ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 104 : คันหาทั่วเซี่ยงไฮ้

    คันหาทั่วเซี่ยงไฮ้
    ภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยความมืดของยามราตรี ปราศจากซึ่งแสงจันทร์ เนื่องจากวันนี้เป็นคืนเดือนมืด
    ชายชราคนหนึ่งในชุดสีแดงยืนอยู่บนท้องฟ้า แต่เขาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวแต่อย่างใด ตรงหน้าของเขายังมีคนยืนอยู่อีกหลายคน
    ถ้าให้นับอย่างเฉพาะเจาะจง พวกเขามีกันทั้งหมดสิบคน และพวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นผู้ฝึกตน เป็นผู้ฝึกตนระดับท่องนภาทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นต้นไปจนถึงขั้นปลาย!
    ด้วยจำนวนผู้ฝึกตนระดับท่องนภามากถึงสิบคน เพียงพอที่จะบอกได้ถึงพลังอำนาจของพวกเขาได้เป็นอย่างดี
    ต้องรู้ก่อนนะว่าในเซี่ยงไฮ้ แค่มีผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้น หรือว่าขั้นกลาง ก็สามารถกลายเป็นตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ได้แล้ว
    ถ้าหากว่าผู้ฝึกตนระดับท่องนภาเหล่านี้ ต้องการที่จะสร้างตระกูลร่วมกัน พวกเขาคงจะกลายเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเซี่ยงไฮ้อย่างไม่จำเป็นที่จะต้องสงสัย
    “มากันครบแล้วใช่หรือไม่?” ชายชราชุดแดงตรงหน้าของผู้ฝึกตนระดับท่องนภาทั้งสิบคนพูด น้ำเสียงของเขาราบเรียบ เย็นชา รวมไปถึงไร้ความรู้สึกเป็นอย่างมาก
    “ขอรับท่านผู้อาวุโสซือถู้พั่ว” ทั้งสิบคนตอบออกมาด้วยความเคารพ
    ชายชราตรงหน้าของพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นถึงหนึ่งในผู้อาวุโสของนิกายวายุโลหิตที่พวกเขาทั้งสิบคนสังกัดอยู่
    เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเขาจะไม่มีความเคารพต่อชายชราชุดแดงหรือซือถู้พั่วได้อย่างไร
    “มากันครบก็ดีแล้ว ข้ามีบางเรื่องที่จะให้พวกเจ้าทำ” ซือถู้พั่วพูด ขณะที่กวาดสายตามองคนทั้งสิบ
    “ไม่ว่าท่านผู้อาวุโสซือถู้พั่วต้องการให้พวกเราทำสิ่งใด ขอแค่ท่านเอ่ยปาก พวกเรายินดีบุกน้ำลุยไฟ!” ทั้งสิบคนตอบเสียงหนักแน่นดั่งหินผา
    “ดี!” ซือถู้พั่วพยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นเย็นชาอย่างสุดแสน
    “ศิษย์คนหนึ่งของข้าถูกฆ่าตาย ข้าอยากที่จะให้พวกเจ้าค้นหาตัวมัน หาตัวมันให้พบ จากนั้นส่งมาบอกข้า เมื่อข้ากลับมา ข้าจะไปฆ่ามันด้วยตัวเอง!”
