จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    ตอนที่ 49 : ความกังวลของ จาง คง และ จาง เจี่ยน 

    “พวกเขากำลังจะออกไปเช่นนี้ แล้วท่านยังทนได้อีกรึ!?”

     

    เว่ย ฮ่าว กล่าวออกมาด้วยความโกรธ เพราะอย่างไรแล้วนี่เป็นเรื่องที่เขาไม่อาจทนได้ การกระทำของพวกเขาทำให้เหล่าผู้คนโดยรอบเริ่มสลายตัวออกไป แต่จุดประสงค์ที่ หวัง ชง แขวนดาบไว้ด้านหน้าโรงเตี๊ยมก็เพื่อดึงดูดผู้คน

     

    หากว่าเหล่าผู้คนพากันแยกย้ายออกไปเช่นนี้ แล้วจะหาลูกค้าได้เช่นไร!?

     

    เมื่อเป็นเช่นนี้ แผนการของ หวัง ชง ไม่พังลงไปหรอกหรือ!?

     

    “เจ้าจะใส่ใจไปทำไม พวกมันก็แค่ผ่านมาเท่านั้น เจ้าคิดหรือว่าพวกมันจะซื้อดาบจริงๆ!?”

     

    หวัง ชง กล่าวถาม

     

    “นี่.......!!”

     

    เว่ย ฮ่าว ไม่รู้ว่าเขาควรจะกล่าวตอบออกมาเช่นไร

     

    “ไม่ต้องกังวลไป นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และข้าเองก็มีแผนของข้าอยู่แล้ว!!”

     

    หวัง ชง กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ ขณะที่ตบลงบนไหล่ของ เว่ย ฮ่าว มันเป็นเรื่องปกติที่กลุ่มช่างตีเหล็กเหล่านั้นจะถูกดึงดูดด้วยราคาของดาบ

     

    หวัง ชง สามารถคาดเดาการกระทำของพวกมันได้อยู่ก่อนแล้ว

     

    หวัง ชง ยืดร่างกายของเขาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอนตัวไปด้านหลัง มันช่วยให้วิสัยทัศน์ของเขากว้างไกลขึ้นอีกไม่น้อย

     

    “นั่น!!”

     

    จู่ๆ บางอย่างก็ดึงดูดสายตาของเขาอย่างกะทันหัน

     

    “มีอะไรรึ!?”

     

    เว่ย ฮ่าว กล่าวถาม

     

    “ข้าเห็นคนรู้จักสองคน!!”

     

    หวัง ชง หัวเราะออกมาเบาๆ ขณะที่เขามองไกลออกไปตามท้องถนน เขามองเห็น จาง คง และ จาง เจี่ยน ในกลุ่มผู้คนได้อย่างชัดเจน หลังจากเรื่องที่โรงเตี๊ยมวิหคเงินสร้างแรงจูงใจให้กับตระกูล หวง , ตระกูล เฉิง และตระกูล หลู่ แล้วนั้น มันย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตระกูล จาง จะสนใจ

     

    เพียงแต่ว่า หวัง ชง ไม่คาดหวังว่า จาง เจี่ยน และ จาง คง จะมาตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวของพวกมันเองเช่นนี้

     

    “คนรู้จัก!? เช่นนั้นท่านไม่ลงไปพบพวกเขาหรือ!?”

     

    เว่ย ฮ่าว กล่าวถาม

     

    “ไม่จำเป็น ข้าจะพบพวกมันเมื่อถึงเวลาเท่านั้น!!”

     

    ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะต้องไปพบ จาง เจี่ยน และ จาง คง ก่อนที่พวกมันจะสังเกตเห็นการปรากฏตัวของเขา หวัง ชง ก็ได้ดึง เว่ย ฮ่าว กลับเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม

     

    ..........

     

    “ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่!?”

