เช้าวันจันทร์ถัดมาผมยอมรับว่าทำงานโดยไม่มีสมาธิเลยแม้แต่น้อย ความเร็วในการสรุปข่าวลดฮวบลงสักพักหนึ่งต้องมีเรื่องกังวลใจผุดขึ้นมาในสมอง พอพ่วงกับเรื่องที่โดนแอบถ่ายทำให้ผมหวาดระแวงคนในที่ทำงานไปหมด แม้ความเป็นไปได้จะหลากหลายรูปร่างหน้าตาสุดธรรมดาของผมอาจไปตรงกับสเปกของคนโรคจิตสักคนโดยบังเอิญแต่ผมเชื่อว่าโอกาสเป็นฝีมือคนแปลกหน้าน้อยกว่าคนรู้จัก หากเป็นบุคคลที่สนใจผมจริงก็ต้องมาจากพนักงานคนใดคนหนึ่งในซัมนิวส์นี่แหละอาจเป็นเด็กใหม่ที่ไมตรียกตัวอย่างผมให้ฟังจนเขาอิจฉาตาร้อนอยากกลั่นแกล้งผมหรืออาจเป็นแผนการของคนที่เฉลียวฉลาดอย่างสหาย แต่ลึก ๆแล้วผมไม่เชื่อว่าชายผู้นั้นจะมีนิสัยลอบกัด เพราะด้วยรูปร่างหน้าตาและมันสมองเขาสามารถเอาชนะผมได้อย่างง่ายดาย เขาไม่จำเป็นต้องทำลายชื่อเสียงของผมเลย
โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวกูไม่น่าไปเห็นรูปในเว็บนั่นเลย
“ดร.คลอว์ไอ้นี่อีกแล้วเหรอ” ผมบ่นพึมพำเมื่ออ่านหนึ่งในหัวข้อข่าวที่ไมตรีมอบหมายให้ทำเมื่อวานนี้เพิ่งมีการดีเบตดูเอลระหว่างแฟนเก่าอิสราคนนี้ กับ รมต.ไกรลพแห่งกระทรวงมหาดไทยต้นเหตุก็เกิดมาจากคลอว์เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์การทำงานที่ชักช้าอืดอาดของอีกฝ่ายจากนั้นพูดว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อ รับรองว่าไม่ผ่านเคโอไอแน่พร้อมทั้งเสนอทางออกในแบบของตนเอง พอรัฐมนตรีเห็นก็ฉุน จึงท้าดวลดีเบตดูเอล เนื้อหาที่ทั้งคู่ตอบโต้กันมีตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบคิดว่าตนเองถนัดอะไรก็ถามทัศนะจากอีกฝ่ายเลยบางคำถามก็มาจากผู้ชม การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีการโหวตใด ๆแต่จะส่งผลต่อคะแนนนิยมโดยรวมของนักการเมืองคนนั้น เท่าที่ผมดูจากในคลิปวิดีโอ ดร.คลอว์ได้รับเสียงเชียร์ล้นหลามมากกว่าอีกฝ่ายจึงนำมาสู่ความกังวลของผมเพิ่มขึ้นอีกเรื่อง
หวังว่าอีฟจะไม่ชอบมันมากขึ้นนะ
วันเสาร์ที่ผ่านมาผมไม่ได้มีโอกาสถามเธอเรื่องคลอว์ไปตรงๆ เช้านี้ผมเจอเพื่อนสนิทเธอ จึงพูดคุยถึงเรื่องนี้รฐรักษ์ยืนยันว่าอิสราไม่ได้คิดอะไร แต่ผมก็อดพะว้าพะวงไม่ได้ตั้งแต่กลับมาจากการไปเอฟอีเอ ผมก็ได้ยินเสียงซุบซิบนินทาอยู่เป็นนิจเป็นเรื่องความสัมพันธ์สี่เส้าระหว่าง ผม อิสรา สหาย และแจนมีทั้งระยะเผาขนและที่ทำลับ ๆ ล่อ ๆ จนทึกทักเอาเองว่าพูดถึงผมหลักฐานก็คือพวกเขามักสลายตัวหรือเปลี่ยนหัวข้อสนทนาตอนที่เดินเข้าไปร่วมวงดูเหมือนว่าคนที่ดูเดือดร้อนกับเสียงซุบซิบมีแต่ผมคนเดียวเท่านั้น อิสราดูเฉย ๆราวกับว่าเธอเคยโดนมาบ่อยจนช่ำชองแล้วสหายกลับดีใจที่มีคนจับคู่เขากับหญิงสาวที่หมายปองมากขึ้นแสดงถึงโอกาสที่เพิ่มมากกว่าสัปดาห์ก่อน ส่วนแจนไม่รู้ร้อนรู้หนาวออกจะดีใจด้วยซ้ำเพราะมันทำให้เธอดูฮอตขึ้นในสายตาคนกลุ่มโพลีกามีด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึงคลอว์อาจเพราะไม่รู้กันในวงกว้างว่าเคยคบอิสรา
“แล้วท่านรู้รึเปล่าว่าใครเป็นคนอัปโหลดรูปของเรา”ผมถามรฐรักษ์ตรง ๆ หลังจากที่ทราบว่าเธอรู้เรื่องนี้เพราะอิสราบอกแล้ว
“ไม่รู้สิรู้แต่ว่าเราไม่ได้ทำ” หญิงร่างท้วมขึ้นเสียงสูง เธอเข้าใจว่าผมกล่าวหาเธอ
“เราไม่ได้สงสัยท่านหรอกเผื่อท่านจะไปได้ยินอะไรน่าสงสัยมาในวงสนทนาอื่น ๆ” ผมพูดให้เธอเย็นลงรฐรักษ์ทำหน้าครุ่นคิดครู่หนึ่ง
"เราว่าคงไม่มีทางรู้หรอก...แต่ถ้าเป็นเรานะเราจะทำเป็นไม่สนใจไปเลย ยิ่งเราดิ้น เขายิ่งได้ใจ ตัวละครตัวหนึ่งในนิยายเรื่องโปรดเราก็มีบุคลิกแบบนี้พอตัวเอกไม่สนใจ ตัวร้ายเลยเครียดจนเป็นบ้าไปเลย” รฐรักษ์ยิ้มบาง ๆ
ผมได้แต่ถอนหายใจ แม้จะเป็นพล็อตในนิยายแต่เธอก็พูดมีเหตุผล ถึงเขาจะโพสต์หรือไม่ก็ตาม ตัวตนเขาก็ไม่ได้เลือนหายไปจะคิดร้ายหวังกลั่นแกล้งจริง ๆ หรือแค่ปลาบปลื้มคนหน้าตาพื้น ๆ แบบผมก็ไม่มีทางรู้ จะไปห้ามปรามเขาก็ไม่ได้ หนำซ้ำความเห็นของรฐรักษ์ยังตอกย้ำสิ่งที่เคยคิด แนรี่ไม่น่าเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาเลยยิ่งรู้ยิ่งเครียดกว่าเดิม ถ้าผมทำเป็นไม่สนใจ ใช้ชีวิตซ้ำซากจำเจมันก็คงเบื่อหน่ายจนเลิกตามไปเอง
“แล้วเราควรทำยังไงดี”ผมถามด้วยน้ำเสียงชวนหดหู่
“ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องไปสนใจคนรู้จักเราคนหนึ่งที่เคยโดนก็ใช้วิธีนี้พอคนที่แอบถ่ายเห็นว่าเขาไม่เล่นด้วยสักพักหนึ่งก็เลิกพฤติกรรมไปเองท่านต้องมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของเมืองและเชื่อว่าคนในประเทศนี้มีวิจารณญาณมากพอที่จะไม่หลงเชื่ออะไรง่าย ๆ” รฐรักษ์ยิ้มบางๆ สีหน้าเธอดูเห็นอกเห็นใจผม
คำแนะนำของทั้งสามคนตรงกันอิสราและธรณีต่างก็เห็นว่าผมควรเลิกหมกมุ่นกับเรื่องนี้ ให้มองว่ามันไร้สาระพอ ๆกับเชื่อว่าโลกแบน ถ้าอาชญากรเห็นว่าผมไม่สะทกสะท้านก็จะหยุดไปเองยอมรับว่าเป็นวิธีที่ดีมาก ทว่าติดอยู่อย่างเดียวคือผมไม่อยากปล่อยให้คนชั่วลอยนวล