    “มีคนฆ่าคนศิษย์ของท่าน?!” คนทั้งสิบต่างตกตะลึง คิดไม่ถึงกันเลยสักนิดว่าจะมีคนกล้าฆ่าศิษย์คนหนึ่งของซือถู้พั่ว
    ต้องรู้ก่อนนะว่าซือถู้พั่วเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายวายุโลหิต มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับราชาดวงดาวขั้นต้น
    ในความคิดของพวกเขา ใครกันจะหาญกล้าถึงขนาดฆ่าศิษย์ของซือถู้พั่ว เป็นเหตุทำให้พวกเขาต่างคิดไม่ถึงกันถ้วนหน้าอย่างที่เห็น
    และพวกเขายังคิดอีกว่า คนๆ นั้นที่ฆ่าศิษย์ของซือถู้พั่วไปต้องไปกินดีหมีหัวใจเสือมาแน่ ถึงได้กล้ามากขนาดนั้น
    “ถูกต้อง ถ้าไม่ติดว่าข้าต้องรีบกลับไปรายงานบางเรื่องที่นิกายตอนนี้ ข้าคงจะค้นหาตัวมันเองแล้ว” ซือถู้พั่วพูดอย่างเย็นชา สายตากวาดมองคนทั้งสิบ
    “พวกเจ้าออกไปค้นหามันได้แล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องค้นหาให้พบ ไปได้!”
    “ขอรับ” คนทั้งสิบไม่มีคนใดกล้ารอช้า ต่างเร่งรีบออกไปค้นหาคนที่ฆ่าศิษย์ของซือถู้พั่ว
    เมื่อคนทั้งสิบจากไป ซือถู้พั่วก็กำสองมือแน่น จนเส้นเลือดปูดขึ้นมาตามแขน
    “ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร กล้าฆ่าศิษย์ของข้า ทางเดียวที่ไปได้คือนรกเท่านั้น รอก่อน ซาโปตง ข้าจะเอาศีรษะของมันไปเซ่นสังเวยวิญญาณของเจ้า!”
    จากถ้อยคำนี้ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ชัดเจนว่าศิษย์ของซือถู้พั่วก็คือซาโปตง
    ส่วนเหตุผลที่เขารู้ว่าซาโปตงถูกฆ่าไปแล้วนั้น ย่อมเป็นเพราะเศษหินผลึกชีวิตของซาโปตงที่อยู่กับเขาแตกสลาย
    ซาโปตงนับเป็นหนึ่งในลูกศิษย์คนโปรดของเขา เพราะไม่เพียงใกล้จะทะลวงเข้าสู่ระดับราชาดวงดาวเท่านั้น ยังมีทักษะทำนายที่หายากมากด้วย
    เมื่ออีกฝ่ายมาถูกฆ่าตายไปแบบนี้ นับว่าเขาสูญเสียดั่งลูกน้องที่ซื่อสัตย์ไปคนหนึ่ง ถ้าเขาไม่ล้างแค้นให้อีกฝ่าย เขาก็ไม่รู้ว่าความโกรธภายในใจของเขานั้น จะสงบลงเมื่อไหร่
    ซือถู้พั่วไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป เขามีเรื่องบางอย่างต้องรีบกลับไปรายงานที่นิกาย ไม่อาจล่าช้าได้
    ด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที ร่างกายของเขาก็เลือนหายไป
    คนทั้งสิบของนิกายวายุโลหิตออกค้นหาไปทั่วทั้งเซี่ยงไฮ้ แต่ว่าพวกเขาก็ไม่พบร่องรอยคนที่ฆ่าศิษย์คนหนึ่งของซือถู้พั่วเลยแม้แต่น้อย
    ข้อมูลที่ซือถู้พั่วให้กับพวกเขานั้น มันน้อยเกินไป ไม่แปลกที่จะหาไม่พบแม้แต่ร่องรอย
    อย่างไรก็ตาม ถึงพวกเขาจะหาไม่พบ แต่ว่าพวกเขาก็ต้องค้นหาต่อไป นี่เป็นคำสั่งของผู้อาวุโสในนิกายอย่างซือถู้พั่ว ไม่อาจไม่ปฏิบัติตามได้
    และถ้าเกิดว่าฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่ทำตาม เกรงว่าบทลงโทษที่ตามมานั้น จะรุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว
    เวลาค่อยๆ ผ่านไป ในไม่ช้า ตอนเช้าก็มาเยือน วันนี้เป็นวันที่อากาศสดชื่น เป็นเช้าที่สดใสเป็นอย่างมาก
    หลินเฉินไปส่งลูกสาวของเขาที่โรงเรียนอนุบาลเอง แม้ว่าพ่อของเขาจะอาสาไปส่งให้ แต่เขาก็ปฏิเสธไป
    ถึงเขาจะเข้าใจเรื่องที่พ่อของเขายังเป็นห่วงเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของเขาอยู่ก็ตาม แต่ตอนนี้เขาไม่เป็นอะไรเลย เนื่องจากมันเหลืออีกไม่กี่วันแล้ว
    อีกไม่กี่วันที่เขาจะไปพามู่อิงเสวี่ยภรรยาของเขากลับมาอยู่ด้วยกัน!
    ในรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ที่หลินเฉินเป็นคนขับ เขาพูดคุยกับลูกสาวของเขาอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะของหลิงหลิงสะท้อนก้องไปมาในรถ
    แต่เวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ หลินเฉินขับรถมาถึงที่หน้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว เขาจึงพาหลิงหลิงลงจากรถไปส่งที่หน้าประตู
    “หลิงหลิง ตั้งใจเรียนด้วยนะ” เขาลูบศีรษะของเธอด้วยรอยยิ้ม
    “ค่ะพ่อ หนูไปก่อนนะ” เด็กหญิงน้อยผู้น่ารักตอบด้วยรอยยิ้ม พยักหน้าอย่างแข็งขัน ก่อนจะหันหลังเดินไปเข้าไปภายในโรงเรียนอนุบาล พร้อมกับกระเป๋าสะพายเล็กๆ น่ารักของเธอ
    เมื่อไปส่งหลิงหลิงเสร็จ หลินเฉินก็ขับรถกลับบ้าน โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า ในตอนนี้มีกลุ่มคนค้นหาเขาไปทั่วเซี่ยงไฮ้
    ซึ่งกลุ่มคนที่ว่าย่อมเป็นสิบผู้ฝึกตนระดับท่องนภาของนิกายวายุโลหิต แต่ถึงหลินเฉินรู้ เขาก็คงจะไม่ไปสนใจอย่างแน่นอน
    อย่าว่าแต่สิบผู้ฝึกตนระดับท่องนภาเลย แต่ให้เป็นสิบผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์มาเอง ก็ยังไม่มีความสามารถพอที่จะทำอะไรเขาได้
    บนท้องฟ้าทางตอนใต้ของเซี่ยงไฮ้ ซือถู้พั่วได้กลับมาแล้ว ชัดเจนว่าเขาไปรายงานเรื่องที่นิกายวายุโลหิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    เมื่อกลับมาถึงเซี่ยงไฮ้ สิ่งแรกที่ซือถู้พั่วทำก็คือเรียกผู้ฝึกตนระดับท่องนภาทั้งสิบคนที่เขาสั่งให้ไปค้นหาคนที่ฆ่าซาโปตงมาพบ
    แต่คำพูดแรกของพวกนี้ทำให้เขาเดือดดาลขึ้นมา
    “สวะ! เพียงแค่นี้พวกเจ้ายังทำไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรได้อีก รีบไสหัวไปให้พ้นๆ หน้าข้า!” ซือถู้พั่วคำราม ขับไล่คนพวกนี้ออกไปด้วยความโมโหเดือดดาลเป็นการใหญ่
    เผชิญกับความเดือดดาลของซือถู้พั่ว ผู้อาวุโสระดับราชาดวงดาวขั้นต้น พวกเขาทั้งสิบคน ไหนเลยมีคนใดกล้ารั้งอยู่ ต่างเร่งรีบพากันทะยานร่างจากไปด้วยความเร็วทั้งหมด
    เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น ก็ไม่อาจเห็นได้แม้แต่เงาของพวกเขา
    จบบทที่ 104

    คล้ายกับเรื่องยอดคุณพ่อขั้นเทพ ที่คุณอ่าน