     

    ขณะเดียวกันนั้น จาง คง และ จาง เจี่ยน ก็สังเกตเห็น หวัง ชง เช่นกัน

     

    ขณะที่อยู่ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก ใบหน้าของพวกมันแสดงให้เห็นถึงความประหลาดใจอย่างชัดเจน

     

    แม้ว่า หวัง ชง จะรีบหลบออกไปก็ตาม แต่พวกมันทั้งสองคนก็ยังคงจดจำได้ แม้ว่าตนจะได้สนทนากับ หวัง ชง ในก่อนหน้านี้เพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่นั่นจึงทำให้พวกมันจดจำ หวัง ชง ขึ้นใจ

     

    พวกมันเพิ่งได้รับข่าวว่ามีบางคนกำลังขายดาบที่โรงเตี๊ยมวิหคเงิน แต่พวกมันก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้พบ หวัง ชง ที่นี่

     

    นี่เป็นสิ่งที่พวกมันทั้งสองคนไม่ได้คาดเอาไว้

     

    “หรือว่ามันจะเป็นเจ้าของดาบ!!”

     

    จาง เจี่ยน พึมพำ

     

    “ไม่มีทาง!!”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น จาง คง ก็โพล่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน แต่แล้วมันก็พบว่าบางอย่างไม่ชอบมาพากล จึงได้กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง

     

    “ข้าหมายความว่ามันอาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น บางทีมันอาจจะมาที่นี่เพียงเพื่อดื่มชาก็ได้!!”

     

    “คงเป็นเช่นนั้น!!”

     

    จาง เจี่ยน กล่าวตอบโดยไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก

     

    หลังจากนั้น พวกมันก็หันไปพบกับคนของตระกูล เฉิง และตระกูล หลู่

     

    “จาง เจี่ยน , จาง คง ทำไมพวกท่านถึงมาอยู่ที่นี่!?”

     

    เมื่อเห็นทั้งสองในกลุ่มผู้คน คนจากทั้งสามตระกูลก็ก้าวเข้าไปหาทั้งสองทันที

     

    “มันเป็นแค่การเรียกร้องความสนใจเท่านั้น บอกผู้นำตระกูลของท่านว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ กลับกันเถอะ!!”

     

    “ที่แท้ก็เป็นเช่นนั้น!!”

     

    หลังจากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ทั้งสองคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

     

    “เราจะกลับไปรายงานเรื่องนี้ต่อท่านผู้นำตระกูลของเรา!!”

     

    แม้ว่าทั้งสองคนจะกล่าวออกมาเช่นนี้ก็ตาม แต่ทว่าภาพของ หวัง ชง บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมกลับพุ่งขึ้นมาในของพวกมันอย่างกะทันหัน

     

    การพบกับ หวัง ชง ที่นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พวกมันไม่สบายใจอย่างมาก

     

    “หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่ข้าคิด ……!!”

     

    เมื่อพวกมันคิดเช่นนั้นก็รีบหันหลังกลับพร้อมกับก้าวออกไปทันที อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกันนั้น ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สังเกตเห็นแม่ทัพที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าโรงเตี๊ยม ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่ดาบด้วยความสนใจ

     

    ....................

     

    หลังจากที่ช่างตีเหล็กของสามตระกูลใหญ่ได้เข้ามาก่อเรื่องแล้วนั้น จำนวนผู้คนด้านหน้าโรงเตี๊ยมวิหคเงินก็ลดลงอย่างรวดเร็ว

     

    ทว่าสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในวันรุ่งขึ้นทางเข้าโรงเตี๊ยมวิหคเงินก็ได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนอีกครั้ง

     

    หนึ่งพันสองร้อยตำลึงทอง

     

    นี่เป็นราคาของดาบที่ถูกแขวนอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมวิหคเงินในวันนี้

     

    มันเป็นราคาสองเท่าของวันแรก นอกจากนี้เจ้าของดาบยังได้เพิ่มข้อความใหม่ลงบนประกาศอีกว่า

     

    ดาบจะถูกขายเพียงหนึ่งชั่วยามในแต่ละวันเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่อนุญาตให้ดู หรือสัมผัสได้เช่นเดิม

     

    “หนึ่งพันสองร้อยตำลึงทอง!! นี่มันบ้าไปแล้วงั้นรึ!?”