“แล้วเพื่อนของท่านก็ปล่อยรูปทิ้งไว้ในเรียลลิสติซิซึมเหรอ”
“ใช่ เราลบไม่ได้หรอกยกเว้นจะใช้ดีอีซีวี” รฐรักษ์กล่าวต่อ ผมหูผึ่งเมื่อได้ยินคำนั้น
“จริงด้วยสิ...ทำแบบนั้นเลยได้ไหม”ผมกล่าวอย่างตื่นเต้น
เคยได้ยินเรื่องไวรัสลบข้อมูลที่ชื่อดีอีซีวี(DECV)มาบ้าง เคยได้ยินข่าวว่าหญิงคนหนึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้วโดนอัดคลิปแบล็กเมล์เรียกค่าไถ่ ปรากฏว่าเหยื่อไม่ยอมทำตามได้ใช้ไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ตามลบรูปถ่ายและคลิปวิดีโอที่ไม่ได้รับความยินยอมทั้งหมดออกจากโลกอินเทอร์เน็ต จากนั้นตำรวจไซเบอร์ก็สืบเสาะจนจับกุมคนร้ายได้ในที่สุดคลับคล้ายคลับคลาว่ามันไม่ใช่เครื่องมือมหัศจรรย์ที่ได้ผลในทุกกรณีแต่ถึงกระนั้นก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
“โห! เรื่องใหญ่เลยนะ” หญิงสาวพูดเสียงดัง“ต้องขออนุญาตรัฐบาลกับหน่วยงานของยูเอ็นดี เพื่อให้ออกคำสั่งเพิ่มข้อมูลสิ่งที่ต้องการลบในแพลตฟอร์มสาธารณะและในแอนติไวรัส[1]ที่ฝังในระบบปฏิบัติการของทุกอุปกรณ์แต่เราว่าไม่น่าผ่านนะ เพราะรูปทั้งหมดมาจากพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่ห้องส่วนตัว”
“แต่ว่า...” ผมนึกเหตุผลโต้เถียงไม่ออกตนเองก็ไม่ได้มีความรู้ด้านไอทีเท่ากับเธอ
“ท่านไม่เห็นต้องกังวลเลยทุกวันนี้ภาพของเราก็อยู่ในเอวีเอสอีของคนอื่นอยู่แล้ว...” รฐรักษ์พูดปนหัวเราะ“ยกเว้นท่านจะซ่อนความบางอย่างไว้ในรูปพวกนั้น เลยไม่อยากให้ใครรู้”
คำพูดแทงใจดำของเธอสะกิดใจผมอย่างแรงจนสะดุ้งเฮือก
“ท่านเป็นอะไรรึเปล่า”หญิงร่างท้วมจ้องผมสีหน้าดูงุนงง ผมระงับอาการกระโตกกระตากของตัวเองอย่างฉับพลัน
“ท่านพูดถูกไม่เห็นต้องกังวลเลย...ขอบคุณท่านมาก” ผมฝืนยิ้ม แสร้งทำเป็นรับมือสถานการณ์ได้แล้วรีบขอแยกตัวไปทำงานในห้องส่วนตัว ต้องรีบออกห่างจากเธอก่อนที่อีกฝ่ายจะจับพิรุธผมได้มากกว่านี้
ปัญหาความกังวลหลายอย่างถาโถมมาห้อมล้อมรอบตัวผมจนรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก ผมรู้สึกมืดแปดด้าน ช่วงเช้าทำไปได้เพียงสี่ข่าวช่วงบ่ายผมจึงตัดสินใจไปลาป่วยกับไมตรี หัวหน้าไม่แสดงท่าทีอิดออดอะไรยังถามด้วยว่าพรุ่งนี้จะลาเพิ่มอีกไหม ตั้งแต่ทำงานมาผมยังไม่เคยใช้สิทธิลาเลยสักครั้งจึงตอบตกลงในทันที เขาบอกว่าช่วงนี้ไม่มีข่าวที่น่าสนใจมากนัก จึงไม่น่ามีปัญหาถ้าอันไหนจำเป็นก็จะจ้างนิกรณ์ทำโอทีเพิ่มเป็นครั้ง ๆ
