยิ่งนัก พระองค์ข่มเหงทำลายข้าฮือฮือ”
องค์ชายได้แต่ล็อคตัวดึงหลิงเอ๋อเข้ามากอดพร้อมบอกว่า “ข้ารักเ้าหลิงเอ๋อ ข้าคิดถึงเ้า จากกันมา 9เดือน ไม่มีวันไหนเลยที่ข้าจะไม่คิดถึงเ้าน่ะ”
หลิงเอ๋อไม่ได้ซาบซึ้งกับคำพูดนี้เลยเพราะรู้ว่าตนไม่ใช่หลิงเอ๋อคนนั้น นางได้แต่สงบสติอารมณ์ แล้วหันหลังวิ่งออกจากไปกระโจมกลับที่พักตน
องค์ชายทรงทำได้แต่มองหลิงเอ๋อวิ่งจากไป และตรัสเบาเบาว่า “ข้าขอโทษหลิงเอ๋อ ข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ การกระทำป่าเถื่อนแบบนี้เป็ทางเดียวที่ข้าจะทำให้เ้าได้แต่งงานกับข้า”
ข่าวความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายกับหมอหญิงนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
ฉานชิงและหลินยี่รีบมาพบหลิงเอ๋อทันที
ฉานชิงที่เห็นหลิงเอ๋อดูเศร้าหมอง นางได้แต่ขอโทษหลิงเอ๋อที่ตนมีส่วนทำให้หลิงเอ๋อมารับเคราะห์แทนแบบนี้“ข้าขอโทษ หลิงเอ๋อ”
หลิงเอ๋อกล่าวว่า “มันไม่ใช่ความผิดของท่าน ต้องโทษผู้ชายเห็นแก่ตัวป่าเถื่อนคนนั้นคนเดียวฮือ ฮือ” พร้อมกับสะอื้น
ฉานชิงกับหลินยี่ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์หลินยี่มองจุดประสงค์ขององค์ชายออกแล้วว่านี่เป็แผนการที่วางไว้เพื่อทำให้ได้แต่งงานกับหลิงเอ๋อการข่มเหงนี้เป็การจัดฉากว่าองค์ชายกระทำลงไปด้วยความเมามายแบบไม่มีสติทำให้แคว้นฉินไม่อาจกล่าวโทษต่อการกระทำขององค์ชายได้
“แสดงว่าพระองค์รักเ้าๆจริงนะ…หลิงเอ๋อ” หลินยี่กล่าว
หลิงเอ๋อพูดทั้งน้ำตา “แต่ข้าไม่ใช่หลิงเอ๋อคนนั้น และข้าไม่สามารถเป็หลิงเอ๋อแบบที่เขารักได้”
“ไม่จริง ข้าปลอมเป็เ้าและเลียนแบบพฤติกรรมเ้าทุกอย่างองค์ชายทรงรักในความเป็เ้านั่นแหละ หลิงเอ๋อ” ฉานชิงกล่าว
“แต่ถึงยังไง องค์ชายก็ทรงข่มเหงรังแกข้า ฮือ ฮือ” หลิงเอ๋อรู้สึกเจ็บแค้น
หลินยี่จึงเข้าไปกอดปลอบ
ทางด้านฝ่าาทรงกริ้วมากกับการกระทำป่าเถื่อนแบบนี้แต่ไม่อาจกล่าวโทษอะไรได้เพราะคิดว่าเป็องค์ชายคงเมา และกระทำลงไปแบบไม่มีสติจึงรีบปรึกษาบรรดาขุนนาง
“จะทำอย่างไรดี” ฝ่าาตรัส
“เื่อภิเษกกับองค์หญิง ยังคงให้เกิดขึ้นเช่นเดิมและส่งตัวหลิงเอ๋อให้เป็นางสนมขององค์ชายด้วยอีกคนไงพะย่ะค่ะ” ขุนนางเสนอ