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของผู้อาวุโสตระกูล เฉิง ก็เบิกกว้าง ราวกับว่าดวงตาทั้งสองข้างของมันจะหลุดออกมาภายนอกได้ทุกเวลาก็ว่าได้

     

    “ใครกันที่กล้าเอาดาบเล่มนั้นออกมาขาย!? แม้แต่ตระกูล เฉิง ของเราที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานก็ยังไม่กล้าตั้งราคาสูงเช่นนั้น!! นี่มันคิดว่าคนในเมืองหลวงเป็นคนโง่รึไง!? แล้วโรงเตี๊ยมวิหคเงินคิดอะไรอยู่ถึงได้นำเรื่องบ้าๆ แบบนี้มาเผยแพร่ให้ทุกคนได้เห็น!?”

     

    เมื่อวานนี้มันได้เดินทางไปยังโรงเตี๊ยม และพบว่าเป็นเพียงแค่การเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของดาบเท่านั้น แต่ทว่านี่ก็ทำให้มันเกิดความสับสนอย่างมากเช่นกัน มันไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียวทำไมถึงต้องทำเช่นนี้

     

    “ข้าให้เจ้าไปสืบข่าวมาได้ความว่าอย่างไรบ้าง!?”

     

    ผู้อาวุโสตระกูล เฉิง , เฉิง ยู่ฉิง วางจดหมายในมือลงบนโต๊ะ พร้อมกับจ้องมองไปที่คนของตระกูลที่นำจดหมายมาส่งให้กับเขา

     

    “รายงานฉบับนี้ได้ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วผู้อาวุโส เจ้าของดาบเล่มนั้นเป็นสหายกับเจ้าของโรงเตี๊ยมวิหคเงิน เขาอนุญาตให้แขวนดาบไว้ด้านหน้าเพื่อขายได้!! เช่นนี้แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดี พวกมันกำลังทำลายการค้าของพวกเรา พวกเราควรไปที่นั่นเพื่อสั่งสอนพวกมันหรือไม่!?”

     

    คนของตระกูลกล่าวตอบ

     

    “ไร้สาระ!!”

     

    ผู้อาวุโส เฉิง ยู่ฉิง จ้องมองไปที่ผู้ส่งสารพร้อมกับกล่าวตำหนิออกมา

     

    “นี่เป็นเพียงแค่การละเล่นของเด็กๆ เท่านั้น!! มันจะมีความหมายอะไร!? ดาบราคาหนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองเช่นนั้น เจ้าคิดหรือว่ามันจะขายได้!? ปล่อยให้มันทำตามที่ต้องการไปเถอะ เมื่อถึงเวลามันจะรู้เองว่าความพยายามเช่นนี้มันเปล่าประโยชน์!!”

     

    “ขอรับ ผู้อาวุโส!!”

     

    คนของตระกูลกล่าวพลางค้อมศีรษะลงด้วยความเคารพ

     

    ....................

     

    ทุกคนต่างรู้ดีว่าราคาของอาวุธนั้นอยู่ที่ประมาณเท่าใด ดังนั้น ราคาดาบที่ตั้งไว้หนึ่งพันสองร้อยตำลึงทองจึงสูงกว่าราคาท้องตลาดอย่างมาก

     

    คนที่มีความคิดย่อมไม่ซื้อดาบเล่มนี้อย่างแน่นอน

     

    ตราบใดที่ไม่มีคนซื้อ มันจะกลายเป็นเพียงเรื่องตลก และจบลงในที่สุด

     

    นั่นคือทัศนคติของตระกูล เฉิง และตระกูล หลู่ ต่อเรื่องนี้

     

    สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นเพียงความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจแต่อย่างใด ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ต้องลดสถานะของตัวเองเพื่อเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

     

    อย่างไรก็ตาม ภายในเมืองหลวงบรรยากาศกลับแตกต่างจากตระกูลเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง

     

    “เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าพบอะไรไหม!?”