บ่ายวันนั้นผมกินยาแก้ปวดหัวแล้วนอนหลับติดต่อกันสามชั่วโมงรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีเสียงตึงตังของการย่ำเท้าไม่รู้ว่าธรณีเปิดประตูห้องเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
“อ้าวท่านไม่สบายเหรอ” ธรณีกล่าวขณะเดินไปที่ตู้เย็น และดื่มน้ำส้มตามกิจวัตรของตนเอง
“ไม่เป็นไรมากหรอกแค่เครียดจนปวดหัว ได้นอนพักดีขึ้นแล้ว” ผมเอามือขยี้ตาให้หายงัวเงีย
“ยังเครียดเรื่องรูปภาพพวกนั้นอีกเหรอ”
“ก็แน่นอนสิเป็นนายจะไม่เครียดเหรอ โดนล่วงละเมิดขนาดนั้น”
ธรณีคงสังเกตเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของผมจึงหย่อนตัวลงบนโซฟา แล้วหยิบมือถือของตนเองขึ้นมากดไล่ดูทีละรูปอีกครั้ง
“แล้วท่านมีเบาะแสอะไรบ้าง”เขาหย่อนคำถามให้ผม น้ำเสียงจริงจังขึ้น
“ยังเลย”ผมบอกเสียงอ่อย ผมดูภาพพวกนั้นมาหมดแล้วมีทุกการกระทำตั้งแต่ผมก้าวเท้าออกจากคอนโดเข้าสู่พื้นที่สาธารณะจนกระทั่งกลับมาถึงในแต่ละวันเริ่มครั้งแรกสุดตอนที่ผมไปทำงานในซัมนิวส์ได้ไม่นานส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายจากมุมสูงที่ผ่านการซูมมาจากกล้องวงจรปิดสาธารณะปกติจะกดเข้าไปดูย้อนหลังได้หนึ่งเดือนแสดงว่าไอ้โรคจิตคนนี้แอบติดตามผมมานานพอสมควรแล้ว ส่วนใหญ่จะมีภาพผมคนเดียวมีแค่สองสามรูปที่ติดคนอื่นมาด้วย ทั้งอิสรา ธรณี และรฐรักษ์
“ฉันเดาว่าต้องเป็นคนในแผนกเรา”ผมบอกเหตุผลเพื่อนไป สาเหตุที่ผมมั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือคนในซัมนิวส์โดยเฉพาะแผนกเดียวกันกับผมเพราะมีภาพสิ่งที่นอกเหนือจากชีวิตประจำวันด้วยอย่างตอนที่ไปเวทีปราศรัยของพรรคอัตตากับตอนที่ไปพื้นที่เอฟอีเอมันคงไม่มีทางรู้จุดหมายปลายทางของรถแท็กซี่ที่ผมขึ้นทุกครั้งซึ่งสะกดรอยตามยากกว่าการเดินเท้าเป็นไปได้ว่ามันจะรู้ความเคลื่อนไหวระดับหนึ่งล่วงหน้าเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนที่พวกเราไปน้ำตกไทรแก้ว กับตอนไปบ้านอิสราจึงไม่มีภาพ คนที่น่าสงสัยที่สุดหนีไม่พ้นสหาย
“ก็เป็นไปได้...”ธรณีเอามือจับคางครุ่นคิด “...ปัญหามีสองอย่างเราคงหาหลักฐานว่าเขาเป็นคนโพสต์จริง ๆยากนอกจากต้องไปเจอไฟล์รูปภาพเหล่านี้ในมือถือของเขาคาหนังคาเขา...”
“มันลบไปแล้วแหงใครจะไปโง่เก็บไว้” ผมแทรกขึ้นมา รู้ข้อจำกัดนี้แต่แรกแล้ว
“ใช่อีกอย่าง ท่านก็ต้องพิสูจน์ตนเองว่าเสียหายจริง”
“แค่ฉันโดนวิพากษ์วิจารณ์นี่ยังไม่เสียหายอีกเหรอ”
“ไม่ท่านต้องยืนยันได้ว่า คนรู้สึกต่อท่านแง่ลบมากขึ้นกว่าเดิมตราบใดที่ท่านไม่ได้ตกงานไม่ได้ถูกเพื่อนเลิกคบ...เราได้ยินคนนินทาเรื่องท่านกับอีฟแล้วก็สหายมาตั้งนานแล้ว โดยที่คนเหล่านั้นก็ไม่ได้เข้าไปเจอรูปท่านในเรียลลิสติซิซึมด้วยซ้ำ”
“อือก็จริง” ผมยอมแพ้ เพื่อนพูดมีเหตุผล “ฉันอยากรู้แค่ว่ามันต้องการอะไร”
“เป็นไปได้ไหมว่านี่คือเหตุผล”เสียงของเพื่อนเรียกความสนใจผมได้อยู่หมัด ธรณีเงยหน้าขึ้นมองไปที่จอภาพบนผนังมันสว่างขึ้นเองในชั่วอึดใจ เขาคงออกคำสั่งไอรินผ่านคลื่นสมองเช่นเคยภาพหนึ่งในจำนวนร้อยกว่าภาพเป็นรูปไข่ไก่ที่กองรวมกันซึ่งถ่ายมาจากห้างสรรพสินค้าสักแห่งปรากฏบนหน้าจอผมรู้สึกคุ้นตาเพียงชั่วครู่ก่อนจะระลึกได้ว่าเห็นผ่านตาตอนที่เลื่อนดูรูปเมื่อคืนนี้ทีแรกผมคิดว่าไอ้โรคจิตคงกดผิด เผลออัปโหลดภาพนี้ไปด้วย กลายเป็นรูปที่ไม่เข้าพวกผมบอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่ายังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อ
“มันคือการถามว่าใคร”ชายผอมสูงตอบ เขาคงเห็นเครื่องหมายคำถามบนหน้าผมจึงอธิบายต่อ “ปกติเรียลลิสติซิซึมจะไม่ยอมให้มีการใส่ความเห็นใดๆ ของคนโพสต์ เพื่อไม่อยากให้ชี้นำสังคม ถ้ามีตัวอักษรติดมาเอไอก็จะคัดกรองออกทันที แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่สามารถปิดแคปชันทางอ้อมได้ 100% คนที่เห็นอาจคล้อยตามคอมเมนต์บางอันได้คนที่โพสต์ยังสามารถเลือกรูปมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนการสื่อความหมายได้เป็นที่รู้กันในหมู่ชาวเน็ตว่าการโพสต์รูปไข่หมายถึงคำว่า ‘ใคร’เพราะออกเสียงคล้ายกัน”
“หมายความว่าคนโพสต์อยากรู้จักฉันเหรอ”ผมขนลุกไปทั้งตัว รู้สึกหวาดผวายิ่งกว่าเดิม ราวกับว่ามีสายตาพัน ๆคู่กำลังจับจ้องผมอยู่ทุกขณะ ทำไมคนโรคจิตต้องอยากรู้จักผม อยากจีบ อยากทำร้ายอยากขโมยของ หรือแค่อยากสอดรู้สอดเห็นเพราะไปรู้ความลับบางอย่างของผม แม้ว่าจะเป็นไปได้ทั้งแง่ดีและแง่ร้ายแต่โลกอันโหดร้ายที่ผ่านมาสอนให้ผมมองแง่ลบไว้ก่อนบางทีคนโรคจิตอาจไปเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นมา มันอาจเห็นผมนอนสลบอยู่ที่ชายหาดก่อนที่ธรณีจะไปเจอผมตั้งแต่แรกก็ได้ ยิ่งคิดยิ่งเตลิดไปไกลจนผมหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ใจเย็นก่อนนะเราสแกนอ่านคอมเมนต์ดูแล้ว ส่วนใหญ่บอกว่าไม่เคยเห็นมาก่อน บางคนเดามั่ว