     

    ภายในตำหนักตระกูล จาง ใบหน้าของ จาง คง และ จาง เจี่ยน เต็มไปด้วยความดุดัน และความสับสน

     

    “เราพบว่าโรงเตี๊ยมวิหคเงินเป็นของท่านเสนา เว่ย สำหรับเรื่องดาบที่ถูกแขวนไว้ด้านหน้า ดูเหมือนว่าจะเป็นคำขอร้องส่วนตัวของคุณชายของท่านเสนา เว่ย!!”

     

    เมื่อถูกกล่าวถาม สมาชิกของตระกูล จาง ก็กล่าวตอบออกมาด้วยใบหน้าที่มืดมนลง

     

    “คุณชายตระกูล เว่ย!? เจ้ารู้ไหมว่าเขาเป็นใคร!?”

     

    จาง เจี้ยน กล่าวถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

     

    “ดูเหมือนว่าจะเป็นคุณชาย เว่ย ฮ่าว!!”

     

    สมาชิกตระกูล จาง กล่าวตอบ

     

    ***** ฟุ่บ *****

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้น จาง เจี่ยน และ จาง คง ก็สบตากันไปมาทันที

     

    “เจ้าออกไปก่อน!!”

     

    จาง เจี่ยน กล่าวพลางโบกมือไปมาเล็กน้อย หลังจากที่สมาชิกของตระกูลคนนั้นออกไปได้สักระยะ บรรยากาศภายในห้องก็เงียบสงบลงโดยที่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะกล่าวอะไรออกมา

     

    “ท่าไม่ดีแล้ว เว่ย ฮ่าว ไม่ได้เป็นสหายของ หวัง ชง หรอกหรือ!?”

     

    ในที่สุดภายใต้ความเงียบเช่นนั้น จาง คง ก็กล่าวขึ้นมาก่อนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นจากความครุ่นคิด หลังจากทั้งหมดแล้วเรื่องของแร่ไฮเดอราบาดก็สำคัญสำหรับพวกมันอย่างมาก ดังนั้นจึงคอยจับตาดู หวัง ชง อย่างใกล้ชิด และรวมไปถึงคนที่เข้ามาพบกับ หวัง ชง ด้วยเช่นกัน

     

    เว่ย ฮ่าว เป็นหนึ่งในคนที่ หวัง ชง ออกไปไหนมาไหนด้วยบ่อยที่สุด

     

    ทั้งสองคนไม่เชื่อว่าตระกูล หวัง จะซื้อแร่ไปเพราะต้องการจะลงทุนในการถลุงแร่

     

    ตระกูล หวัง ไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้มาก่อน แต่สิ่งที่พวกมันไม่คาดคิดก็คือ หวัง ชง เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานเกินกว่าที่พวกมันคาดเอาไว้ และนั่นหมายความว่าพวกมันกำลังประเมิน หวัง ชง ต่ำเกินไป

     

    เพราะหากว่า หวัง ชง สามารถนำดาบออกมาประกาศขายได้ที่โรงเตี๊ยมวิหคเงินแล้วนั้น เรื่องมันจะแตกต่างออกไป

     

    ไม่ว่า หวัง ชง จะประสบความสำเร็จในการขายหรือไม่ก็ตาม แต่เขาก็สามารถตีดาบขึ้นมาได้จริงๆ เพียงแค่สิ่งนี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาเกิดความกังวล และมันไม่มากเกินไปด้วยซ้ำที่จะบอกว่า ย่อมสามารถทำให้พวกมันตื่นตระหนก

     

    “แบบนี้ไม่ดีแน่ เขาตีดาบขึ้นมาได้จริงๆ หรือนี่!?”

     

    จาง เจี่ยน กล่าวออกมาด้วยความกังวล

     

    “ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเราต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ แม้ว่าข้าจะไม่เชื่อว่าเด็กคนนั้นสามารถตีดาบขึ้นมาได้ แต่ว่าแร่ไฮเดอราบาดก็สำคัญกับเรามาก เราต้องรายงานเรื่องนี้ต่อท่านผู้นำตระกูลให้เร็วที่สุด!!”

     

    ทั้งสองคนลุกขึ้นยืนพร้อมกับรีบก้าวเข้าไปภายในห้องโถงหลักของตระกูลทันที

     

    ....................

     

    หนึ่งพันสองร้อยตำลึงทอง

     

    ด้วยเงินจำนวนนี้ มันสามารถทำให้คนที่อดอยากภายในทวีปแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำงานใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทว่านี่กลับเป็นราคาของดาบเล่มเดียวเท่านั้น

     

    ในขณะที่ทุกคนกำลังประหลาดใจกับราคาที่เกินจากความคาดหมายของพวกเขาอยู่นั้น เจ้าของดาบที่แขวนอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมวิหคเงินก็ได้ทำให้ทุกๆ คนตกตะลึงอีกครั้ง

     

    สองพันสี่ร้อยตำลึงทอง

     

    นี่เป็นราคาล่าสุดที่ถูกเขียนอยู่บนป้ายด้านหน้าโรงเตี๊ยมวิหคเงิน

     

    อีกทั้งดูเหมือนว่าเจ้าของโรงเตี๊ยมวิหคเงินจะไม่ใส่ใจต่อการกระทำนี้แต่อย่างใด หลังจากที่มีการประกาศราคานี้ออกมา มันก็สร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในการค้าอาวุธทันที

     

    ไม่ว่าคนที่มายังโรงเตี๊ยมวิหคเงินจะเป็นใครก็ตาม และไม่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จะเป็นเพียงแค่เด็กหรือไม่นั้น มันก็สามารถสร้างแรงดึงดูดได้

     

    แต่เดิมแล้วร้านค้าอาวุธภายในเมืองหลวง ไม่มีแม้แต่ร้านเดียวที่กล้าแขวนราคาไว้ด้านหน้าอย่างโจ่งแจ้งเช่นนั้น แต่ทว่าเจ้าของดาบที่แขวนอยู่หน้าทางเข้าโรงเตี๊ยมวิหคเงินกลับประกาศราคาออกมาอย่างเด่นชัด

     

    และไม่ใช่เพียงแค่นั้น

     

    ในวันแรกราคาอยู่ที่หกร้อยเหรียญทอง

     

    ในวันที่สองราคากลับสูงขึ้นเป็นหนึ่งพันสองร้อยเหรียญทอง

     

    วันที่สามคือสองพันสี่ร้อยตำลึงทอง

     

    หลายคนสามารถบอกได้ทันทีว่าราคาของดาบเล่มนี้จะทบขึ้นเป็นแบบทวีคูณ

     

    ใครกันที่กล้าทำเรื่องเช่นนี้!?

     

    “คนคน นั้นคงต้องบ้าไปแล้วจริงๆ!!”

     

    “ใช่!! ดาบอะไรกันที่จะสามารถขายได้ถึงสองพันสี่ร้อยตำลึงทอง มันต้องบ้าไปแล้วแน่!!”

     

    “ไม่รู้ว่าจะกล่าวเช่นไรดีกับคนบ้าเยี่ยงนี้!!”

     

    ……….

     

    ด้านนอกโรงเตี๊ยมวิหคเงิน เหล่าผู้คนจำนวนมากกำลังชี้ไปที่ดาบพลางหัวเราะออกมาด้วยความเย้ยหยัน นอกจากนี้แล้วโรงเตี๊ยมวิหคเงินยังได้แจกจ่ายขนมให้กับเหล่าผู้คนที่เข้ามาชมดาบเล่มนี้อีกด้วย

     

    เทียบกับในสองวันแรกแล้วผู้คนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความจริงแล้วยังสามารถเห็นได้ชัดว่าผู้คนกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ได้ด้วยสายตาเปล่า

     

    ........................

     

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิข้ามกาลเวลา ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258