ๆไปเลยก็มี แค่อยากปั่นมีอยู่บ้างที่ตอบตรงกับความจริงซึ่งก็ไม่รู้อยู่ดีว่าคนที่มาตอบเป็นใครแต่ก็เป็นข้อมูลที่หาได้ไม่ยากและไม่ต้องปกปิดอะไร อย่างชื่อ ที่อยู่ อาชีพ หรือสถานที่ทำงานมีอันหนึ่งพูดถึงภูมิหลังของท่าน แต่ก็เป็นอันที่ท่านเคยให้ไว้ตอนสมัครงานไม่มีใครพูดถึงชายหาดที่เราเจอท่านหรือตอนที่พวกเราไปตามหาบ้านเดิมของท่านด้วยกัน”
คำปลอบใจของธรณีไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่ ผมยิ่งหวาดระแวงคนในองค์กรนี้เข้าไปใหญ่มีแค่คนในบริษัทเท่านั้นที่ปล่อยข้อมูลส่วนตัวของผมรั่วไหลได้อุตส่าห์หลงคิดว่ามีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ให้สิทธิลูกน้องแต่ด้านมืดกลับเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก เอาข้อมูลไปปล่อยโดยไม่ได้รับอนุญาต เผลอ ๆเอาไปขายรึเปล่าก็ไม่รู้
“คิดดูดีๆ นะ กังวลโน่นนี่ไปก็ไร้ประโยชน์ ท่านก็ไม่มีทางรู้อยู่ดี ทำอย่างที่เราแนะนำเถอะไม่ต้องไปสนใจ มันอยากทำอะไรก็ทำไป” ธรณีลุกขึ้นไปวางแก้วน้ำส้มในเครื่องล้างจาน“เอางี้ดีไหม ท่านไปงานกับเราเย็นนี้ ไปสูดอากาศแก้เบื่อกันหน่อย”
“ไม่ดีกว่า”ผมตอบโดยปฏิกิริยาอัตโนมัติ เพื่อนบอกล่วงหน้าแล้วว่ากลุ่ม ‘ปฏิรูปไทยใหม่’ ที่เขาเป็นสมาชิกในเอ็นทีเอฟ กำลังจะรวมตัวพบปะสังสรรค์กันครั้งแรก จะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเสรีโดยมีเป้าหมายกลาย ๆคือการหาสมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์เพื่อรวมตัวกันตั้งพรรคการเมือง ผมไม่อยากไปเลยในภาวะปกติก็ไม่ได้ขยันเหมือนธรณี ปกติวันหยุดนักขัตฤกษ์ชอบตื่นสาย ๆแล้วลุกขึ้นมากินสลับกับเล่นเกม แล้วก็นอน อีกอย่างผมก็รู้สึกประหม่านิด ๆเวลาไปในที่คนพลุกพล่าน ไม่ได้ชื่นชอบการเข้าสังคม ยิ่งตอนนี้ผมลาป่วยอยู่มีเรื่องกวนสมองมากอยู่แล้ว ทำไมต้องสร้างภาระให้ตัวเองด้วย
“หรือท่านยังกลัวการแอบถ่ายอยู่เชื่อเราเถอะ แก้เผ็ดให้มันเห็นไปเลยว่าท่านไม่กลัว”ธรณีพยายามปลุกความกล้าหาญในตัวผม ชายผู้นี้ยังดื้อดึงไม่เลิกรบเร้าผมครุ่นคิดชั่วครู่หนึ่งถึงความเสี่ยงและความคุ้มค่า
“งั้นฉันไปด้วย”ผมตอบตกลง แววตาเพื่อนดูประหลาดใจที่เปลี่ยนใจง่าย ๆ ผมรู้ล่วงหน้าว่าต้องเจออะไรชายหน้าหล่อไม่พลาดงานนี้แน่ มีแต่ต้องถามมันตรง ๆ เท่านั้น วันนี้ผมไม่มีโอกาสเพราะมันดันลางาน
ผมต้องบีบเค้นให้ชายคนนั้นสารภาพมาให้ได้แล้วความกังวลทุกอย่างของผมจะได้จบลงเสียที
[1]Antivirus ซอฟต์แวร์ที่ตรวจจับและกำจัดภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์รูปแบบต่างๆ เช่น ไวรัส, เวิร์ม, โทรจัน, สปายแวร์ และแรนซัมแวร์